- หน้าแรก
- เริ่มต้นด้วยพลังของจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่
- 242.ยืนยันว่าเป็นนาง
242.ยืนยันว่าเป็นนาง
242.ยืนยันว่าเป็นนาง
“สตรีผู้นี้จะมุ่งหน้าไปที่ใดกันแน่?”
หลี่ผิงตามหลังซูจิ่วเอ๋อร์จากระยะไกลด้วยพลังของเขาซูจิ่วเอ๋อร์ย่อมมิอาจตรวจพบได้
เพิ่งค่ำมืดไม่นานซูจิ่วเอ๋อร์ก็ใช้กลอุบายเล็กน้อยลอบหนีออกจากโรงเตี๊ยม
แม้หลอกหลู่หมิงได้แต่ย่อมหลอกหลี่ผิงมิได้
สำหรับหลี่ผิงแล้วย่อมมิอาจเข้าใจได้
ทั้งสองคนนี้ชัดเจนว่าอยู่ด้วยกันไฉนซูจิ่วเอ๋อร์จึงหนีไปกะทันหัน?
แต่คิดไม่ออกก็ไม่คิดต่อเขาเพียงตามไปรอผู้ดูแลอวี๋มาถึงยืนยันก็พอ
ดังนั้นเขาจึงตามซูจิ่วเอ๋อร์เช่นนี้เดินทางด่วนยามดึกดื่นใต้แสงดาว
ก็ไม่รู้ว่าซูจิ่วเอ๋อร์จะไปที่ใดกันแน่แถมยังรีบร้อนราวกับหนีตาย
รีบร้อนเช่นนี้ตลอดสองชั่วยามซูจิ่วเอ๋อร์จึงหยุดลงในหุบเขาลำธารแห่งหนึ่ง
นางก้มลงตักน้ำจากลำธารเล็กดื่มสองสามอึกจากนั้นก็มิสนใจพื้นดินสกปรกรีบนั่งขัดสมาธิลงบนพื้นทันที
หลี่ผิงเฝ้าสังเกตจากระยะไกลตรวจสอบครู่หนึ่งก็พบเบาะแสเล็กน้อย
สตรีผู้นี้ยังมีบาดแผลภายในซ่อนเร้น
นึกย้อนถึงสมุนไพรที่หลู่หมิงซื้อวันนี้พอดีกับวัตถุดิบปรุงโอสถฟื้นฟูระดับสองยิ่งยืนยันความคิดนี้
กำลังครุ่นคิดก็พลันตรวจพบว่าซูจิ่วเอ๋อร์ด้านโน้นดูเหมือนการหมุนเวียนพลังผิดปกติก่อนจะพ่นเลือดดำออกมาปากหนึ่ง
ดูท่าจะรีบร้อนจนบาดแผลภายในกำเริบ
หลี่ผิงอดมิได้ที่จะลังเลควรเข้าไปจับตัวนางกลับเลยหรือไม่
แต่คิดถึงความระวังตัวสูงของสตรีผู้นี้คงมิเต็มใจตามเขาไป
หากใช้กำลังเกรงว่าจะทำนางบาดเจ็บหากนางคือบุคคลที่ท่านผู้นำต้องการจริงๆ
เช่นนั้นความดีความชอบที่งดงามเกรงว่าจะกลายเป็นความผิดใหญ่หลวง
ลังเลครู่หนึ่งหลี่ผิงจึงถอนความคิดนี้ไปเลือกตามต่อไป
ก็ในขณะนี้เองจิตสัมผัสอันทรงพลังพลันแผ่ขยายจากทิศเมืองหยาง
จิตสัมผัสนี้มิได้อำพรางแม้แต่น้อยในพื้นที่ที่มีผู้คนหนาแน่นถือเป็นพฤติกรรมหยาบคายยิ่ง
ทำให้หลี่ผิงขมวดคิ้วโดยไม่รู้ตัวจากนั้นเขาก็รู้สึกว่าจิตสัมผัสนี้หยุดลงที่ตัวซูจิ่วเอ๋อร์
พร้อมกันนั้นซูจิ่วเอ๋อร์ก็ตรวจพบการสอดส่องนี้มิสนใจสิ่งใดเช็ดเลือดสดที่มุมปากแล้วรีบหนีต่อไปอย่างสุดชีวิตอีกครั้ง
แต่ครั้งนี้ยังไม่หนีได้ไกลเสียงตะคอกก็ดังมาจากด้านหลัง
“จะหนีไปไหน!”
แสงสว่างสายหนึ่งผ่าความมืดยามค่ำคืนความเร็วของมันทำให้สีหน้าหลี่ผิงเปลี่ยนไปเล็กน้อย
แสงสว่างนั้นบ้าคลั่งพุ่งข้ามซูจิ่วเอ๋อร์จากนั้นตกลงหนักหน่วงตรงทางข้างหน้า
ชั่วพริบตาลมกระโชกแรงต้นไม้ใกล้เคียงถูกพลังมหาศาลถอนรากถอนโคน
ซูจิ่วเอ๋อร์ตั้งตัวไม่ทันถูกพัดกระเด็นไปกระแทกเข้ากับต้นไม้ใหญ่ถึงจะหยุดลงได้อย่างยากลำบาก
ด้านโน้นฝุ่นควันจางลงผู้เป็นหัวหน้าเป็นชายชราผ้าคลุมขาวกลิ่นอายดุดันข้างหลังเขาคือหลู่หมิง!
คราวนี้หลู่หมิงไม่แสร้งอีกต่อไปใบหน้าเต็มไปด้วยความมืดมิดยังแฝงรอยยิ้มเย็นยะเยือกที่ราวกับกดข่มความโกรธ
“คุณหนูซูไฉนไม่กล่าวลาสักคำก็จากไปเสียเล่า?”
ซูจิ่วเอ๋อร์ลุกขึ้นจากพื้นอย่างยากลำบากเลือดสดไหลซึมจากมุมปากอีกครั้ง
นางไอสองสามครั้งหอบหายใจกล่าว “หลู่หมิงเจ้าคิดจริงหรือว่าข้ามิรู้ว่าเจ้าคือคนของสำนักซิงเยว่?”
คราวนี้หลู่หมิงกลับรู้สึกสนใจขึ้นมาบ้างกล่าว “โอ้? ข้ายอมรับว่าตลอดทางมิได้เผยร่องรอยใดเจ้าตรวจพบได้อย่างไร?”
ซูจิ่วเอ๋อร์พิงต้นไม้ใหญ่ด้านหลังเริ่มหมุนเวียนพลังเทพเพื่อประคองบาดแผลภายในแม้รู้ว่าผลลัพธ์น้อยนิด
“ตั้งแต่เจ้าตามข้ามาสำนักซิงเยว่ไล่ตามมาหลายครั้งหลายคราข้าจะไม่สงสัยเจ้าได้อย่างไร?”
หลู่หมิงรู้สึกเหลือเชื่อหัวเราะอย่างหมดคำพูด “เพียงสงสัย?”
ซูจิ่วเอ๋อร์กล่าว “เพียงสงสัยก็พอแล้ว”
“โลกใหญ่เต็มไปด้วยอันตรายหากทุกเรื่องต้องรอยืนยันก่อนเตรียมการข้าก็มิอาจมาถึงที่นี่ได้”
กล่าวถึงตรงนี้ซูจิ่วเอ๋อร์ยิ้มเยาะตนเอง “น่าเสียดายครั้งนี้ยังพ่ายแพ้อยู่ดี”
กลิ่นอายของชายชราผ้าคลุมขาวมิได้ปกปิดซูจิ่วเอ๋อร์รู้ดีว่า ช่องว่างระหว่างนางกับชายชราผู้นี้กว้างใหญ่เกินไป
จี้หยกที่ตระกูลกู่ให้มาใช้ไปแล้วแม้นางมีไพ่ลับอื่นแต่ยังคุกคามราชันเทพมิได้
ยายเฒ่าฮูหยิงกล่าวถูกจริงๆเส้นทางนี้ยากลำบากยิ่งนัก
ยังไม่ถึงดินแดนอสูรไร้สิ้นสุดนางก็ทนไม่ไหวแล้วยากจะจินตนาการว่าเมื่อเริ่มช่วยเหลือเผ่าจิ้งจอกสวรรค์เก้าหางจริงๆจะเผชิญแรงกดดันเช่นใด
หลู่หมิงยังมีความสงสัยมากกว่านี้ถามต่อ “เช่นนั้นแล้วไฉนเจ้าไม่หนีแต่แรกทำไมต้องหนีตอนนี้?”
ขอบเขตของเขาสูงกว่าซูจิ่วเอ๋อร์เขามั่นใจว่าเมื่อออกเมืองวันนี้ซูจิ่วเอ๋อร์มิได้ตรวจพบเขา
หากบอกว่าเพราะเหตุนี้จึงหนีเขารู้สึกว่าเป็นไปไม่ได้
ซูจิ่วเอ๋อร์คงรู้สึกว่าครั้งนี้หนีไม่พ้นจริงๆจึงมิได้ปกปิด
นางมองหลู่หมิงยิ้มเยาะจากก้นบึ้งใจ “ตอนแรกที่สงสัยเจ้าาข้าคิดจะจากไปจริงๆ”
“แต่ต่อมาข้าพบว่าสำนักซิงเยว่แม้ไล่ตามใกล้แต่มิเคยบีบข้าจนถึงทางตันจริงๆ”
“ดังนั้นข้าคาดว่าเจ้าคงตรวจพบตัวตนจิ้งจอกเก้าหางของข้าต้องการใช้ข้าเป็นเหยื่อจับจิ้งจอกเก้าหางเพิ่ม”
“หากเป็นเช่นนั้นก่อนเจ้าบรรลุเป้าหมายข้าคงมิถูกจับจริงๆ”
“ยิ่งไปกว่านั้นพวกเจ้าจะนำทางข้าไปยังดินแดนอสูรไร้สิ้นสุด”
“ส่วนเหตุที่หนีตอนนี้เพราะมาถึงที่นี่แล้วเส้นทางไปดินแดนอสูรไร้สิ้นสุดชัดเจนแล้ว”
ซูจิ่วเอ๋อร์ไออีกสองครั้ง “มิคาดใช่ไหมข้าไม่เคยรู้เส้นทางไปดินแดนอสูรไร้สิ้นสุดที่แน่นอนหาไม่เพราะพวกเจ้าข้ามิอาจรีบร้อนมาถึงได้รวดเร็วเช่นนี้”
หลู่หมิงได้ยินถึงตรงนี้แม้รู้ว่าตนถูกหลอกใช้แต่ก็อดมิได้ที่จะปรบมือ
“ยอดเยี่ยม”
“ใช้แผนของศัตรูเป็นแผนตนสุดยอดจริงๆ”
“แต่น่าเสียดายการกระทำนี้ไร้ผลต่างจากการเต้นรำบนเส้นลวดและบัดนี้เจ้าเล่นพลาดแล้ว”
กล่าวจบหลู่หมิงหันไปหาชายชราผ้าคลุมขาวทันที “ผู้อาวุโสไป๋มู่ขอท่านลงมือจับนางเถิด”
ซูจิ่วเอ๋อร์บาดเจ็บอยู่แล้วเกรงว่านางจะดิ้นรนมีเพียงไป๋มู่เท่านั้นที่มีพลังกดข่มนางได้
ไป๋มู่พยักหน้าพลางเล็กน้อยกล่าวกับซูจิ่วเอ๋อร์ “เจ้าอย่าขัดขืนดีที่สุดแม้มิจักสังหารเจ้าแต่ข้ามีวิธีมากมายที่จะทำให้เจ้าทรมาน”
ซูจิ่วเอ๋อร์ยิ้มบ้าคลั่งที่มุมปากพลังเทพบนร่างพลันกลายเป็นดุร้าย!
เมื่อตรวจพบหลู่หมิงสีหน้าเปลี่ยนทันที!
“นางจะระเบิดตัวเอง หยุดนาง!”
คำพูดยังไม่จบพลังเทพมหาศาลราวมหาสมุทรพลันระเบิดจากร่างไป๋มู่ต้องการกดพลังของซูจิ่วเอ๋อร์กลับคืน
และในขณะนี้เสียงตะคอกโกรธพลันดังมาจากด้านหลัง
“หยุดมือ!”
หลี่ผิงรีบรุดมาด้วยความเร็วสูงสุดนิ้วชี้แตะจุดวิญญาณของซูจิ่วเอ๋อร์ทำให้พลังที่บ้าคลั้งในร่างนางสงบลงทันที
จากนั้นหลี่ผิงหันตัวอย่างเด็ดขาดกางแขนปกป้องซูจิ่วเอ๋อร์ไว้ด้านหลัง