- หน้าแรก
- เริ่มต้นด้วยพลังของจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่
- 202.จุนม่อซือ
202.จุนม่อซือ
202.จุนม่อซือ
ว่าง่ายๆก็คือต้องเชื่อฟัง
โม๋เจ๋อคุกเข่านั่งนิ่งสงบอยู่ตรงหน้ากู่หยวนใบหน้ายิ้มแย้มอย่างจริงใจหากให้คนในเผ่าเห็นเข้าคงสงสัยกันหนักหนาว่าเขาถูกยึดร่างไปแล้วหรือเปล่า
“ผู้อาวุโสไม่ทราบว่าเรียกผู้น้อยมาคราวนี้มีธุระใดหรือ?”
ความคิดของเขาเหมือนกับโม๋หงทุกประการหากกู่หยวนอยากฆ่าเขาก็ไม่จำเป็นต้องยุ่งยากขนาดนี้
ดังนั้นตราบใดที่เขารับฟังคำสั่งอย่างว่าง่ายก็ไม่น่าจะมีอันตรายใดๆ
กู่หยวนยกมือชี้ไปยังเย่หลิง “ความทรงจำของนางใครเป็นคนลบไป?”
โม๋เจ๋อได้ยินแล้วก็อึ้งไปครู่หนึ่งพลันกล่าวด้วยความลังเล “ความทรงจำของนางถูกลบไปแล้วหรือ?ผู้น้อย…ผู้น้อยไม่ทราบเลยขอรับ”
“วันนั้นข้าพบนางที่บ่อวิญญาณศักดิ์สิทธิ์นางสลบอยู่บนพื้นข้าเห็นว่านางเป็นจิ้งจอกสวรรค์เก้าหางจึงจับตัวกลับมา”
กู่หยวนถามกลับ “แล้วหลังจากจับกลับมาเจ้าไม่เคยถามนางเลยหรือไม่เคยคิดจะจับจิ้งจอกสวรรค์เก้าหางตัวอื่นเพิ่ม?”
โม๋เจ๋อโบกมือปฏิเสธทันที “ไม่มีขอรับมีไว้แค่ดึงดูดเผ่าอสูรอื่นๆเข้ามาเท่านั้นมีตัวเดียวก็พอแล้ว”
กู่หยวนจ้องเขาอยู่นานพอเห็นว่าไม่เหมือนกำลังโกหกก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจเบาๆ
บ่อวิญญาณศักดิ์สิทธิ์นั่นมันที่ไหนกัน?หรือต้องไปดูสักครั้ง?
แต่ช่วงนี้กู่หยวนยังไม่คิดจะออกไปไหนเห็นได้ชัดว่าแม้แต่ภารกิจตามหาจิ้งจอกสวรรค์เก้าหางตัวอื่นๆเขายังมอบให้เผ่าจ้าวแห่งจันทราทำเลย
แต่โม๋เจ๋อกลับรีบพูดต่อ “ผู้อาวุโสในมือท่านมีคัมภีร์ปฐมกาลอยู่ไม่ใช่หรือทำไมไม่ลองดู?”
กู่หยวนหรี่ตาลงเล็กน้อย “เจ้าคิดว่าเจ้าเท่านั้นที่ฉลาดหรือข้าลองแล้ว”
“ว่าแต่ของสิ่งนี้ใช้อย่างไรกันแน่นางเห็นได้แค่ตำนานของเผ่าจิ้งจอกสวรรค์เก้าหางเท่านั้นไม่เห็นข้อมูลเกี่ยวกับครอบครัวหรือสหายของนางเลย”
พูดจบกู่หยวนก็โยนคัมภีร์ปฐมกาลข้ามไป
โม๋เจ๋อรีบรับอย่างมือไม้สั่นสมบัติล้ำค่าเช่นนี้ถึงกับโยนมาเหมือนขยะเจ้าจะรังเกียจขนาดนั้นเลยหรือ!
ส่วนวิธีใช้…
“ผู้น้อยก็ไม่ค่อยแน่ใจเหมือนกันเพราะก่อนหน้านี้ข้าก็ไม่เคยใช้”
“มีเพียงบันทึกโบราณที่กล่าวถึงของสิ่งนี้ตามการคาดเดาของข้าน่าจะขึ้นอยู่กับความปรารถนา”
“หากนางอยากเห็นข้อมูลครอบครัวหรือสหายของตนก็น่าจะเห็นได้ทันที”
กู่หยวนขมวดคิ้ว “งั้นของสิ่งนี้คงเสียแล้วสินะ?”
โม๋เจ๋อหัวเราะแห้งๆสองครั้ง “ผู้อาวุโสของสิ่งนี้มันเสียไม่ได้หรอก”
“แผ่นหยกนี้เป็นเพียงตัวกลางเท่านั้นหากแผ่นหยกเสียแล้วคัมภีร์ปฐมกาลก็จะปรากฏในตัวกลางอื่น”
“คัมภีร์ปฐมกาลที่แท้จริงคือสัญลักษณ์เหล่านี้โปรดดูขอรับ”
พูดจบเขาก็คลี่แผ่นหยกออก
บนนั้นมีเพียงตัวอักษรใหญ่สี่ตัวว่า “คัมภีร์ปฐมกาล” แต่หากมองดีๆจะพบว่าการขีดเส้นของตัวอักษรทั้งสี่นี้แปลกประหลาดยิ่ง
แต่ละขีดแต่ละเส้นล้วนมีความขัดแย้งอยู่ในตัวแต่ทว่าเมื่อมองอีกครั้งความขัดแย้งนั้นก็หายไป
แปลกประหลาดอย่างยิ่ง
“แล้วเจ้าแน่ใจได้อย่างไรว่ามันคือคัมภีร์ปฐมกาล?”
“แน่นอนว่าต้องใช้แล้วถึงจะแน่ใจตราบใดที่แผ่นหยกยังไม่เสียหายคัมภีร์ปฐมกาลก็จะอยู่บนนั้นตลอดไป”
น่าแปลกจริงๆ
กู่หยวนเก็บแผ่นหยกกลับคิดอยู่นานสุดท้ายก็ตัดสินใจว่า เอาเถอะช่างมันก่อน
บางทีเผ่าจ้าวแห่งจันทราอาจจะหาครอบครัวหรือสหายของนางเจอในภายหลังก็ได้
ตอนนี้ไม่มีเบาะแสอะไรเลยจะหาได้ก็ไม่ใช่ชั่วพริบตากู่หยวนยังมีเรื่องอื่นต้องทำเรื่องนี้ดูเหมือนจะไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนนัก
เก็บไว้ทีหลังก่อนละกัน
“เอ่อ...ไม่มีอะไรแล้วเจ้ากลับไปได้”
โม๋เจ๋อไม่กล้าพูดอะไรอีกแม้แต่คำเดียวรีบลุกขึ้นโค้งคำนับ จากนั้นจึงจากไป
รอจนออกจากขอบเขตป่าแสงจันทร์แล้วเขาถึงได้ถอนหายใจโล่งอก
…
เวลาเดียวกันในเมืองเฉาเก่อที่หอการค้าเฉียนคง
หลินเซียวและเถาเย่ายืนอยู่ด้านหนึ่งยืนตัวตรงเป็นไม้บรรทัดส่วนผู้ที่นั่งอยู่ตำแหน่งผู้นำคือชายหนุ่มคิ้วกระบี่ดวงตาดุจดวงดาวใบหน้าหล่อเหลา
นี่คือผู้นำหอการค้าเฉียนคงตัวจริงจุนม่อซือผู้แข็งแกร่งในขอบเขตจักรพรรดิเทพ!
“พูดมาเถอะรีบเรียกข้ามาด่วนขนาดนี้มีเรื่องอะไรกันแน่”
“เรื่องตระกูลหวงฝู่ข้ารู้แล้วแค่พันธมิตรที่ไม่ค่อยสำคัญตัวหนึ่งหายไปก็หายไปจะต้องเรียกข้ามาโดยเฉพาะทำไม?”
จุนม่อซือเป่าชาร้อนเบาๆจิบหนึ่งอึก
หลินเซียวและเถาเย่ามองตากันจากนั้นหลินเซียวจึงก้าวออกมา
“เรียนท่านผู้นำถ้าเป็นแค่ตระกูลหวงฝู่คงไม่คุ้มให้ท่านต้องลงมือด้วยตนเองแต่คราวนี้เรื่องที่เกี่ยวข้องมันใหญ่เกินไปจริงๆ”
“หลังจากที่ผู้อาวุโสกู่นั้นกวาดล้างตระกูลหวงฝู่พวกเราถึงได้รู้ว่าที่ตระกูลหวงฝู่ใช้ควบคุมจิ้งจอกสวรรค์เก้าหางมาตลอดมันคือสัญญามารสวรรค์!”
ได้ยินสี่คำนี้การจิบชาของจุนม่อซือก็ชะงักไปทันที
“เจ้าว่าอะไรนะ? สัญญามารสวรรค์?”
“น่าเชื่อถือแค่ไหน?”
หลินเซียวโค้งตัวลงต่ำกว่าเดิม “ผู้อาวุโสกู่นั้นฝีมือล้ำเลิศเป็นปรมาจารย์หลอมโอสถระดับแปดแถมสายตายังเฉียบคมยิ่งนักไม่น่าจะดูผิดแน่นอน”
จุนม่อซือวางถ้วยชาลงส่งเสียงฮึดฮัดเย็นยะเยือก “สัญญามารสวรรค์สิ่งชั่วร้ายเช่นนี้ถึงกลับปรากฏขึ้นอีกครั้งเรื่องนี้ต้องจัดการอย่างรอบคอบ”
“คนตระกูลหวงฝู่มีหลงเหลือหรือไม่แล้วเจ้ากู่หยวนนั่นล่ะ เอาวิชาลับการสร้างสัญญามารสวรรค์ไปหรือเปล่า?”
หลินเซียวรีบรายงาน “ผู้อาวุโสกู่มีวิธีคลายสัญญามารสวรรค์เขาบอกว่านี่เป็นฉบับที่ไม่สมบูรณ์ไม่น่าจะเชื่อถือได้”
จุนม่อซือได้ยินแล้วก็แปลกใจสัญญามารสวรรค์เป็นของสมัยยุคโบราณแม้แต่การหลงเหลือมาก็ยากยิ่งแล้วยังมีคนรู้วิธีคลายอีกหรือ?
แต่เมื่อคิดดูก็พอเข้าใจ
ยังไงก็เป็นปรมาจารย์หลอมโอสถความรู้กว้างขวางสูตรโอสถส่วนใหญ่ก็สืบทอดมาจากยุคโบราณบางคนก็ศึกษาค้นคว้าจากตำราเก่าแก่
แถมเป็นฉบับขาดวิ่นการคลายได้ก็สมเหตุสมผล
“ส่วนตระกูลหวงฝู่” หลินเซียวพูดต่อ “วันนั้นผู้อาวุโสกู่กวาดล้างจนสิ้นซากแล้วแต่ยกเว้นคนเดียว”
“นั่นคือพี่ชายของหวงฝู่โหยว หวงฝู่เฉิง”
“คนผู้นี้เมื่อหลายร้อยปีก่อนเคยขัดแย้งรุนแรงกับตระกูลจนตัดขาดความสัมพันธ์กับตระกูลหวงฝู่ประมาณสามร้อยปีก่อนมีโอกาสโดยบังเอิญได้เข้าสำนักเซียนปี้โหยว”
“เขาไม่เคยกลับมาและไม่เคยติดต่อตระกูลหวงฝู่เลย”
“ข้าคิดว่าเขาน่าจะไม่รู้เรื่องสัญญามารสวรรค์”
ได้ยินคำนี้จุนม่อซือก็ถอนใจเบาๆ
สำนักเซียนปี้โหยวแม้แต่เขายังไม่กล้าล่วงเกินง่ายๆ
แต่เมื่อเกี่ยวกับสัญญามารสวรรค์ต่อไปคงต้องไปถามสักหน่อย
กำลังคิดอยู่นั้นก็เห็นหลินเซียวมีสีหน้าลำบากใจ
“ท่านผู้นำยังมีอีกเรื่องขอรับ”
“ไม่กี่วันก่อนข้าอยู่นอกดินแดนอสูรไร้สิ้นสุดราวกับสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายมารสวรรค์จางๆ”
“แต่ข้าไม่กล้าฟันธง”
สีหน้าจุนม่อซือเคร่งขรึมลงทันที “คำนี้จริงหรือ?”
“มารสวรรค์เป็นภัยพิบัติต่อจักรวาลทั้งหมดเรื่องนี้ต้องจัดการอย่างจริงจัง”
“ตำแหน่งที่แน่นอนอยู่ที่ไหนข้าจะไปดูด้วยตาตนเอง”
หลินเซียวรีบส่งพิกัดมาจุนม่อซือกวาดตามองครั้งหนึ่งจากนั้นฉีกมิติรีบพาสองคนข้ามไปทันที
ผู้แข็งแกร่งขอบเขตจักรพรรดิเทพระยะทางไกลจากทวีปเหลยเจ๋อถึงดินแดนอสูรไร้สิ้นสุดก็ใช้เพียงห้าการข้ามมิติก็ถึงแล้ว
แต่ทว่าสามคนเพิ่งมาถึงก็ถูกปากขนาดใหญ่ที่ซุ่มอยู่ที่นี้อ้าปากกลืนจุนม่อซือลงไปในพริบตา!