- หน้าแรก
- เริ่มต้นด้วยพลังของจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่
- 198.เต็มไปด้วยสมบัติล้ำค่า
198.เต็มไปด้วยสมบัติล้ำค่า
198.เต็มไปด้วยสมบัติล้ำค่า
ประโยชน์สูงสุดของคัมภีร์ปฐมกาลคือการย้อนมองอดีตกาลสามารถมองเห็นรายละเอียดและความจริงที่ในเวลานั้นมิได้สังเกตเห็น
อย่างไรก็ตามสิ่งที่มองเห็นได้จะต้องเกี่ยวข้องกับผู้ใช้เท่านั้น
อย่าได้คิดว่าของสิ่งนี้ไร้ประโยชน์เลยแม้แต่น้อยพลังของคัมภีร์ปฐมกาลนั้นแข็งแกร่งยิ่งนัก
ยกตัวอย่างเช่น
หากในปัจจุบันยังคงมีสายเลือดที่สืบทอดมาตั้งแต่ยุคสมัยไร้กฎเกณฑ์แม้กระทั่งมีโอกาสใช้คัมภีร์ปฐมกาลเพื่อฟื้นฟูวิชาในยุคก่อนยุคสมัยไร้กฎเกณฑ์ขึ้นมาใหม่ได้!
แน่นอนว่าก่อนยุคสมัยไร้กฎเกณฑ์นั้นคือยุคเก่าซึ้งกฎเกณฑ์สวรรค์ต่างไปจากเดิมมากแม้จะฟื้นฟูขึ้นมาได้แต่ก็ไม่อาจฝึกฝนได้
แต่ก็ไม่จำเป็นต้องย้อนไปไกลขนาดนั้น
เช่น ยุคทอง
ในยุคทองก็เคยกำเนิดวิชาบ่มเพาะและวิชายุทธ์ในระดับตำนานมากมายจนถึงทุกวันนี้ก็ยังไม่สูญหายแต่ทว่าก็ล้วนเป็นสมบัติที่ขุมอำนาจใหญ่หวงแหนอย่างยิ่งไม่ยอมถ่ายทอดออกไปง่ายๆ
โดยพื้นฐานแล้วศิษย์ในตระกูลหากปราศจากพรสวรรค์ระดับหนึ่งแม้แต่สิทธิ์สัมผัสยังไม่มี
ในเวลานี้ขอเพียงเจ้าจับตัวคนที่มีสายเลือดเกี่ยวข้องกันได้สักคน
ไม่ว่าเลือดเนื้อของเขาจะเจือจางเพียงใดบางทีตัวเขาเองยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตนสืบเชื้อสายมาจากขุมอำนาจใหญ่แห่งใด
แต่ขอเพียงจับตัวเขาได้ก็สามารถใช้คัมภีร์ปฐมกาลฟื้นฟูวิชาบ่มเพาะและวิชายุทธ์เหล่านั้นขึ้นมาใหม่ทั้งหมด!
หรือแม้กระทั่งไม่มีสายเลือดเกี่ยวข้องกันเพียงมีเส้นกรรมสัมพันธ์กันบ้างก็สามารถทำได้เช่นกัน!
แน่นอนว่าต้องใช้พลังบ่มเพาะมหาศาลเป็นตัวหนุน
ในทางทฤษฎีหากมีความพยายามเพียงพอก็เกือบจะสามารถฟื้นฟูวิชาและเคล็ดวิชาทั้งหมดของยุคทองได้เลยทีเดียว!
จากนี้ก็พอจะเห็นได้ว่าคัมภีร์ปฐมกาลนี้ท้าทายสวรรค์ขนาดไหน!
กู่หยวนฟังคำอธิบายของโม๋เจ๋อจบก็ครุ่นคิดในใจ
หากเป็นเช่นนี้จริง
ข้อมูลที่เขาเห็นก่อนหน้านี้ก็พอเข้าใจได้
ที่แท้มิใช่ความจริงของโลกใดๆ
แต่เป็นเพียงสิ่งที่เกี่ยวข้องกับเขาคนเดียวเท่านั้น
เขาเป็นลูกหลานแห่งมังกรไม่ใช่หรือ? กับหนี่ว์วา ผานกู่ ย่อมมีเส้นกรรมสัมพันธ์กันเป็นธรรมดา
เพียงแต่นี่มันเกินไปหน่อยเขาผู้นี้เป็นเพียงวิญญาณข้ามมิติมามิใช่ร่างข้ามมิติแต่ก็ยังสามารถสืบย้อนไปถึงชาติที่แล้วได้อีกหรือ?
ส่วนเหตุที่เขาเห็นตำนานเหล่านี้น่าจะเพราะกู่หยวนเข้ามาที่นี่ตั้งแต่แรกก็เพื่อค้นหาข้อมูลยุคโบราณอยู่แล้วซึ่งตรงกับความคาดหวังของเขาอย่างยิ่ง
ของสิ่งนี้เก็บไว้เพื่อส่องดูสถานการณ์การเปลี่ยนผ่านระหว่างยุคเก่าและยุคใหม่ก็ยังดีน่าเสียดายที่เขาเองใช้ไม่ได้
หากจะว่าคนที่เหมาะสมที่สุดก็คงหนีไม่พ้นแปดตระกูลโบราณ
นี่คือตระกูลที่สืบทอดมาตั้งแต่ยุคทองแม้เผ่ามนุษย์โดยรวมจะผงาดขึ้นในยุคแห่งความโกลาหลแต่ก็มิได้หมายความว่าหลังยุคสมัยไร้กฎเกณฑ์จะไม่มีเผ่ามนุษย์ที่แข็งแกร่ง
ของดีก็เก็บไว้ก่อน
กู่หยวนตัดสินใจแล้วจึงเตรียมเก็บคัมภีร์ปฐมกาลไว้
โม๋เจ๋อเห็นดังนั้นรีบร้อง “ท่านผู้อาวุโสรอสักครู่!”
“คัมภีร์ปฐมกาลนี้ขอให้ข้าผู้น้อยได้ใช้สักครั้งได้หรือไม่?”
กู่หยวนหรี่ตาเล็กน้อย “เหตุใด?”
โม๋เจ๋อแทบสำลักของสิ่งนี้เป็นข้าที่ค้นพบแล้วข้าจะขอใช้สักครั้งยังต้องมีเหตุผลอีกหรือ?!
แต่...
เจ้าแข็งแกร่งเจ้าจะพูดอะไรก็ถูก!
โม๋เจ๋อกัดฟันยังคงยิ้มประจบ “ท่านผู้อาวุโสข้าขอใช้เพียงชั่วครู่ก็พอหรือไม่เช่นนั้นข้าสามารถจ่ายเงินได้”
กู่หยวนถามกลับ “เจ้าคิดว่าข้าดูเหมือนคนขาดเงินหรือ?”
โม๋เจ๋ออึ้งไปครู่หนึ่งก่อนเปลี่ยนคำพูด “งั้น...ท่านผู้อาวุโสเข้ามาที่นี่เพื่อค้นหาสิ่งใดข้าค่อนข้างคุ้นเคยกับที่นี่หากท่านต้องการสิ่งใดบอกข้ามาเถิดข้าอาจรู้ว่าอยู่ที่ใด”
เมื่อกู่หยวนไม่รู้จักคัมภีร์ปฐมกาลแสดงว่าไม่ได้มาเพื่อของสิ่งนี้โดยตรง
ข้อเสนอนี้ค่อนข้างถูกใจกู่หยวนเขาจึงเอ่ย “ข้าต้องการบันทึกประวัติศาสตร์บางส่วนเจ้ารู้หรือไม่ว่าปกติแล้วจะเก็บไว้ที่ใด?”
โม๋เจ๋อตอบทันที “แน่นอน!”
พูดจบเขายกมือชี้ไปยังซากปรักหักพังแห่งหนึ่ง “ที่นั่นคือสถานที่ที่สำนักกระบี่โบราณนิรันดร์ใช้เก็บรวบรวมคัมภีร์และบันทึกต่างๆโดยเฉพาะ”
“ยิ่งไปกว่านั้นข้ายังรู้ว่าที่นี่มีสมบัติอื่นๆอีกหากท่านผู้อาวุโสยินยอมข้าจะไม่เอาสักชิ้นเดียวจะหามาให้ท่านทั้งหมด”
กู่หยวนหันไปมองนี่มันตรงกับที่ที่เขาเคยค้นหาก่อนหน้านี้พอดี
เพียงแต่มันติดกับซากปรักหักพังอีกแห่งหนึ่งเขาจึงข้ามไปเลย
น่าเสียดายที่คัมภีร์ปฐมกาลเขาใช้ไม่ได้ไปค้นหาอีกสักหน่อยก็แล้วกัน
คิดดังนั้นกู่หยวนจึงโยนคัมภีร์ปฐมกาลให้โม๋เจ๋ออย่างไม่ใส่ใจ “รีบหน่อย”
พูดจบก็บินตรงไปยังที่นั่นเริ่มรื้อค้นทันที
โม๋เจ๋อแทบกัดฟันจนแตกถ้าไม่ใช่เพราะเจ้านี่โผล่มากระทันหันเขาจะต้องรีบร้อนอะไร?
เขามีเวลาให้ดูช้าๆตั้งมากมาย!
แต่ตอนนี้ทำได้เพียงรีบเท่านั้น!
จิตใจของเขาจมลงในคัมภีร์ทันทีรีบพลิกดูอย่างรวดเร็ว
…
กู่หยวนกวาดก้อนหินที่กองทับอยู่ออกอย่างรวดเร็วแต่ผลลัพธ์กลับน่าผิดหวังยิ่ง
กล่าวได้ว่าแม้แต่เส้นขนสักเส้นยังไม่มี
ขณะที่เขากำลังสงสัยว่าเจ้านั่นหลอกเขาหรือไม่ทันใดนั้นก็สัมผัสได้ถึงสิ่งหนึ่ง
“หืม?”
เขาอึ้งไปครู่หนึ่งก่อนยกเท้ากระทืบลงพื้นอย่างแรงเปิดช่องทางลงไปด้านล่างจากนั้นกระโดดลงไป
ระยะทางเพียงหนึ่งถึงสองจั้งก็ลงสู่พื้นอย่างเบามือ
ที่นี่คือห้องใต้ดินที่แยกออกมาการทำลายด้านบนไม่ได้ส่งผลถึงที่นี่
ชั้นวางหนังสือเรียงรายเต็มไปด้วยแผ่นหยกบันทึกนานาชนิด
เมื่อเห็นภาพนี้กู่หยวนดีใจยิ่งนักรีบหยิบแผ่นหยกขึ้นมาหนึ่งแผ่นมาตรวจดูทันที
“ถามหัวใจกระบี่? นี่ดูเหมือนจะเป็นบันทึกประวัติเล่าเรื่องการเดินทางของผู้เขียนที่ใช้กระบี่เข้าสู่เต๋า”
“ของดี!”
ไม่คาดว่าเพียงหยิบสุ่มก็ได้ของล้ำค่าขนาดนี้มา
ต้องรู้ว่าในยุคนี้ผู้ที่เข้าสู่เต๋าได้นั้นหายากยิ่งความหายากอาจมากกว่ายอดฝีมือขอบเขตจักรพรรดิเทพเสียอีก
เพราะยอดฝีมือจักรพรรดิเทพในแปดตระกูลโบราณยังพอมีอยู่บ้างแต่คนที่เข้าสู่เต๋ายังไม่แน่ว่าจะมี
ส่วนตัวกู่หยวนเองแม้ตอนนี้จะมีพลังที่สามารถเข้าสู่เต๋าได้แต่ถ้าพูดอย่างเข้มงวดเขาก็ยังไม่ได้เข้าสู่เต๋า
เข้าสู่เต๋าเหรอ?ภายใต้กฎเกณฑ์สวรรค์ในปัจจุบันการเข้าสู่เต๋าหรือไม่ก็ไม่กระทบต่อการเพิ่มขอบเขตแล้วจะเสียแรงเข้าสู่เต๋าทำไมการเข้าสู่เต๋านั้นทรมานยิ่ง
ของสิ่งนี้เป็นข้อมูลอ้างอิงที่ดีเยี่ยม
เก็บ!
กู่หยวนเก็บไว้ก่อนหยิบอีกแผ่นหนึ่งขึ้นมา
นี่คือวิชากระบี่แสงเงา ไม่เลวเลยที่สำคัญคือนี่คือวิชากระบี่ระดับขอบเขตสวรรค์อันยิ่งใหญ่
แม้สำหรับกู่หยวนจะไม่มีประโยชน์เพราะวิชากระบี่ไร้เทียมทานของเขาตั้งแต่มาถึงโลกใหญ่ก็อัปเกรดเป็นขอบเขตสวรรค์อันยิ่งใหญ่โดยอัตโนมัติแล้ว
แต่ก็หมายความว่าสำนักกระบี่โบราณนิรันดร์ในอดีตเคยมีผู้แข็งแกร่งในขอบเขตสวรรค์อันยิ่งใหญ่ปรากฏตัว!
สมกับเป็นสำนักอันยิ่งใหญ่ในยุคทอง
เก็บ!
ตัวเองไม่ฝึกก็ให้คนอื่นฝึกได้
กู่หยวนเริ่มตรวจดูแผ่นหยกทีละแผ่นต้องยอมรับว่าแม้ด้วยสายตาของกู่หยวนของที่นี่ล้วนสมกับเป็นสมบัติล้ำค่า
ที่นี่น่าจะเป็นสถานที่ที่สำนักกระบี่โบราณนิรันดร์ใช้เก็บของ
สำคัญโดยเฉพาะ
จนกระทั่งกู่หยวนเก็บแผ่นหยกทั้งหมดเรียบร้อยแล้วมองสำรวจรอบด้านอีกครั้ง
คลื่นพลังค่ายกลแผ่วเบาคงเป็นค่ายกลเหล่านี้ที่ปกป้องแผ่นหยกที่นี่ไว้
น่าเสียดายที่ค่ายกลแข็งแกร่งแค่ไหนก็ต้านทานกาลเวลาไม่ได้ค่ายกลป้องกันสำนักด้านนอกยังพอมีหินวิญญาณให้เปิดใช้งานใหม่ได้
แต่ค่ายกลที่นี่แค่ถูกเท้ากระทืบของกู่หยวนก่อนลงมา ทำลายจนสิ้นซากไปแล้ว