- หน้าแรก
- เริ่มต้นด้วยพลังของจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่
- 194.ถูกเปิดโปง
194.ถูกเปิดโปง
194.ถูกเปิดโปง
กู่หยวนมิใช่คนเลือดเย็นโหดเหี้ยมยิ่งมิใช่ปีศาจชอบฆ่าคน
แต่สิ่งที่เขาฆ่าก็มิใช่มนุษย์
เผ่ามนุษย์กับเผ่าอสูรแต่ไหนแต่ไรมาก็ขัดแย้งกันอยู่แล้วอีกอย่างเขายังต้องสร้างชื่อเสียงเกรงกลัวให้แก่เผ่าจิ้งจอกสวรรค์เก้าหางและที่สำคัญพวกมันเหล่านี้เป็นฝ่ายพูดจาไม่สุภาพก่อน
เหตุผลนานาประการรวมกันจึงทำให้กู่หยวนลงมือโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย
“คุณชาย” หลางจิ่วที่ยืนอยู่ข้างๆกลืนน้ำลายอึกใหญ่ “ท่านปล่อยมันไปเช่นนั้นเกรงว่าจะดึงดูดการแก้แค้นจากเผ่าสิงโตคลั่ง”
“ในเผ่าสิงโตคลั่งนั้นมีผู้แข็งแกร่งขอบเขตจักรพรรดิเทพอยู่ด้วยนะขอรับ”
กู่หยวนเพียงส่ายศีรษะเล็กน้อย “ไม่เป็นไรมาหนึ่งฆ่าหนึ่ง มาสองฆ่าทั้งคู่”
พูดจบเขากวาดสายตามองรอบด้านอีกครั้ง
ดีมาก
ตอนนี้มีตำแหน่งว่างอยู่หนึ่งที่แล้ว
กู่หยวนควบคุมเรือเหาะให้ค่อยๆลดระดับลงสู่พื้นดิน
เมื่อลงถึงพื้นเขาหันกลับมาบอกทุกคน “เดี๋ยวข้าจะเข้าไปหาของบางอย่างพวกเจ้าคอยอยู่ข้างนอกก็พอ”
“ไม่ต้องกังวลเรื่องอื่นข้าจะทิ้งร่างแยกไว้คอยคุ้มกันความปลอดภัยให้พวกเจ้า”
พูดจบกู่หยวนทิ้งร่างแยกไว้จากนั้นก็ทะยานขึ้นฟ้าอย่างรวดเร็ว
“เผ่ามังกรดำอยู่ที่ใด?”
เมื่อกู่หยวนเอ่ยถามพลังทั้งหลายรอบด้านต่างหันมองไปยังทิศทางหนึ่งพร้อมกัน
โม๋เจ๋อที่เดิมทีกำลังทำตัวเป็นผู้ชมอยู่ข้างสนามเมื่อเห็นภาพนี้แล้วก็อดไม่ได้ที่จะด่าทอในใจ
ไอ้พวกสารเลว!
ถึงจะด่าทอเพียงใดแต่เขารู้ดีว่าแผนการได้มาถึงขั้นสุดท้ายแล้วช่วงเวลานี้ห้ามเกิดความผิดพลาดเด็ดขาด
ตัวแปรของผู้แข็งแกร่งขอบเขตจักรพรรดิเทพเพียงคนเดียว ก็เพียงพอที่จะทำให้ความพยายามทั้งหมดที่ผ่านมาในอดีตสูญเปล่าได้
ตอนนี้ต้องอดทน!
เขาสูดลมหายใจลึกแล้วเดินออกมายกมือคารวะกู่หยวนที่อยู่บนฟ้าอย่างเป็นทางการ
“ผู้น้อยโม๋เจ๋อแห่งเผ่ามังกรดำขอคารวะท่านผู้อาวุโสยังมิได้กราบทราบนามของท่านผู้อาวุโสขอรับ?”
“กู่หยวน” กู่หยวนตอบสั้นๆตามปกติจากนั้นถามต่อ “ได้ยินว่าเจ้ามีจิ้งจอกสวรรค์เก้าหางสายเลือดบริสุทธิ์อยู่ตัวหนึ่งมอบให้ข้า”
โม๋เจ๋อชะงักไปครู่หนึ่งกล่าว “ไม่ปิดบังท่านผู้อาวุโสจิ้งจอกสวรรค์เก้าหางในมือผู้น้อยยังไม่ผ่านการฝึกสอนหากให้มันไปปรนนิบัติท่านผู้อาวุโสเกรงว่าจะไม่เหมาะสมขอรับ”
ในยุคนี้การต้องการจิ้งจอกสวรรค์เก้าหางย่อมมีเหตุผลเดียวนั่นคือใช้เป็นของเล่น
ก็มิอาจตำหนิที่เขาจะคิดเช่นนั้นได้
“หากท่านผู้อาวุโสหลงใหลจิ้งจอกสวรรค์เก้าหางจริงๆไม่รอให้เหตุการณ์ครั้งนี้จบลงก่อนแล้วผู้น้อยจะจัดหาสาวรับใช้ชั้นเลิศมาชุดหนึ่งมอบให้ท่านผู้อาวุโสด้วยตนเองขอรับ?”
สีหน้ากู่หยวนเย็นชาค่อยๆเอ่ย “อย่าทำให้ข้าต้องพูดครั้งที่สอง”
น้ำเสียงถึงจะไม่ดังแต่พลังกดดันนั้นราวกับภูเขาลูกใหญ่กดจนผู้คนแทบหายใจไม่ออก
โม๋เจ๋อแทบกัดฟันจนแตกแต่เมื่อชั่งน้ำหนักแล้วก็เลือกที่จะยอมจำนน
ไม่มีทางเลือกอื่นเพราะไม่ยอมก็ไม่ได้!
มันเพียงแค่ของว่างเท่านั้นใช้เอาใจบรรพบุรุษได้แต่ไม่ใช่สิ่งจำเป็น
เพียงเห็นเขาโบกมือค่ายกลที่กักขังหญิงสาวนั้นก็ถูกปลดออกทีละชั้นจากนั้นพลังหนึ่งพยุงนางขึ้นส่งตรงมาถึงหน้ากู่หยวน
หญิงสาวหวาดกลัวยิ่งนักเพราะมีค่ายกลกั้นจึงไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นข้างนอก
สิ่งเดียวที่นางรู้คือเมื่อตนออกไปแล้วจะถูกใช้เป็นของว่างกลืนกิน
ดังนั้นเมื่อมาถึงหน้ากู่หยวนนางก็ร้องไห้โฮออกมาในทันที
“ขอร้องล่ะอย่ากินข้าเลย! ข้าไม่อร่อย ข้าไม่ชอบอาบน้ำ ข้าตัวเหม็นมาก!”
ภาพลักษณ์ของยอดฝีมือของกู่หยวนแทบพังทลาย
“ไม่ต้องกลัวที่นี่ไม่มีใครจะกินเจ้า”
กู่หยวนประคองนางลุกขึ้นเช็ดน้ำตาที่หางตา
“ไปที่เรือเหาะเถอะที่นั่นมีเผ่าพันธุ์เดียวกับเจ้าเยอะเลย”
พูดจบกู่หยวนก็ใช้พลังอ่อนโยนพยุงนางส่งขึ้นไปบนเรือเหาะ
จนถึงตอนนี้เหล่าอสูรอื่นๆถึงได้ตื่นตระหนก
บนเรือเหาะนั้นมีจิ้งจอกสวรรค์เก้าหางเต็มลำเรือ!
เรื่องนี้ทำให้เกิดความโกลาหลอยู่บ้างเพราะจิ้งจอกสวรรค์เก้าหางในปัจจุบันหายากยิ่งนักตัวหนึ่งซ่อนเก่งกว่าตัวไหน
ตามปกติหากบังเอิญเจอได้หนึ่งหรือสองตัวก็ถือว่าโชคดีมากแล้ว
นอกจากพวกที่เป็นสาวรับใช้ที่มีเจ้าของแล้วแทบไม่ค่อยเห็นเลยจริงๆ
“ท่านผู้อาวุโสท่านนี้คงชอบจิ้งจอกสวรรค์เก้าหางมากสินะ”
“เลี้ยงเป็นสาวรับใช้หนึ่งหรือสองตัวก็เพียงพอแล้วไม่ใช่หรือเลี้ยงตั้งมากมายขนาดนี้หรือว่าจะเก็บไว้เป็นเสบียงสำรอง?”
เผ่าอสูรกินกันเองเป็นเรื่องปกติพวกมันจึงคิดเช่นนั้นเป็นธรรมดา
หญิงสาวถูกส่งขึ้นเรือเหาะฮุ่ยจีและคนอื่นๆรีบต้อนรับทันที
เมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายสายเลือดเดียวกันความหวาดกลัวของนางก็ค่อยๆลดลง
“พวกเจ้า…”
“ไม่ต้องกลัว” ฮุ่ยจีรีบเข้าไปปลอบ “เจ้าปลอดภัยแล้วคุณชายกู่ดูแลพวกเราดีมาก”
ขณะเดียวกันบนท้องฟ้า
กู่หยวนมองโม๋เจ๋ออีกครั้งกล่าว “ยังไม่เปิดประตูหรือจะรออะไรอยู่?”
เมื่อโม๋เจ๋อได้ยินคำนี้ความโกรธในใจก็พลุ่งพล่านขึ้นมาทันที
ตามแผนเดิมก่อนเปิดประตูเขายังต้องใช้กลอุบายปลุกเร้าความแค้นของทุกฝ่ายให้มากที่สุด
เผ่าอสูรกับเผ่ามนุษย์ต่างกันเผ่ามนุษย์ต่อสู้กันยังต้องรักษาหน้าแต่เผ่าอสูรตรงไปตรงมามากกว่า
ตลอดหลายปีมานี้ความแค้นและความรักใคร่พันกันยุ่งเหยิง
การปลุกเร้าความขัดแย้งระหว่างพวกมันไม่ใช่เรื่องยาก
ดีที่สุดคือพึ่งเข้าไปก็เริ่มโจมตีกันทันทีนั่นจะดีที่สุด
แต่เพราะกู่หยวนปรากฏตัวขึ้นทุกอย่างจึงพังทลาย!
แถมเขายังรู้ว่านี่คือซากโบราณของสำนักกระบี่โบราณนิรันดร์!
โม๋เจ๋อตัดสินใจอย่างรวดเร็วในใจมากกว่าลากยาวจนกู่หยวนไม่พอใจก็ปล่อยไปตามน้ำดีกว่า
บังเอิญว่าค่ายกลคุ้มกันสำนักของสำนักกระบี่โบราณนิรันดร์ยังใช้การได้สามารถใช้โอกาสนี้กำจัดไอ้หมอนี่ได้!
ขอบเขตจักรพรรดิเทพแล้วจะอย่างไร?
ยุคที่สำนักกระบี่โบราณนิรันดร์รุ่งเรืองนั่นคือยุคทองปราณวิญญาณอุดมสมบูรณ์อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนกฎเกณฑ์สวรรค์ยังไม่มั่นคงจึงทำให้พลังของทัณฑ์สวรรค์ในยุคนั้นอ่อนแอกว่าปัจจุบันมาก
นั่นคือยุคที่ดวงดาวเปล่งประกายขอบเขตจักรพรรดิเทพยังมิใช่ยอดฝีมือสูงสุด!
ค่ายกลคุ้มกันสำนักของสำนักกระบี่โบราณนิรันดร์เคยสังหารขอบเขตจักรพรรดิเทพมาแล้วไม่ใช่แค่คนเดียว!
“ดี หากท่านผู้อาวุโสเปิดปากแล้วผู้น้อยจะเปิดประตูให้ท่านผู้อาวุโสเดี๋ยวนี้เลยขอรับ”
เพียงเห็นเขาโบกมือกลับหินสี่เหลี่ยมขนาดฝ่ามือชิ้นหนึ่งลอยขึ้นด้านบนสลักลายเส้นนับไม่ถ้วน
หินลอยไปถึงหน้าประตูจากนั้นจมลงในร่องที่พอดีเป๊ะ
ในชั่วขณะนั้นพลังปราณวิญญาณที่ปั่นป่วนก็ก่อให้เกิดลมพายุในหุบเขา!
เพียงเห็นประตูใหญ่ที่หนักอึ้งนั้นค่อยๆเปิดออกอย่างช้าๆ
กลิ่นอายโบราณและเสื่อมสลายลอยออกมาจากด้านใน
เมื่อเห็นภาพนี้พลังทั้งหลายที่เดิมทีคิดว่าต้องใช้จิ้งจอกสวรรค์เก้าหางสายเลือดบริสุทธิ์ถึงจะเปิดได้ต่างจ้องโม๋เจ๋อด้วยสายตาโกรธเกรี้ยว
ไอ้หมอนี่กล้าหลอกพวกมัน!
เมื่อสัมผัสได้ถึงสายตาเหล่านั้นสีหน้าโม๋เจ๋อถึงกับควบคุมไม่อยู่ปรากฏความมืดมิด
ทั้งหมดนี้เพราะเจ้าคนผู้นี่ที่โผล่มา!
มิเช่นนั้นพวกมันอาจจะรู้ตัวหลังจากเข้าไปแล้ว!
กู่หยวนไม่สนใจความแค้นของพวกมันเมื่อเห็นประตูเปิดแล้วก็บินเข้าไปทันที
และทันทีที่เขาหายเข้าไปร่างนับไม่ถ้วนก็ทะยานขึ้นจากยอดเขาแต่ละแห่งมาถึงหน้าโม๋เจ๋อ
“โม๋เจ๋อเจ้ากล้าดีอย่างไรถึงหลอกพวกข้า?”
“ข่าวรั่วไหลโดยบังเอิญอะไรกันข้าดูเหมือนเจ้าจงใจปล่อยออกมาเองมากกว่า!”
“โม๋เจ๋อเจ้าต้องให้คำอธิบายแก่พวกข้า!”
โม๋เจ๋อกวาดตามองทุกคนช้าๆขณะเผชิญหน้ากับคำตำหนิของทุกคนเขากลับหัวเราะเยาะขึ้นมาในทันใด