เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

150.การเจรจา

150.การเจรจา

150.การเจรจา


แม้ระหว่างทางจะเกิดความไม่พอใจเล็กน้อยขึ้นบ้างแต่บัดนี้ผลึกกำเนิดปฐพีตกอยู่ในมือแล้วความรู้สึกในใจของกู่หยวนก็ยังคงรื่นรมย์อยู่ไม่น้อย

เขาดึงเจียงหลิ่วกลับสู่ภัตตาคารบนทวีปเหลยเจ๋อทันทีที่ก้าวเท้าเข้าประตูก็ทำให้เด็กเสิร์ฟตาค้างไปชั่วขณะ

สองคนนี้...

ออกไปตอนไหนกัน?

ก่อนหน้านี้ทั้งคู่ยังสั่งอาหารเต็มโต๊ะตามปกติแล้วหากไม่นั่งกินกันสองสามชั่วยามก็คงกินไม่หมด

แต่กู่หยวนและเจียงหลิ่วกลับมาในเวลาอันสั้นโต๊ะอาหารชั้นบนยังไม่ได้เก็บเลยด้วยซ้ำ

เมื่อเห็นทั้งสองกลับเข้าห้องเด็กเสิร์ฟถึงกับถอนหายใจโล่งอกราวกับรอดชีวิตมาได้ซับเหงื่อเย็นเยียบที่ผุดขึ้นบนหน้าผาก

โต๊ะอาหารราคาแพงขนาดนั้นถ้าถูกกินฟรีไปจริงๆเขาคงต้องทำงานอีกหลายร้อยปีถึงจะใช้หนี้คืนได้!

กู่หยวนและเจียงหลิ่วกลับเข้าห้องแต่ไม่ได้คิดอะไรกับความรู้สึกในใจของเด็กเสิร์ฟมากนัก

มาถึงโต๊ะแล้วนั่งลงกู่หยวนลงมือเปิดไหสุราอีกใบด้วยตัวเองแล้วเติมให้เจียงหลิ่วจนเต็ม

“มา มา...ดื่มต่อกัน”

เจียงหลิ่วไม่อาจสงบนิ่งเหมือนก่อนหน้าดูตึงเครียดและเกร็งกริ่งอย่างเห็นได้ชัด

เมื่อเห็นกู่หยวนยื่นสุรามาให้จึงรีบยกสองมือประคองรับอย่างนอบน้อม

เห็นเขาทำเช่นนั้นกู่หยวนก็รู้สึกหมดสนุกขึ้นมาทันใด “เป็นอะไรไปก่อนหน้านี้ยังคุยกันสนุกปากไม่ใช่หรือ?”

เมื่อนึกถึงก่อนหน้าที่ตนเองเรียกเขาว่า “น้องชาย” ทีไรเจียงหลิ่วก็อยากตบปากตัวเองเสียให้หายอยาก

(เรียกน้องชายนะครับไม่ใช่พี่ชายก่อนหน้านี้)

“ไม่กล้า ไม่กล้าก่อนหน้านี้ไม่สามารถมองเห็นใบหน้าที่แท้จริงของท่านผู้อาวุโสได้ถือเป็นความหยาบคายของข้าเอง”

ได้แต่กล่าวว่าโชคชะตาของโลกนี้เปลี่ยนแปลงไม่แน่นอนยังไม่ถึงครึ่งชั่วยามทั้งสองคนกลับมีกำแพงหนาแน่นกั้นกลางเสียแล้ว

กู่หยวนก็ไม่ได้บังคับ “ผลึกกำเนิดปฐพีได้มาแล้วไม่ว่าจะอย่างไรสิ่งนี้ก็เป็นของที่เจ้าเป็นผู้ค้นพบ”

“เรื่องสายแร่หินวิญญาณข้าจะจัดการให้เอง”

เจียงหลิ่วได้ยินดังนั้นก็ตื่นตระหนกยิ่งนักก้มตัวคำนับซ้ำแล้วซ้ำเล่า “ขอบคุณท่านผู้อาวุโส!”

เห็นเขาทำตัวอ่อนแอเช่นนี้กู่หยวนก็อดรู้สึกโมโหแทนที่จะเป็นเหล็กไม่ได้ขึ้นมาไม่ได้

อดไม่ได้ที่จะถามออกไป “เจียงหลิ่วเจ้าเคยฆ่าคนหรือไม่?”

“เอ่อ...” แม้ไม่รู้ว่ากู่หยวนถามเรื่องนี้ขึ้นมาทำไมแต่เจียงหลิ่วก็ตอบตามตรง “ไม่เคย”

“เคยต่อสู้กับใครบ้างไหม?”

“ตอนเด็กๆข้าเคยประลองกับศิษย์ในตระกูล”

“ตอนเด็ก? หลังจากเติบโตขึ้นมาแล้วล่ะการพัฒนาตระกูลของเจ้าย่อมหลีกเลี่ยงความขัดแย้งทางผลประโยชน์ไม่ได้เจ้าไม่เคยออกหน้าแก้ไขข้อพิพาทเลยหรือ?”

เจียงหลิ่วเกาหัวอย่างอึดอัด “ก็มีบ้างแต่โดยทั่วไปข้าเพียงแค่ปรากฏตัวแสดงขอบเขตพลังของตนอีกฝ่ายก็ยอมถอยทันที”

“นอกเหนือจากการประลองตอนเด็กข้ายังไม่เคยต่อสู้จริงจังแม้แต่ครั้งเดียว”

กู่หยวนถึงกับตะลึงชี้หน้า เจ้า...เจ้า...

เจ้าปล่อยให้พรสวรรค์เช่นนี้สูญเปล่าไปเสียได้!

และต้องกล่าวว่าสองร้อยกว่าปีไม่เคยต่อสู้แม้แต่ครั้งเดียว นี่หรือคือโลกแห่งการบ่มเพาะ? อืม?

ทำไมถึงไม่เหมือนกับโลกแห่งการบ่มเพาะในความทรงจำของข้าเลย!

“เจ้า...เฮ้อ ช่างเถอะ”

ได้แต่กล่าวว่าคนผู้นี้เกิดมาพร้อมโชควาสนาจนอิจฉาไม่ได้

และเมื่อพูดถึงครั้งนี้เขาไม่ได้พบกับเตี้ยนหยางแต่กลับได้พบกับกู่หยวน

นี่ก็ถือเป็นโชควาสนาอีกแบบหนึ่งมิใช่หรือ

อย่างไรเสียเป้าหมายของเขาก็สำเร็จลุล่วงได้อยู่ดี

“ชั่วคราวนี้จงตามข้ามาก่อนรอการประมูลสิ้นสุดลงแล้วข้าจะไปคุยกับเตี้ยนหยางผู้นั้นเอง”

“กินข้าว”

ทั้งสองไม่พูดพร่ำทำเพลงอีกเริ่มลิ้มรสอาหารเลิศรสบนโต๊ะกันอย่างเงียบๆ

แต่ต้องยอมรับว่าเมื่อเจียงหลิ่วตึงเครียดขึ้นมาครึ่งหลังของมื้อนี้ก็กินกันอย่างไม่สนุกเอาซะเลย

กินเสร็จ จ่ายเงิน เดินออกไป

...

วันรุ่งขึ้น ณ ภัตตาคารที่กู่หยวนพักชั่วคราว

หว่านฉงซานมาถึงตั้งแต่เช้าตรู่พาคนมาหาด้วย

“คุณชายกู่ท่านผู้นี้คือผู้ดูแลของหอการค้าเฉียนคงประจำที่นี่ชื่อหลินเซียว”

หว่านฉงซานชี้ไปยังชายชุดดำที่ยืนข้างกายผู้มีใบหน้าเคร่งขรึมไม่ยิ้มแย้มกล่าวแนะนำ

กู่หยวนเชิญทั้งสองเข้าห้องนั่งลงตามลำดับเจียงหลิ่วมีไหวพริบดีจึงรีบยกกาน้ำชาขึ้นมาเติมให้ทันที

เมื่อหลินเซียวเห็นว่าผู้ที่รินชาคือเจียงหลิ่วก็ตกตะลึงไม่น้อย

เขาในฐานะผู้ดูแลของทวีปเหลยเจ๋อแม้จะไม่สนิทสนมแต่ก็ย่อมรู้จักเป็นอย่างดี

นี่ไม่ใช่ผู้นำตระกูลเจียงที่ผงาดขึ้นมาในช่วงไม่กี่ปีนี้หรือ?

เหตุใดถึงมาทำหน้าที่คนรับใช้ให้ผู้อื่นเสียได้?

ในชั่วพริบตาหลินเซียวก็ยกระดับความสำคัญของกู่หยวนในใจขึ้นไปอีกหลายขั้น

“ผู้ดูแลหลิน” กู่หยวนเอ่ยปากดึงสติของหลินเซียวกลับมา “เรื่องของข้าผู้ดูแลหว่านน่าจะบอกท่านแล้วใช่หรือไม่?”

หลินเซียวพยักหน้าพร้อมรอยยิ้มบาง “อืม ได้กล่าวไว้อย่างละเอียดแล้ว”

“กิ่งพฤกษาหมื่นปี ผลึกกำเนิดปฐพี สมุนไพรดาราสองชีวิต ผลึกอุกกาบาตระดับสูงสุด ศิลาขอบเขตสูงสุด ต้องการทั้งห้าสิ่งนี้ใช่หรือไม่?”

กู่หยวนกล่าว “สี่อย่างผลึกกำเนิดปฐพีไม่ต้องแล้ว”

การได้ผลึกกำเนิดปฐพีมานั้นเป็นเรื่องไม่คาดคิดไม่ได้อยู่ในแผนการตั้งแต่แรก

หลินเซียวก็ไม่ได้แสดงปฏิกิริยาอะไรเป็นพิเศษ “ดี ก็สี่อย่าง”

“ท่านต้องการทั้งสี่สิ่งนี้แน่นอนว่าย่อมรู้ถึงความล้ำค่าของมัน”

“หากท่านต้องการจริงๆข้าสามารถส่งข่าวกลับไปยังสาขาใหญ่ให้ตรวจสอบคลังสินค้า”

“หากมีก็จะส่งคนนำมาส่งหากไม่มีก็ต้องส่งคนออกไปค้นหาเป็นการเฉพาะ”

“เพียงแต่วิธีนี้ค่าใช้จ่ายจะสูงมาก”

ทั้งสี่สิ่งนี้ราคาตัวมันเองก็สูงลิบลิ่วอยู่แล้วแถมบางอย่างยังเติบโตในสถานที่อันตรายยิ่ง

การให้หอการค้าเฉียนคงออกไปค้นหาค่าใช้จ่ายอาจสูงกว่าราคารวมของสิ่งของเหล่านี้เสียอีก

กู่หยวนกล่าว “ราคาสูงหน่อยไม่เป็นไรอย่างไรก็ลำบาก”

แพงหรือไม่แพงสำหรับกู่หยวนนั้นไม่ใช่ปัญหาเขามีวิชาหลอมโอสถในขอบเขตสวรรค์อันยิ่งใหญ่ในมือย่อมไม่มีวันขาดแคลนเงินทอง

โอสถจักรพรรดิระดับเก้าทั่วทั้งจักรวาลก็แทบไม่มีใครหลอมได้แต่สำหรับเขาแล้วกลับไม่ใช่เรื่องยาก

ตราบใดที่เก็บค่าตอบแทนอย่างสมเหตุสมผลแพงหน่อยก็ยอมรับได้แต่กู่หยวนย่อมไม่ยอมให้ใครหลอกเอาเปรียบเขา

เมื่อเห็นกู่หยวนตกลงปลงใจอย่างรวดเร็วหลินเซียวก็ไม่พูดอ้อมค้อมอีก

“หากท่านตัดสินใจแล้วข้าจะส่งข่าวกลับสาขาใหญ่ทันที”

“แต่ก่อนหน้านั้นต้องขอให้ท่านวางมัดจำหนึ่งส่วนสิบก่อนหากหาไม่เจอสิ่งใดก็จะนำมาคืนให้ท่านโดยตรงเพื่อทำการซื้อขาย”

เรื่องนี้ไม่มีปัญหาแต่กู่หยวนกลับมีข้อสงสัย “ถ้าหากหาเจอแล้วแต่ข้าดันไม่ต้องการอีกจะเป็นอย่างไร?”

การหาสิ่งเหล่านี้ต้องใช้เวลาและไม่ใช่ว่าจะหาเจอแน่นอน ยังต้องอาศัยโชควาสนา

หากหอการค้าเฉียนคงยังไม่ทันหาเจอข้าได้มาโดยบังเอิญก่อนล่ะจะคำนวณกันอย่างไร?

สำหรับคำถามนี้หลินเซียวตอบอย่างตรงไปตรงมา “เรื่องนี้ท่านวางใจได้หากถึงตอนนั้นท่านไม่ต้องการแล้วค่ามัดจำจะคืนให้ทั้งหมด”

ยังไงเสียสิ่งที่พวกเขาหาเจอก็สามารถนำไปขายเองได้ไม่ขาดทุน

“เช่นนั้นข้าก็ไม่มีปัญหาแล้ว” กู่หยวนพยักหน้าแล้วถามต่อ “มัดจำเท่าใด?”

หลินเซียวยกมือขึ้น “ห้าร้อยหินวิญญาณขั้นกลาง”

อัตราส่วนระหว่างหินวิญญาณขั้นต่ำ ขั้นกลาง ขั้นสูง คือหนึ่งต่อหมื่นห้าร้อยหินวิญญาณขั้นกลางเท่ากับห้าล้านหินวิญญาณขั้นต่ำ

และนี่ยังเป็นเพียงมัดจำหนึ่งในสิบส่วนเท่านั้น

จะเห็นได้ว่าสิ่งที่กู่หยวนต้องการนั้นล้ำค่าเพียงใด

แน่นอนราคานี้ไม่มีปัญหากู่หยวนก็จ่ายไหว

แต่ปัญหาขณะนี้คือ

เขาไม่มีหินวิญญาณมากขนาดนั้น

จบบทที่ 150.การเจรจา

คัดลอกลิงก์แล้ว