- หน้าแรก
- ชาติใหม่นี้ข้าขอเขียนชะตาเอง
- บทที่ 100 - สายน้ำรั่วสุ่ยสามพันลี้
บทที่ 100 - สายน้ำรั่วสุ่ยสามพันลี้
บทที่ 100 - สายน้ำรั่วสุ่ยสามพันลี้
บทที่ 100 - สายน้ำรั่วสุ่ยสามพันลี้
"มหาเทพ เริ่มอะไรคะ?"
เมี่ยวอินเหลือบมองเจียงฉี เห็นอีกฝ่ายไม่มีทีท่าจะเปิดปาก ก็เลยลองถามดู
"ฮะ"
มหาเทพวารีหัวเราะเบาๆ ส่ายหน้าว่า "สมกับเป็นสไตล์ของจิ่วเทียนเสวียนนวี่ อาจารย์เจ้าไม่ได้บอกอะไรเลยเรอะ?"
เมี่ยวอินส่ายหน้าดิก
เจียงฉีแอบขำอยู่ข้างๆ คิดในใจว่า มิน่าล่ะพวกที่ฝึกค่ายกลฉีเหมินตุ้นเจี่ย ถึงได้ชอบพูดจาวกวนชวนงง ที่แท้ต้นตอมาจากท่านปรมาจารย์นี่เอง
"ง่ายมาก"
"ก่อนหน้านี้ อาจารย์เจ้าบอกว่าเจ้าสำเร็จวิชา (ออกเรือน) ได้แล้วใช่ไหม?"
"ใช่ค่ะ"
เมี่ยวอินพยักหน้า เห็นเจียงฉีทำหน้างง ก็เลยอธิบายว่า "กฎของเขาคุนหลุนตะวันตก เทพธิดาที่บรรลุขอบเขตปราณผสานเป็นหนึ่งแล้ว จะถือว่าสำเร็จวิชา แน่นอน ไม่ได้หมายความว่าสำเร็จวิชาแล้วจะตัดขาดความสัมพันธ์"
"แค่เลื่อนชั้นออกจากรายชื่อศิษย์ ไม่จัดอยู่ในกลุ่มศิษย์พี่ศิษย์น้องอีก หมายความว่าสามารถดูแลตัวเองได้แล้ว"
"ดังนั้น ศิษย์พี่ใหญ่ของเทพธิดาเขาคุนหลุนตะวันตก สูงสุดก็แค่ระดับเซียนสวรรค์ สูงกว่านั้นไม่นับว่าเป็นศิษย์ ข้าก็คือศิษย์พี่ใหญ่คนก่อน"
เจียงฉีพยักหน้าหงึกหงัก ความรู้รอบตัวที่ไร้ประโยชน์เพิ่มขึ้นอีกแล้ว
มหาเทพวารีฟังเมี่ยวอินพูดจบ ก็ยิ้มบางๆ พูดว่า "ถูกต้อง ดังนั้นอาจารย์เจ้าเลยเตรียมของขวัญจบการศึกษาไว้ให้"
"ของขวัญจบการศึกษา?"
เมี่ยวอินถามด้วยความอยากรู้ "หรือว่ามหาเทพจะเป็นคนมอบให้?"
"ใช่"
มหาเทพวารียิ้มพยักหน้า พูดอย่างสบายๆ ว่า "ไม่ใช่ของมีค่าอะไรนักหนา ก็แค่อิทธิฤทธิ์พรสวรรค์อย่างหนึ่ง แต่ไม่ใช่ของแท้นะ แค่ของทำเหมือน"
"อ้อ ที่แท้ก็แค่อิทธิฤทธิ์พรสวรรค์เทีย..."
เมี่ยวอินพูดได้ครึ่งเดียว ก็เหมือนจะรู้สึกถึงความผิดปกติ เงยหน้าขวับ ดวงตาหงส์เบิกกว้างด้วยความงุนงงและตกใจ
"ท่านอาจารย์จะให้อิทธิฤทธิ์พรสวรรค์เทียมแก่ข้าเหรอ?!!"
ก็ไม่แปลกที่เมี่ยวอินจะตื่นเต้นขนาดนี้ นั่นมันอิทธิฤทธิ์พรสวรรค์เชียวนะ
ต่อให้มีคำว่า "เทียม" แปะอยู่ข้างหน้า ก็ไม่ใช่ของโหลๆ ที่หาได้ตามท้องตลาด
ทั่วทั้งสามโลก อัจฉริยะรุ่นใหม่นับไม่ถ้วน คนที่มีอิทธิฤทธิ์พรสวรรค์เทียม นับนิ้วมือสองข้างก็ยังเหลือ!
ส่วนอิทธิฤทธิ์พรสวรรค์ของแท้ ในรุ่นใหม่นั้นสูญพันธุ์ไปแล้ว!
เห็นได้ชัดว่ามันล้ำค่าขนาดไหน!
เจียงฉีกระพริบตาปริบๆ อยู่ข้างๆ ถึงบางอ้อทันที
ที่แท้วนไปวนมา ต้นตออยู่ที่นี่นี่เอง
เจียงฉีอดนึกถึงอิทธิฤทธิ์พรสวรรค์เทียมกองพะเนินที่ท่านตาทวดเอามาวางขายเหมาโหลไม่ได้
เรียบเรียงได้แล้ว
อู๋จือฉีเป็นของท่านตาทวด ผลมรรคเจ้าวารีแห่งแม่น้ำฮวายเป็นของจิ่วเทียนเสวียนนวี่ นี่คือขั้นแรกของการแลกเปลี่ยน ดูเหมือนท่านตาทวดจะได้กำไรเนื้อๆ
แต่จิ่วเทียนเสวียนนวี่ไม่มีทางยอมขาดทุนแน่
จึงเกิดขั้นที่สองในตอนนี้
ให้องค์มหาเทพลงมือ เปลี่ยนผลมรรคเจ้าวารีแห่งแม่น้ำฮวายนี้ ให้กลายเป็นอิทธิฤทธิ์พรสวรรค์เทียมของเมี่ยวอิน
และเจียงฉี คือ "ตัวแทน" ที่องค์มหาเทพวางไว้หน้าฉาก ให้เจียงฉีเป็นคนดำเนินงานตามขั้นตอน
การแลกเปลี่ยนทั้งหมดเมื่อตีแผ่ออกมาก็เข้าใจง่าย
เขาคุนหลุนตะวันตกใช้อู๋จือฉีที่วางทิ้งไว้เฉยๆ มาแลกเปลี่ยนกับสวรรค์
องค์มหาเทพได้กำลังรบระดับมหาปราชญ์ ส่วนเขาคุนหลุนตะวันตกได้ศิษย์ที่มีอนาคตไกลลิบ
วิน-วิน
เจียงฉีวินสองรอบ
ไม่เพียงแต่ได้เส้นสายของเมี่ยวอิน ยังได้โชว์หน้าค่าตาต่อหน้าขาใหญ่อย่างจิ่วเทียนเสวียนนวี่ ได้ความเอ็นดูมาหนึ่งส่วน
และต่อไป เจียงฉีรับประกันได้เลยว่า ยังมีผลประโยชน์ของตัวเองรออยู่!
โลกที่มีแต่อู๋จือฉีเจ็บปวดผู้เดียวถือกำเนิดขึ้นแล้ว
"การกลั่นอิทธิฤทธิ์พรสวรรค์เทียมไม่ใช่เรื่องยาก พูดง่ายๆ ก็คือเอาทรัพยากรต่างๆ มาอัดเข้าไป"
มหาเทพวารีตั้งใจจะสั่งสอนเด็กน้อยสองคนตรงหน้า จึงพูดอย่างละเอียด
"ที่ยากคือ การปรุงแต่งอิทธิฤทธิ์พรสวรรค์เทียมที่เข้ากันได้กับคนคนนั้นอย่างที่สุด"
"หากไม่มีคุณสมบัติที่จะรองรับ ต่อให้อิทธิฤทธิ์พรสวรรค์เทียมจะดีแค่ไหน ก็เป็นแค่ของประดับราคาแพง"
เจียงฉีได้ยินดังนั้นก็อดมองเมี่ยวอินไม่ได้
ดูท่าที่ก่อนหน้านี้จิ่วเทียนเสวียนนวี่พาเมี่ยวอินไปถูซานเพื่อพบพระเจ้าอวี่ ก็เพื่อยืนยันว่าเมี่ยวอินมีคุณสมบัติพอที่จะรองรับอิทธิฤทธิ์พรสวรรค์เทียมที่เข้ากันได้กับนางที่สุดหรือไม่
อิทธิฤทธิ์นี้ น่าจะเกี่ยวกับ "น้ำ" สินะ?
เจียงฉีคิดในใจ แต่ไม่ได้พูดอะไร
หลังจากมหาเทพวารีปรากฏตัว เจียงฉีก็รู้ว่าภารกิจของตัวเองเสร็จสมบูรณ์แล้ว
จากนี้ไป แค่ทำหน้าที่เป็นคนดูจริงๆ ก็พอ
"แม่หนูเมี่ยวอิน เตรียมตัวหน่อย"
มหาเทพวารีเรียกเมี่ยวอินที่ยังตะลึงอยู่ พอแม่หนูได้สติ ก็ยิ้มแล้วพูดว่า "ไปเลยนะ"
พูดจบ ก็ยกมือตบ
"แปะ!"
เสียงเบาๆ ดังขึ้น ฝ่ามือของมหาเทพวารีตบลงที่หน้าผากของเมี่ยวอิน
พร้อมกับตบไข่มุกเม็ดนั้นเข้าไปด้วย สะอาดหมดจด
ส่วนเมี่ยวอินก็กลายเป็นเหม่อลอย หรือจะเรียกว่า... สงบสุข?
สรุปคือสีหน้าคล้ายๆ แบบนั้น เหมือนจะบรรลุธรรม แต่รอบตัวไม่มีกระแสเต๋าไหลเวียน แปลกดี
แค่นี้เหรอ?
เจียงฉีกระพริบตา แต่ไม่ได้ถามออกมา
นี่ถือเป็นเรื่องส่วนตัวของเมี่ยวอิน ไม่ควรถามมากความ
"แน่นอนว่ายังไม่จบ"
มหาเทพวารีดูความกังวลของเจียงฉีออก ยิ้มพูดว่า "ไอ้หนู อยากถามก็ถาม องค์มหาเทพให้เจ้าอยู่ที่นี่ ไม่ใช่ให้มานั่งดูเฉยๆ นะ"
หืม?
เจียงฉีชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วก็เข้าใจ
ดูท่า นี่คงเป็นผลประโยชน์อีกอย่างหนึ่งแล้ว
โอกาสที่จะได้สังเกตการณ์กระบวนการก่อตัวและหลอมรวมของอิทธิฤทธิ์พรสวรรค์เทียมแบบสดๆ
อิทธิฤทธิ์ [สายลมแห่งมรรคา] ในตัวเจียงฉี ไม่นับว่าหลอมรวมเป็นหนึ่งกับเจียงฉี โดยทั่วไปอิทธิฤทธิ์พรสวรรค์เทียมจะถูกบรรจุไว้ในจุดตันเถียนบน (หว่างคิ้ว) แต่นั่นเป็นกระบวนการที่ย้อนกลับไม่ได้ มีโอกาสแค่ครั้งเดียว
และเจียงฉีต้องการเก็บโอกาสครั้งนี้ไว้ให้อิทธิฤทธิ์พรสวรรค์ที่แท้จริงของตัวเองในอนาคต
ดังนั้น ตอนนี้เจียงฉีจึงบรรจุสายลมแห่งมรรคาไว้ที่จุดตันเถียนล่าง (ท้องน้อย) เหมือนกับใช้อิทธิฤทธิ์นี้เป็นอาวุธวิเศษชิ้นหนึ่งมากกว่าจะเป็นอิทธิฤทธิ์
แม้รูปแบบการแสดงออกจะเหมือนกันเป๊ะ แต่รากฐานต่างกันคนละขั้ว
และตอนนี้ก็มีโอกาส ให้เจียงฉีได้เห็นว่า การหลอมรวมอิทธิฤทธิ์พรสวรรค์เทียมแบบถูกต้องตามตำรา มันเป็นยังไงกันแน่
เหตุผลที่อิทธิฤทธิ์พรสวรรค์เทียมได้รับการยอมรับ ก็เพราะแม้จะมีคำว่าเทียมแปะอยู่ แต่คุณสมบัติบางอย่างของมันก็เหมือนกับอิทธิฤทธิ์พรสวรรค์ของจริง
แค่ลดสเปคลงมาส่วนหนึ่งเท่านั้น
"ท่านตบเข้าไปตรงๆ แบบนั้น ไม่ต้องหลอมรวมผลมรรคนั้นก่อนเหรอครับ?"
ในเมื่อมหาเทพวารีอนุญาต เจียงฉีก็ไม่เกรงใจ ถามข้อสงสัยทันที
"ผลมรรคนั้นเป็นแค่ตัวนำเชื้อเพลิง เจ้าจะไปแกะสลักลวดลายบนฟางที่ใช้จุดไฟทำไม?"
มหาเทพวารียกตัวอย่างง่ายๆ
"เข้าใจแล้วครับ ขอบคุณมหาเทพที่ชี้แนะ"
เจียงฉีเข้าใจแล้ว หุบปากเงียบ ตั้งใจดูมหาเทพวารีลงมือ
"ฟู่"
ทว่า มหาเทพวารีกลับไม่ได้ทำท่าทางยิ่งใหญ่อะไร แค่เป่าลมเบาๆ หนึ่งที
ลมหายใจนี้ ดูเหมือนจะไปกระตุ้นบางสิ่งในเจดีย์เฮ่าเทียน
โลกใบเล็กในเจดีย์เฮ่าเทียนสั่นสะเทือนไปทั้งใบ
เจียงฉีกลั้นหายใจ เขารู้ว่า ของจริงกำลังจะมา!
"วิ้ง!"
แสงเทพสายหนึ่งตกลงมา ครอบคลุมร่างเมี่ยวอินไว้
เจียงฉีอดมองไปไม่ได้ แต่... มองไม่เห็นอะไรเลย
แสงเทพนั้นดูเหมือนเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ดูเผินๆ ก็แค่แสงธรรมดาๆ สายหนึ่ง
บริสุทธิ์
นี่คือความรู้สึกเดียวที่เจียงฉีสัมผัสได้ มีแค่ความบริสุทธิ์
ทั่วทั้งจักรวาล ไม่มีแสงใดบริสุทธิ์ไปกว่านี้อีกแล้ว
"ดูอีกที"
มหาเทพวารียิ้มบางๆ ยกมือปาดผ่านหน้าเจียงฉีทีหนึ่ง
ม่านไอน้ำมัวๆ ปกคลุมตรงหน้าเจียงฉี
แล้วเจียงฉีก็เห็น...
เต๋า (มรรคา)
"ประกายไฟ" นับไม่ถ้วนระเบิดออกในสายตาเจียงฉี ไหลเวียน มองไม่ชัด บอกไม่ถูก
แต่เจียงฉีรู้ว่า นั่นคือ "เต๋า"
การเสริมพลังของมหาเทพวารี ทำให้ "เต๋า" ในสายตาเจียงฉีมีรูปร่างที่จับต้องได้
แต่นี่ก็เป็นแค่ทางลัด เจียงฉีทำได้แค่ "มองเห็น" เพียงแค่เศษเสี้ยวของขนหน้าแข้งเท่านั้น
"พอแล้ว"
เพียงแค่แวบเดียว มหาเทพวารีก็ตบหน้าผากเจียงฉีอีกที ตบจนเจียงฉีเซถลา และดึงสายตาเจียงฉีออกจากแสงเทพนั้น
"ดูต่อ มีโทษไร้คุณ"
เจียงฉีได้ยินดังนั้น ก็รีบเบนสายตาหนี ไม่กล้าดูอีกแม้แต่แวบเดียว
มหาเทพวารีพยักหน้าอย่างพอใจ
องค์มหาเทพพูดไม่ผิดจริงๆ ข้อดีที่สุดของเด็กคนนี้คือรู้ความและฟังคำเตือน
มองเจียงฉีเสร็จ มหาเทพวารีก็กลับมาสนใจเมี่ยวอิน
"รับบัญชา"
มหาเทพวารีเอ่ยคำเดียว "เต๋า" ที่อธิบายไม่ได้ในเจดีย์เฮ่าเทียนก็ขยับตาม
แสงเทพที่ครอบคลุมเมี่ยวอินกระพริบวูบหนึ่ง แล้วหายไป
"จุดไฟติดแล้ว"
มหาเทพวารีพูดพลางชี้ให้เจียงฉีดู
เห็นเพียงเมี่ยวอินไม่รู้ว่านั่งขัดสมาธิลงไปตั้งแต่เมื่อไหร่ เหนือจุดตันเถียนบน (หว่างคิ้ว) มีไข่มุกเม็ดหนึ่งลอยอยู่
ไม่ใช่ผลมรรคเจ้าวารีแห่งแม่น้ำฮวาย แต่เป็นการยืมเปลือกของผลมรรคนั้นมาใช้
ข้างในไข่มุกเม็ดนี้ต่างหาก คืออิทธิฤทธิ์พรสวรรค์เทียมที่เข้ากันได้กับเมี่ยวอินที่สุด
เจียงฉีเพ่งมอง
"ใช้จิตสัมผัส"
มหาเทพวารียิ้มอย่างมีเลศนัย
เจียงฉีลองส่งจิตสัมผัสออกไป พอสัมผัส... ไม่สิ พอเข้าใกล้ไข่มุกเม็ดนั้น จิตสัมผัสก็ถูกกลืนกิน
หรือจะเรียกว่า ถูก "ทำให้จม"
เหมือนถูกน้ำมหาศาลโอบล้อม ดิ้นไม่หลุด มีแต่จะจมลึกลงไปเรื่อยๆ สุดท้ายก็ตกลงสู่ก้นบึ้งเหวไร้ก้นที่ไม่มีวันได้กลับขึ้นมา
"สายน้ำรั่วสุ่ยสามพันลี้ ขนนกยังจม"
มหาเทพวารีผลักเจียงฉีทีหนึ่ง ปลดปล่อยจิตสัมผัสของเจียงฉี แล้วยิ้มว่า "อิทธิฤทธิ์รั่วสุ่ย (สายน้ำที่มีแรงพยุงต่ำมาก) นี้ ถ้าเป็นอิทธิฤทธิ์พรสวรรค์ของจริงอาจจะยังไม่ถึงขั้น แต่ถ้าเป็นอิทธิฤทธิ์พรสวรรค์เทียม ก็ถือว่าเป็นหนึ่งในหมื่นแล้ว"
"ฟู่..."
เจียงฉีพ่นลมหายใจออก เมื่อกี้เป็นประสบการณ์ที่ไม่ดีเอาซะเลย
ที่แท้ก็อิทธิฤทธิ์นี้นี่เอง
มิน่าล่ะ จิ่วเทียนเสวียนนวี่ถึงต้องเชิญมหาเทพวารีมาลงมือ
ในบรรดาผู้ทรงอิทธิฤทธิ์ทั่วสามโลก คนที่เชี่ยวชาญเรื่องน้ำที่สุด ก็มีแต่ท่านผู้นี้แหละ
"สำนักเขาคุนหลุนตะวันตกฝึกวิถีไท่อิน (จันทรา/ความเย็น/หยิน) ตามหลักแล้ว อิทธิฤทธิ์รั่วสุ่ยที่ถึงพร้อมด้วยความเย็นและความอ่อนหยุ่นที่สุด คือสิ่งที่ไม่เหมาะกับสำนักเขาคุนหลุนตะวันตกที่สุด"
"หยินซ้อนหยิน ไม่ใช่หนทางที่ถูกต้อง"
มหาเทพวารีพูดเนิบๆ "แต่ว่า แม่หนูเมี่ยวอินไม่เหมือนคนอื่น ชาติกำเนิดของนาง เจ้าก็น่าจะพอรู้บ้าง"
"สายเลือดจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ โดยธรรมชาติจะมีความเป็นหยางบริสุทธิ์ แม่หนูเมี่ยวอินในฐานะสายเลือดจักรพรรดิ มีจุดกำเนิดที่เป็นหยางบริสุทธิ์ แต่กลับมีกายสังขารเป็นหญิง (กายหยิน) ต่อให้ฝึกวิถีไท่อิน ก็ยังมีความไม่สมดุลของหยินหยาง"
"ตอนนี้ได้อิทธิฤทธิ์รั่วสุ่ยมาช่วย ก็ถือว่าหยินหยางสมดุล หนทางข้างหน้าสดใส"
เจียงฉีเงยหน้าขวับ อ้าปากจะถามแต่ก็เงียบไป
สายเลือดจักรพรรดิ ต่อให้เป็นสายเลือดรุ่นแรก ก็ไม่น่าจะมีข้อจำกัดเยอะขนาดนี้
ชาติกำเนิดของเมี่ยวอิน คงไม่ใช่แค่สายเลือดจักรพรรดิเหลืองธรรมดาๆ แน่
ขณะที่กำลังคิด เจียงฉีก็เห็นไข่มุกเม็ดนั้นค่อยๆ จมลงไปในจุดตันเถียนบนของเมี่ยวอิน
การหลอมรวมขั้นตอนสุดท้าย เริ่มต้นขึ้นแล้ว
[จบแล้ว]