- หน้าแรก
- ชาติใหม่นี้ข้าขอเขียนชะตาเอง
- บทที่ 19 - วันจิงเจ๋อ
บทที่ 19 - วันจิงเจ๋อ
บทที่ 19 - วันจิงเจ๋อ
บทที่ 19 - วันจิงเจ๋อ
"ฝนจะตกเหรอ?"
เหลียงซานปั๋วก็มองเห็นท้องฟ้าไม่ไกล เมฆดำก้อนใหญ่กำลังม้วนตัวเข้ามา อีกไม่นานคงมาถึงสำนักศึกษา
"ทุกท่าน งั้นพวกเรากลับเข้าห้องเรียนกันก่อนเถอะ"
พูดจบ เหลียงซานปั๋วก็เก็บหนังสือ
"คุยเรื่องคัมภีร์ตอนฝนตก ก็ได้บรรยากาศไปอีกแบบนะ"
หม่าเหวินไฉยิ้ม ลุกขึ้นมองท้องฟ้า แล้วหันมาพูดกับเหลียงซานปั๋ว "แต่ถ้าฝนตก คงไม่หยุดง่ายๆ พี่เหลียงคงต้องลำบากหน่อยแล้ว"
ตอนพูด สายตาของหม่าเหวินไฉจับจ้องอยู่ที่ตัวเหลียงซานปั๋วตลอด
มุมปากเจียงฉีกระตุกยิกๆ
ทำไมรู้สึก... แปลกๆ วะ?
ดูจากสถานการณ์ตอนนี้ เหมือนจู้ยิงไถจะปิ๊งหม่าเหวินไฉตั้งแต่แรกเห็น แต่ความสนใจของหม่าเหวินไฉดันไปอยู่ที่เหลียงซานปั๋วซะงั้น
นี่มันอะไรกันเนี่ย?
รักสามเส้าของแท้?
เจียงฉีรู้สึกว่ามันออกจะหลุดโลกไปหน่อย
แต่ก็อย่างที่บอก วางนิสัยชอบช่วยชาวบ้านลง เคารพชะตากรรมผู้อื่น
เป็นคนดูเฉยๆ ก็พอ
เทียบกับรักสามเส้าของแก๊งเหลียงจู้ ความสนใจของเจียงฉีจดจ่ออยู่กับไอปีศาจที่ม้วนตัวมาพร้อมกับเมฆฝนมากกว่า
ไอปีศาจนั้นไม่ได้ปกปิดอะไรเลย แสดงตัวออกมาโต้งๆ
ในเมื่อเจียงฉีที่เป็นแค่ผู้บำเพ็ญเพียรยังไม่บรรลุเซียนยังสัมผัสได้ บรรดาเซียนทั้งหลายย่อมต้องรู้
ต้องรู้ไว้ว่า ที่นี่คือเขตเขาหัวซาน หนึ่งในห้าขุนเขาศักดิ์สิทธิ์ มีเซียนมาเก็บตัวฝึกวิชาอยู่เพียบ
ถึงจะเทียบไม่ได้กับทวีปตงเซิ่งเสินโจวที่ 'เซียนเดินกันให้ว่อน หมายังบรรลุธรรม' แต่ก็ถือเป็นแดนศักดิ์สิทธิ์อันดับต้นๆ ของทวีปหนานจั้นปู้โจว
ดูจากความเข้มข้นของไอปีศาจ ก็ไม่ได้เก่งกาจอะไร เจียงฉีไม่เข้าใจจริงๆ ว่ามันไปเอาความกล้ามาจากไหน ถึงกล้ามาเบ่งกล้ามแถวนี้
ไม่กลัวโดนขาใหญ่ที่ผ่านมาตบดับอนาถหรือไง?
นี่แหละที่เจียงฉีแปลกใจ
ปีศาจสมัยนี้มันห้าวเป้งขนาดนี้เลยเหรอ?
เจียงฉีเริ่มสนใจ อีกฝ่ายเจาะจงมุ่งหน้ามาเขตเขาหัวซานชัดๆ ตัวเขาเองก็เป็นคนเฝ้าศาลเจ้าแม่หัวซาน
พูดตามตรง นี่ก็อยู่ในขอบเขตหน้าที่ความรับผิดชอบของเขาเหมือนกัน
คิดได้ดังนั้น เจียงฉีก็ลุกขึ้น พูดว่า "ทั้งสามท่าน ข้ามีธุระส่วนตัวต้องไปจัดการ ขอตัวก่อนนะ"
แก๊งเหลียงจู้ย่อมไม่ขัดข้อง ร่ำลากันเสร็จ ทั้งสามก็กลับเข้าสำนักศึกษา
ส่วนเจียงฉีหามุมเงียบๆ แสงเทพวูบผ่าน เปลี่ยนชุดเป็นเสื้อคลุมนักพรตสีแดงสด
"กระบี่ จงมา"
เจียงฉีร่ายมนต์ กระบี่ไท่อามารองรับที่ใต้เท้า แล้วเหาะพุ่งขึ้นฟ้า ตรงดิ่งไปหาเมฆดำก้อนนั้น
ยิ่งบินเข้าไปใกล้ เจียงฉียิ่งสัมผัสกลิ่นอายของไอปีศาจได้ชัดเจน
มีความหนืดเหนียวสามส่วน หอมหวานอีกสองส่วน
ดูเหมือนจะเป็นปีศาจมีพิษ แต่แปลกที่นอกเหนือจากนั้น กลับมีความรู้สึกเบาสบายบริสุทธิ์แฝงอยู่
นั่นไม่น่าจะเป็นกลิ่นอายของปีศาจร้าย แต่น่าจะเป็น... เซียน?
"นี่คือ ภูต?"
เจียงฉีทำหน้าบางอ้อ ภูตคือคำเรียกปีศาจที่บำเพ็ญเพียรในทางธรรม
ดูจากไอปีศาจ มีความลึกลับแฝงความสง่างาม น่าจะอยู่ในช่วงที่ยังไม่เข้าถึงวิถีแห่งธรรมอย่างถ่องแท้ ยังไม่ได้ชำระล้างไขกระดูกจนบริสุทธิ์
แต่ถึงอย่างนั้น ไอปีศาจก็มีเค้าลางของพลังระดับเซียนแล้ว
ปีศาจฝึกวิชาสายธรรม ยากกว่ามนุษย์เยอะ ต่างจากมนุษย์ที่พอถึงระดับเหรินเซียนก็หลุดพ้นจากทางโลกได้เลย
ปีศาจจะไปถึงขั้นนั้น ต้องใช้ความพยายามมากกว่านั้นเยอะ ผลลัพธ์สุดท้ายของการฝึก คือการสลัดร่างปีศาจทิ้ง กลายเป็นร่างมนุษย์ที่แท้จริง
เมื่อถึงขั้นนั้น ร่างปีศาจเดิมจะกลายเป็นความสามารถในการแปลงกาย
เรียกว่า 'ปีศาจเซียน'
ตัวที่อยู่ตรงหน้าเจียงฉี ยังห่างไกลจากระดับนั้นโข
ถึงจะมั่นใจแล้วว่าไอปีศาจนี้น่าจะเป็นภูตสายธรรม และเข้าใจแล้วว่าทำไมถึงกล้าโผล่หัวมาโต้งๆ
แต่เจียงฉีก็ตัดสินใจเข้าไปดูหน่อย
ยังไงที่นี่ก็เขตเขาหัวซาน ถ้าไปกวนใจเซียนท่านไหนเข้า ต่อให้เป็นภูตสายธรรม ก็คงเกิดเรื่องวุ่นวายได้
"ภูตตนหน้า โปรดปรากฏตัวมาพูดคุยกันหน่อย!"
มาถึงหน้าเมฆดำ เจียงฉีหยุดกระบี่ ส่งเสียงเข้าไปในเมฆ
"นักพรต? เจ้าเป็นนักพรตบ้านไหน? ทำไมมาขวางทางข้า?"
เสียงสาวน้อยใสแจ๋วแต่แฝงความแก่นแก้วเอาแต่ใจดังมาจากในเมฆ
"หลีกไปเร็วเข้า ถ้าขัดขวางธุระข้า เดี๋ยวแม่ตีตูดลายนะ!"
เจียงฉีเลิกคิ้ว รู้สึกว่าภูตในเมฆนี่ดูท่าจะไม่ค่อยฉลาด?
"อาตมาคือคนเฝ้าศาลเจ้าแม่หัวซาน ข้างหน้าคือเขตเขาหัวซาน มีเซียนจำศีลอยู่มากมาย ขอให้ท่านเก็บงำไอปีศาจด้วย จะได้ไม่เกิดเรื่องเข้าใจผิด"
เจียงฉีอธิบายเสียงดังฟังชัด
"ใช่สิ ที่นี่เขาหัวซานนี่นา?"
เสียงในเมฆทำท่าเพิ่งนึกออก แล้วก็ชมเปาะ "นักพรตน้อยเจ้านี่ใช้ได้ รู้จักเตือนข้า ขอบใจนะ!"
"รอแป๊บ เดี๋ยวข้าเก็บไอปีศาจเดี๋ยวนี้"
ไม่ฉลาดจริงๆ ด้วย แต่ยังดีที่พูดรู้เรื่อง
เจียงฉีกะพริบตาปริบๆ มองดูเมฆดำตรงหน้าม้วนตัว ไอปีศาจค่อยๆ หดกลับ
เอาเถอะ ถือว่าเคลียร์ปัญหาจบ
"ในเมื่อเป็นเช่นนั้น อาตมาไม่รบกวนธุระของท่าน ขอลา"
พูดจบ เจียงฉีก็ทำท่าจะหันหลังกลับ
"ครืน!"
ทันใดนั้น เพราะภูตในเมฆเก็บไอปีศาจ ทำให้เมฆปั่นป่วน เกิดการปะทะกันจนเกิดสายฟ้าฟาด ส่งเสียงคำรามลั่น
เดิมทีก็เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติปกติ แต่เจียงฉีกลับตัวแข็งทื่อ
"อ้าว?"
ภูตในเมฆถามงงๆ "นักพรตน้อยทำไมยังไม่ไปล่ะ?"
เจียงฉีเงยหน้าขึ้นทำหน้าเหมือนอมยาขม ถามกลับว่า "วันนี้วันอะไร?"
"วันอะไร? วันที่สองเดือนสองไง"
ภูตสาวตอบแม้จะงงๆ
เจียงฉีแทบอยากจะกุมขมับ "เจ้านะเจ้า จะเดินทางก็เดินทางไปสิ ไปซ่อนตัวในเมฆดำเดินทางทำไม?"
"ก็มันประหยัดแรงนี่นา"
ภูตสาวตอบ แล้วก็เอะใจ ถามกลับ "เดี๋ยวสิ ยัยตัวแม่จะเดินทางยังไง เกี่ยวอะไรกับเจ้าด้วย?"
"เกี่ยวสิ เพราะข้าจะบรรลุแล้ว..."
เจียงฉีเงยหน้ามองฟ้าด้วยความขมขื่น พูดว่า "วันที่สองเดือนสอง มังกรเชิดหัว วันจิงเจ๋อ (วันตื่นจากจำศีล)"
"ที่นี่ลมเมฆมาบรรจบ เรียกว่าเมฆคล้อยตามมังกร ลมคล้อยตามเสือ"
"มังกรเสือประสาน หยินหยางสอดคล้อง เจ้าทายซิ ว่าจะเกิดอะไรขึ้น?"
"บรรลุธรรมไม่ใช่เรื่องดีเหรอ?"
ภูตสาวถามงงๆ
พร้อมกันนั้น ไอปีศาจก็เก็บหมดแล้ว นางโผล่ออกมาจากเมฆ
เป็นสาวน้อยในชุดกระโปรงยาวสีเขียว หน้าตาสะสวยจิ้มลิ้ม
แต่ตอนนี้เจียงฉีไม่มีอารมณ์มาชื่นชมความงาม ถอนหายใจ "บรรลุธรรมน่ะเรื่องดี แต่ปัญหาคือ เจ้าไม่สังเกตเห็นอะไรผิดปกติเหรอ?"
"ผิดปกติ?"
สาวชุดเขียวทวนคำ แล้วมองไปรอบๆ
ช้าๆ สีหน้าของนางเริ่มแข็งค้าง
รอบตัวทั้งสองคน เมฆดำก้อนเดิมลอยห่างออกไปแล้ว แต่ท้องฟ้ายังคงมืดสนิท
เพราะไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ เมฆดำทมึนอีกชั้นที่หนาแน่นกว่าเดิม ได้ปกคลุมน่านฟ้าเขาหัวซานไว้จนมิด!
ในเมฆดำที่มืดมิดจนน่ากลัวนั้น มีสายฟ้าสีเขียวครามแลบแปลบปลาบเป็นระยะ!
พลังอำนาจที่แฝงอยู่ในสายฟ้านั้น ทำเอาสาวน้อยยืนบื้อไปเลย
"นี่มัน... อสนีบาตสวรรค์เก้าฟ้าเสวียนทง?"
"ตอนนี้ข้าหนีทันไหม?"
เจียงฉีฟังเสียงเอ๋อๆ ของสาวน้อย แล้วถอนหายใจ
"น่าจะไม่ทันแล้วล่ะ"
[จบแล้ว]