- หน้าแรก
- ชาติใหม่นี้ข้าขอเขียนชะตาเอง
- บทที่ 16 - ค่าตอบแทนจากเฉินถวน
บทที่ 16 - ค่าตอบแทนจากเฉินถวน
บทที่ 16 - ค่าตอบแทนจากเฉินถวน
บทที่ 16 - ค่าตอบแทนจากเฉินถวน
"ดูท่ามนุษย์ผู้นั้นจะไม่ธรรมดา"
เฉินถวนลูบเครายาวสีขาวอย่างเผลอไผล เอ่ยถามว่า "เทพธิดาพอจะรู้หรือไม่ว่าเขามีความพิเศษตรงไหน?"
"ไม่ทราบเลยค่ะ"
ผิดคาดที่หยางฉานส่ายหน้าตอบ "ข้าไม่รู้ที่มาที่ไปของเขา รู้แค่ว่าเขาสมยอมที่จะเกลือกกลั้วกับปีศาจ"
"อย่างนั้นหรือ?"
เฉินถวนพยักหน้าอย่างครุ่นคิด "ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของอาตมาเถอะ"
เรื่องนี้ส่งผลกระทบถึงตัวเขา แถมยังอาจกระทบถึงรากฐานการบรรลุธรรมของเขาด้วย
ดังนั้นไม่ว่าจะด้วยเหตุผลทางโลกหรือทางธรรม เฉินถวนย่อมไม่ยืมมือคนอื่น
ต่อให้หยางฉานอยากช่วย เฉินถวนก็คงไม่ยอมรับ
ไม่มีเหตุผลอื่น แค่ไม่อยากติดหนี้บุญคุณก้อนโตเกินไป
"ข้ามีเรื่องอยากจะรบกวนสักเรื่องค่ะ"
จู่ๆ หยางฉานก็เอ่ยขึ้น
"เชิญเทพธิดาว่ามาเถิด อาตมายินดีช่วยเต็มที่"
เฉินถวนไม่ได้ปฏิเสธ แต่ก็เผื่อทางหนีทีไลไว้สามส่วน ยังไงซะความสัมพันธ์ของพวกเขาก็เป็นแค่ศิษย์ร่วมสำนักรุ่นปู่ทวดที่ห่างกันคนละสาย
"ฉีเอ๋อร์คงจะตามสืบเรื่องคนผู้นั้นต่อ ถ้าศิษย์พี่เห็นเขาเจออุปสรรคอะไร รบกวนช่วยยื่นมือเข้าช่วยในยามคับขันที่เขารับมือไม่ไหวด้วยนะคะ"
หยางฉานพูดเสียงเบา
จริงๆ แล้วหยางฉานอยากจะตามดูเอง แต่ในศาลเจ้าไม่มีงานอะไร นางว่างจะตายอยู่แล้ว
แต่ที่ไม่กล้าตามดูเจียงฉีตลอดเวลา เพราะกลัวว่าแค่เห็นหลานรักลำบากนิดหน่อย นางจะอดใจไม่ไหวรีบเข้าไปช่วย
แบบนั้นการเดินทางหาประสบการณ์ก็หมดความหมาย
ดังนั้น เฉินถวนจึงเป็นตัวแทนที่เหมาะสมที่สุด
"เรื่องนี้เป็นหน้าที่ของอาตมาอยู่แล้ว"
เฉินถวนเข้าใจความหมายของหยางฉาน จึงรับปากทันที
"ถ้าไม่มีอะไรแล้ว อาตมาขอตัว"
เฉินถวนร้อนใจอยากรีบไปสืบเรื่องนี้เต็มแก่
ต้องรู้ไว้ว่า นี่เป็นเรื่องคอขาดบาดตายเกี่ยวกับรากฐานการบรรลุธรรมของเขา!
ความแค้นของการขัดขวางหนทางบรรลุธรรม เป็นรองแค่การฆ่าล้างสำนักเท่านั้น
ไม่ว่าเบื้องหลังเรื่องนี้จะมีใครวางแผนอยู่ เฉินถวนก็ไม่กลัว
เขาเป็นถึงศิษย์นิกายเหรินเจี้ยว อาจารย์คืออีซีเจินเหรินผู้ได้รับถ่ายทอดคัมภีร์เต้าเต๋อจิงจากท่านศาสดาไท่ชิงเชียวนะ!
แถมกฎเหล็กของสามนิกายคือการ "ปกป้องพวกพ้อง" แบบสุดลิ่มทิ่มประตู!
"ข้าส่งศิษย์พี่ค่ะ"
"เทพธิดาไม่ต้องเกรงใจ"
หยางฉานกับเฉินถวนพูดคุยตามมารยาทอีกสองสามประโยค ก็ส่งเฉินถวนออกจากมิติย่อย
ชั่วขณะหนึ่ง ในมิติย่อยเหลือเพียงหยางฉานคนเดียว
หยางฉานนั่งโดดเดี่ยวในศาลา หลุบตาต่ำ ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่
เนิ่นนาน นางล้วงกระจกทองแดงขนาดเท่าฝ่ามือออกมาจากแขนเสื้อ
ด้านหน้ากระจกเต็มไปด้วยสนิมเขียวเขรอะ ส่องไม่เห็นเงาคน ดูเก่าครึล้าสมัย
แต่ด้านหลังกระจกกลับหรูหราอลังการ ประดับด้วยคริสตัลระยิบระยับราวกับรวบรวมดวงดารามาไว้บนนั้น
หยางฉานถือกระจกพินิจดูอยู่นาน กำแน่นจนข้อนิ้วซีดขาว สุดท้ายก็ได้แต่ถอนหายใจแผ่วเบา
"ฉีเอ๋อร์ ลำบากเจ้าแล้ว"
"บุญคุณครั้งนี้ อาหญิงจะชดใช้ให้เจ้าอย่างไรดี?"
ภายในศาลเจ้า
เจียงฉีหันหลังให้เทวรูป เพิ่งส่งวิญญาณดวงหนึ่งเสร็จ พอหันกลับมา ก็เห็นเทวรูปเปล่งแสง เฉินถวนเดินนวยนาดออกมา
พอเห็นเจียงฉี เขาก็พยักหน้ายิ้มให้ "น้ำใจของหลานชาย อาตมาจดจำไว้แล้ว"
"ศิษย์อาเกรงใจไปแล้ว นี่เป็นหน้าที่ของผู้น้อยครับ"
เจียงฉีประสานมือตอบ "ดอกแดงใบบัวรากขาว สามนิกายคือครอบครัวเดียวกัน พวกเราเหมือนกิ่งก้านที่เชื่อมต่อกัน ไม่แบ่งแยกเขาเรา"
"พูดได้ดี"
เฉินถวนยิ้มกว้างกว่าเดิม คิดอยู่ครู่หนึ่ง ก็เงยหน้าจ้องเจียงฉีเขม็ง
เจียงฉีรู้สึกเหมือนโดนมองทะลุ แต่ก็ไม่ได้ขัดขืน
เขารู้ว่าเฉินถวนกำลังประเมินเขาอยู่
ผ่านไปครู่ใหญ่ เฉินถวนละสายตา ถอนหายใจชมเชย "สมกับเป็นศิษย์คนเดียวของศิษย์พี่หยางเจี่ยน รากฐานและจิตวิญญาณรุ่งโรจน์ปานนี้ มองไปทั่วสามภพก็นับเป็นยอดคน"
"ศิษย์อาชมเกินไปแล้ว เดี๋ยวผู้น้อยจะเหลิงเอา"
เจียงฉียิ้มตอบ
เฉินถวนขยับเข้ามาใกล้สองก้าว สีหน้าจริงจัง "หลานชาย ตอนนี้เจ้าฝึกวิชาอะไรอยู่?"
เจียงฉีสีหน้าเปลี่ยนเล็กน้อย ประสานมือตอบเสียงขรึม "เรียนศิษย์อา ผู้น้อยฝึก 'วิชาแท้หยกติ่ง' ที่ท่านอาจารย์ปู่รวบรวมมาจาก 'บันทึกหยกพิสุทธิ์' หลังจากบรรลุขั้นต้าหลัวจินเซียน โดยได้รับความช่วยเหลือจากท่านศาสดาครับ"
"ส่วนวิชาคุ้มกาย ผู้น้อยละอายใจนัก 'แปดเก้าเคล็ดวิชา' ของอาจารย์ลึกล้ำเกินไป รากฐานผู้น้อยยังไม่ถึงขั้น จึงยังไม่ได้เริ่มฝึก"
"สิ่งที่ฝึกนอกจากวิชาเล็กๆ น้อยๆ ก็มีแค่ 'เนตรสวรรค์' ที่พอจะอวดได้บ้าง"
"แต่แม้วิชานี้ ก็ยังฝึกไม่ถึงแก่นแท้ ได้แค่ป้วนเปี้ยนอยู่หน้าประตูเท่านั้น"
"หลานชายอย่าได้ถ่อมตัวไป"
เฉินถวนรู้ดีว่าเจียงฉีถ่อมตัว และรู้ด้วยว่าเจียงฉียังมีไพ่ตายอื่นอีก
แต่ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเป็นของก้นหีบของหยางเจี่ยน หรือแม้แต่ระดับอวี้ติ่งเจินเหริน ซึ่งคงไม่เปิดเผยให้เขาดูง่ายๆ
แต่รู้แค่นี้ก็พอแล้ว
คิดได้ดังนั้น เฉินถวนจึงเอ่ยถาม "ไม่ทราบว่าศิษย์พี่หยางเจี่ยนมีข้อห้ามไม่ให้หลานชายฝึกวิชาอื่นหรือไม่?"
"ข้อนี้ไม่มีครับ"
เจียงฉีคงเป็นบ้าถ้าบอกว่ามี ต่อให้มีจริงๆ ตอนนี้ก็ต้องบอกว่าไม่มี
เห็นชัดๆ ว่าเฉินถวนจะมอบวิชาให้ และต้องไม่ใช่วิชาไก่กาแน่นอน
"งั้นก็สะดวกหน่อย"
เฉินถวนพยักหน้ายิ้มๆ สีหน้าเคร่งขรึมขึ้น "อาตมามีวิชาหนึ่ง เป็นวิชาที่ท่านลุงอาจารย์ใหญ่ของอาตมาถ่ายทอดมา"
ลุงอาจารย์ใหญ่ของเฉินถวน?!
เจียงฉีตาโตเท่าไข่ห่าน
ลุงอาจารย์ใหญ่ของเฉินถวน ก็คือศิษย์พี่ของอีซีเจินเหริน แล้วศิษย์พี่ของอีซีเจินเหรินคือใคร?
หัวหน้าศิษย์สามนิกาย ศิษย์เอกนิกายเหรินเจี้ยว ผู้สืบทอดเพียงหนึ่งเดียวของท่านศาสดาไท่ชิง มหาจอมเวทผู้ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของระดับต้าหลัว!
ท่านถือกำเนิดในยุคบรรพกาล ไร้ชื่อไร้แซ่ หลังจากกราบท่านศาสดาไท่ชิงเป็นอาจารย์ ก็บำเพ็ญเพียร ณ เขาเสวียนตู จึงใช้นามว่า เสวียนตู
สามภพสามนิกายต่างยกย่องท่านว่า 'เสวียนตูต้าฝ่าซือ' (มหาจอมเวทเสวียนตู)!
นี่คือมหาจอมเวทระดับตำนานที่แม้แต่อวี้ติ่งเจินเหริน อาจารย์ปู่ของเจียงฉี เจอหน้ายังต้องเรียก 'ศิษย์พี่ใหญ่'!
วิชาที่มาจากท่านมหาจอมเวทผู้นี้ จะเป็นของธรรมดาได้ยังไง?
บอกเลยว่า แค่เศษเสี้ยวที่ลอดออกมาจากง่ามนิ้วท่าน ก็พอให้เจียงฉีใช้ไปได้ตลอดชาติ
"ผู้น้อยขอบพระคุณศิษย์อาที่เมตตาถ่ายทอดวิชา!"
เจียงฉีหายตะลึงปุ๊บ ก็ไม่ลังเลสักนิด โค้งคำนับต่ำแทบติดพื้น มัดมือชกทันที
"เจ้าเด็กนี่ ไวไฟจริงๆ นะ"
เฉินถวนหัวเราะด่าทีหนึ่ง สะบัดแส้ปัดแมลง "คนที่เจ้าควรขอบคุณไม่ใช่อาตมา วิชานี้ยังไงก็มาจากท่านลุงอาจารย์ใหญ่"
เจียงฉีหัวไว วิ่งจู๊ดออกจากศาลเจ้า จับทิศทางได้ ก็คุกเข่าหันไปทางเขาเสวียนตู
"เจียงฉี ศิษย์สายอวี้ติ่งเจินเหรินแห่งนิกายฉานเจี้ยว ขอกราบขอบพระคุณท่านอาจารย์ปู่ทวดเสวียนตูที่เมตตาถ่ายทอดวิชา!"
คำพูดนี้ ถ้าเสวียนตูต้าฝ่าซืออยากได้ยิน ย่อมต้องได้ยิน แม้เจียงฉีจะไม่ได้ใช้อิทธิฤทธิ์ส่งเสียงใดๆ
ระดับนั้นแล้ว 'ที่ใดมีชื่อข้า ที่นั่นข้ารับรู้' เป็นเรื่องปกติ
เฉินถวนมองดูเจียงฉีกราบสามครั้ง ก็พยักหน้าพอใจ เดินไปข้างเจียงฉี ใช้นิ้วจิ้มที่กลางหน้าผาก
"วิชานี้ เจ้าจงตั้งใจทำความเข้าใจให้ดี"
"ครับ ศิษย์จะจำให้ขึ้นใจ"
เจียงฉีตอบรับได้ประโยคเดียว ในห้วงความรู้ก็เต็มไปด้วยอักขระคาถาและเคล็ดวิชาซับซ้อน
สุดท้าย อักขระและสัจธรรมที่ระยิบระยับราวกับดวงดาวเหล่านั้น ก็รวมตัวกันเป็นวิชาหนึ่งในสมองเจียงฉี
"คาถาเสวียนตูอัญเชิญเทพ!"
[จบแล้ว]