เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

หมื่นสวรรค์สิ้นโลกา Online Ep.56 - ความจริงอันโหดร้าย

หมื่นสวรรค์สิ้นโลกา Online Ep.56 - ความจริงอันโหดร้าย

หมื่นสวรรค์สิ้นโลกา Online Ep.56 - ความจริงอันโหดร้าย


หมื่นสวรรค์สิ้นโลกา Online Ep.56 - ความจริงอันโหดร้าย

 

สองคน สองคู่ฝีเท้าวิ่งทะยานอย่างสุดกำลัง พวกเขาไม่มุ่งเน้นเข่นฆ่าเผ่ามารที่ขวางหน้าอีกต่อไป ตราบใดที่สามารถทำให้พวกมันหลีกทางให้ก็เพียงพอแล้ว

 

ยี่สิบเมตร!

 

สิบเมตร!

 

ห้าเมตร!

 

ซุ่ม!

 

ทั้งสองกระโจนเข้าไปในถ้ำ กู่ฉิงซานรีบลุกขึ้นก่อนจะเตะมารทองคำตัวหนึ่งที่กระโจนเข้ามาออกจากปากถ้ำ

 

มารทองคำลอยเคว้งกลางอากาศ กู่ฉิงซานหยิบเม็ดปราณกระเรียนแดงเม็ดสุดท้ายเข้าปาก ก่อนจะคว้าจับดิส์ค่ายกลที่สะพายอยู่ข้างหลัง

 

“ลม ไม้ แสงสว่าง ความมืด น้ำ สิ่งมีชีวิตทั้งมวลล้วนเป็นเพียงภาพลวง”

 

เปิดใช้งานค่ายกลลวงตา!

 

“ลม ไฟ สายฟ้า น้ำ สวรรค์และโลก รวบรวมวิญญาณ!”

 

เปิดใช้งานค่ายกลรวบรวมวิญญาณ!

 

“จิตวิญญาณของผืนโลก ผืนน้ำ ไม้ ทอง หมอกทึบ”

 

เปิดใช้งานค่ายกลหมอกวงกต!

 

“จงขับไล่มารร้าย ไสส่งมวลอสูร”

 

ค่ายกลภูผา!

 

ณ เวลานี้ ค่ายกลทั้งหมดที่บรรจุอยู่ในดิสก์ค่ายกลที่ได้รับมาจากกงซุนซี ทั้งหมดล้วนถูกใช้ออกเพื่อป้องกัน

 

มารทองคำที่ถูกเตะออกไปร่วงลงบนพื้นดิน ม้วนกลิ้งสองตลบก่อนจะลุกขึ้น เชิดหน้ากรีดร้องด้วยความโกรธ ทว่าเมื่อมันเหลียวกลับไปในถ้ำ กลับพบเห็นแค่เพียงความว่างเปล่า

 

ภายในถ้ำ ปรากฏหมอกจางๆลอยขึ้น และส่งกลิ่นอันคลุมเครือน่ารังเกียจออกมา

 

จากนั้นปากถ้ำก็เลือนหายไป

 

ด้วยมันสมองของมารทองคำ แม้มันจะไม่อาจขบคิดถึงเรื่องนี้ได้ ทว่าด้วยความรู้สึกตามธรรมชาติของมันบ่งบอกว่าสถานที่เบื้องหน้าทำให้มันรู้สึกขยะแขยง

 

มารทองคำงึมงำอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนมันจะส่ายศีรษะและคลานจากไป

 

ทันทีหลังจากนั้น เผ่ามารหลายร้อยหลายพันตนก็ค้นพบว่าพวกมันไม่อาจพบ หรือตามร่องรอยของเหยื่อได้อีกต่อไป

 

แปลกจัง แล้วเจ้าสองชิ้นเนื้อนั่นมันหายไปไหนแล้วล่ะ?

 

ใครกัน! ใครเป็นคนขโมยเนื้อสดๆพวกมันไป!?

 

เผ่ามารเฝ้าสังเกตกันและกัน ทว่ามันกลับไม่พบกลิ่นละมุนอันหอมหวานของรสชาติเนื้อมนุษย์ในปากของมารตนใดเลย

 

เผ่ามารตนแล้วตนเล่าเริ่มกระโจนเข้าห้ำหั่นกันเอง ฉีกทึ้งอีกฝ่ายด้วยความโกรธที่คุกรุ่นอยู่ในจิตใจ

 

ผ่านไปเนิ่นนาน แม้จะไม่เต็มใจแต่พวกมันก็ค่อยๆแยกย้าย สลายตัวออกไป

 

ทั้งหมดค่อยๆขยับออกห่างจากปากถ้ำไป

 

ทางฝั่งกู่ฉิงซาน หลังจากเสร็จสิ้นกระบวนการทั้งหมดนี้ เขาก็วางดิสก์ค่ายกลลงบนพื้น ปากอ้ากว้างสูดหายใจ และกล่าว “พลังวิญญาณของฉันมีขีดจำกัด ค่ายกลพวกนี้ไม่อาจทนอยู่ได้นาน พวกเราจะต้องรีบมุ่งหน้าไปเปิด ‘ค่ายกลสื่อสาร’ โดยเร็วที่สุด!”

 

ตลอดเส้นทางที่ต้องต่อสู้ห้ำหั่นถึงขั้นนองเลือด และใช้ออกด้วยเทคนิคลับ แถมยังตามด้วยชุดค่ายกลจำนวนมาก กู่ฉิงซานขณะนี้เปรียบดั่งตะเกียงไฟที่น้ำมันใกล้เหือดแห้งแล้ว

 

เขาแทบจะไม่สามารถแม้แต่จะยกแขน

 

โชคยังดีที่มีเม็ดยาปราณกระเรียนแดงเม็ดสุดท้ายคอยหนุนเสริม มิฉะนั้นทรวงอกเขาคงฉีกทะลุลากยาวไปจนถึงท้องน้อยแล้ว

 

เฝ้ามองไปยังกู่ฉิงซานที่เหน็ดเหนื่อยแทบขาดใจ เหลิงเทียนสิงจึงคิดว่าตนหูฝาดไป ก่อนจะริเริ่มใช้ความคิด และลุกขึ้นวิ่งหายลึกเข้าไปในถ้ำ

 

ลึกเข้าไปบนผนังถ้ำ ปรากฏค่ายกลที่สูงกว่าสามเมตรลงสลักเอาไว้

 

ค่ายกลนี้ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อใช้สอดแนมเผ่ามารในพื้นที่บริเวณใกล้เคียงค่ายกล และยังมีอีกค่ายกลหนึ่งอยูบนพื้น ค่ายกลนี้มันถูกเรียกว่า ‘ค่ายกลเคลื่อนย้ายระยะไกล’

 

สองค่ายกลนี้แสดงถึงความสำเร็จขั้นสูงสุดในด้านค่ายกลของมนุษย์ชาติ

 

เหลิงเทียนสิงกระโจนขึ้นไป ก่อนจะหยิบศิลาวิญญาณหลายก้อนออกมาและยัดมันลงไปในค่ายกล

 

บุซ

 

ค่ายกลเคลื่อนย้ายระยะไกลเริ่มทำงานอย่างช้าๆ

 

เหลิงเทียนสิงเฝ้ามองค่ายกลเคลื่อนย้ายระยะไกล ทันใดนั้นสีหน้าของเขาก็พลันแปรปเปลี่ยนไป น้ำเสียงที่ค่อยๆเอ่ยค่อยแผ่วเบาลงจนแทบจับใจไม่ได้ “เป็นเช่นนี้ได้ยังไง …”

 

ถึงไม่ได้เห็น แต่เพียงแค่ได้ยินหัวใจของกู่ฉิงซานจู่ๆก็พลันรู้สึกจุกแน่น

 

ในเวลานี้ไม่สมควรมีอุบัติเหตุใดๆเกิดขึ้น แม้ว่าเขาจะยังมีค่ายกลเชื่อมสวรรค์พอเหลืออยู่ แต่กลับไม่มีพลังวิญญาณมากพอที่จะใช้มัน

 

เขายันตัวลุกขึ้นด้วยแรงทั้งหมดที่มีและเอ่ยถาม “เกิดอะไรขึ้น?”

 

เหลิงเทียนสิงกล่าวอย่างตะลึงงัน “‘ค่ายกลเคลื่อนย้ายระยะไกล’ยังไม่สมบูรณ์ พวกเราไม่สามารถถูกส่งกลับไปได้”

 

ในเวลานั้น เหลิงเทียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงท้อแท้

 

หลังจากที่ฝ่าผ่านความทุกข์และความยากลำบากมามากมาย บุกบั่นมาจนถึงที่นี่ เสี่ยงชีวิตมุ่งมาด้วยความหวังสุดท้ายก็กลับกลายเป็นสิ้นหวัง

 

กู่ฉิงซานไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะล้วงบอลเหล็กออกมาจากแขนแล้วกล่าว “มันยังไม่สมบูรณ์เพราะเจ้าสิ่งนี้ใช่หรือไม่?”

 

ประกายวาบสาดผ่านดวงตาของเหลิงเทียนสิง เขาเอ่ย “นี่มันผนึกรูนลับที่ถูกสร้างขึ้นมาเป็นพิเศษ! ยอดเยี่ยม! ทีนี้คุณกับฉันคงรอดแล้ว”

 

“ผนึกรูนลับที่ถูกสร้างขึ้นมาเป็นพิเศษ?”

 

กู่ฉิงซานเอ่ยทวนซ้ำ

 

“ช้าก่อน” เขาค่อยๆเงยหน้าขึ้นอย่างช้าๆและมองไปยังเหลิงเทียนสิง “เมื่อกี้นายว่าเจ้าสิ่งนี้คืออะไรนะ?”

 

“นี่คือค่ายกลที่นายพลกงซุนติดตั้งขึ้น” เหลิงเทียนสิงกล่าวด้วยความสุข “ด้วยสิ่งนี้ มันจะสามารถเปิดใช้งาน ‘ค่ายกลเคลื่อนย้ายระยะไกล’ ได้ และคุณกับฉันก็จะถูกส่งตัวออกจากที่นี่”

 

“นี่มันไม่ใช่ตราแห่งศรัทธาหรอกหรือ? มันไม่ได้มีไว้ใช้เรียกกำลังเสริม?”

 

กู่ฉิงซานตรงเข้าไปคว้าคอเสื้อเหลิงเทียนสิงและตะคอกถามเสียงสนั่น

 

“ตราแห่งศรัทธา? เจ้าสิ่งนี้จะเป็นตราแห่งศรัทธาไปได้อย่างไร”

 

เหลิงเทียนสิงจ้องมองกู่ฉิงซานด้วยแววตาพิกล

 

กู่ฉิงซานคลายมือออกจากคอเสื้ออีกฝ่าย ก่อนจะเซถอยหลังไปหลายก้าว และในที่สุดก็ล้มลงกับพื้น

 

ใบหน้าของเขาซีดจนเป็นสีเทา หัวใจของเขาค่อยๆร่วงลงสู่หุบเหวลึก

 

ปรากฏว่าที่แท้กงซุนซีก็คิดจะตายอยู่แล้ว

 

กงซุนซีมอบสิ่งนี้ให้กับเขา เพื่อที่จะให้เขาหนีรอดออกไปจากที่นี่เพียงลำพัง

 

กำปั้นของกู่ฉิงซานเกร็งแน่น เขาเหวี่ยงหมัดกระแทกเข้ากับผนังถ้ำ จนเศษหินแตกกระจาย

 

กงซุนซี! คุณไม่เข้าใจ! มันจะมีประโยชน์อะไรหากฉันต้องหลบหนีไปคนเดียว!

 

บัดซบ!

 

ทำไมฉันถึงไม่รู้ตัวให้เร็วกว่านี้นะ!

 

ตัวตนของกู่ฉิงซานไม่ได้มีอะไรมากไปกว่ากองพันทหารม้าแนวหน้า เขาไม่อาจจะส่งข้อมูลที่ได้รับรู้มาไปถึงเบื้องบนได้

 

ในโลกใบนี้ หากไร้ซึ่งพื้นฐานวรยุทธอันสูงส่ง และไร้ซึ่งสถานะใดๆ ย่อมไม่มีใครเชื่อคำกล่าวของเขาอย่างแน่นอน

 

นี่ยังไม่ได้กล่าวถึงพวกมนุษยชาติระดับสูงที่เป็นสายลับคนทรยศอีก บางทีหากเขาถูกจับตัวได้โดยสายลับคนนั้นเสียก่อนล่ะ? นี่มันไม่ใช่เหมือนกับเป็นการตัดเส้นทางของเขาหรอกหรือ

 

หรือว่าสมควรจะไปตามหานักปราชญ์?

 

ไม่ นั่นไม่มีทางได้ผล

 

แม้กระทั่งตัวตนอย่างกงซุนซีหรือหนิงเยว่ฉาน นิกายเบื้องหลังของพวกเขาถึงขั้นต้องจ่ายออกด้วยเงินเก็บถึง 300 ร้อยปี จึงจะแลกยันต์สื่อสารนักปราชญ์มาได้

 

กู่ฉิงซานหากเปรียบเทียบกับกงซุนซี เขาก็คงเป็นเพียงแค่ฝุ่นผง

 

อย่าว่าแต่จะได้พบกับนักปราชญ์ตัวเป็นๆเลย แม้กระทั่งได้รับยันต์สื่อสารจากนักบุญ เขาคงไม่อาจเอื้อมสัมผัสแม้เพียงปลายนิ้วได้ด้วยซ้ำ

 

ฉันควรทำอย่างไรดี ควรทำอย่างไรดี

 

หากเวลาล่วงเลยไปถึงครึ่งวัน กงซุนซีก็จะตกตาย!

 

“นี่คุณเป็นอะไรรึเปล่า?” เหลิงเทียนสิงเห็นสีหน้าไม่สู้ดีของอีกฝ่าย เขาก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม

 

“ทำไมนายถึงไม่บอกก่อน”

 

กู่ฉิงซานตบแก้มของตนและฝืนบังคับให้ตัวเองสงบลง

 

นึกให้ออกสิ นึกให้ออก มันจะต้องมีสักวิธีที่จะสามารถช่วยชีวิตกงซุนซีและหนิงเยว่ฉานได้?

 

เขาค่อยๆขบคิดเกี่ยวกับมันทีละนิดๆ

 

หากมองหาคนจากนิกายของพวกเขามาช่วยเล่า? ไม่ แบบนั้นก็ยังไม่ได้

 

สายลับคนทรยศจะต้องคอยเฝ้าจับตามองสองนิกายใหญ่อย่างไม่วางตาเป็นแน่

 

“นายพลกงซุนบอกอะไรคุณบ้าง?” กู่ฉิงซานเอ่ยถาม

 

เหลิงเทียนสิงมองไปยังอีกฝ่ายที่มีสีหน้าตึงเครียดจึงเอ่ยปากบอกอย่างจริงจัง “หากเขาไม่ได้กลับมา ให้พวกเราย้อนกลับไปยังโลกเดิม จากนั้นก็ซ่อนตัวและเฝ้ารอให้คนทรยศเปิดเผยตัวขึ้นอีกครั้ง”

 

กู่ฉิงซานถอนหายใจ

 

น่าเสียดาย!

 

เดิมทีเหลิงเทียนสิงคิดจะเฝ้ารอการกลับมาของนายพลกงซุน เพื่อที่จะเปิดเผยโฉมหน้าของคนทรยศอีกครั้ง

 

ในสถานการณ์ปัจจุบันนี้ แม้ว่าพวกเขาจะหลบเลี่ยงการเฝ้าจับตาของคนทรยศได้ และรีบมุ่งตรงไปยังนิกาย คนของนิกายก็ย่อมต้องสงสัยแน่

 

มันต้องใช้ความพยายามอย่างยิ่งยวดที่จะพิสูจน์ตัวตน และเกรงว่าเช่นนั้นมันคงจะสายเกินไป

 

นอกจากนี้ ยังไม่ต้องกล่าวถึงเรื่องเวลา ต่อให้สามารถเรียกนิกายใหญ่ที่หนุนหลังทั้งสองมาได้จริง ก็ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะช่วยกงซุนซีกับหนิงเยว่ฉานได้สำเร็จ

 

เพราะในระยะเวลาอันสั้นนี้ อีกไม่นานมารผู้ยิ่งใหญ่ทั้งห้าก็จะปรากฏตัวตามมา

 

มีทั้งรามสูรไร้พักตร์ ห้ามารผู้ยิ่งใหญ่

 

และกองทัพมารเคลื่อนพิภพที่กลับมาสมทบในแนวหน้าอีก

 

ด้วยกองทัพมารเคลื่อนพิภพ ที่มีความสามารถในการยับยั้งค่ายกล เมื่อเวลานั้นมาถึง กงซุนซีและหนิงเยว่ฉานก็จะยิ่งตกอยู่ในสถานการณ์ล่อแหลมมากขึ้น

 

นี่มันสถานการณ์สิ้นหวังโดยแท้จริง

 

ยังมีทางเลือกอื่นหลงเหลืออยู่อีกไหม?

 

กู่ฉิงซานกัดฟัน หลังจากขบคิดครู่หนึ่ง แสงสว่างวาบก็พาดผ่านเข้ามาในจิตใจของเขา

 

เป็นเวลาเนิ่นนาน สองตาค่อยๆหุบลง สูดหายใจลึก

 

‘ไตรภาคี’

 

มีเพียงแค่ต้องให้ไตรภาคีลงมือเท่านั้น จึงจะมาช่วยเหลือได้ทันเวลา และทรงพลังเพียงพอที่จะช่วยเหลือทั้งสองได้

 

คำถามก็คือเรื่องการเคลื่อนย้าย เขาจะสามารถถูกส่งกลับมาที่จุดเดิมได้หรือไม่

 

ไตรภาคีคือกำลังรบสูงสุดแห่งมวลมนุษยชาติ ที่ตามปกติแล้ว แม้กระทั่งนิกายใหญ่ๆก็ไม่มีโอกาสได้พบเจอกับพวกเขาได้บ่อยครั้ง ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ ไม่ต้องกล่าวถึงกู่ฉิงซานที่เป็นเพียงแค่ทหารเดนตายจากแนวหน้า

 

กู่ฉิงซานส่ายหัว เวลานี้เขาแทบจะหมดหวังแล้ว

 

จบบทที่ หมื่นสวรรค์สิ้นโลกา Online Ep.56 - ความจริงอันโหดร้าย

คัดลอกลิงก์แล้ว