เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

หมื่นสวรรค์สิ้นโลกา Online Ep.50 - ดุร้าย

หมื่นสวรรค์สิ้นโลกา Online Ep.50 - ดุร้าย

หมื่นสวรรค์สิ้นโลกา Online Ep.50 - ดุร้าย


หมื่นสวรรค์สิ้นโลกา Online Ep.50 - ดุร้าย

 

พอเหลิงเทียนสิงกล่าวเช่นนั้นต่อหน้าทุกคน ในหัวใจของเหล่าผู้ฝึกตนก็อดไม่ได้ที่จะตื่นเต้นเล็กน้อย

 

นิกายเหยากวางได้รับการสืบทอดกันมาอย่างยาวนานนับร้อยนับพันปี และแขกอย่างเป็นทางการของพวกเขาจะได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดี อย่างน้อยก็ดียิ่งกว่าผู้อาวุโสทั่วไปของนิกายอยู่ถึงสามส่วน

 

เหล่าผู้ฝึกยุทธสบตากันด้วยความตื่นเต้น และสาบานกับตัวเองว่าจะต้องรอดชีวิตกลับไปให้ได้

 

ภายในค่ายกล บรรยากาศทั้งหมดได้เปลี่ยนไป

 

‘เหลิงเทียนสิงผู้นี้รู้จักแม้กระทั่งวิธีปลุกใจคน ยอดเยี่ยมจริงๆ’ กู่ฉิงซานแอบพยักหน้าอย่างลับๆ

 

ดูเหมือนว่าชายหนุ่มผู้นี้จะไม่ใช่เพียงตัวตนระดับสูงธรรมดาๆในนิกาย เพราะเพียงแค่เอ่ยออกมาไม่กี่คำ เขาก็กลับสามารถกระตุ้นจิตต่อสู้ของผู้คนให้ฮึกเหิมได้

 

หากคุณต้องตกอยู่ท่ามกลางเผ่ามารที่กำลังปีนป่ายขึ้นมาบนยอดเขา โดยที่พวกคุณไร้ซึ่งจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้และความยึดมั่นอันแรงกล้าในจิตใจแล้วล่ะก็ หัวใจของคุณก็จะตกลงสู่ความสิ้นหวังในไม่ช้า และทุกคนก็จะจบสิ้น

 

หากในกรณีของเหลิงเทียนสิง มันกลับต่างออกไป

 

เหลิงเทียนสิงกล่าวปิดท้าย “ทุกคนเตรียมตัว พวกเราจะออกเดินทางในเวลาที่ค่ายกลได้หายไป”

 

ไม่มีใครคัดค้าน ทุกคนลุกขึ้นยืน

 

กู่ฉิงซานก็ลุกขึ้นเช่นกัน แต่เขาก็ไม่วายแอบสอดส่องสายตาไปยังทุกผู้คนอย่างลับๆ

 

วูจินกับหม่าหลิวยืนอยู่ตำแหน่งเบื้องหน้าของทีม ร่างของพวกเขาสูงใหญ่กำยำ ปราณและเลือดสูบฉีดไปทั่ว

 

หวังเฉิงผู้มีอาวุธประจำกายเป็นดาบยาวรับผิดชอบทางด้านซ้าย ส่วนทางขวาเป็นลั่วเสี่ยวที่กำลังพาดกระบี่ยาวไว้บนไหล่

 

สำหรับเหลิงเทียนสิง ในมือถือเพียงพัดหยกอาวุธประจำกายของเขาเท่านั้น สีหน้าของเขายังคงเย็นชาและเงียบขรึม เขายืนอยู่อย่างสงบเบื้องหลังฝูงชน

 

กู่ฉิงซานหรี่ตาลง หันไปมองข้างหลัง และกวาดไปมาท้งสี่ทิศ ในหัวใจของเขาเต้นครึกโครมราวกล่องดนตรี

 

สองหวูเต๋ายอดปรมาจารย์นักสู้ หนึ่งผู้ฝึกดาบ หนึ่งผู้ใช้กระบี่ และสุดท้ายหนึ่งผู้ครอบครองธาตุทั้งห้า

 

ควบคู่ไปกับ ‘ปรมาจารย์ค่ายกล’ ทำให้ทีมนี้ดูไม่เลวเลยทีเดียว

 

ระหว่างที่กู่ฉิงซานกำลังครุ่นคิด เหล่าผู้ฝึกยุทธก็กำลังเตรียมการขั้นสุดท้ายอย่างเงียบๆ

 

ในที่สุดรัศมีของค่ายกลก็เปล่งประกายล่องลอยขึ้นไปบนท้องฟ้า ส่งสัญญาณบ่งบอกว่ามันกำลังจะพังทลายลง ระยิบระยับไปมาก่อนที่จะสลายหายไปอย่างเงียบๆ

 

วูจินกล่าว “งั้นฉันขอล่วงหน้าไปก่อนนะ!”

 

“ไปเถอะ พวกเราจะไล่ตามนายไปทีหลัง”เหลิงเทียนสิงตบบ่าอีกฝ่ายและให้กำลังใจเขา

 

วูจินคำรามก้อง กล้ามเนื้อทั่วทั้งร่างพลันขยายตัวขึ้นทีละส่วน ทีละส่วน ปราณและเลือดเริ่มสูบฉีด ถูกระบายออกมาทางลมหายใจ พ่นออกมาเป็นเมฆขาวๆทางจมูก

 

เสียงคำรามของเขาค่อยๆเบาลงอย่างช้าๆ ไหล่ที่ตั้งตรงค่อยๆโก่งลงมาในแนวราบ ก่อนที่หนามแหลมตรงเกราะบนไหล่จะเล็งออกไปยังนอกค่ายกล

 

“วิสัยภูผา!”

 

สิ้นเสียง วูจินก็พุ่งพรวดออกจากค่ายกลอย่างดุดัน เพียงลมหายใจเดียว ทั้งคนทั้งเกราะหนามแหลมก็ทะยานออกไปไกลหลายสิบเมตร

 

เผ่ามารที่ขวางทางไม่ถูกอัดจนกระเด็นลอยออกไปก็ถูกแทงโดยหนามแหลมบนไหล่ของเขา

 

เผ่ามารที่ถูกแทงแขวนอยู่กับหนามแหลมถูกฝ่ามือของวูจินกระชากคอ ก่อนจะโยนทิ้งออกไปอย่างไม่ใยดี

 

หลังจากผ่านไปอีกหลายสิบเมตร แรงกดดันของ ‘วิสัยภูผา’ ก็เริ่มถดถอยลงและหยุดลงในที่สุด พอตั้งหลักได้วูจินก็ยกสองหมัดใหญ่ที่อัดแน่นไปด้วยปราณและเลือดลมโจมตีออกไปอย่างบ้าคลั่ง

 

“เอาชุดหมัดต่อเนื่องของฉันไปชิมซะ! คิดจะฆ่าฉันก็ดาหน้าเข้ามาเลย!”

 

เผ่ามารยังไม่ทันจะได้เตรียมตัวสำหรับการโจมตีอย่างฉับพลันอันคาดไม่ถึงนี้ ส่งผลให้ใบหน้ามารหลายตัวถูกทุบตี ไม่ก็บดกระแทกลงไปกองกับพื้น

 

หนึ่งลมหายใจ สองลมหายใจ สิบลมหายใจ

 

ฟู่ ฟู่ ฟู่ …

 

ซู้ด ….

 

วูจินอ้าปากของเขาก่อนจะพ่นเมฆสีขาวกลุ่มหนึ่งออกมา และร่างกายของเขาก็หยุดเคลื่อนไหว

 

ภายใต้การระเบิดพลังอย่างเต็มกำลัง ทำให้เขาตกอยู่ในสภาวะเหน็ดเหนื่อยเล็กน้อย

 

“สหาย ฉันมาแล้ว!”

 

หม่าหลิวเข้ามาแทนตำแหน่งของเขา ก่อนที่ทั้งร่างจะขยายจนใหญ่ยักษ์ สองมือที่หนาราวแผ่นเหล็กกวาดเผ่ามารที่ขวางทางให้กระเด็นออกไป

 

ณ เวลานี้หวังเฉิงก็ดึงดาบยาวออกมา ส่วนลั่วเสี่ยวก็ชักกระบี่หนัก ก่อนที่ทั้งสองจะกระโจนออกมาพร้อมกัน

 

สองประกายคมกล้าซ้อนทับกันเป็นชั้นๆ สะบั้นตัดเผ่ามารจนบนอากาศทะลักล้นไปด้วยหมอกเลือด ส่วนทางด้านหม่าหลิวเพียงแค่เขาใช้ร่างกายเพียวๆกระแทกกับเผ่ามาร ตัวมันก็ถึงกับระเบิดออกเป็นหลายส่วน

 

กู่ฉิงซานไม่ลังเลเลยที่จะวิ่งติดตามพวกเขาพร้อมร่วมผสมโรง ในมือยังคงถือดิสก์ค่ายกลไว้แน่น ก่อนจะเอ่ยเสียงต่ำ “จิตวิญญาณแห่งโลกา โปรดจงรับฟังคำสั่งของข้า จงแยก!”

 

บังเกิดคลื่นสั่นสะเทือนบนพื้นดิน ก่อนจะปรากฏรอยแตกระแหงและแยกออก กลืนกินเผ่ามารที่ไม่ทันตั้งตัวร่วงหล่นหายลึกลงไปใต้พิภพ

 

ดวงตาที่เย็นชาของเหลิงเทียนสิงเผยให้เห็นถึงความประหลาดใจ

 

แม้ว่าปรมาจารย์ค่ายกลผู้นี้จะมีพื้นฐานวรยุทธที่ไม่สูงส่ง ทว่ากลับสามารถจัดตั้งค่ายกลได้ถูกจังหวะ แถมยังเหมาะกับสถานการณ์อีกด้วย นี่แสดงให้เห็นว่าเจ้าตัวมีความเข้าใจต่อค่ายกลอย่างลึกซึ้ง

 

นับว่าเป็นผู้ช่วยที่ดีจริงๆ

 

“โอกาสนี้ล่ะ!”

 

เหลิงเทียนสิงชูพัดในมือขึ้น เขาไม่ลังเลแม้เพียงเล็กน้อยที่จะกระโจนเข้าร่วมต่อสู้

 

“ใบมีดน้ำแข็งสะบั้น!”

 

เส้นแสงสีขาวบางๆที่แผ่กลิ่นอายเย็นเยียบถูกส่งพุ่งออกไปยังชั้นอากาศอย่างดุดัน พริบตาเดียวมันก็ปรากฏขึ้นในแนวหน้าของทีม ก่อนจะเคลื่อนผ่านเผ่ามารนับไม่ถ้วนและสะบั้นหัวของพวกมันลงไปกลิ้งบนพื้นดินอย่างรวดเร็ว

 

ทันใดนั้นพื้นที่ๆแออัดไปด้วยเผ่ามารเบื้องหน้าก็พลันเปิดออก แรงกดดันของหลายๆคนในแนวหน้าก็ลดลงกว่าหลายส่วน

 

อย่างไรก็ตามดูสมาชิกในทีมของพวกเขาจะเริ่มเหน็ดเหนื่อยไม่น้อย กู่ฉิงซานจึงโยนดิสก์ค่ายกลออกไปยังเบื้องหน้าพร้อมกับวาดมือเป็นสัญลักษ์ที่ดูแปลกตา

 

“ลม ไฟ สายฟ้า น้ำ สวรรค์และโลก … รวบรวมวิญญาณ!”

 

ประกายแสงอันน่าหลงไหลเชื่อมโยงเข้าด้วยกันและครอบคลุมกลุ่มของเขาทั้งหกคน

 

“น่ะ .. นี่มัน! ค่ายกลรวบรวมวิญญาณ!” เหลิงเทียนสิงเอ่ยเสียงหลง

 

ผู้ฝึกยุทธระดับก่อตั้งหลายคน คนแล้วคนเล่านิ่งตะลึงงัน แต่ไม่นานพวกเขาก็ได้สติกลับมาและตระหนักได้ถึงพลังวิญญาณในร่างกายกำลังค่อยๆฟื้นฟูอย่างช้าๆ

 

วูจินหัวเราะร่า “ฮ่าฮ่า ปรมาจารย์ค่ายกลนี่สุดยอดไปเลย! ถ้าหากพวกเรามีชีวิตรอดกลับไปได้ ฉันจะขอคำนับนายในฐานะพี่น้องร่วมสาบาน!”

 

ส่วนทางด้านหวังเฉิง เขาดูจะเป็นนักดาบที่เลือดเย็นไม่น้อย ดูได้จากเลือดสีดำคล้ำที่หยดย้อยและท่วมทะลักอยู่บนใบดาบ เขารีบสะบัดเลือดที่ติดอยู่ออกและตะโกนเรียกทุกคน “เร็วเข้า! รีบกลับไปประจำตำแหน่ง”

 

ตามหลักสามัญสำนึก เมื่อเกิดการจัดเรียงค่ายกลขึ้น หากผู้จัดวางค่ายกลเกิดเคลื่อนไหวหลุดออกจากตำแหน่งประสิทธิภาพของค่ายกลก็จะลดลง

 

ทั้งหมดต่างเหลือบมองกู่ฉิงซานพลางขบคิด ‘เป็นแค่เพียงปราณปรับแต่งแท้ๆ แต่กลับสามารถวางค่ายกลรวมรวบวิญญาณขนาดเล็กไว้รอบตัวได้นี่มัน … ’

 

กู่ฉิงซานนับว่าประสบความสำเร็จในการเขย่าขวัญจิตใจฝูงชนโดยแท้

 

ไม่มีใครกล้าดูถูกเขาอีกต่อไป

 

ค่ายกลนี้เป็นหนึ่งใน ‘หกศิล’ ที่เรียนรู้ได้ยากเย็นที่สุด!

 

ยากเย็นยิ่งกว่าการเรียนรู้เทคนิคทำนายดวงชะตาเสียอีก

 

หากคุณคิดชำนาญค่ายกลและเทคนิคทำนายดวงชะตาไปด้วย มันก็เปรียบดั่งน้ำตกที่คิดไหลทวนขึ้นไปบนท้องฟ้า

 

โดยทั่วไปแล้วในบรรดาผู้ฝึกยุทธ 100 คนที่หลักแหลมและมีพรสวรรค์ จะมีเพียงแค่5-6คนเท่านั้นที่จะสามารถไปถึงแก่นทองคำขั้นสูงได้

 

ทว่าหากเทียบกับผู้ฝึกยุทธ100คนที่หลักแหลมและมีพรสวรรค์  คงมีแค่คนเดียวเท่านั้นที่สามารถสร้างค่ายกลหรือเทคนิคทำนายดวงชะตาได้ หรือบางทีอาจจะไม่มีเลย

 

นี่เป็นหนึ่งในเหตุผลที่กงซุนซีได้รับการประเมินเอาไว้สูงยิ่งในประวัติศาสตร์

 

“ยอดเยี่ยม”

 

เหลิงเทียนสิงเอ่ยยกย่อง มือซ้ายของเขาจีบคล้ายกำลังใช้ออกด้วยวิชาลับ ส่วนมือขวาโบกสะบัดพัดออกไป ปลดปล่อยเทคนิคมนตราอย่างเต็มกำลัง

 

“ใบมีดน้ำแข็งปล้นวิญญาณ!”

 

ชั้นอากาศพลันบิดเบี้ยวเล็กน้อย และวงแหวนน้ำแข็งรูปจันเสี้ยวนับไม่ถ้วนก็ถูกยิงเหนือขึ้นไปในอากาศ ทุกเส้นทางที่มันตัดผ่านแขนขาของเผ่ามารจะถูกสะบั้นออกเป็นหลายสิบส่วน!

 

หลายคนมุ่งหน้าไปตลอดเส้นทาง และในไม่ช้าพวกเขาก็บุกฝ่ามาได้ครึ่งทางแล้ว

 

“อีกไม่ไกลแล้ว!”

 

เหลิงเทียนสิงหันมองร่างของสองผู้ฝึกยุทธที่อยู่ในสภาพเหนื่อยล้า หอบหายใจดังหนักหน่วง

 

ทุกคนช่างมีจิตวิญญาณที่แข็งแกร่งจริงๆ

 

กู่ฉิงซานเงยหน้าขึ้นและหันไปมองรอบๆ ก่อนที่จะกล่าวเตือนอย่างฉับพลันว่า “อันตราย! หวังเฉิง! ลั่วเสี่ยว! พวกคุณอยู่ไกลเกินไปแล้ว!”

 

ผู้ฝึกยุทธดาบและผู้ใช้กระบี่ทะลวงลึกเข้าไปเข่นฆ่าเผ่ามาร และค่อยๆห่างไกลออกไปจากตำแหน่งของทีม

 

พวกเขาอยู่ไกลเกินกว่าอาณาเขตที่สามารถใช้ออกด้วยค่ายกลของกู่ฉิงซาน

 

หวังเฉิงได้ยินเสียงเตือน เขาก็หันกลับไปมองด้วยสายตาลังเล แม้เขาจะยกย่องกู่ฉิงซานในฐานะปรมาจารย์ค่ายกล แต่ก็ไม่คิดจะฟังคำสั่งอีกฝ่าย ทว่าในตอนนั้นเองเขาก็ได้ยินเสียงอันดุดันของเหลิงเทียนสิงตะโกนขึ้น “กลับมา เร็วเข้า!”

 

ในหัวใจของหวังเฉิงเต้นครึกโครม เขาเอี้ยวตัวกลับและรีบวิ่งกลับมาทันที

 

อย่างไรก็ตาม มันก็สายไปเสียแล้ว

 

จู่ๆมือยักษ์ขนาดใหญ่พลันผุดขึ้นมาจากพื้นดิน ก่อนจะใช้นิ้วทั้งห้าของมันคว้าตัวหวังเฉิงและบดบี้เขาจนกลายเป็นลูกชิ้นเนื้อฉ่ำเลือด!

 

สุดท้ายผู้ฝึกดาบอันคมกล้าก็ถูกสังหารลง และจากไปทั้งๆแบบนั้น

 

ดาบยาวของเขาที่เดิมฉ่ำไปด้วยเลือดมาร บัดนี้กลับท่วมท้นไปด้วยเลือดของเจ้าของโดยสมบูรณ์ แม้จะไม่ถูกบดบี้ แต่ก็ถูกแรงปะทะจนกระเด้งลอยส่ายไปมาอยู่ในอากาศ ก่อนจะค่อยๆร่วงลงไปยังทะเลดงมารอันไร้ที่สิ้นสุด

 

‘ไม่นะ!’ กู่ฉิงซานเห็นดังนั้นก็เริ่มกระตุ้นพลังวิญญาณในร่างกายทั้งหมดและแพร่กระจายไปในอากาศ ก่อนจะใช้มันคว้าจับดาบยาวของหวังเฉิงกลับมา

 

อีกด้านหนึ่ง ผู้ใช้กระบี่ลั่วเสี่ยวก็หันหลังและวิ่งปราดกลับมา ทว่าเขาต้นขาของเขากลับถูกโอบกอดโดยสุนัขมารที่มีความสูงเพียงครึ่งร่างของเขาจนล้มลงกับพื้น

 

เกือบที่จะในเวลาเดียวกันเสียงกรีดร้องของลั่วเสี่ยวยังไม่ทันได้เปล่งออกมา หัวของเขาก็ถูกสุนัขมารเขมือบไปเสียก่อน

 

สุนัขมารดูจะหวาดระแวงเผ่ามารตนอื่นๆ ทันทีที่ได้อาหาร มันก็งับหัวของลั่วเสี่ยวไว้ในปากและวิ่งหนีไปทันที

 

ส่วนเผ่ามารตนอื่นๆ พวกมันรุมทึ้งเบียดเสียดแก่งแย่งกัดกินร่างของลั่วเสี่ยวอย่างบ้าคลั่ง

 

เมื่อได้สัมผัสถึงกลิ่นอายของเลือด เผ่ามารต่างก็กรีดร้องด้วยความตื่นเต้นอีกครั้ง

 

เผ่ามารเริ่มมาสมทบมากขึ้น มากขึ้นเรื่อยๆ

 

ทันทีที่สองผู้ฝึกยุทธตายลง แรงกดดันของผู้คนที่เหลืออยู่ก็พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

 

หลังจากนั้นไม่นานทั้งร่างของหม่าหลิวและวูจินก็อาบไปด้วยเลือด แม้จะยังไม่ตกตายแต่ก็ไม่อยู่ในสภาพสมบูรณ์อีกต่อไป

 

ในหัวใจของกู่ฉิงซานรู้สึกจุกแน่น เขาเอ่ยถาม “อีกไกลแค่ไหน?”

 

เหลิงเทียนสิงกล่าวอย่างลังเล “กำลังจะไปถึงแล้วในไม่ช้า อีกเพียงไม่กี่ลมหายใจ คุณคิดว่าไง พวกเราควรวิ่งทะลวงพวกมันไปเลยไหม?”

 

กู่ฉิงซานมองไปยังอีกสองร่างของผู้ฝึกยุทธและกล่าวว่า “ไม่ดีแน่ สถานการณ์ในตอนนี้มีเผ่ามารอยู่มากเกินไป มันต้องรู้อยู่แล้วแน่ๆว่าพวกเราจะไปไหน ถึงได้เตรียมตัวมาพร้อมแบบนี้”

 

เขาพลิกดิสก์ค่ายกลขึ้นและตะโกนก้อง “น้ำ ลม หมอก ผืนดิน ค่ายกลฟ้าดินเชื่อมสวรรค์!”

 

ค่ายกลนี้สามารถใช้ได้เพียงสองครั้งเท่านนั้น หลังจากช่วงเวลานี้ไป เขาจะไม่มีวิธีใดที่จะหลบซ่อนเผ่ามารอีก

 

ดิสก์ค่ายกลเปล่งประกายสว่างไสว และกระตุ้นแก่นแท้จิตวิญญาณฟ้าดินในโลกแห่งความว่างเปล่า

 

น้ำ ลม หมอก และผืนดิน สี่แก่นแท้จิตวิญญาณได้รับการจัดเรียงในทิศทางเฉพาะเจาะจงและกลายเป็นข่ายอาคมทันที

 

พร้อมกับเสียงตะโกนของเหล่าผู้ฝึกยุทธที่อยู่ในสถานการณ์ล่อแหลมพลันอันตธานหายไปจากเบื้องหน้าของเผ่ามาร

 

จบบทที่ หมื่นสวรรค์สิ้นโลกา Online Ep.50 - ดุร้าย

คัดลอกลิงก์แล้ว