เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

หมื่นสวรรค์สิ้นโลกา Online Ep.47 - ตราสัญลักษณ์แห่งความตาย

หมื่นสวรรค์สิ้นโลกา Online Ep.47 - ตราสัญลักษณ์แห่งความตาย

หมื่นสวรรค์สิ้นโลกา Online Ep.47 - ตราสัญลักษณ์แห่งความตาย


หมื่นสวรรค์สิ้นโลกา Online Ep.47 - ตราสัญลักษณ์แห่งความตาย

 

“ไม่ใช่แบบนั้น ตอนนี้ฉันต้องรีบออกไปจากที่นี่ทันที แต่ฉันไม่สามารถให้ใครรู้หรือตามตัวได้” กู่ฉิงซานพูดออกมาตรงๆ

 

แอนนากอดอก ก่อนที่จะสังเกตุอีกฝ่ายอย่างจริงจัง

 

ดูเหมือนจะไม่ได้โกหก

 

“มันเป็นเรื่องเร่งด่วนมากหรือเปล่า?” แอนนาค่อยๆหยุดล้อเล่นอย่างช้าๆ และถามด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม

 

“ไฟลนก้นเลยล่ะ”  กู่ฉิงซานกล่าว

 

“งั้นตามฉันมา” แอนนาคิดเพียงเสี้ยววินาทีและตัดสินใจจากไปทันที

 

ชายหนุ่มคนนี้ให้ความรู้สึกที่ยอดเยี่ยมบางอย่างแก่เธอ และมันเป็นความรู้สึกที่ไม่อาจบรรยายออกมาได้

 

ครั้งแรกที่พบเจอกัน เขาได้ผสมค็อกเทลที่น่าพึงใจเป็นพิเศษให้เธอดื่ม

 

และในการต่อสู้ที่ตามมา เขาสามารถแสดงให้เห็นถึงศักยภาพระดับ S

 

นอกจากนี้เขายังเกี่ยวข้องกับความลับของรัฐบาลกลางและความจริงที่อยู่เบื้องหลังการซ้อมระดมพลทางทหารของรัฐบาลกลางอีกด้วย

 

สำหรับในเรื่องของธุรกิจและเรื่องส่วนตัว แอนนายินดีอย่างยิ่งที่จะช่วยเหลืออีกฝ่าย

 

ทั้งสองกระซิบกระซาบบางอย่างกัน แต่ไม่รู้เลยว่าฉากนี้กำลังตกเป็นเป้าสายตาของบอดี้การ์ด ที่กำลังมองทั้งสองด้วยความตกตะลึง

 

เมื่อวานนี้องค์หญิงแอนนาถึงกับเทไวน์ทั้งแก้วใส่ใบหน้าของลูกชายวุฒิสมาชิกเพียงเพราะเขาต้องการจะจุมพิตลงบนมือของเธอ

 

ทว่าวันนี้ องค์กลับอนุญาตให้ชายหนุ่มผู้นี้ถึงเนื้อถึงตัว ไม่เพียงจับมือเขาโดยตรงแต่ยังกระซิบกระซาบกันอย่างใกล้ชิดอีกด้วย

 

องค์หญิงมิได้แสดงสีหน้าไม่พอใจใดๆ แต่กลับเผยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นแทน

 

ผู้คนต่างพากันคาดเดาไปต่างๆนาๆ ขณะที่องค์หญิงเดินไปยังกระจกหน้าต่างบานใหญ่และก้มลงมองสมองควอนตัมส่วนบุคคลของเธอ

 

ไม่นานนัก ก็พลันเกิดเสียงคำรามของเครื่องจักรจากจุดที่ไกลออกไป

 

ในช่วงเวลาสั้นๆเสียงคำรามดังกล่าวก็ค่อยๆกังวาลขึ้นอย่างรวดเร็ว

 

ไม่กี่วินาทีต่อมา รถเหินเวหาที่เต็มไปด้วยลวดลายเปลวเพลิงที่ลุกไหม้ก็หยุดอยู่กลางอากาศเบื้องหน้า พร้อมกับส่งเสียงคำรามของเครื่องยนต์ดังกึกก้อง

 

รถเหินเวหาปรับองศาเล็กน้อย ก่อนจะเปิดประตูให้องค์หญิง

 

“พร้อมที่จะซิ่งหรือยัง” องค์หญิงแอนนาเหลียวหลังกลับ

 

กู่ฉิงซานมองดูรถเหินเวหาและพยักหน้าเล็กน้อย

 

นี่คือรถเหินเวหาความเร็วสูง ‘สะเก็ดเพลิง’ เป็นรถเหินเวหาที่เร็วที่สุดในโลก ผลิตมาเพียง5คันเท่านั้น

 

ในฐานะที่มันเป็นถึงรถประจำตัวขององค์หญิงแห่งจักรวรรดิโอลันก้า เธอจึงต้องนำมันไปทุกที่ที่เธอไป

 

แอนนาทาบมือลงบนกระจกหน้าต่างขนาดใหญ่

 

กระจกหน้าต่างละลายลงอย่างรวดเร็ว มันไหลย้อยราวกับหยดน้ำ

 

“ไปกันเถอะ” แอนนาหมุนตัวกลับ

 

“ตกลง” กู่ฉิงซานก้มลงมองดูเวลา

 

ยังเหลือเวลาอีกสองนาที

 

เขากระโดดขึ้นไปบนรถเหินเวหาด้วยกันพร้อมกับแอนนา

 

“องค์หญิง! องค์หญิง! นั่นท่านกำลังจะไปไหน”ชายชราตื่นตระหนกและเอ่ยถามอย่างร้อนรน

 

กลุ่มบอดี้การ์ดต่างก็หันมาสบตากันด้วยสีหน้างงงวยเช่นกัน

 

พวกเขาไม่เคยพบเจอกับตัวตนสำคัญที่จำเป็นจะต้องป้องกันที่เอาแต่ใจเช่นนี้มาก่อนเลย ดูเหมือนเธอจะไม่สนใจเกี่ยวกับมารยาททางการทูตแม้แต่น้อย

 

“ฉันกำลังจะไปไหน? โอ้ใช่ๆ ฉันกำลังจะไปฝึกยิงธนูกับโค้ชส่วนตัวของฉันไง ไว้จะกลับมาก่อนช่วงเวลาอาหารค่ำนะ”

 

“อ้อจริงสิ โปรดบอกท่านพ่อของฉันให้จ่ายค่ากระจกบานนี้ด้วยนะ ขอบคุณ”

 

กล่าวจบแอนนาก็ปิดประตู

 

ทันใดนนั้นสะเก็ดเพลิงก็สตาร์ทเครื่อง ตามมาด้วยเสียงคำรามกึกก้องของเครื่องยนต์ พริบตาเดียวมันก็พุ่งไปยังอากาศที่ไกลออกไปกลายเป็นเพียงจุดสีดำเล็กๆบนท้องฟ้า

 

ชายชราหันหลังกลับและตะโกนใส่ฝูงชน “พวกคุณมัวมองอะไรกันอยู่! รีบสะกดรอยตำแหน่งขององค์หญิงเร็วเข้า ในกรณีที่มีบางอย่างเกิดขึ้นกับเธอ นั่นหมายถึงจุดเริ่มต้นของสงครามระหว่างสองประเทศนะ!”

 

บอดี้การ์ดทั้งหลายพลันได้สติราวกับตื่นจากห้วงฝัน และบริเวณโดยรอบก็ตกอยู่ในความวุ่นวาย

 

บนรถเหินเวหา

 

กู่ฉิงซานก้มลงมองดูเวลาที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้า

 

ยังมีเวลาเหลืออีกหนึ่งนาทีสามสิบวิ

 

เขาเงยหน้าขึ้นมองไปยังแอนนาและเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังมัวแต่ใจจดใจจ่ออยู่กับการขับเคลื่อนรถเหินเวหาเพื่อหลีกเลี่ยงการจราจรบนเมืองหลวงที่แสนจะวุ่นวาย

 

บริเวณที่นั่งคนขับมีขวดไวน์เรียงรายอยู่หนึ่งแถว

 

ใต้ชั้นวางไวน์มีกล่องยาวที่บรรจุอาวุธเย็นเอาไว้เป็นจำนวนมากอยู่ภายใน

 

เคียว มีดปลายแหลม ค้อนดาวตก มีดสั้น ทวน ขวาน แส้ หอกสามง่าม ทุกอย่างดูดีมากไม่เหมือนกับมีไว้เพียงแค่เป็นของประดับเลย

 

มือของกู่ฉิงซานขยุกขยิกออกไปโดยไม่รู้ตัว

 

“คุณสะสมอาวุธเย็นพวกนี้เอาไว้งั้นหรอ”

 

“ใช่ ก็แค่งานอดิเรกเล็กน้อยๆ”

 

“แล้วทำไมถึงไม่มีดาบ”

 

“ดาบ? อาก็มันดูไม่ละเอียดอ่อนแถมยังเจ้าเล่ห์”

 

กู่ฉิงซานถึงกับพูดไม่ออก

 

ทำไมพวกผู้หญิงถึงได้อคิติกับดาบจัง?

 

กู่ฉิงซานแอบเศร้าเล็กน้อย

 

เขาไม่เคยได้สัมผัสมันอีกเลยนับตั้งแต่ดาบสุดท้ายที่แทงเข้าไปในขั้วหัวใจของจอมมาร

 

แน่นอน ว่าในตลาดบางแห่งก็ยังพอมีอาวุธเย็นขายอยู่ แต่เกรดของมันมีไว้ตั้งโชว์เท่านั้น ใช้กวัดแกว่งแบบจริงๆจังได้เพียงสองครั้งคงพัง หากคุณต้องการใช้มันเฉือนศัตรู เกรงว่าจะเป็นศัตรูที่เฉือนมันเสียมากกว่า

 

เวลานี้กู่ฉิงซานใฝ่ฝันเหลือเกินว่าเขาต้องการดาบจริง … ดาบที่แท้จริง

 

หลังจากผ่านไป 40 วินาที

 

สะเก็ดเพลิงก็หยุดลงบนหน้าผาในเขตชานเมืองของเมืองหลวง

 

กู่ฉิงซานกล่าวเสียงอ่อน “ครั้งนี้ต้องขอบคุณคุณมากนะ”

 

“ขอบคุณมากอะไรนั่นฉันไม่อยากฟัง ฉันต้องการจะดื่มวังเทียนจูอีกครั้ง” ขณะกล่าว แอนนาอดไม่ได้ที่จะเลียริมฝีปากของเธอ

 

เธอไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ ว่าการกระทำเมื่อครู่ มีแรงดึงดูดต่อมวลสิ่งมีชีวิตมากมายขนาดไหน

 

กู่ฉิงซานยิ้มและส่ายหัว “ไม่มีปัญหา ถ้าฉันกลับมาคราวหน้า ไม่ต้องรอให้คุณเอ่ยถาม แต่ฉันจะเป็นคนขอให้คุณดื่มมันเอง”

 

“เอ๋? ที่พูดนี่หมายความว่ายังไง”

 

แอนนารู้สึกถึงลางร้ายบางอย่างในคำพูดของอีกฝ่าย สายตาของเธอย้ายจากหน้าจอไปตกลงบนร่างของกู่ฉิงซาน

 

“ถ้าหากฉันสามารถรอดกลับมาได้ ฉันจะบอกความลับนั้นแก่คุณ และจะชวนคุณไปดื่มด้วยกัน” กู่ฉิงซานกล่าว

 

อีก 20 วินาที

 

กู่ฉิงซานเตรียมพร้อมแล้ว

 

เขาไม่รังเกียจที่จะให้แอนนาได้เห็นความลับของเขา

 

ตั้งแต่ที่ได้พบกันครั้งแรก กู่ฉิงซานก็ตัดสินใจแล้วว่าชะตากรรมอันน่าสังเวชของแอนนาในชีวิตก่อนหน้าของเขาจะต้องหายไป

 

นับถอยหลังอีก 10 วินาที

 

“ฉันไปก่อนนะ” กู่ฉิงซานกล่าว

 

แอนนาตระหนักได้ถึงบางสิ่ง จู่ๆเธอก็เอื้อมสองมือพาดผ่านผมสีแดงเพลิงไปยังหลังศีรษะ ก่อนที่จะดึงสายสีดำเส้นบางๆออกมา

 

สายเส้นบางๆร้อยเรียงต่อกันเชื่อมต่อกับเครื่องประดับที่ดูเป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใครออกมาจากคอระหงส์ของเธอ

 

เธอสวมจี้ลงบนคอของกู่ฉิงซานและกล่าวอย่างจริงจังว่า “ห้ามตายเด็ดขาด”

 

กู่ฉิงซานเผยให้เห็นถึงความไม่คาดคิดในแววตาของเขา

 

เขาต้องการที่จะพูดอะไรบางอย่างออกมา แต่แสงสว่างวาบดันปรากฏขึ้นมาเสียก่อน

 

กู่ฉิงซานหายวับไปต่อหน้าแอนนา

 

หลังจากนั้นไม่นาน

 

เงาๆหนึ่งก็ปรากฏขึ้นจากระยะไกล ก่อนที่จะมาหยุดอยู่ตรงรถเหินเวหา

 

เงานั้นลุกขึ้นยืนและกลายเป็นผู้ชายผมยาวสวมแว่นสีดำ

 

“ฝ่าบาท นี่เป็นการมาเยี่ยมเยียนอย่างเป็นทางการ หากท่านจากไปอย่างกระทันหัน มันจะก่อให้เกิดความวุ่นวายตามมามากมาย”

 

วอนฟอร์ดแบมือออกและกล่าวอย่างช่วยไม่ได้

 

แอนนายังคงนั่งนิ่งอยู่ในที่นั่งคนขับ และไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา

 

วอนฟอร์ดมองไปยังองค์หญิงในเวลานี้ด้วยสีหน้าแปลกๆ

 

เมื่อใดก็ตามที่เขาพยายามจะโน้มน้าวหรือแนะนำองค์หญิง ทั้งสองจะต้องมีปากเสียงกันตลอด

 

เกิดอะไรขึ้นกันแน่ในวันนี้?

 

เมื่อมองดูองค์หญิงเผยแววตาอ้างว้าง เขาก็รู้สึกราวกับสมองของตัวเองถูกทุบตี

 

วอนฟอร์ดครุ่นคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงช้าๆ “ฝ่าบาท เรื่องหลบหนีออกมาน่ะมันเป็นเพียงเล็กๆน้อยๆ ไม่จำเป็นต้องเก็บมาใส่ใจหรอก - ท่านโอเคไหม?”

 

แอนนาก้มหัวลงและไม่เอ่ยอะไรออกมาเลย

 

จนกระทั่งวอนฟอร์ดทนต่อไปไม่ไหว เตรียมที่จะเรียกทีมแพทย์เข้ามา องค์หญิงก็เอ่ยปากของเธอ

 

“ฟอร์ด”

 

“พะยะค่ะ ฝ่าบาท”

 

“คุณเคยสูญเสียคนสำคัญในชีวิตไปหรือเปล่า?”

 

“เคยพะยะค่ะ แต่นั่นมันเป็นเรื่องเมื่อนานมาแล้ว”

 

“วันนี้ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม แต่ฉันรู้สึกกลัวจริงๆ ว่าฉันจะไม่ได้เจอใครบางคนอีกแล้ว”

 

เกิดอะไรขึ้นกับองค์หญิง? เหตุใดจึงเอ่ยคำพูดแปลกๆเช่นนี้ออกมา?

 

วอนฟอร์ดเริ่มจะเกิดความกังวลขึ้น เขาอดไม่ได้ที่จะสังเกตองค์หญิงอย่างรอบคอบเพื่อต้องการหาเบาะแสบางอย่าง

 

ทันใดนั้นเอง

 

“ฝ่าบาท สัญญาชีวิต … ตัวตายตัวแทนของท่านล่ะ!” วอนฟอร์ดร้องเสียงหลง

 

แอนนากลับไม่เอ่ยตอบ

 

วอนฟอร์ดรู้สึกเพียงเหงื่อเย็นเยียบผุดขึ้นมาตามกระดูกสันหลังของเขา

 

เข้าล้มลงกับพื้นและกล่าวด้วยความเจ็บปวด “มันจบแล้ว”

 

องค์หญิงแอนนามองไปยังจุดที่ห่างไกลออกไปและกล่าวราวเสียงกระซิบ “ไม่หรอก มันต้องไม่เป็นอะไร”

 

ประโยคเมื่อครู่ เธอก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเอ่ยให้ตัวเธอเองหรือว่ากู่ฉิงซานกันแน่

 

ประกายแสงห่อหุ้มอยู่รอบกายของกู่ฉิงซาน นำพาเขามุ่งผ่านกระแสความว่างเปล่าอันเชี่ยวกราดอย่างต่อเนื่อง

 

กู่ฉิงซานลูบจี้ที่ห้อยคอของเขา รสอารมณ์อันหลากหลายหลั่งไหลเข้ามาในจิตใจ

 

บนจี้มีรูปแกะสลักที่มีชายชราคนหนึ่งกำลังถือเคียวด้ามยาววางพาดลงบนคอของเขา ขณะที่กำลังนั่งอยู่บนหิน

 

นี่คือสัญญาแห่งชีวิตเป็นตราสัญลักษณ์ของยมทูต

 

บุคคลที่สวมใส่เจ้าสิ่งนี้ ยามเมื่อความตายได้มาถึง เขาจะสามารถยืดอายุขัยของเขาที่กำลังจะตายออกไปได้

 

มันเป็นพลังปริศนาที่ฝืนลิขิตสวรรค์ แต่แน่นอนว่าพลังนี้ย่อมต้องจ่ายค่าตอบแทน

 

ยมทูตจะรับเอาอายุขัยครึ่งหนึ่งของผู้ที่ครอบครองมัน(แอนนา)เป็นสิ่งตอบแทน

 

ยมทูตไม่เคยทำธุรกิจใดที่จะทำให้ตนเองขาดทุน

 

กู่ฉิงซานกำจี้ในมือแน่น

 

วัตถุอันแปลกประหลาดนี้อยู่มาตั้งแต่เมื่อ 10000 ปีที่ผ่านมา กล่าวได้ว่าเป็นวัตถุในตำนาน

 

ไม่น่าเชื่อว่ามันจะตกอยู่ในมือของแอนนา

 

และไม่น่าเชื่อยิ่งกว่าที่แอนนาเลือกที่จะถอดมันออกและสวมลงบนคอของเขาด้วยตัวเอง

 

ผู้หญิงคนนี้ จงใจสร้างปัญหาให้เขาจริงๆ แบบนี้มันก็เหมือนกับบังคับว่าไม่ให้เขาตายน่ะสิ

 

หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นเธอก็จะตาย

 

กู่ฉิงซานยิ้มอย่างขมขื่น ก่อนที่สายตาของเขาจะกลับมามั่นคง

 

ในชีวิตก่อนหน้านี้เขาเป็นหนี้ชีวิตแอนนา ถึงแม้ว่าในที่สุดจะตัวเขาจะก้าวขึ้นสู่นักดาบนิรันดร์แล้วก็ตาม แต่ทว่าอีก กลิ่นหอมได้จางหาย แผ่นหยกได้แตกสลายลง อีกฝ่ายได้ชิงตายไปเสียก่อน ทำให้เขาไม่มีโอกาสได้ตอบแทนเธอ

 

และในโลกใบนี้มันจะไม่เป็นเช่นนั้น!

 

เบื้องหน้าของกู่ฉิงซานปรากฏปลายอุโมงค์ที่เปล่งประกายแสงเจิดจ้าขึ้นอย่างช้าๆ

 

และเขาก็ถูกส่งหายเข้าไป

 

จบบทที่ หมื่นสวรรค์สิ้นโลกา Online Ep.47 - ตราสัญลักษณ์แห่งความตาย

คัดลอกลิงก์แล้ว