- หน้าแรก
- ระบบจำลองชีวิตไร้สิ้นสุด ตำนานมังกรแห่งบ่อพันธนาการ
- บทที่ 160 - ซื่อ
บทที่ 160 - ซื่อ
บทที่ 160 - ซื่อ
บทที่ 160 - ซื่อ
[วันที่ 78 หลังจากที่คุณฟังคำพูดของนักพรตเฒ่าจบ คุณก็ตระหนักรู้อย่างแท้จริงว่าอะไรคือ ‘ฟ้าคนรวมเป็นหนึ่ง’ คำว่า ‘ฟ้า’ หมายถึง ธรรมชาติ และคุณเองก็อยู่ภายใน ‘วิถีแห่งมนุษย์’ ตราบใดที่คุณสามารถทำลายโซ่ตรวนและพันธนาการในจิตใจจนหมดสิ้น ปลดปล่อยสัญชาตญาณดั้งเดิมของคุณออกมา คุณก็จะสามารถบรรลุถึงขั้นฟ้าคนรวมเป็นหนึ่งได้
ทว่าคุณเพียงแค่รู้ว่าจะเข้าถึงฟ้าคนรวมเป็นหนึ่งได้อย่างไร แต่ในชั่วขณะนี้ คุณยังไม่สามารถทำลายโซ่ตรวนและพันธนาการในใจได้อย่างแท้จริง...]
ฟ้าคนรวมเป็นหนึ่ง ต้องทำลายโซ่ตรวนและพันธนาการในใจ?
นี่มัน...
นี่มันยากมาก!
จีเจิงนอนหมอบอยู่ในโคลนตมก้นแม่น้ำไหว เขาตระหนักถึงจุดนี้ได้อย่างลึกซึ้ง
แม้เขาจะไม่เคยเจอนักพรตเฒ่าผู้นั้น และไม่เคยได้รับคำชี้แนะจากนักพรตเฒ่ามาก่อน
แต่เพียงแค่อาศัยข้อความสั้นๆ ไม่กี่ประโยคในการจำลอง เขาก็รู้แล้วว่า นี่เป็นกระบวนการที่ยากลำบากยิ่งนัก
ทำลายโซ่ตรวนและพันธนาการในจิตใจ...
นี่เป็นเรื่องที่ยากเย็นแสนเข็ญ ฟังดูง่าย พูดก็ง่าย
แต่จะทำให้ได้นั้น ยากยิ่งกว่าปีนป่ายขึ้นสวรรค์
โซ่ตรวนและพันธนาการในใจ หากเปรียบกับมนุษย์ ตั้งแต่เล็กจนโตถูกปลูกฝังด้วยกฎระเบียบ จารีตประเพณี มารยาทและศีลธรรม การจะทำลายเครื่องพันธนาการเหล่านี้เพื่อกลับคืนสู่สัญชาตญาณดิบนั้น จะง่ายดายได้อย่างไร
“เป้าหมายของการบำเพ็ญเพียร ก็คงอยู่ที่สิ่งนี้กระมัง ค่อยๆ ทำลายโซ่ตรวน ทำลายพันธนาการ เพื่อเข้าถึงฟ้าคนรวมเป็นหนึ่ง”
จีเจิงคิดอย่างไตร่ตรอง
จะว่าไปแล้ว หากเขาต้องการฟ้าคนรวมเป็นหนึ่ง มันอาจจะยากยิ่งกว่า...
สำหรับมนุษย์ สัญชาตญาณเดิมแท้ก็คือมนุษย์
แต่เขาคือมังกร ทว่ามังกรตัวนี้ดันมีความเป็นมนุษย์เจือปนอยู่ไม่น้อย
ช่างเถอะ คิดมากไปก็ไม่มีประโยชน์
ปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติดีกว่า
จีเจิงเริ่มเรียนรู้ที่จะมองทุกสิ่งด้วยจิตใจที่สงบนิ่ง
...
[คุณรู้ดีว่าจากนี้ไป หากต้องการบรรลุฟ้าคนรวมเป็นหนึ่ง ก็จำเป็นต้องบำเพ็ญเพียร นักพรตเฒ่าเห็นท่าทางที่ตระหนักรู้ของคุณ ก็เพียงแค่ยิ้มและไม่กล่าววาจาใดอีก]
[วันที่ 79 คุณและนักพรตเฒ่าออกเดินทางต่อ เป้าหมายของพวกคุณยังคงเป็นการล่องใต้ เพียงแต่เมื่อเทียบกับก่อนหน้านี้ ตัวคุณในตอนนี้ดูมีชีวิตชีวาเพิ่มขึ้นอีกหลายส่วน แต่ความน่าเกรงขามอันหนักอึ้งบนตัวคุณกลับทวีความรุนแรงยิ่งกว่าเดิม]
[วันที่ 80 คุณและนักพรตเฒ่าข้าม ‘ภูเขาเหล่ย’ มาถึงภูเขาลูกหนึ่งที่มีชื่อว่า ‘ภูเขาซวินจ้วง’ บนภูเขาลูกนี้ยังคงอุดมไปด้วยทองคำและหยก อีกทั้งยอดเขายังใหญ่โตมโหฬาร คุณอดทอดถอนใจไม่ได้ว่า หลังจากฟ้าดินเชื่อมต่อกัน โลกหล้ากว้างใหญ่ขึ้น มิอาจเทียบกับเมื่อก่อนได้จริงๆ
หลังจากมาถึง ‘ภูเขาซวินจ้วง’ นักพรตเฒ่ากลับดูดีใจเป็นพิเศษ คุณไม่เข้าใจว่านักพรตเฒ่าดีใจเรื่องอะไร
นักพรตเฒ่าตอบกลับคุณว่า บนเขาลูกนี้มีปลาชนิดหนึ่ง กินแล้วไม่ต้องกังวลเรื่องโรคระบาดอีกต่อไป คุณรู้สึกแปลกใจ พวกคุณเดินทางมาตลอดทาง ไม่เห็นเจอโรคระบาด จู่ๆ มาพูดถึงโรคระบาด ด้วยเหตุอันใด
แต่เมื่อคุณเห็นท่าทางดีใจของนักพรตเฒ่า ก็ไม่อยากขัดความสุขของอีกฝ่าย คุณจึงคำรามก้อง ทันใดนั้นสัตว์น้ำในภูเขาซวินจ้วงก็กระโจนออกมา ปลาที่มีรูปร่างคล้ายปลาซู กระโดดออกมาทีละตัว
นักพรตเฒ่าไม่รอช้า เริ่มเก็บปลาเหล่านี้ทันที]
กินปลาพวกนี้ สามารถขจัดโรคระบาดได้?
ภูเขาซวินจ้วง
ปลา
โรคระบาด
จีเจิงนึกเชื่อมโยงไปถึงบันทึกในตำนานเทพปกรณัมได้อย่างรวดเร็ว
ตำนานเคยบันทึกไว้ว่า มีภูเขาลูกหนึ่งชื่อว่าซวินจ้วง อยู่ห่างจากภูเขาซู่จูและภูเขาเหล่ยไปทางทิศใต้หกร้อยลี้ บนเขามีทองและหยกมากมาย มีสัตว์วิเศษชนิดหนึ่ง รูปร่างเหมือนสุนัข แต่มีหกขา ชื่อว่า ‘ฉงฉง’
บนเขายังมีนกชนิดหนึ่ง รูปร่างเหมือนไก่ทั่วไป แต่มีหางเหมือนหนู ชื่อว่า ‘หนูซือ’ เล่าลือกันว่าหนูชนิดนี้ปรากฏที่ใด ที่นั่นจะเกิดภัยแล้งรุนแรง
และในภูเขายังมีปลาชนิดหนึ่ง ชื่อว่า ‘ปลาเจิน’ รูปร่างคล้ายปลาซู กินปลาชนิดนี้แล้วจะไม่ติดโรคระบาด
ปลาชนิดนี้ เหมือนกับที่บันทึกไว้ในการจำลองไม่มีผิดเพี้ยน
“ยังมีภูเขาลูกนี้อีก... ดูเหมือนว่าจะตรงตามบันทึกในตำนานเทพปกรณัมทุกประการ”
“ภูเขาลูกแรกที่ไปเที่ยวชม ชื่อภูเขาซู่จู ถัดไปทางใต้คือภูเขาเหล่ย และลงไปอีกก็คือภูเขาซวินจ้วง”
“แต่ว่า นักพรตเฒ่าคนนี้ ไม่ใช่คนธรรมดาแน่นอน สิบกว่าวันเดินเท้าได้หกร้อยลี้”
จีเจิงตระหนักถึงจุดนี้ได้อย่างชัดเจน
แต่ถ้านักพรตเฒ่าผู้นี้เป็นคนธรรมดา นั่นสิถึงจะแปลก
เขาดูการจำลองต่อไป
...
[วันที่ 81 หลังจากที่คุณกิน ‘ปลาเจิน’ ที่นักพรตเฒ่าให้มา คุณไม่ได้รู้สึกอะไรเป็นพิเศษ เพียงแต่รู้สึกว่ารสชาติค่อนข้างดี
ส่วนนักพรตเฒ่าหลังจากกินเสร็จ ก็เริ่มสานตะกร้าไม้ไผ่ และใช้ตะกร้านั้นใส่ปลาเจินทั้งหมด คุณมองการกระทำของนักพรตเฒ่าด้วยความงุนงง
แต่คุณก็ไม่ได้ถามอะไรมากความ ไม่ว่านักพรตเฒ่าจะเอาปลาเจินไปทำอะไร คุณรู้สึกว่ามันไม่ได้เกี่ยวกับคุณ]
[วันที่ 82 คุณและนักพรตเฒ่าท่องเที่ยวอยู่ในหุบเขา คุณได้พบกับสัตว์วิเศษ ‘ฉงฉง’ และ ‘หนูซือ’ แต่อย่างไม่ต้องสงสัย แม้ฟ้าดินจะเชื่อมต่อกันแล้วและสัตว์วิเศษฟื้นคืนพลังที่แท้จริง แต่สัตว์วิเศษระดับต่ำเหล่านี้ย่อมไม่ใช่คู่ต่อสู้ของคุณ
ภายใต้สายตาของคุณ ไม่มีสัตว์วิเศษตัวใดกล้าขวางทางพวกคุณ...]
...
[วันที่ 84 คุณและนักพรตเฒ่าสิ้นสุดการเที่ยวชมภูเขาซวินจ้วง พวกคุณเริ่มลงเขา และมุ่งหน้าลงใต้ต่อไป
ที่ตีนเขา พวกคุณพบหมู่บ้านแห่งหนึ่ง หมู่บ้านแห่งนี้มีโรคระบาดแพร่กระจายอย่างหนัก ดูเหมือนว่าเนื่องจากการเชื่อมต่อของฟ้าดิน ทำให้โลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก หมู่บ้านเล็กๆ เหล่านี้ มนุษย์ ไม่มีกำลังพอที่จะดูแล
หลังจากนักพรตเฒ่าเข้าไปในหมู่บ้าน ก็ส่งปลาเจินเหล่านั้นให้คนในหมู่บ้านกินอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่นานก็ช่วยให้ทั้งหมู่บ้านรอดพ้นจากโรคระบาด
คุณไม่ได้เข้าไปในหมู่บ้าน แต่ยังคงมองเห็นการกระทำของนักพรตเฒ่า และรู้สึกตกตะลึงกับเรื่องนี้ คุณไม่เข้าใจว่าทำไมนักพรตเฒ่าเพิ่งจะเข้าไปในเขา ก็ล่วงรู้ได้ทันทีว่านอกเขามีหมู่บ้านที่ติดโรคระบาด]
[วันที่ 85 นักพรตเฒ่ารักษาคนทั้งหมู่บ้านจนหายดี คนทั้งหมู่บ้านต่างสำนึกในบุญคุณของนักพรตเฒ่า แต่นักพรตเฒ่ากลับมีท่าทีสงบนิ่ง เพียงแค่ยิ้มและพูดคุยกับชาวบ้าน สอนพวกเขาว่าจะป้องกันโรคระบาดในอนาคตได้อย่างไร
ขณะที่นักพรตเฒ่ากำลังสอนอยู่นั้น ทางทิศตะวันตก จู่ๆ สัตว์วิเศษตัวหนึ่งก็พุ่งเข้ามาในหมู่บ้าน คุณเตรียมจะลงมือทันที แต่เมื่อสัมผัสได้ว่าสัตว์วิเศษตัวนี้ไม่มีเจตนาจะทำร้ายคนในหมู่บ้าน จึงผ่อนคลายลงและเฝ้าดูต่อ
สัตว์วิเศษตัวนี้มีรูปร่างคล้ายวัว ขนทั่วตัวเป็นสีดำ มีเขาข้างเดียว เหมือนกับวัวเขาเดียว...]
รูปร่างคล้ายวัว ขนสีดำ มีเขาข้างเดียว?
นี่คือ ‘ซื่อ’ หรือเปล่า
‘ซื่อ’ ที่บันทึกในตำนานเทพปกรณัม ก็มีลักษณะเช่นนี้
เพียงแต่ว่า เจ้าซื่อตัวนี้บุกเข้ามาในหมู่บ้าน ต้องการจะทำอะไร?
จีเจิงด้วยความอยากรู้อยากเห็น จึงดูการจำลองต่อไป
...
[หลังจาก ‘ซื่อ’ เข้ามาในหมู่บ้าน มันไม่ได้ทำร้ายผู้คน ทำให้ชาวบ้านที่เดิมทีตื่นตระหนก ค่อยๆ สงบลง และพากันจ้องมองซื่อด้วยความสงสัย
เห็นเพียงเจ้าซื่อเดินมาตรงหน้านักพรตเฒ่า แล้วหมอบตัวลงต่ำ ราวกับแสดงการสวามิภักดิ์ ฉากอันน่าอัศจรรย์นี้ทำให้ชาวบ้านร้องอุทานด้วยความตกใจ
แต่คุณกลับดูออกว่า เจ้าซื่อคงสัมผัสได้ว่ามีวาสนา และวาสนานั้นอยู่ที่ตัวนักพรตเฒ่า จึงได้ยอมสวามิภักดิ์
แต่คุณกลับรู้สึกว่า ตอนนี้เป็นช่วงเวลาที่นักพรตเฒ่าจะได้ฉายแสง ดังนั้นคุณจึงไม่รอช้า คุณคำรามเสียงดังก้องคำรหนึ่ง จากนั้นจึงปรากฏกายขึ้น เพื่อช่วยเสริมบารมีให้นักพรตเฒ่า
สถานการณ์นี้ ทำให้ชาวบ้านเหล่านี้เคารพนักพรตเฒ่าประดุจเทพเจ้าทันที...]
[จบแล้ว]