เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 120 - ช่วยเหลือคุนเผิง

บทที่ 120 - ช่วยเหลือคุนเผิง

บทที่ 120 - ช่วยเหลือคุนเผิง


บทที่ 120 - ช่วยเหลือคุนเผิง

วังมังกรแม่น้ำไหว

จีเจิงนอนหมอบอยู่ในตำหนัก เขาเงยหัวมังกรขึ้น จ้องมองไปที่หน้าจอ

ในระบบจำลอง เขาแทบจะกลายเป็นเทพผู้พิทักษ์ของดินแดนภาคกลางแห่งนี้ไปแล้ว

ชายชราที่ใช้ปัวะปวยผู้นั้น นับเป็นตัวตนเดียวในดินแดนแถบนี้ที่สามารถสื่อสารกับเขาได้

เพียงแต่เขาไม่รู้ว่า ชายชราผู้นี้หลังจากขอบคุณเสร็จแล้ว ยังต้องการจะทำอะไรอีก

จีเจิงมองดูการจำลองด้วยความสนใจ

...

[วันที่ 29 ชายชรากำปัวะปวยแน่น คุกเข่าหน้ากระถางธูป ทันใดนั้นคุณก็สัมผัสได้เลือนรางว่า ชายชรามีคำถามอยากจะถามคุณ

เพียงแต่คุณไม่เข้าใจว่าชายชราผู้นี้อยากถามอะไรกันแน่ แต่ภายใต้การจ้องมองของคุณ คุณก็เข้าใจคำถามในใจของชายชราผู้นี้

ชายชราผู้นี้หวังว่าคุณจะเป็นเทพผู้พิทักษ์เมืองเจ็ดแห่งในดินแดนภาคกลางแถบนี้ ชายชรายินดีแลกด้วยชีวิต และยังสื่อความหมายอีกนัยหนึ่งว่า ขอเพียงคุณตอบตกลง ทางฝ่ายมนุษย์ยินดีจ่ายทุกอย่างไม่ว่าต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม

คุณรู้ดีว่าทำอะไรเกินพอดีมักจะมีผลเสีย จึงตอบตกลงไป แต่คุณก็ไม่ได้ตอบตกลงง่ายๆ ขนาดนั้น คุณยื่นข้อเสนอว่า มนุษย์ต้องเซ่นไหว้บูชาคุณทุกวัน

ชายชราโยนปัวะปวย ผลลัพธ์ย่อมเป็น ‘เซิ่งเปย’ สื่อถึงความยินยอมของคุณ ข้อเสนอของคุณก็ถูกส่งผ่านไปยังชายชราในทันที

เมื่อชายชรารับรู้ ก็ตื่นเต้นดีใจจนตัวสั่นเทา โขกศีรษะให้กระถางธูปไม่หยุด และบอกว่าจะสร้างรูปปั้นบูชาคุณในเมืองทั้งเจ็ดแห่งนี้]

[วันที่ 30 คุณตระหนักดีว่าในเมื่อรับปากจะเป็นเทพผู้พิทักษ์เมืองทั้งเจ็ดแล้ว คุณก็ต้องรับผิดชอบหน้าที่นี้ คุณจึงเริ่มให้ความสนใจดินแดนแถบนี้

โชคดีที่ดินแดนนี้ตั้งอยู่ในภาคกลาง แต่มีขนาดไม่ใหญ่ มีแค่เจ็ดเมือง คุณจึงดูแลได้ทั่วถึง

ภายใต้การจับตามองของคุณ ไม่มีปีศาจตนใดกล้าย่างกรายเข้ามาในดินแดนนี้ บารมีมังกรของคุณปกคลุมไปทั่ว หลังจากปีศาจจำนวนมากต้องสังเวยชีวิต ชื่อเสียงความดุร้ายของคุณก็เลื่องลือ จนไม่มีปีศาจตนใดกล้าท้าทายอำนาจของคุณอีก]

...

[วันที่ 32 ขณะที่คุณกำลังบำเพ็ญเพียรอยู่บนยอดเขาสูง จู่ๆ คุณก็สัมผัสได้ถึงความผิดปกติ คุณลืมตากลมโตของมังกรขึ้น ความรู้สึกอัศจรรย์บางอย่างผุดขึ้นในใจ

เพียงครู่เดียว คุณก็รู้สาเหตุ ที่แท้ชายชราคนนั้นได้สร้างรูปปั้นให้คุณในเจ็ดเมืองนั้นจริงๆ

ตอนนี้ในรูปปั้น คุณสามารถเลือกที่จะประจุบารมีมังกรลงไปได้ บารมีมังกรที่ได้รับการหล่อเลี้ยงด้วยควันธูป จะสามารถสะกดข่มปีศาจทั่วไปได้ และเนื่องจากคุณเป็นเผ่าพันธุ์มังกร หากรูปปั้นได้รับบารมีมังกรของคุณ ก็จะช่วยให้เมืองนั้นฝนฟ้าตกต้องตามฤดูกาลได้

คุณเห็นว่าเรื่องนี้ไม่มีข้อเสีย จึงเลือกที่จะประจุบารมีมังกรลงไป...]

ที่แท้รูปปั้นก็มีที่มาแบบนี้นี่เอง...

รูปปั้นกงฟู่ก่อนหน้านี้ ก็น่าจะมีที่มาคล้ายๆ กับของเขา เพียงแต่ได้รับการประจุพลัง และภายใต้การกราบไหว้บูชาของมนุษย์ จึงได้รับความอัศจรรย์มากขึ้น

เพียงแต่กงฟู่ชอบน้ำ และชอบกินปีศาจน้ำ อีกทั้งยังมีฉายาว่าสัตว์หลบน้ำ ดังนั้นความสามารถพิเศษของรูปปั้นจึงเป็นการสะกดน้ำ

จีเจิงพลันกระจ่างแจ้ง

เพียงแต่ การที่เขาประจุพลังให้รูปปั้น ตัวเขาเองไม่ได้อะไรตอบแทน ดังนั้นการประจุพลังจึงขึ้นอยู่กับอารมณ์ล้วนๆ มีอารมณ์ก็ทำ ไม่มีอารมณ์ก็ช่างมัน

อย่างน้อยเขาก็คิดแบบนี้

จีเจิงคาดว่า ตัวตนในตำนานอื่นๆ ที่เป็นมิตรกับมนุษย์ก็น่าจะคิดแบบเดียวกัน

จึงเกิดกรณีที่ว่า รูปปั้นบางแห่งศักดิ์สิทธิ์ บางแห่งไม่ศักดิ์สิทธิ์

เช่น แถบตะวันตกเฉียงใต้ ว่ากันว่าเคยขุดพบรูปปั้นหิน ‘สัตว์เทพสะกดน้ำ’ ตัวหนึ่ง สัตว์เทพตัวนี้น่าจะมีคุณสมบัติคล้ายกับวัวเหล็กสะกดแม่น้ำ แต่หลังจากขุดขึ้นมาได้ไม่นาน ฝนก็ตกหนักต่อเนื่องในแถบตะวันตกเฉียงใต้จนเกิดอุทกภัย

นี่แหละคือรูปปั้นที่ศักดิ์สิทธิ์ของจริง

ส่วนพวกที่ไม่ศักดิ์สิทธิ์...

สุดท้ายก็จะถูกจัดการด้วยแนวคิดอเทวนิยม

จีเจิงครุ่นคิด

การจำลองยังคงดำเนินต่อไป

...

[วันที่ 33 คุณรู้ดีว่าเมื่อมีพลังของคุณคอยหนุนหลัง เมืองทั้งเจ็ดในละแวกใกล้เคียง แทบจะไม่มีปีศาจตนใดกล้ารุกราน สายตาของคุณจึงเบนไปจับจ้องที่แหล่งชุมชนของมนุษย์ที่อยู่ในป่าลึกแทน]

[วันที่ 34 ขณะที่คุณบำเพ็ญเพียรอยู่บนยอดเขาสูง จันทราสิบสองดวงและดวงตะวันทางทิศตะวันออกได้ฟื้นคืนชีพ จู่ๆ คุณก็นึกขึ้นได้ว่า อีกแปดวัน คุนเผิงจะถูกโจมตี จากนั้นคุนเผิงจะถูกบีบให้หนีลงใต้ และสุดท้ายตายในทะเลใต้

คุณรู้ว่า คุณต้องลงมือแล้ว ไม่อย่างนั้นจะไม่ทันการณ์]

[วันที่ 35 คุณออกจากดินแดนแถบนั้น มุ่งหน้าสู่เขาฉางหยาง ด้วยความเร็วสูงสุด ไม่นานคุณก็มาถึงเขาฉางหยาง

คุณมาหยุดอยู่หน้าศิลาจารึกรู่โซ่ว ผิดคาด ศิลาจารึกรู่โซ่วไม่ได้โจมตีคุณ คุณกวาดตามองร่างมังกรของตัวเองแวบหนึ่ง ก็เข้าใจทันที คุณได้รับควันธูปบูชาจากมนุษย์มานาน ร่างมังกรจึงมีกลิ่นอายควันธูปติดตัว นี่ถือเป็นเครื่องหมายอย่างหนึ่ง

ศิลาจารึกรู่โซ่วรับรู้โดยสัญชาตญาณว่า คุณเป็นฝ่ายเดียวกับมนุษย์ จึงไม่โจมตีคุณอีก

คุณเห็นว่าศิลาจารึกรู่โซ่วไม่โจมตี ก็ไม่อยากทำลายศิลาจารึก จึงใช้หางมังกรตวัดถอนศิลาจารึกรู่โซ่วขึ้นมาทั้งราก แล้ววางไว้ข้างๆ

จากนั้นคุณมองปราณทมิฬบนเขาฉางหยางจากระยะไกลแวบหนึ่ง แล้วจากไป]

[วันที่ 36 คุณกลับมาที่ยอดเขาสูงในดินแดนภาคกลาง คุณส่งเสียงคำรามบนท้องฟ้า พยายามเรียกชายชราที่สามารถสื่อสารกับคุณให้ออกมา]

[วันที่ 37 ชายชราถือปัวะปวยปรากฏตัวที่ตีนเขาอีกครั้ง คุณไม่รอให้ชายชราสื่อสารกับคุณ คุณเหินเมฆาขึ้นสู่ท้องฟ้า ชะโงกหัวมังกรออกจากเมฆหมอก ส่งเสียงคำราม ถ่ายทอดเจตจำนงของคุณเข้าสู่หูของชายชรา

คุณบอกเล่าเรื่องราวคร่าวๆ เกี่ยวกับคุนเผิง เหล่าเทพสวรรค์ และการฟื้นคืนชีพของเขาปู้โจวให้ชายชราฟัง เมื่อชายชราได้ฟัง สีหน้าก็เคร่งเครียดลง จากนั้นกราบคำนับคุณสามครั้ง แล้วจากไป]

...

[วันที่ 39 มนุษย์หลายคนมาทำพิธีบูชาคุณที่ตีนเขาอีกครั้ง ชายชราถือปัวะปวยโยนถามคุณว่าขอขึ้นเขามาพบได้หรือไม่ คุณตอบตกลงตามระเบียบ

ไม่นานนัก มนุษย์เหล่านั้นก็ขึ้นมาถึงยอดเขาและได้พบคุณ พวกเขาสอบถามคุณด้วยความจริงใจ เรื่องที่เทพสวรรค์จะใช้คุนเผิงเพื่อฟื้นคืนชีพเขาปู้โจว

คุณรู้ดีว่าเล่ารายละเอียดมากไปไม่ได้ จึงบอกแค่เวลาและสถานที่ มนุษย์เหล่านั้นฟังจบก็ตกอยู่ในห้วงความคิด

ครู่ต่อมา มนุษย์เหล่านั้นก็กราบคำนับคุณ ขอร้องให้คุณช่วยเหลือมนุษย์ ร่วมมือกันต่อกรกับเหล่าเทพสวรรค์

คุณเข้าใจดีว่าลำพังพลังของมนุษย์ในตอนนี้ ยากจะต่อกรกับเหล่าเทพสวรรค์ได้ คุณจึงตอบตกลง]

[วันที่ 40 มนุษย์เหล่านั้นดูเหมือนจะใช้อุปกรณ์สื่อสารพิเศษบางอย่าง ที่สามารถติดต่อกันได้แม้ในยุคพลังวิญญาณฟื้นคืนที่เทคโนโลยีมนุษย์ล่มสลาย เหมือนกำลังยืนยันข้อมูลและวางแผน

ไม่นาน มนุษย์เหล่านั้นดูเหมือนจะตัดสินใจอะไรบางอย่างได้ จึงมาขอร้องคุณ หวังว่าคุณจะช่วยพาพวกเขาไปทะเลใต้ เพื่อวางกำลัง ร่วมมือกันต่อกรกับเหล่าเทพสวรรค์

หลังจากเรื่องนี้จบลง ฝ่ายมนุษย์จะให้ผลตอบแทนแก่คุณ คุณตอบตกลง ในใจคุณมีแค่ความคิดที่จะชะลอการเชื่อมต่อของฟ้าดิน ส่วนเรื่องผลตอบแทนอะไรนั่น คุณไม่ได้ใส่ใจ...]

คราวนี้น่าจะสำเร็จแล้วสินะ

อาศัยขุมกำลังของมนุษย์ ย่อมสามารถกดดันเหล่าเทพสวรรค์ และขัดขวางการเชื่อมต่อของฟ้าดินได้แน่นอน

เทพสวรรค์ที่จะมาจัดการคุนเผิงในตอนนี้ ก็มีแค่อิงเจา ลู่หวู อิงหลง จินอูสองตัว จันทราสิบสองดวง อย่างมากก็นับเซินถูและอวี้เหล่ยรวมไปด้วย

ลำพังแค่เทพเหล่านี้ ไม่สามารถเอาชนะมนุษย์ได้หรอก เมื่อมีมนุษย์เข้ามาแทรกแซง คุนเผิงไม่มีทางตายแน่นอน

จีเจิงมองหน้าจอ ในใจแอบโล่งอก

ถึงแม้การยืมมือมนุษย์เพื่อชะลอการเชื่อมต่อของฟ้าดินจะไม่ค่อยดีนัก

แต่อย่างน้อยก็หาวิธีได้แล้ว

มีหนึ่งย่อมมีสอง เขาจำลองเหตุการณ์ซ้ำๆ เพื่อหาวิธีการที่หลากหลายและเหมาะสมกว่านี้ได้

อีกอย่าง ความแข็งแกร่งของเขาเพิ่มขึ้นทุกครั้งที่จำลอง ไม่แน่ว่าพอลองจำลองไปจนถึงที่สุด เขาในโลกความเป็นจริงอาจจะไม่จำเป็นต้องชะลอการเชื่อมต่อของฟ้าดินแล้วก็ได้

การชะลอการเชื่อมต่อของฟ้าดิน เป็นเพียงทางเลือกจำยอมเท่านั้น

จีเจิงดูการจำลองต่อไป

...

[วันที่ 41 คุณเหินเมฆาขี่หมอก มาถึงชายฝั่งทางใต้ ที่นี่คุณพบมนุษย์จำนวนมาก และยังได้พบสิงเทียนในร่างหมอกดำอีกด้วย

คุณไม่เข้าใจว่ามนุษย์ไปกล่อมสิงเทียนอีท่าไหนในเวลาสั้นๆ แต่คุณรู้ว่า มีสิงเทียนอยู่ด้วย การรับมือเหล่าเทพสวรรค์จะง่ายขึ้นมาก]

[วันที่ 42 มีมนุษย์จำนวนมากกราบไหว้บูชาคุณ แต่คุณไม่มีอารมณ์จะสนใจ คุณพุ่งลงสู่ท้องทะเลแหวกว่ายอย่างอิสระทันที

ไม่นาน ทางฝั่งมนุษย์ดูเหมือนจะตัดสินใจอะไรได้บางอย่าง จึงถือภาพวาดหลายแผ่นขึ้นเรือ มุ่งหน้าสู่ทะเลใต้

คุณไม่มีความคิดจะรอพวกมนุษย์ คุณว่ายนำหน้าไปก่อน]

[วันที่ 43 คุณเดินทางอยู่ในทะเลใต้ สัมผัสได้ถึงคลื่นพลังการต่อสู้จากระยะไกล คุณรู้ทันทีว่านั่นคือการต่อสู้ระหว่างคุนเผิงกับเหล่าเทพสวรรค์

คุณถอนหายใจเงียบๆ เวลาไม่คอยท่าจริงๆ เมื่อรู้ว่าคุนเผิงกำลังถูกไล่ล่า คุณไม่ลังเลแม้แต่น้อย พุ่งทะยานขึ้นจากผิวน้ำ เปิดฉากต่อสู้กับเหล่าเทพสวรรค์...]

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 120 - ช่วยเหลือคุนเผิง

คัดลอกลิงก์แล้ว