เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

หมื่นสวรรค์สิ้นโลกา Online Ep.30 - เส้นทางคดเคี้ยวสู่จุดสูงสุด(ฟรี)

หมื่นสวรรค์สิ้นโลกา Online Ep.30 - เส้นทางคดเคี้ยวสู่จุดสูงสุด(ฟรี)

หมื่นสวรรค์สิ้นโลกา Online Ep.30 - เส้นทางคดเคี้ยวสู่จุดสูงสุด(ฟรี)


หมื่นสวรรค์สิ้นโลกา Online Ep.30 - เส้นทางคดเคี้ยวสู่จุดสูงสุด

 

อีกด้านหนึ่ง

 

ผู้นำตระกูลเนี่ยและผู้นำตระกูลไป่กำลังนั่งพูดจาหารือกัน

 

ผู้นำตระกูลเนี่ยเป็นชายชรารูปร่างผ่ายผอม เมื่อได้ยินประโยคที่อีกฝ่ายเปล่งออกมา เส้นเลือดก็ปรากฏขึ้นตามลำคอลามขึ้นมาจนถึงใบหน้าที่เริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ

 

“หลานชายคนโตของฉันตายลงแบบนี้ ต่อให้อีกฝ่ายเป็นถึงประธานาธิบดีก็อย่าหวังว่าจะหยุดยั้งความโกรธของชายแก่คนนี้ได้!”

 

ผู้นำตระกูลไป่เป็นชายวัยกลางคน ไว้เคราเล็กๆ บัดนี้สองมือของเขาที่วางอยู่บนขาทั้งสองกำแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน แทบจะทะลุถุงมือหนังสีดำที่สวมใส่อยู่ออกมา

 

เขากล่าว “เจ้าเด็กนั่นมันแก้ผ้าลูกชายฉัน และจับเขาโยนลงทะเลสาบ นับว่าเป็นการฉีกหน้า ทำลายชื่อเสียงของตระกูลไป่ของฉันอย่างร้ายแรง!”

 

“โปรดบอกมาว่าคุณมีความคิดอะไร”ชายชรามองเขาแล้วเอ่ย

 

“ตราบใดที่เจ้าเด็กนั่นไม่ได้อยู่ภายใต้การคุ้มครองของท่านประธานาธิบดี พวกเราตระกูลไป่ก็จะสามารถจัดการกับมันได้” ผู้นำตระกูลไป่กล่าว

 

ผู้นำตระกูลเนี่ยมองอีกฝ่ายด้วยแววตาลึกล้ำและเอ่ยถาม “ทำไมคุณถึงต้องทำอะไรเป็นแบบแผนเช่นนั้นด้วย? อย่าปิดบังความจริงจากฉัน เท้าข้างหนึ่งของฉันก้าวลงโลงไปแล้ว แต่ฉันจะต้องลากมันตามไปด้วยให้ได้ เรื่องแผนเล็กๆน้อยๆน่ะมันไร้สาระ”

 

ผู้นำตระกูลไป่ยิ้มและกล่าว “ตามที่หน่วยข่าวกรองของฉันรายงานมา เป็นไปได้ว่าเจ้าเด็กนั่นบังเอิญสรรสร้างงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์อันยอดเยี่ยมขึ้นมาได้”

 

เขาถอนหายใจ “ตระกูลไป่ของเราได้ทำการตรวจสอบเรื่องนี้มาแล้ว และได้ผลสรุปออกมาว่าภายใต้กฏหมายของรัฐบาลกลาง ตราบเท่าที่เจ้าเด็กนั่นยังมีชีวิตอยู่ ผลงานทางวิทยาศาสตร์ที่เขาสรรสร้าง จะเป็นแค่ของเขาเพียงผู้เดียวเท่านั้น”

 

คิ้วของผู้นำตระกูลเนี่ยขมวดมุ่น เขากล่าว “นี่มันจะไม่เห็นแก่ตัวเกินไปหน่อยหรือ อย่าบอกนะว่าคุณก็เห็นด้วยกับเรื่องนี้”

 

“แน่นอนว่าฉันไม่เห็นด้วย”

 

“แต่มันจะต้องสรรสร้างผลงานออกมาด้วยวิธีใดกัน ที่ถึงกับทำให้ท่านประธานาธิบดีต้องออกมาปกป้องเขาด้วยตัวเองเช่นนี้”

 

ผู้นำตระกูลไป่คลายมือที่กำแน่นออกและกล่าว “ฉันมีแผนแล้ว พวกรุ่นเยาว์น่ะเอาแต่มัวเมากับการเพ้อฝันเรื่องความรักอันสวยงาม สาวงามทุกคนต่างใฝ่ฝันที่จะได้รับความรักจากวีรบุรุษ …  เอาอย่างนี้ก็แล้วกันพวกเราตระกูลไป่จะเป็นผู้รับผิดชอบในการจัดการกับเจ้าเด็กนั่นเอง แต่ก่อนหน้านั้น ตระกูลเนี่ยของคุณจะต้องพยายามผูกสัมพันธ์อันดีกับเด็กสาวตระกูลซูให้ได้เสียก่อน”

 

“ตกลง ถึงจะไม่รู้ว่ามีแผนอะไร แต่ฉันไว้ใจคุณ ...” ผู้นำตระกูลเนี่ยลุกขึ้นยืนอย่างยากลำบาก ก่อนจะใช้ไม้พยุงร่างกายเดินจากไปอย่างช้าๆ

 

แต่จู่ๆเขาก็หันกลับมาแล้วกล่าว “ขอถามอีกสักสองข้อสุดท้ายจะได้ไหม ถ้าคำตอบของมันทำให้ฉันพอใจ ฉันจะลงมือทันที”

 

“เชิญกล่าว”

 

“เด็กสาวคนนั้น ใครกันที่คุณต้องการให้เขาแต่งงานกับเธอ”

 

“สหายเนี่ย อย่าทำให้ฉันตลกไปหน่อยเลย หากเทียบกับผลประโยชน์อันน่าอัศจรรย์ใจแล้ว ความต้องการของฉันสอดคล้องกับตัวเลือกที่คุณมีที่สุดแล้ว”

 

“งั้นคำถามที่สอง คิดลงมือกับเจ้าเด็กนั่น คุณไม่กลัวว่าท่านประธานาธิบดีจะจับได้หรือ?”

 

“แม้ประวัติของฉันจะไม่ดี แต่รัฐบาลกลางในช่วง 300 ปีมานี้ มีนักฆ่ามากมายนับไม่ถ้วนทำการลอบสังหารประธานาธิบดีและคนใกล้ชิดของเขา มีหรือพวกเขาจะสาวมาถึงฉัน?”

 

ผู้นำตระกูลเนี่ยจ้องมองอีกฝ่ายอยู่นานก่อนจะกล่าว “ฉันจะไปจัดหาผู้ชายที่ดีที่สุดมาจัดการกับเด็กสาวตระกูลซู ส่วนเจ้าเด็กนั่นก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของคุณก็แล้วกัน”

 

“โปรดมั่นใจ เมื่อถึงเวลาตัดเค้ก ฉันจะไม่ลืมที่จะแบ่งมันให้แก่ตระกูลเนี่ยอย่างแน่นอน” ผู้นำตระกูลไป่ยืนขึ้นและกล่าว

 

ผู้นำตระกูลเนี่ยพยักหน้า และเดินจากไปด้วยความพึงพอใจ

 

ผู้นำตระกูลไป่จุดซิการ์ และสูดควันเข้าปอดจนซิการ์หายไปเกือบทั้งแท่ง และกล่าวอย่างฉับพลัน “ใครก็ได้ออกมาทีซิ”

 

“ครับท่าน”

 

“จัดหาคนมีฝีมือดีๆซักคนไปจับตาดูตระกูลเนี่ยเอาไว้ หากพวกเขาทำอะไรผิดพลาดขึ้นมา รีบปิดประตูตีแมวทันที จำไว้ว่าคนที่รักษาความลับได้ดีที่สุดคือคนที่ตายไปแล้ว”

 

“รับทราบ”

 

….

 

ณ ห้องทำงานประธานาธิบดี

 

ผู้คนได้ทยอยออกไป แม้กระทั่งเทพนักสู้ซางซ่งหยางก็จากไปแล้ว เหลือแค่เพียงประธานาธิบดีกับกู่ฉิงซานที่ยังคงอยู่

 

“ดังนั้นเธอจะไม่พิจารณาเรื่องตำแหน่งในกระทรวงวิจัยจริงๆน่ะหรอ?”ประธานาธิบดีถาม

 

“อ่า ผมต้องการที่จะไปเรียนมหาวิทยาลัยมากกว่า” กู่ฉิงซานกล่าว

 

ประธานาธิบดี “ถึงแม้ว่าฉันจะได้รับการอนุมัติจากเทพธิดากงเจิ้งในเรื่องรับเธอเป็นลูกบุญธรรมต่อหน้าสาธารณะ แต่มันไม่ใช่สิ่งที่ดีเลยที่จะไปอยู่ในสถานที่ที่ไกลสายตาฉัน”

 

เขายิ้มอย่างอ่อนโยน “แต่ก็เอาเถอะ ฉันสามารถจัดการเรื่องการเรียนของเธอได้ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ฉันเอง”

 

กู่ฉิงซานกล่าวด้วยความจริงใจ “ขอบคุณสำหรับความเข้าใจและการช่วยเหลือของคุณครับ”

 

ประธานาธิบดีหยิบอุปกรณ์สื่อสารบนโต๊ะขึ้นมาและกล่าวด้วยรอยยิ้ม “แน่นอน ทุกเรื่องเกี่ยวข้องกับเธอ เราจะต้องถามความเห็นจากเทพธิดากงเจิ้งก่อน จึงจะจัดการกับมันได้”

 

อุปกรณ์สื่อสารทำการเชื่อมต่ออย่างรวดเร็ว

 

“ฉันตัดสินใจที่จะส่งกู่ฉิงซานไปเรียนที่มหาวิทยาลัยในเมืองหลวง คุณคิดเห็นว่าอย่างไร?”ประธานาธิบดีถาม

 

ในอีกด้านหนึ่งของอุปกรณ์สื่อสาร เสียงของเทพธิดากงเจิ้งโต้ตอบกลับมา “หลังจากที่ได้พิจารณาแล้ว ตามความคิดเห็นที่ดีที่สุด สำหรับฉัน ตำแหน่งที่เหมาะสมกับกู่ฉิงซานมากที่สุดคือกระทรวงการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ต่อมาคือมหาวิทยาลัยกั่วฟาง(มหาวิทยาลัยกองกำลังป้องกันตนเองแห่งชาติ) ถึงแม้ว่ามหาวิทยาลัยในเมืองหลวงจะเป็นมหาวิทยาลัยระดับหนึ่ง แต่สาขาวิจัยหุ่นรบทางวิทยาศาสตร์และมาตรการรักษาความปลอดภัยมันไม่เอื้อต่องานวิจัยของกู่ฉิงซาน”

 

ประธานาธิบดีมองไปยังกู่ฉิงซาน

 

กู่ฉิงซานยักไหล่ แสดงท่าทีว่าเขาไม่คิดต่อต้าน และเป็นเรื่องที่พอรับได้

 

มหาวิทยาลัยกั่วฟาง เป็นมหาลัยที่ติดอันดับหนึ่งในสามของรัฐบาลกลาง แม้ว่าการจัดอันดับโดยรวมจะไม่ดีเท่ากับมหาวิทยาลัยในเมืองหลวง แต่มันมีจุดแข็งในด้านสาขาวิจัยหุ่นรบ จึงกล่าวได้ว่าเหมาะสมมากสำหรับตัวเขา

 

ที่สำคัญกว่านั้นก็คือ มหาวิทยาลัยกั่วฟางและมหาวิทยาลัยเมืองหลวงก็อยู่ใกล้กันมาก ดังนั้นเขาก็น่าจะไม่มีปัญหาในการแวะเวียนไปพบเจอกับซูเซี่ยเอ๋อในอนาคต

 

การเข้าเรียนมหาวิทยาลัย เป็นหนึ่งในเรื่องที่กู่ฉิงซานเป็นกังวลอย่างมากในจิตใจของเขา

 

ประธานาธิบดีเห็นกู่ฉิงซานแอบพยักหน้าอย่างลับๆ เขาก็อดไม่ได้ที่จะชื่นชมเด็กหนุ่มอยู่ในหัวใจ

 

ประธานาธิบดีมีประสบการณ์มากมายในช่วงชีวิตของเขา เขาได้เห็นและพบเจอกับผู้ที่มีพรสวรรค์มามากมาย และคนเหล่านั้นมักจะมีนิสัยหยิ่งทระนง เอาแต่ใจ คิดว่าตนเหนือกว่าผู้อื่น

 

ทว่ากู่ฉิงซานที่ยังเป็นเพียงเด็กหนุ่ม กลับรู้จักฟังความคิดเห็นของคนอื่น และยังสามารถบังคับความคิดของตนให้เป็นกลางได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

 

นี่เป็นสิ่งสำคัญมากและมันจะเกี่ยวข้องโดยตรงกับอนาคตของกู่ฉิงซาน

 

“ถ้าเป็นแบบนั้น ฉันก็เห็นด้วย” ประธานาธิบดีกล่าว

 

เทพธิดากงเจิ้ง “โปรดทำการอนุมัติ”

 

“ฉันอนุมัติ”

 

เทพธิดากงเจิ้ง “เริ่มทำการเก็บรวบรวมและถ่ายโอนไฟล์ เริ่มทำการคำนวนแต้มบุญของกู่ฉิงซาน”

 

“ตำแหน่งมีความสอดคล้าง การคำนวนเสร็จสมบูรณ์”

 

“เนื่องจากตรงส่วนนี้เกี่ยวข้องกับ ‘ระดับสูงสุด เป็นความลับสุดยอด’ ดังนั้นจึงต้องใช้เวลา2-3นาทีในการประมวลผล และจะเสร็จสมบูรณ์ในไม่ช้า”

 

ดูเหมือนว่ามันต้องใช้เวลาในการจัดเรียงข้อมูล ประธานาธิบดีพยักหน้า สายตากวาดออกจากอุปกรณ์สื่อสารมายังกู่ฉิงซาน “พรุ่งนี้ตอนเที่ยงอย่าลืมกลับมากินข้าวที่บ้านล่ะ เธอจะต้องไปทักทายสมาชิกในครอบครัว”

 

กู่ฉิงซานพยักหน้า “ทราบแล้วครับ คงต้องรบกวนท่านแล้ว”

 

ประธานาธิบดีหัวเราะและกล่าว “ไม่มีปัญหา อันที่จริงฉันยุ่งจะตาย ข้าวทั้งสามมื้อยังต้องอาศัยพ่อครัวเป็นคนทำ เพราะฉันไม่มีแม้กระทั่งเวลาที่จะใช้ไปกับการเรียนทำอาหาร”

 

พอกล่าวถึงจุดนี้กู่ฉิงซานก็หัวเราะออกมาเช่นกัน

 

“พอเข้ามหาวิทยาลัยก็อย่าลืมมองหาเพื่อนให้มากเข้าไว้ด้วยล่ะ มหาวิทยาลัยกั่วฟางเป็นสถาบันทางทหาร หลังจบออกมา ไม่ช้าก็เร็วพวกเธอก็ต้องเป็นพันธมิตรกัน”

 

“ตกลง ผมจะทำ” กู่ฉิงซานพยักหน้า กล่าวอย่างจริงจัง

 

ตั้งแต่ที่ประธานาธิบดีไม่คิดควบคุมการเคลื่อนไหวของเขา แถมยังปฏิบัติต่อเขาด้วยความจริงใจ ดังนั้นกู่ฉิงซานจึงทำตามที่อีกฝ่ายร้องขอ และไม่คิดเสแสร้งใดๆต่อเขา

 

ในตอนนั้นเองเสียงเคาะประตูได้ดังขึ้น

 

“มีเรื่องอะไร?” ประธานาธิบดีเอ่ยถาม

 

“การประชุมวุฒิสภากำลังจะเริ่มขึ้นแล้วในอีกสิบนาทีข้างหน้า ท่านจะต้องไปทำการอภิปรายในเร็วๆนี้”

 

“ไอ้หยา! ฉันเกือบลืมซะสนิทเลย” ประธานาธิบดีตบหน้าผากก่อนจะลุกขึ้น

 

กู่ฉิงซานก็ยืนขึ้นเช่นกันและกล่าว “ดูเหมือนว่าคุณจะไม่มีแม้กระทั่งเวลาเรียนทำอาหารจริงๆด้วยนะครับ”

 

ไม่คาดคิดเลยว่าในที่สุดฉันก็จะได้เข้าเรียนมหาวิทยาลัย

 

มหาวิทยาลัยกั่วฟางเป็นมหาลัยที่ดี มันได้รับการสนับสนุนจากกองทัพแห่งรัฐบาลกลาง เป็นสถาบันที่ครอบครองกองกำลังอันแข็งแกร่ง นับว่าเป็นหนึ่งในสัญญาณดีๆที่ปรากฏขึ้น บางทีเมื่อยามถึงวันสิ้นโลก การร่วมมือกับพวกเขาอาจช่วยให้รับมือกับมันได้ดีกว่าเดิมก็ได้

 

โดยปกติแล้วช่วงวัยมัธยมกู่ฉิงซาน หากไม่นั่งฟังบทเรียนในห้อง ก็มักจะไปนั่งแช่อยู่ในห้องสมุด ไม่มีเวลาไปหาซูเซี่ยเอ๋อ

 

ทว่ามหาวิทยาลัยมันจะต่างออกไป ก่อนจะถึงวันสิ้นโลก เขาสามารถทำอะไรๆก็ได้ตามที่ต้องการ

 

กู่ฉิงซานตกอยู่ในห้วงอารมณ์แห่งความสุข

 

ในตอนนั้นเอง ปรากฏใครบางคนเดินเข้ามาในห้องทำงาน ก่อนจะกระซิบกระซาบกับประธานาธิบดี

 

ประธานาธิบดีกล่าว  “ฉันคงต้องไปก่อน และอย่าลืมนะว่าเธอมีนัดที่คฤหาสน์ของฉันตอนช่วงเที่ยง”

 

กู่ฉิงซาน “ทราบแล้วครับ”

 

พวกเขาเดินออกไปพร้อมกัน มุ่งตรงเข้าสู่ห้องประชุม ส่วนกู่ฉิงซานก็ถูกเจ้าหน้าที่พิเศษเชิญตัวออกจากห้อง ก่อนที่จะขับรถไปส่งเขา

 

หลังจากที่ทุกคนออกจากห้องทำงาน ประตูก็ปิดลง ทุกอย่างกลับคืนสู่ความเงียบสงบ

 

ทว่าหลังจากนั้นไม่กี่นาที อุปกรณ์สื่อสารบนโต๊ะของประธานาธิบดีก็สว่างขึ้น

 

มันเป็นเสียงของเทพธิดากงเจิ้ง

 

“ตามแต้มบุญส่วนบุคคลของกู่ฉิงซาน ระบบได้ทำการคำนวนตำแหน่งที่สอดคล้องกันได้อย่างสมบูรณ์ที่สุดออกมาได้แล้ว”

 

“ผลลัพธ์ที่ได้คือมหาวิทยาลัยกั่วฟางสาขาเกราะรบขับเคลื่อน ตำแหน่งศาสตราจารย์พิเศษ หวังว่าท่านจะเพลิดเพลินกับเกียรติยศ ชื่อเสียง และเบี้ยเลี้ยงที่จะได้รับจากรัฐบาลกลาง”

 

“ประวัติส่วนบุคคลของกู่ฉิงซานเริ่มทำการเปลี่ยนแปลง”

 

เมื่อสิ้นสุดถ้อยแถลงนี้ เทพธิดากงเจิ้งก็ถอนตัวออกจากการเชื่อมต่อไป ….

 

จบบทที่ หมื่นสวรรค์สิ้นโลกา Online Ep.30 - เส้นทางคดเคี้ยวสู่จุดสูงสุด(ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว