เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

หมื่นสวรรค์สิ้นโลกา Online Ep.28 - สุนทรพจน์ทางทีวี (ฟรี)

หมื่นสวรรค์สิ้นโลกา Online Ep.28 - สุนทรพจน์ทางทีวี (ฟรี)

หมื่นสวรรค์สิ้นโลกา Online Ep.28 - สุนทรพจน์ทางทีวี (ฟรี)


หมื่นสวรรค์สิ้นโลกา Online Ep.28 - สุนทรพจน์ทางทีวี

 

“ใช่ ฉันสามารถออกตัวปกป้องเขาได้ แต่ทำไมถึงกับต้องเตรียมการขนาดนี้?”

 

ประธานาธิบดีมองไปยังข้อความบนจอม่านแสงด้วยสีหน้าพิกล

 

บนจอม่านแสงปรากฏน้ำเสียงของเทพธิดากงเจิ้ง “อิงตามประวัติศาสตร์การต่อสู้ของมนุษย์ เพื่อปกป้องรุ่นเยาว์ที่ยังไม่เติบโตขึ้นอย่างเต็มที่ จึงจำเป็นที่จะต้องได้รับการสนับสนุนจากคนที่มีอำนาจเช่นคุณ”

 

ประธานาธิบดีสูดหายใจลึก “แล้วทำไมถึงควรจะต้องปกป้องเด็กหนุ่มคนนี้ เรื่องนี้สามารถบอกฉันได้ไหม”

 

“ตามข้อตกลงฉันไม่สามารถอธิบายได้ แต่คุณสามารถเลือกที่จะกล่าวถามจากตัวเขาเองโดยตรงได้”

 

นายพลที่ยืนอยู่ข้างๆคิดก่อนจะเอ่ยถาม “แต่อย่างน้อยนี่ คุณก็น่าจะบอกได้ว่าอำนาจพลเมืองของเขาอยู่ในตำแหน่งใด”

 

ประธานาธิบดีตาเป็นประกาย หากเขารู้ในส่วนของเรื่องนี้ ก็จะทำให้เขาเข้าใจถึงตัวตนของอีกฝ่ายได้มากขึ้น และที่สำคัญในกรณีนี้ดูเหมือนว่ามันจะไม่เป็นการละเมิดข้อตกลงของเทพธิดากงเจิ้ง

 

เทพธิดากงเจิ้ง “อำนาจของประธานาธิบดีคือ ‘ผู้นำสูงสุด’ อำนาจของนายพลซางคือ ‘ผู้นำ’ สามารถเข้าถึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องได้”

 

“อำนาจส่วนบุคคลของกู่ฉิงซานคือ ‘ผู้นำสูงสุด’”

 

ชาที่พึ่งยกขึ้นมาจิบยังไม่ทันจะได้ไหลลงคอ พุ่งพรวดออกมาจากปากของประธานาธิบดี

 

เทพธิดากงเจิ้งกล่าวเสริม “กู่ฉิงซานกำลังประสบวิกฤติถึงชีวิต ขอให้ท่านประธานาธิบดีลงมือทันที”

 

“คำพูดปากเปล่าไม่อาจหยุดยั้งคนของตระกูลไป่ได้” ประธานาธิบดีพยายามสงบลงอย่างไม่เต็มใจ ก่อนจะหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับชาที่พุ่งออกจากปากของเขา “เทพนักสู้ซาง คุณคงต้องเดินทางไปด้วยตัวเองแล้ว เวลาไม่คอยท่า ฉันกังวลว่าหากช้าไปกว่านี้เขาจะไม่รอด”

 

“ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะที่รัฐบาลกลางมีประธานาธิบดีมากกว่าหนึ่งคน … เอาเถอะ ฉันอยากจะเห็นเขาจริงๆ ว่าบุคคลที่ได้รับตำแหน่งผู้นำสูงสุดนอกจากเหนือจากฉันจะเป็นคนแบบไหน?”

 

......

 

เมื่อกู่ฉิงซานถูกนำตัวมาถึง ทำเนียบประธานาธิบดีแห่งรัฐบาลกลางก็กำลังตกอยู่ในความวุ่นวาย

 

ในห้องทำงาน เหลือเพียงประธานาธิบดีคนเดียวที่ยืนหันหลังออกไปทางหน้าต่าง สายตาสาดส่องไปยังเมืองหลวงยามค่ำคืน

 

มองจากที่ไกลๆเขาก็ดูเหมือนจะเป็นเพียงชายชราหงอกขาวทั่วๆไปที่จมอยู่กับยุคสมัยที่ตนเคยรุ่งเรืองถึงขีดสุดในอดีต

 

“ท่านประธานาธิบดี นำตัวเป้าหมายกลับมาได้อย่างปลอดภัยแล้ว” นายพลกล่าว

 

ประธานาธิบดีเรียกสติกลับคืน ก่อนที่กลิ่นอายของเขาจะเปลี่ยนไปทันที ทั่วทั้งร่างแผ่ไปด้วยความภาคภูมิและพลังอำนาจ

 

เขาเหลียวกลับมามองไปยังกู่ฉิงซานด้วยรอยยิ้มและกล่าว “สวัสดี ฉันควรจะเรียกเธอว่านักเรียนกู่ หรือมิสเตอร์กู่ดี?”

 

“ผมพึ่งจะถูกไล่ออกจากโรงเรียน ดังนั้นท่านสามารถเรียกผมว่ามิสเตอร์กู่ก็ได้”กู่ฉิงซานกล่าว

 

“มิสเตอร์กู่ ฉันได้รับคำร้องขอจากเทพธิดากงเจิ้งให้พาเธอมาที่นี่ หวังว่ามันคงไม่ทำให้เธอระคายใจ?” ประธานาธิบดีกล่าว

 

“ไม่อย่างแน่นอน ตรงกันข้ามผมอยากจะขอบคุณสำหรับการช่วยเหลือของท่านในครั้งนี้” กู่ฉิงซานเอ่ยด้วยความจริงใจ

 

ความแข็งแกร่งของเขายังคงอยู่ในช่วงพัฒนา ปัจจุบันนี้เขากำลังเผชิญกับการต่อสู้ที่หนักหนาเกินไป ยังไม่สามารถทำลายล้างอีกฝ่ายได้อย่างสมบูรณ์

 

แค่เขาเพียงลำพัง แต่กลับต้องเผชิญหน้ากับทั้งสองตระกูล

 

อีกฝ่ายแน่นอนว่าต้องมีมืออาชีพเก่งๆมากมายที่ยังไม่ได้เข้าร่วมการต่อสู้

 

หลังจากนี้อีกไม่นาน ก็จะถึงช่วงเวลาที่สามารถเข้าไปยังต่างโลก บางทีคงจะเป็นการดีที่เขาจะเข้าไปซ่อนตัวในต่างโลก แล้วค่อยกลับออกมาในโลกจริงที่ซึ่งเวลาพึ่งผ่านมาเพียงแค่หนึ่งชั่วโมงเท่านั้น

 

จากนั้นก็ออกจากมณฑลฉางหนิง ออกจากรัฐบาลกลาง

 

ประธานาธิบดียิ้มและเริ่มเผยสีหน้าจริงจัง เขาเอ่ยถาม “มิสเตอร์กู่ฉิงซาน ฉันรู้ดีว่าเรื่องที่จะกล่าวมันไม่เหมาะสม แต่ฉันเป็นประธานาธิบดีของรัฐบาลกลาง ฉันต้องการจะรู้ว่าทำไมเธอถึงได้รับความสนใจมากมายจากเทพธิดากงเจิ้งถึงขนาดนี้ เทพธิดาไม่เคยให้ความสนใจกับพลเมืองที่อายุแค่เพียงราวๆ 17 ปีมาก่อน ฉันต้องการจะยืนยันว่าตัวเธอจะไม่เป็นอันตรายต่อทั่วทั้งรัฐบาลกลาง”

 

“เรื่องนี้มันง่ายมาก” กู่ฉิงซานกล่าว “โปรดเชื่อมต่อกับเทพธิดากงเจิ้ง”

 

“ฉันอยู่นี่แล้ว” เสียงของผู้หญิงที่ฟังดูเคร่งขรึมดังก้องขึ้น

 

ทั้งสามก้มหน้าลง และเห็นว่าอุปกรณ์สื่อสารของกู่ฉิงซานกำลังส่องสว่าง

 

เทพธิดาสามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์สื่อสารทั้งหมดได้โดยอัตโนมัติ เรื่องนี้ไม่ได้ทำให้ทั้งสามประหลาดใจ

 

กู่ฉิงซานไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่งแล้วกล่าว “แสดงผลงานของพวกเราให้ท่านประธานาธิบดีและท่านนายพลดู”

 

“พลเมืองกู่ฉิงซาน โปรดยืนยันการอนุมัติของคุณ”

 

“ฉันอนุมัติ”

 

มันไม่สำคัญว่าพวกเขาจะเห็นมันหรือไม่ เพราะในอีกไม่กี่วันจากนี้ เมื่อหุ่นรบเสร็จสิ้นการทดสอบ มันก็จะถูกส่งถึงมือของซูเซี่ยเอ๋ออยู่ดี

 

เมื่อถึงเวลานั้น เรื่องของหุ่นรบก็จะถูกเปิดเผยอย่างแน่นอน

 

มันคงจะเป็นการดีกว่าถ้าให้ท่านประธานาธิบดีได้ดูมันเลยในตอนนี้

 

ในประวัติศาสตร์ ประธานาธิบดีคนนี้เป็นคนดีและมีธรรมาภิบาล หากกู่ฉิงซานสามารถสร้างความสัมพันธ์อันดีกับอีกฝ่ายได้ เขาก็ไม่ใส่ใจที่จะเปิดเผยเทคโนโลยีในการสร้างหุ่นรบขั้นสูง

 

สำหรับเกมที่จะเปิดตัวในอีกหนึ่งปีต่อจากนี้ หากอยู่ในเงื่อนไขที่เหมาะสม เขาก็จะสามารถใช้อำนาจของรัฐบาลกลางเตรียมการล่วงหน้าได้

 

ในกรณีนี้ ผู้คนที่ล้มตายก็จะลดน้อยลง

 

จอม่านแสงฉายปรากฏขึ้นสู่สายตาของทั้งสาม เผยให้เห็นถึงหุ่นรบเพลิงนางฟ้าที่อยู่ลึกเข้าไปในยานรบเฉินเตี้ยนเฮ่า

 

“นี่มันอะไร? หุ่นรบ?”เทพนักสู้ซางจับจ้องไปยังม่านแสงอย่างใกล้ชิด ไม่เต็มใจที่จะละสายตาของเขาออกจากมัน

 

“ดูเหมือนว่า … ลักษณะของมันจะไม่แตกต่างกับหุ่นรบปกติ”

 

ประธานาธิบดีหยิบแว่นเก่าๆขึ้นมาสวม และจับจ้องมันอย่างระมัดระวัง

 

“อนุมัติการสาธิตรูปแบบที่หนึ่ง  อนุมัติการสาธิตระบบอาวุธ” กู่ฉิงซานกล่าว

 

“การอนุมัติได้รับการยอมรับ เริ่มทำการสาธิต”เทพธิดากงเจิ้งกล่าว

 

สิบนาทีต่อมา

 

ประตูห้องทำงานของประธานาธิบดีก็ถูกเปิดออก และผู้คนมากมายเข้าๆออกๆอย่างบ้าคลั่ง ดูเหมือนว่าพวกเขาจะวุ่นอยู่กับการเตรียมถ่ายทอดสด

 

“ท่านนายพล ขอฉันยืมตัวคนๆนี้หน่อยจะได้ไหม” ผู้หญิงคนหนึ่งที่แต่งตัวจัดจ้านมีสไตล์กล่าว

 

“เชิญเลย ฉันจะออกไปสูดอากาศข้างนอกเสียหน่อย ถึงเวลาเริ่มแล้วอย่าลืมโทรเรียกฉันด้วยล่ะ” ซางซ่งหยางกล่าว

 

กู่ฉิงซานถูกหญิงสาวลากมานั่งลงตรงโต๊ะเครื่องแป้งพร้อมกับแสงไฟที่สาดใส่ตัวเขา

 

หญิงสาวมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้า “โครงหน้า ปาก หู ตา จมูก ไม่เลว แต่ในบางมุมมันก็ยังดูเคร่งขรึมเกินไป”

 

เธอหยิบตลับแป้งขึ้นมา และเติมเฉดเงาเล็กน้อยลงบนใบหน้าของกู่ฉิงซาน ก่อนจะสั่งให้ผู้ช่วยนำชุดสูทหลายตัวออกมาลองเทียบ และขอให้อีกกลุ่มไปนำกล่องเนคไทสีสันต่างๆมา

 

“เอาสิ พวกเราลองเลือกมาซักสีหนึ่งที่เหมาะกับคุณ มาพยายามทำให้การปรากฏตัวครั้งแรกของคุณน่าประทับใจที่สุดกันเถอะ”ช่างแต่งหน้าสาวกล่าวด้วยความตื่นเต้นและสนุกสนาน

 

กู่ฉิงซานถอนหายใจอย่างหมดหนทาง เขาจำต้องนั่งนิ่ง ปล่อยให้ช่างแต่งหน้าเป็นคนจัดการทุกอย่าง

 

บนตึกระฟ้านอกทำเนียบประธานาธิบดี

 

เทพนักสู้ซางซ่งหยางกำลังถือซิการ์อยู่ในมือ หลังจากทั้งหมดนี้ดูเหมือนว่าจะมีเพียงวิธีนี้เท่านั้นที่จะทำให้เขาสงบลงได้

 

ในฐานะที่เป็นหัวหน้าผู้บัญชาการแห่งรัฐบาลกลาง รวมไปถึงเป็นเทพนักสู้ที่สามารถกระตุ้นหวูเต๋ากุ่ยชั่ง(หวนคืนไร้ลักษณ์)ขึ้นมาได้ ในช่วงชีวิตนี้เขาได้พบเจอกับเหตุการณ์ที่แปลกประหลาดมามากมาย ทว่าเหตุการณ์นี้ก็ยังทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อย

 

“เทคโนโลยีเกราะรบขับเคลื่อนระดับนี้ … เจ้าพวกลุ่มคนโง่เง่านั่นทำไมถึงคิดจะฆ่าเขากัน?”ซางซ่งหยางส่ายหัว

 

ทันใดนั้นเขาก็นึกได้ถึงอะไรบางอย่าง และหยิบอุปกรณ์สื่อสารออกมา จากนั้นก็กดเชื่อมต่อกับหมายเลขหนึ่ง

 

“วันนี้เธออยู่กับที่บ้านใช่ไหม? ดีมาก อย่าลืมเปิดทีวีและรอฟังสิ่งที่ท่านประธานาธิบดีจะกล่าวด้วยล่ะ”

 

“จำเอาไว้ว่าเธอจะต้องเป็นเพื่อนกับคนที่ยืนอยู่ข้างๆกับท่านประธานาธิบดีให้ได้ ใช่เป็นเพื่อนกับเขา  ส่วนฉันจะหาวิธีพาตัวเขาไปเข้าสถาบันของทางกองทัพเอง”

 

และทันทีที่วางสาย จู่ๆอีกสายหนึ่งก็โทรเข้ามา

 

“อ๋า?จ้าวสมุทร มีเรื่องอะไรงั้นหรอ?”

 

“ฉันก็ไม่รู้เรื่องเหมือนกัน”

 

“เฮ้นี่ฉันไม่ได้แกล้งนะ ฉันไม่รู้จริงๆว่าคุณกำลังพูดถึงเรื่องอะไร”

 

......

 

สิบห้านาทีต่อมา ประธานาธิบดีก็ได้กล่าวสุนทรพจน์อย่างเป็นทางการและถ่ายทอดสดออกไปทั่วทั้งรัฐบาลกลาง

 

เขาย้อนรำลึกถึงประวัติศาสตร์ของรัฐบาลกลางอย่างละเอียด  และน้อมเคารพถึงวีรบุรุษรุ่นก่อนๆที่จากไปในสนามรบ จากนั้นก็กระโดดข้ามไปในเรื่องที่เขาได้ทำงานรับใช้ทางกองทัพ และไว้ทุกข์ให้แก่เพื่อนๆที่เสียชีวิตในสนามรบ สุดท้ายเขาก็แสดงออกอย่างชัดเจนว่าจะดูแลและสนับสนุนเด็กกำพร้าที่ได้รับผลกระทบจากสงคราม

 

ณ เวลานั้น กู่ฉิงซานก็ถูกพาตัวไปบนเวที

 

“รัฐบาลกลางจะดูแลและให้การสนับสนุนต่อเหล่าทหารผ่านศึกเป็นอย่างดี รวมไปถึงครอบครัวทหารที่เสียสละชีวิตของพวกเขาด้วย”

 

“เพราะเราทุกคนรู้ดีว่า หากไม่มีทหารที่เต็มใจจะไปเผชิญหน้ากับความตายในแนวชายแดน สันติภาพและความสงบสุขก็จะไม่เกิดขึ้นในรัฐบาลกลาง”

 

สมกับเป็นแบบอย่างของประธานาธิบดีที่ดี คำกล่าวเช่นนี้จะฝังลึกเข้าไปในหัวใจของผู้คนและช่วยเพิ่มคะแนนเสียงให้แก่เขา

 

หลังจากได้รับการรับรองจากเทพธิดากงเจิ้งแล้ว และพิสูจน์ได้วากู่ฉิงซานนั้นเป็นเด็กกำพร้า นับจากนี้ไปเขาจะได้รับการปกป้องดูแลภายใต้อ้อมแขนของประธานาธิบดี เรื่องนี้คงไม่มีอะไรผิดพลาด

 

“อีก 20 วันต่อจากนี้จะมีการเฉลิมฉลองการก่อตั้งรัฐบาลกลางที่อยู่ยงคงกระพันมายาวนานกว่า 300 ปีขึ้นอีกครั้ง ฉันในฐานะประธานาธิบดีขอเรียกร้องให้พวกเราทุกคนไว้อาลัยทหารที่เสียชีวิตในสงคราม เพื่อปกป้องบ้านเกิดเมืองนอนของเราให้สงบสุข ฉะนั้นโปรดมาทำบางสิ่งบางอย่างเพื่อครอบครัวของพวกเขากันเถิด”

 

เบื้องหน้าของจอม่านแสงภายในบาร์ หลังจากประธานาธิบดีกล่าวสุนทรพจน์จบ การถ่ายทอดสดก็หยุดลง

 

“ให้ตายสิ เมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนเขายังอยู่ที่นี่ในฐานะผู้ต้องสงสัยคดีฆาตกรรมอยู่เลย พอมาตอนนี้จู่ๆก็ได้รับการสนับสนุนจากประธานาธิบดีเสียอย่างนั้น” วอนฟอร์ดเอ่ยพึมพำ

 

แอนนากล่าว “เห็นได้ชัดว่าทางรัฐบาลกลางได้พบตัวเขาแล้ว ถ้าฉันเดาไม่ผิดนี่คงเป็นมาตรการป้องกันของเทพธิดากงเจิ้ง”

 

“ทำไมจึงกล่าวเช่นนั้น?”

 

“ก็เพราะครอบครัวของกู่ฉิงซานเป็นเพียงแค่คนธรรม ธรรมดาสุดๆ และพวกเขาไม่เคยไปสนามรบมาก่อนเลย”

 

แอนนาเคาะไฟล์รายละเอียดส่วนบุคคลของกู่ฉิงซาน และพบว่าข้อมูลของเขาแปรเปลี่ยนไปจากเดิมโดยสิ้นเชิง

 

พ่อแม่ของกู่ฉิงซานตายด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ แต่ตอนนี้กลับถูกเปลี่ยนเป็นตายในสนามรบ

 

“ตัวตนเดียวที่จะสามารถเปลี่ยนแปลงไฟล์ส่วนบุคคลของพลเมืองได้มีเพียงเทพธิดากงเจิ้งเท่านั้น” แอนนากล่าว

 

“คุณกำลังจะบอกว่าเขากลายเป็นลูกรักของเทพธิดากงเจิ้งอย่างงั้นหรอ?” วอนฟอร์ดเอียงคอสงสัย ตัวเขายังคงสับสน

 

แอนนนาตบโต๊ะอย่างแรงก่อนจะลุกขึ้นและเตรียมเดินออกไป

 

“ฝ่าบาท ท่านจะไปไหน?” วอนฟอร์ดกล่าว

 

“กู่ฉิงซานเป็นของฉัน ฉันพบเขาก่อนเป็นคนแรก แต่ตอนนี้พวกมันกล้าที่จะขโมยเขาไปจากฉัน!”

 

กล่าวจบแอนนาก็สับฝีเท้าออกไปอย่างรวดเร็ว

 

จบบทที่ หมื่นสวรรค์สิ้นโลกา Online Ep.28 - สุนทรพจน์ทางทีวี (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว