บทที่ 21 ชะตากรรมของเจ้าแมลงหวี่
บทที่ 21 ชะตากรรมของเจ้าแมลงหวี่
บทที่ 21 ชะตากรรมของเจ้าแมลงหวี่
"พี่จาง ลงมือเลย ฆ่าไอ้สัตว์เดรัจฉานนี่ อย่าให้เสียน้ำใจของเจ้าแมลงหวี่ที่อุตส่าห์ยอมเจ็บตัว!" โม่เหลียงตะโกนบอกจางหลี พลางชี้ไปที่จ่าฝูงหมาป่าที่กำลังพุ่งเข้ามา
จางหลีพยักหน้า สีหน้าสวยหวานเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม นางประสานพลังกับโม่เหลียง เข้าปะทะกับจ่าฝูงหมาป่าปีศาจสีเทาทันที
เพียงแค่ร่วมมือกับโม่เหลียงช่วงสั้นๆ จางหลีก็ต้องตกตะลึงจนหัวใจเต้นรัว ก่อนหน้านี้นางเคยสงสัยว่าตัวเองอาจประเมินโม่เหลียงสูงเกินไป แต่ตอนนี้ นางรู้แล้วว่าที่คิดว่าประเมินสูง จริงๆ แล้วมันคือการประเมินต่ำไปต่างหาก!
เพราะจางหลีค้นพบความจริงอันน่าตื่นตะลึงว่า ฝีมือของโม่เหลียงไม่ด้อยไปกว่านางเลย เผลอๆ อาจจะเหนือกว่าด้วยซ้ำ! จ่าฝูงหมาป่าที่ดุร้าย ขนาดนางยังต้องระวังตัวทุกฝีก้าว พลาดนิดเดียวคือตาย แต่โม่เหลียงกลับรับมือได้อย่างใจเย็น พลิ้วไหวราวกับเดินเล่นในสวน จ่าฝูงไม่สามารถแตะต้องแม้แต่ชายเสื้อเขาได้
กลับกัน กริชในมือโม่เหลียงต่างหากที่สร้างความหวาดกลัวให้จ่าฝูงจนมันต้องถอยกรูดทุกครั้งที่เขาขยับมือ
เมื่อมีโม่เหลียงมาช่วย สถานการณ์ก็พลิกผันทันที จ่าฝูงหมาป่าตกเป็นฝ่ายถูกไล่ต้อนจนมุม
ไม่นานนัก จ่าฝูงที่เต็มไปด้วยบาดแผลก็เริ่มเคลื่อนไหวช้าลง โม่เหลียงฉวยโอกาสทอง ขว้างกริช "ดาราจันทร์" ออกไป ปักตรึงเท้าหน้าของมันจนจมดิน ร่างมหึมาล้มครืนลงกับพื้น จางหลีไม่รอช้า พุ่งเข้าไปรวบรวมพลังเฮือกสุดท้าย ซัดวิชายุทธ์ใส่หัวหมาป่าไม่ยั้ง จนในที่สุดมันก็สิ้นใจตายคาที่ เลือดไหลออกเจ็ดทวาร
แต่จางหลีเองก็หมดสภาพ ทรุดฮวบลงกับพื้น แรงหมดเกลี้ยง
โม่เหลียงประคองจางหลีให้นั่งพัก จังหวะนั้นตู้ต่านที่จัดการพื้นที่เสร็จและพอมีแรงเหลือก็วิ่งเข้ามาสมทบ
เห็นดังนั้น จางหลีรีบสั่งให้โม่เหลียงกับตู้ต่านไปช่วยฉวีเฟยที่กำลังสู้ยิบตา
"วางใจได้เลย" โม่เหลียงยิ้มรับ พยักหน้าให้ แล้วลากตู้ต่านวิ่งไปทางฉวีเฟย ตะโกนลั่น "แมลงหวี่น้อยอย่ากลัว! ข้ามาช่วยแล้ว!"
ฉวีเฟยที่สภาพดูไม่จืด เลือดท่วมตัว ได้ยินเสียงตะโกนไล่หลังมาถึงกับกระอักเลือดออกมาอีกคำใหญ่ด้วยความแค้น
จังหวะที่หมาป่าสองตัวกำลังจะกระโจนขย้ำฉวีเฟย โม่เหลียงกับตู้ต่านก็มาถึงพอดี โม่เหลียงคว้าไหล่ฉวีเฟยเหวี่ยงไปข้างหลัง รอดพ้นคมเขี้ยวหมาป่าไปได้อย่างหวุดหวิด แต่ก็แลกกับการที่ฉวีเฟยกระเด็นไปหัวกระแทกหินดังโป๊ก มึนตึ้บจนเห็นดาววิบวับ
จากนั้น โม่เหลียงประสานมือกับตู้ต่าน ไม่นานก็จัดการหมาป่าสองตัวที่เหลือจนสิ้นซาก สรุปว่าหมาป่าทั้งเก้าตัวที่เฝ้าผลวิญญาณกำเนิด เสร็จพวกเขาทั้งหมด
ตู้ต่านหอบแฮ่กๆ ตบไหล่โม่เหลียงปุๆ "โชคดีที่น้องชายโม่เหลียงมีน้ำใจมาช่วยทัน ไม่งั้นศิษย์น้องฉวีเฟยคงไม่รอด"
พูดจบ ตู้ต่านยังหันไปบอกฉวีเฟยที่เพิ่งตะเกียกตะกายลุกขึ้นมาอย่างทุลักทุเล "ศิษย์น้องฉวีเฟย อย่าลืมขอบคุณน้องชายโม่เหลียงงามๆ ด้วยล่ะ"
"ไม่เป็นไรๆ เรื่องเล็กน้อยน่า" โม่เหลียงโบกมือปฏิเสธพัลวัน ทำหน้าถ่อมตัวสุดฤทธิ์เหมือนคนดีศรีสังคมที่ปิดทองหลังพระ
ฉวีเฟยที่เพิ่งลุกขึ้นมาได้ กำลังจะชี้หน้าด่ากราดโม่เหลียง พอได้ยินบทสนทนานี้เข้าไป ถึงกับหน้ามืดตาลาย เป็นลมล้มพับไปดื้อๆ ด้วยความแค้นบวกกับพิษบาดแผล
โม่เหลียงที่ยืนอยู่ใกล้ๆ รีบพุ่งเข้าไปรับร่างฉวีเฟยไว้ก่อนจะหัวฟาดพื้น ฉากนี้ทำเอาตู้ต่านยิ่งประทับใจเข้าไปอีก
"ข้านึกว่าน้องชายโม่เหลียงจะถือโทษโกรธเคืองที่ศิษย์น้องฉวีเฟยเคยเสียมารยาทใส่ซะอีก ไม่นึกเลยว่าเจ้าจะเป็นคนใจกว้างดั่งแม่น้ำฮวงโหขนาดนี้" ตู้ต่านยกนิ้วโป้งให้รัวๆ แม้แต่จางหลีที่มองมาจากไกลๆ ยังถอนหายใจโล่งอก ยิ้มออกมาด้วยความสบายใจ นางคิดว่าคราวนี้ฉวีเฟยคงเลิกอคติกับผู้มีพระคุณช่วยชีวิตสักที ความสัมพันธ์ในทีมน่าจะดีขึ้น
โม่เหลียง จางหลี และตู้ต่าน ต่างยิ้มแย้มมีความสุข มีเพียงฉวีเฟยในอ้อมแขนโม่เหลียงที่ตัวสั่นระริก ปากพะงาบๆ พ่นฟองเลือดออกมา เหมือนอยากจะพูดอะไรสักอย่าง แต่เลือดก้อนโตดันจุกอยู่ที่คอหอย พูดไม่ออก สุดท้ายก็ได้แต่ตาเหลือก พลิกคว่ำสลบเหมือดไปจริงๆ
จางหลีกับตู้ต่านรีบเข้ามาดูอาการ พอแน่ใจว่าแค่สลบไป ไม่มีอันตรายถึงชีวิต ก็โล่งอกกันไปเปลาะหนึ่ง
จากนั้นตู้ต่านรับหน้าที่ดูแลคนเจ็บ ส่วนโม่เหลียงกับจางหลีแยกย้ายกันทำงาน โม่เหลียงไปเก็บแก่นอสูรและเขี้ยวหมาป่าจากซากศพ ส่วนจางหลีรีบไปเก็บผลวิญญาณกำเนิด
ใช้เวลาไม่ถึงครึ่งเค่อ ทุกคนก็โกยของเสร็จสรรพ ทิ้งซากความวายปววไว้เบื้องหลัง แล้วรีบเผ่นแน่บ ก่อนที่แสงแรกของวันจะสาดส่องเต็มที่
ระหว่างถอยทัพ โม่เหลียงรับหน้าที่ระวังหลังกลบร่องรอย ส่วนตู้ต่านกับจางหลีหิ้วปีกฉวีเฟยนำหน้าไปก่อน พวกเขาวิ่งกันตีนผีแบบไม่หยุดพักนานเป็นชั่วโมง จนไปเจอถ้ำแห่งหนึ่งถึงได้หยุดพัก
ในถ้ำ โม่เหลียง จางหลี และตู้ต่าน นั่งพิงผนังถ้ำหอบแฮ่กๆ มองหน้ากันแล้วหัวเราะร่าด้วยความสะใจที่รอดตายมาได้ ถือว่าได้ร่วมเป็นร่วมตายกันมาแล้วจริงๆ
ส่วนฉวีเฟย โดนตู้ต่านที่มือหนักเท้าหนักเอายาสมุนไพรที่ขอมาจากโม่เหลียงโปะๆ ใส่แผล แล้วพันผ้าลวกๆ โยนทิ้งไว้มุมหนึ่ง อย่างน้อยก็มั่นใจได้ว่าไม่ตายแน่
โม่เหลียงคุยสัพเพเหระกับจางหลีและตู้ต่านอย่างถูกคอ เสียงหัวเราะดังเป็นระยะ พร่องตัวป่วนอย่างฉวีเฟยไปคน บรรยากาศการสนทนาก็ลื่นไหลสนุกสนานขึ้นเป็นกอง
คุยไปคุยมา จางหลีก็ยิ้มหวาน ส่งไมตรีจิตให้โม่เหลียง
"น้องชายโม่เหลียง ไม่ทราบว่าเจ้าสังกัดสำนักไหนรึยัง? ถ้ายัง สนใจมาอยู่สำนักสายฟ้าพิฆาตกับพวกเราไหม? ข้าพอจะรู้จักผู้อาวุโสในสำนักอยู่บ้าง รับรองว่าจะฝากฝังให้เจ้าได้เป็นศิษย์สายนอก หรือเผลอๆ อาจได้เป็นศิษย์หลักเลยก็ได้นะ"
จางหลีพูดจากใจจริง ความสามารถระดับโม่เหลียง ต่อให้ไม่ได้เป็นศิษย์หลัก อย่างน้อยต้องได้เป็นศิษย์สายในแน่ๆ นางรู้สึกสังหรณ์ใจว่าเด็กคนนี้ยังมีของดีซ่อนอยู่อีกเยอะ ไม่ได้มีแค่นี้แน่
โม่เหลียงมองหน้าซื่อๆ จริงใจของจางหลีและตู้ต่าน แล้วยิ้มบางๆ ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำเอาทั้งสองคนสะดุ้งโหยง
"ถ้าข้าบอกว่าข้าเป็นศิษย์สำนักกระบี่หิมะ พวกเจ้าจะยังแบ่งผลวิญญาณกำเนิดให้ข้าอยู่ไหม?"
จางหลีกับตู้ต่านมองหน้ากันเลิ่กลั่ก อึ้งไปพักใหญ่ ก่อนจะยิ้มแห้งๆ ออกมาด้วยสีหน้าเข้าใจและยอมรับความจริง
ที่จริงตอนเจอโม่เหลียงครั้งแรก จางหลีก็แอบสงสัยเหมือนกันว่าเขาอาจจะเป็นศิษย์สำนักกระบี่หิมะ แต่เห็นท่าทางกระตือรือร้นและเป็นมิตร แถมพอได้ยินชื่อสำนักสายฟ้าพิฆาตก็ไม่ยักกะมีปฏิกิริยาต่อต้าน นางเลยปัดความคิดนั้นทิ้งไป
เพราะใครๆ ก็รู้ว่าสามสำนักใหญ่แห่งอาณาจักรกัน คือ กระบี่หิมะ, สายฟ้าพิฆาต, และ เพลิงสวรรค์ เป็นไม้เบื่อไม้เมากัน โดยเฉพาะกระบี่หิมะกับสายฟ้าพิฆาตที่อยู่ใกล้กันนิดเดียว เจอกันทีไรถ้าไม่เขม่นใส่กันก็ต้องวางมวยกันตลอด บางทีถึงขั้นนองเลือดเพราะความขัดแย้งของผู้ใหญ่ในสำนัก... นี่ถือเป็นความรักชาติรักสถาบันในแบบฉบับของศิษย์สำนักกระมัง
แต่จางหลีหารู้ไม่ว่า นางกำลังเจอกับ "ตัวบั๊ก" ของสำนักกระบี่หิมะ เรื่องความรักสถาบันน่ะเหรอ... สำหรับโม่เหลียงที่ยังไม่รู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของสำนัก มันมีค่าเท่ากับศูนย์
ส่วนเรื่องความกระตือรือร้นและเป็นมิตร... โม่เหลียงก็แค่เห็นว่านางขาว สวย หมวย อึ๋ม ขาเรียวยาวน่ามอง ก็แค่นั้นเอง...
(จบตอน)