เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

หมื่นสวรรค์สิ้นโลกา Online Ep.14 - ความหวัง (ฟรี)

หมื่นสวรรค์สิ้นโลกา Online Ep.14 - ความหวัง (ฟรี)

หมื่นสวรรค์สิ้นโลกา Online Ep.14 - ความหวัง (ฟรี)


หมื่นสวรรค์สิ้นโลกา Online Ep.14 - ความหวัง

 

กู่ฉิงซานหยิบแผ่นหยกสีเลือดขึ้นมา หลังจากสำรวจอย่างระมัดระวัง เขาก็ถ่ายเทพลังวิญญาณเข้าไป และค่อยๆกระตุ้นมัน

 

ทันใดนั้นเสียงแปลกๆที่ไม่อาจจินตนาการได้ก็ดังขึ้นจากแผ่นหยก

 

“เป้าหมายยังคงเคลื่อนที่ไปทางทิศใต้ พิกัด94ใต้ , 726ตะวันออก คำสั่ง : ไล่ตามรามสูรไร้พักตร์และมารกระหายเลือดอย่างเต็มกำลัง”

 

ได้ยินแบบนั้น กู่ฉิงซานก็อึ้งไป

 

นี่คือคำสั่งลับของกองทัพมาร มันคือเหรียญบันทึกการปฏิบัติการทางทหาร

 

ดูเหมือนว่ามอนสเตอร์นกตัวนี้ แท้จริงแล้วจะทำหน้าที่เป็นพลส่งสารของกองทัพมารที่เชี่ยวชาญการถ่ายทอดข้อมูลและการระดมกองทัพ

 

ความว่องไวของพลส่งสารนั้นรวดเร็วเป็นอย่างมาก ยามที่มันบินเต็มกำลังบนน่านฟ้า หากไม่ได้รับบาดเจ็บหนัก กู่ฉิงซานแน่นอนว่าย่อมไม่อาจสกัดอีกฝ่ายไว้ได้

 

หากไม่ได้รับข้อมูลและคำสั่งจากมอนสเตอร์นกตัวนี้ กองทัพมารจะต้องเบี่ยงเบนจากเป้าหมายที่พวกมันกำลังติดตามอยู่เป็นแน่

 

กู่ฉิงซานกะน้ำหนักของแผ่นหยกสีเลือดในมือ ก่อนจะเก็บมันใส่ถุงสัมภาระ

 

ไม่คาดคิดเลยว่ามันจะเป็นเพราะฝีมือของตน ที่ได้ทำลายการควบคุมกองทัพมารลง

 

นกมารก็ได้ตายลงไปแล้ว สันนิษฐานว่าเหตุการณ์นี้คงทำให้รามสูรไร้พักตร์และมารกระหายเลือดสับสนไปอีกครู่หนึ่ง

 

ฐานวรยุทธของเขายังต่ำเกินไป สิ่งที่เขาสามารถทำได้จึงยังคงมีขีดจำกัด กู่ฉิงซานถอนหายใจออกมา

 

ด้วยเหตุเช่นนี้ ตนจึงต้องเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ในเวลานี้ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

 

ความแข็งแกร่ง! ฉันต้องการความแข็งแกร่ง!

 

ในขณะนี้ดวงตาของกู่ฉิงซานอัดแน่นไปด้วยความมุ่งมั่นและความปรารถนา

 

หลังจากล้างโคลนดำออกไปแล้ว เขาก็หันไปดูจ้าวหลิว เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยังคงสลบไสล กู่ฉิงซานจึงไปหยิบลูกศรมาเพิ่ม ก่อนจะคว้าธนูกองทัพ แล้วเดินออกจากค่ายไป

 

ยังไม่ทันจะถึงเวลาช่วงเย็น กู่ฉิงซานก็กลับมายังค่ายพร้อมซากมารอสูร

 

จริงๆแล้วเขาไม่ได้ไปไกลห่างเกินไป เนื่องจากฐานวรยุทธยังต่ำ ทำให้เขาต้องพรางตัวอยู่รอบๆค่ายทหาร คอยหลีกเลี่ยงมารอสูรที่ดูอันตรายเกินไปอยู่หลายครั้ง สุดท้ายจึงสามารถล่าสังหารมารอสูรตัวเล็กระดับต่ำได้หลายตัว

 

มารอสูรเหล่านี้เป็นอสูรที่มีระดับต่ำสุดของห่วงโซ่อาหาร ซึ่งซากของมันนับว่าเหมาะสมสำหรับขอบเขตปราณปรับแต่ง

 

ด้วยความแข็งแกร่งของเขาที่ยังอยู่เพียงระดับปราณปรับแต่งขั้น2ยังคงอ่อนแอ กู่ฉิงซานจึงถึงกับต้องใช้ลูกศรทั้งหมดที่เขามีในถุงสัมถาระ และได้มาหลายแผลบนร่างกาย เพื่อแลกกับการล่ามาได้ไม่กี่หัว

 

เรื่องนี้คงตำหนิเขาไม่ได้ ในปีแรก ช่วงเวลาที่ผู้เล่นเริ่มล่าสังหารมารอสูร หากไม่ใช้รูปแบบทีมขนาดใหญ่ และทุ่มอย่างสุดกำลังก็คงไม่อาจจับตัวหรือสังหารมารอสูรลงได้

 

และแม้ว่ามันจะเป็นเพียงมารอสูรระดับเล็ก แต่ก็มีน้ำหนักถึง300-400จินเลยทีเดียว มันจึงเป็นเรื่องยากสำหรับคนทั่วไปในการเคลื่อนย้าย

 

และพื้นที่ในถุงสัมภาระยังคงมีจำกัด เพื่อรักษาความคล่องตัว กู่ฉิงซานจึงนำซากของมันกลับมาเพียงตัวเดียวเท่านั้น

 

ส่วนซากมารอสูรตัวเล็กๆตัวอื่น ถูกทิ้งไว้โดยเขา

 

ภายในป่าเต็มไปด้วยอันตรายนานับประการ ไม่ว่าจะเป็นกลิ่นอายของเลือด หรือซากมารอสูร ที่กล่าวมานี้ล้วนสามารถดึงดูดพวกนักล่าได้อย่างรวดเร็ว

 

ระบบเทพสงครามดูจะขี้เหนียวเป็นอย่างมากสำหรับการล่าสังหารมารอสูรระดับต่ำ ตลอดทั้งวันที่ล่าสังหาร กู่ฉิงซานได้มาเพียง 1 แต้มพลังวิญญาณเท่านั้น

 

ทำให้ตอนนี้เขาครอบครองแต้มวิญญาณอยู่เพียง 4 แต้ม แต่ค่าประสบการณ์ที่ได้มาก็ไม่เลวเลย เพราะในที่สุดมันก็เพิ่มจนถึง 10 แต้ม

 

เขาสามารถอัพเลเวลได้

 

ส่วนร่างมารอสูรขนาดเล็กถูกลากกลับมา ก็มีปริมาณเพียงพอสำหรับกู่ฉิงซานกับจ้าวหลิวกินไปได้อีกระยะหนึ่ง

 

หากไม่นับเรื่องศิลาวิญญาณว่าจะทำงานร่วมกับข่ายอาคมอำพรางได้ถึงเมื่อไหร่ มันก็ไม่มีปัญหาสำหรับทั้งสองคนที่จะอยู่ต่อไปอย่างน้อยสิบวัน

 

เมื่อกู่ฉิงซานกลับมายังค่าย จ้าวหลิวก็ฟื้นขึ้นมาแล้ว

 

จ้าวหลิวยืนอยู่บริเวณประตูค่ายด้วยใบหน้าสิ้นหวัง จนกระทั่งเขาเห็นกู่ฉิงซานกลับมาพร้อมซากมารอสูรตัวเล็กที่อยู่เบื้องหลัง ท่าทีของจ้าวหลิวก็กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง

 

จ้าวหลิวโค้งเอวลง และจ้องมองไปยังมารอสูรขนาดเล็กซึ่งแน่นิ่งไม่ไหวติง

 

เขากล่าว “พี่กู่ ต้องขอบคุณนายจริงๆ ตอนนี้ก็ไปพักผ่อนก่อนเถอะ เจ้าระยำนี่ปล่อยให้ฉันจัดการต่อเอง และรับประกันได้เลยว่านายจะต้องพึงพอใจกับมื้อเย็นวันนี้”

 

“นายเอามันไปได้เลย”

 

กู่ฉิงซานปล่อยมารอสูรลง และหันหลังกลับห้องไปทันที ก่อนจะคุกเข่าจากนั้นก็หลับตา

 

“ปัจจุบันค่าประสบการณ์ของคุณเต็ม 10/10 แต้มแล้ว ต้องการอัพเลเวลเลยหรือไม่?”

 

“ใช่”

 

ด้วยการเลือกของกู่ฉิงซาน ปราณและเลือดในร่างกายก็พลุ่งพล่านอย่างรวดเร็ว พลังวิญญาณปะทุจวนจะเดือดพล่าน อย่างไรก็ตามมันก็ต้องพบกับด่านบางอย่างในร่างกายที่หยุดยั้งพลังวิญญาณลง และไม่อนุญาตให้มันผ่านไป

 

สามารถสัมผัสได้ถึงการดำรงอยู่ของด่าน นั่นหมายความว่าถึงเวลาแล้วที่จะทะลวงด่านนี้ไป!

 

นี่คือโอกาสที่จะทะลวงฝ่าเข้าไป!

 

กู่ฉิงซานปล่อยสภาวะทะลวงด่านให้เป็นไปตามธรรมชาติ

 

ว๊ากกก!

 

กู่ฉิงซานตะโกนออกมาอย่างดุร้าย ฉับพลันนั้นหมอกบางอย่างก็ลอยล่องในชั้นอากาศ

 

เขาทำสำเร็จ! ในที่สุดก็สามารถทะลวงด่านและก้าวเข้าสู่ขอบเขตปราณปรับแต่งขั้น3!

 

กู่ฉิงซานได้รับพลังวิญญาณเพิ่มขึ้นทันที มันแพร่กระจายไปยังเส้นชีพจรลมปราณทั่วร่างของเขาอย่างช้าๆ สร้างความอบอุ่นและบำรุงแก่ร่างกาย

 

ส่วนบาดแผลตามร่างกาย แม้จะเล็กน้อยแต่มันก็มีมากเกินไป ดังนั้นเขาจึงไม่ควรประมาท

 

กู่ฉิงซานปล่อยพลังวิญญาณอันอบอุ่นแผ่บำรุงไปทั่วร่างกายเพื่อรักษาบาดแผล ขณะเดียวกันเขาก็เรียกหน้าต่างสถานะขึ้นมา

 

“ค่าประสบการณ์ปัจจุบัน 0/15 แต้ม”

 

การจะอัพเลเวลขั้นต่อไป ยังคงต้องอาศัยการล่าสังหารอีกครั้ง

 

กู่ฉิงซานสัมผัสได้ถึงความร้อนรนอย่างที่ไม่เคยเกิดขึึ้นมาก่อนในจิตใจของเขา

 

ความแข็งแกร่งของรามสูรนั้นอยู่ในระดับก่อกำเนิดขั้นสมบูรณ์แบบซึ่งเป็นระดับที่กู่ฉิงซานทำได้เพียงเหลียวมองในปัจจุบันนี้

 

ด้วยขอบเขตความแข็งแกร่งของรามสูรไร้พักตร์ มันควรที่จะค้นพบถึงการดำรงอยู่ของค่ายทหาร แต่ทหารสองคนที่อ่อนแอ ก็คงเปรียบดั่งเป็นมดปลวกในสายตามันเท่านั้น รามสูรจึงมิคิดลงมือใดๆ

 

ความรู้สึกที่ว่าชีวิตและความตายถูกควบคุมโดยเผ่ามาร มันช่างไม่น่าอภิรมณ์เลยจริงๆ

 

กู่ฉิงซานเดินวนไปมาได้ไม่กี่ก้าว เขาก็ตัดสินใจได้

 

แบบนี้ไม่ดีแน่  ต้องรีบฝึกฝนเพื่ออัพเลเวลทันที ต้องรีบก้าวเข้าสู่ขอบเขตระดับก่อตั้งโดยเร็วที่สุด

 

สิ่งที่พิเศษที่สุดในการเลื่อนระดับ จากปราณปรับแต่งไปยังระดับก่อตั้ง และจากระดับก่อตั้งไปยังระดับแก่นทองคำ และไปขอบเขตที่เหนือยิ่งกว่านั้น นั่นก็คือ ในการเลื่อนระดับทุกๆขอบเขตล้วนมีโอกาสที่จะได้เรียนรู้ ‘พลังศักดิ์สิทธิ์’ และแน่นอนว่ามันย่อมมีโอกาสที่จะล้มเหลวเช่นกัน

 

พลังศักดิ์สิทธิ์ในโลกใบนี้จะถูกแบ่งออกเป็น4ชนิด และมันก็เรียงลำดับเหมือนกันกับในโลกจริง อันได้แก่ หวูเต๋ากุ่ยซั่ง(หวนคืนไร้ลักษ์) , หวูหังเฉาฟ่าน (ห้าธาตุวิเศษ) , เทียนซวน(สวรรค์แต่งตั้ง) และ เฉินยี่ (ผู้สืบสายโลหิตจากทวยเทพ)

 

หวนคืนไร้ลักษ์จะจัดอยู่ในประเภทกระตุ้นพละกำลังที่ซ่อนอยู่ในร่างกาย และมีขอบเขตการเพิ่มขึ้นของพละกำลังค่อนข้างกว้าง ส่วนมากผู้ที่จัดอยู่ในประเภทนี้จะเหมาะสมกับผู้ฝึกดาบและฝึกกายภาพ

 

ห้าธาตุวิเศษจะสามารถกระตุ้นจิตวิญญาณในร่างกาย เปิดผนึกธาตุทั้งห้าหรือล้วงลึกไปถึงรากจิตของธาตุทั้งห้า สามารถใช้พลังธาตุทั้งห้าและพลังธาตุจำเพาะในการต่อสู้

 

ส่วนสวรรค์แต่งตั้งนั้นจะแตกต่างกันไปในแต่ละคน ที่กู่ฉิงซานรู้จักก็มีมากกว่า 1000 ประเภท

 

ยิ่งเป็นพวกผู้สืบสายโลหิตจากทวยเทพโดยกำเนิด พวกนี้เป็นประเภทอาศัยโชคและแรงกระตุ้นโดยธรรมชาติ ดังนั้นจึงไม่อาจคาดคำนวนพลังได้

 

ในฐานะที่ถูกเรียกว่าผู้สืบสายโลหิตจากทวยเทพ  ที่เพียงแค่ฉายาก็บอกแล้วว่าพิเศษกว่าคนอื่นๆ มันจึงเป็นชื่อที่เอาไว้เรียกคนที่มีสกิลเทวะ

 

สิ่งที่เรียกว่าสกิลเทวะนั้น มันคือการครองสวรรค์ชั้นฟ้าและผืนธรณีโลก เป็นตัวตนที่มักจะสร้างปาฏิหาริย์ที่ไม่น่าเชื่อ สามารถเปลี่ยนแปลงโลก กระแสแห่งโชคชะตา สามารถสั่งดาวตกให้ร่วงลงมา และสั่งให้สรรพสิ่งทั้งมวลสิ้นสุดลงได้

 

สกิลเช่นนี้ สำหรับผู้เล่นธรรมดาแล้วทำได้เพียงคาดหวัง แต่ไม่อาจเอื้อมถึงได้

 

แม้แต่ในต่างโลกใบนี้ ผู้ที่ทรงพลังที่สุดก็ยังเป็นมนุษยชาติที่ฝึกวรยุทธและครอบครองสกิลเทวะ

 

กู่ฉิงซานไม่ได้คาดหวังว่าตนจะสามารถปลุกสกิลของเทียนซวน(สวรรค์แต่งตั้ง)ขึ้นมาได้ ยิ่งสกิลเทวะก็ไม่ต้องกล่าวถึง แม้กระทั่งพลังห้าธาตุก็ไม่คิดอาจเอื้อม

 

เขาเพียงแค่ต้องการที่จะได้พลังของหวูเต๋ากุ่ยซัง(หวนคืนไร้ลักษ์) เพราะมันจะช่วยเพิ่มพูนอำนาจในการต่อสู้ให้แก่เขาได้เป็นอย่างมาก

 

ต้องแน่ใจว่าจะได้รับพลังศักดิ์สิทธิ์ และใช้มันเพื่อปกป้องชีวิตตน!

 

หัวใจของกู่ฉิงซานอดไม่ได้ที่จะเต็มไปด้วยความปรารถนาอันแรงกล้า แต่เขาก็ยังคงสงบ และมุ่งสมาธิถ่ายเทพลังวิญญาณอันอบอุ่นไปรักษาบาดแผล

 

หากอาการบาดเจ็บยังไม่ได้รับการรักษา จิตวิญญาณและร่างกายของเขาก็จะอ่อนล้า และไม่อาจดึงความแข็งแกร่งออกมาสู้กับมารอสูรได้

 

ควรลับมีดเตรียมพร้อมเอาไว้ เมื่อเกิดเหตการณ์ไม่คาดฝันจึงจะสามารถตัดสินใจได้อย่างฉับพลัน ดังนั้นต้องให้เวลาในการฟื้นฟูตนเอง

 

หลังผ่านไปได้หนึ่งชั่วโมง จ้าวหลิวก็เข้ามา

 

พร้อมกับเนื้อมารอสูรที่ถูกรมควันดูหรูหราน่าอร่อยวางลงบนโต๊ะ

 

กู่ฉิงซานและจ้าวหลิวอิ่มเอมไปด้วยความสุขกับการกินอาหารมื้อใหญ่ พวกเขาสวาปามทั้งหมดอย่างรวดเร็ว ก่อนจะนั่งลงรอบกองไฟและเอ่ยหารืออะไรบางอย่าง

 

“ในค่ายนี้มีอาวุธดาบไหม?” กู่ฉิงซานถาม

 

ปราณปรับแต่งขั้น 3  สามารถเริ่มฝึกฝนดาบได้แล้ว

 

มีธนูไว้ใช้โจมตีระยะไกล ระยะประชิดก็ต้องมีดาบ นี่คือวิสัยทัศน์ในโลกแห่งการต่อสู้ของกู่ฉิงซาน

 

“ดาบเหรอ?” จ้าวหลิวส่ายหัว “มีเฉพาะเจ้าหน้าที่ระดับสูงเท่านั้นถึงจะใช้ดาบได้ และในค่ายแห่งนี้เจ้าหน้าที่ระดับสูงก็ได้ตายลงไปแล้ว อาวุธของเขาก็ถูกโยนลงไปในบ่อกักศพพร้อมๆกับร่างของเขานั่นแหละ”

 

และบ่อกักศพที่ว่า ก็ถูกรามสูรไร้พักตร์กวาดหายไปแล้วด้วยฝ่ามือเดียว เรียกได้ว่าแทบจะไม่หลงเหลือแม้เพียงเศษเสี้ยว

 

กู่ฉิงซานอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจอย่างหมดหนทาง เขาเป็นผู้ฝึกดาบและถูกส่งย้อนเวลามาจุติใหม่ ทว่าตั้งแต่ต้นจวบจนกระทั่งถึงตอนนี้เขากลับไม่แม้แต่จะได้สัมผัสกับปลายดาบ บอกตรงๆว่าไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ดี

 

จบบทที่ หมื่นสวรรค์สิ้นโลกา Online Ep.14 - ความหวัง (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว