เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

NH-ตอนที่ 12 ฉันไม่ใช่หมอนักต้มตุ๋น

NH-ตอนที่ 12 ฉันไม่ใช่หมอนักต้มตุ๋น

NH-ตอนที่ 12 ฉันไม่ใช่หมอนักต้มตุ๋น


เวร่า มองไปที่หลานชายของเธอด้วยสีหน้าที่จริงจัง เธอรู้ว่า ลุกซ์ ต้องการเข้าไปในเอลิเซียมเพื่อพิสูจน์ว่าเขาไม่ใช่คนไร้ประโยชน์ ทว่า เวร่า ไม่เคยเลือกปฏิบัติต่อเขาเพราะเรื่องนี้

เพราะสำหรับเธอแล้ว ลุกซ์ คือเด็กน้อยที่เติมสีสันให้กับโลกที่อ้างว้างของเธอ แม้ว่าเขาจะไม่ใช่คนที่แข็งแกร่งอะไร แต่เขาก็พยายามอย่างเต็มที่เพื่อช่วยเหลือเธอทุกอย่างเท่าที่ทำได้

ถ้าเป็นไปได้ เวร่า ก็ไม่อยากให้ลุกซ์เข้าไปในเอลิเซียมเพราะเธอกลัวว่าชีวิตของชายหนุ่มจะตกอยู่ในอันตราย

“ลุกซ์ ย่ารู้ว่าหลานอยากจะเป็นนักรบ” เวร่า กล่าวออกมา “แต่ถึงแม้ว่าหลานจะต้องการแต่ร่างกายของหลานก็ไม่แข็งแรงมากพอที่จะฟันฝ่าอุปสรรคไปได้”

เวร่าอยากจะบอกให้ ลุกซ์ ไม่ต้องคิดเรื่องอื่นแล้วใช้ชีวิตให้มีความสุขอย่างสบายใจ แต่เธอก็ได้ยับยั้งคำพูดนี้ไว้ เพราะเธอรู้ว่าหลานของเธอต้องการจะทำสิ่งใดมากที่สุดในชีวิตนี้

“คุณย่า ผมรู้ว่าคุณย่าเป็นห่วงผมและต้องการให้ผมใช้ชีวิตอย่างมีความสุข”ลุกซ์ ได้ตอบกลับ “นอกจากนี้ ผมรู้ว่ามันยากที่จะเชื่อ แต่ตอนนี้ร่างกายของผมหายเป็นปกติแล้ว และ ผมจะไม่มีอาการหน้ามืดอีกต่อไป”

เวร่า สั่นศีรษะอย่างหนักแน่น “ลุกซ์ ชีวิตคนเรามีค่า ย่าจะไม่ปล่อยให้หลานเข้าไปในเอลิเซียม จนกว่าา ย่าจะเห็นด้วยตาตัวเองว่าสิ่งที่หลานพูดนั้นเป็นความจริง อย่างไรก็ตาม นี่จะเป็นครั้งสุดท้ายเช่นเดียวกัน หากหลานผิดพลาด หลานจะต้องไม่ยืนกรานที่จะเข้าไปในเอลิเซียมอีก ตกลงไหม?”

“หลานกล้าที่จะให้สัญญากับย่าไหม?”

“ผมตกลง”

ลุกซ์ ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก เขาเติบโตมาโดยถูกคุณย่าตามใจ และ ดูแลเขาเป็นอย่างดี แม้ว่าพวกเขาจะมีข้อโต้แย้งกันอยู่หลายครั้งในอดีต เกี่ยวกับความฝันของเขาที่จะเข้าไปในเอลิเซียม แต่ เวร่า ก็ไม่เคยปฏิเสธความฝันของเขา และ ยอมให้เขาฝึกฝนทุกวันเท่าที่จะทำได้

“คุณย่า ผมอยากจะแนะนำใครบางคนให้รู้จัก” ลุกซ์ กล่าว “เขาเป็นคนที่ช่วยรักษาร่างกายของผม”

“อย่าบอกนะว่าเป็นพวกหมอนักต้มตุ๋นอีกที่หลานเชิญมาเหมือนก่อนหน้านี้?” สีหน้าของ เวร่า ได้กลายเป็นเคร่งขรึม “นี่มันกี่ครั้งแล้วที่หลานถูกล่อลวงโดยคนอื่นให้ซื้อพวกโพชั่นวิเศษที่ทำให้หลานหายจากอาการเจ็บป่วย? หลานไม่ได้เรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้เลยงั้นเหรอ?”

ลุกซ์ ได้กระแอมเบา ๆ เพราะเขาปฏิเสธคำพูดของย่าไม่ได้ ในอดีต เขาเคยถูกหลอกให้ซื้อโพชั่นบำรุงจากพ่อค้าที่ผ่านฐานที่มั่น แม้ว่า โพชั่นบำรุงเหล่านี้จะดูดีภายนอก แต่ผลของมันก็น่ากลัวมาก มันทำให้ ลุกซ์ มีอาการแพ้จนเกิดผื่นคันไปทั่วทั้งตัวและเป็นไข้อยู่ 2-3 วัน

“ไม่ต้องเป็นห่วงไปคุณย่า ครั้งนี้เขาไม่ใช่นักต้มตุ๋น” ลุกซ์ ทุบหน้าอกของเขาด้วยความมั่นใจ “อันที่จริง เขามาที่นี่เพื่อต้องการที่จะพูดคุยกับคุณย่าเป็นการส่วนตัวด้วย”

“เขาอยากจะคุยกับย่า?” เวร่า ขมวดคิ้วแน่น “เขาอยู่ไหนล่ะ?”

“ในห้องของผม”

“ลุกซ์ นี่หลานเชิญคนแปลกหน้าเข้ามาในบ้านของเราขณะที่ย่าไม่อยู่งั้นหรือไม่?”

การจ้องมองของ เวร่า ทำให้ ลุกซ์ รู้สึกเหมือนกับมีอาการท้องผูก อย่างไรก็ตาม เขาก็กัดฟันแน่นเพื่อควบคุมสถานการณ์

“คุณย่า ยังไงก็ให้ผมแนะนำให้คุณย่ารู้จักก่อนดีกว่า” ลุกซ์ ตอบกลับ “ถ้าเกิดเขาเป็นนักต้มตุ๋นจริง คุณย่าก็เฉดหัวเขาออกไปได้เลย!”

เวร่า พยักหน้าอย่างไม่เต็มใจขณะที่ทำท่าทางให้ ลุกซ์ ไปเรียกคนที่รักษาร่างกายของเขามา เธอตัดสินใจแล้วว่า ถ้าเกิดนักต้มตุ๋นคนนี้วางแผนที่จะทำร้ายหลานชายของเธอ เธอจะบีบคอเขาและส่งร่างของเขาไปให้จระเข้ในแม่น้ำกิน

ไม่กี่นาทีต่อมา ก็มีเด็กคนนึงที่มีอายุราว 12 ปี เดินตามหลัง ลุกซ์ มาด้วยรอยยิ้ม

เวร่า รู้สึกประหลาดใจเพราะเธอไม่คิดเลยว่าคนที่ ลุกซ์ พามาจะเป็นเด็กหนุ่มที่อายุน้อยกว่าเขา

ทันใดนั้น สีหน้าของ เวร่า ก็กลายเป็นจริงจัง เมื่อเธอจ้องมองไปที่ เด็กหนุ่มผมสีน้ำเงินเข้มและดวงตาสีเทา

เธอเป็นนักรบ ดังนั้นมันจึงค่อนข้างง่ายสำหรับเธอที่จะสังเกตุเห็นสิ่งเล็กน้อยที่สุดเมื่อพูดถึงคน

ในการเผชิญหน้าครั้งแรกนี้มันทำให้เธอตกใจเพราะ เธอไม่รู้สึกถึงการปรากฏตัวของเด็กหนุ่มผมสีน้ำเงินเลย ราวกับว่าคนที่เดินตาม ลุกซ์ มาไม่ใช่คน แต่เป็นเพียงสายลมที่พัดผ่านเท่านั้น

นอกจากนี้เธอสังเกตุเห็นดวงตาของเด็กหนุ่ม นั่นไม่ใช่ดวงตาของเด็กเลยแม้แต่น้อย แต่เป็นคนฉลาดที่ดูเหมือนจะมีอายุหลาย 10 ปี

‘ไฮค์แรงค์เกอร์?’ เวร่า คิดขณะที่เธอขยายความรู้สึกของเธอไปยังเด็กหนุ่มที่อยู่ข้างหน้า

“สวัสดี ฉันชื่อ เอลิออน และ ฉันเป็นคนที่ช่วย ลุกซ์ รักษาร่างกายของเขา” เอลิออน กล่าวพูดด้วยรอยยิ้ม “ก่อนอื่นฉันอยากจะบอกก่อนว่า ฉันไม่ใช่ หมอนักต้มตุ๋น”

“ตอนนี้ ลุกซ์ หายเป็นปกติแล้ว และ แม้ว่าร่างกายของเขาจะยังไม่ถึงมาตรฐานที่จะเข้าสู่เอลิเซียม แต่เขาจะไม่ถูกรั้งจากโรคที่อ่อนแอเหมือนในอดีตอีกต่อไป หากเขาได้ฝึกฝนอย่างถูกต้อง การเข้าไปยังพื้นที่เริ่มต้น ย่อมไม่ใช่ปัญหาสำหรับเขา”

“นายเป็นแรงค์เกอร์งั้นหรือไม่?” เวร่า กล่าวถาม “นายแรงค์อะไร?”

เอลิออน 1-2 ครั้งก่อนที่เขาจะรู้สึกตัว

“อืม ฉันไม่ใช่พวก แรงค์เกอร์ .…” เอลิออน ตอบกลับ “แต่หากมันจะทำให้เธอรู้สึกสบายใจ จะคิดว่าฉันเป็นหนึ่งในนั้นก็ได้”

เวร่า หรี่ตาลง เธอไม่เชื่อว่าคนอย่าง เอลิออน จะสุ่มเลือกช่วยชีวิตใครสักคน เพราะไม่มีอาหารกลางวันฟรีในโลก และ เธอแน่ใจว่า เด็กหนุ่มผมสีน้ำเงินคนนี้มีจุดประสงค์ซ่อนเร้นบางอย่าง

‘ลุกซ์จะต้องมีบางอย่างที่เขาต้องการเป็นแน่’ เวร่า ครุ่นคิด ‘บางทีฉันควรจะกำจัดเขาก่อนที่เขาจะได้ทันทำอะไรหลานชายของฉัน’

“เป็นความคิดที่น่ากลัวจริงๆ” เอลิออน แสดงความคิดออกมาด้วยรอยยิ้ม “ฉันสาบานด้วยชื่อของฉันเลยว่า ฉันไม่มีเจตนาร้ายกับ ลุกซ์ เพราะถ้าเกิด ฉันวางแผนร้ายต่อเขา ฉันคงไม่ร้องขอให้เขาพาฉันมาพบเธอหรอกจริงไหม?”

รูม่านตาของ เวร่า ได้หดตัวลง เมื่อเธอตระหนักได้ว่าอีกฝ่ายสามารถอ่านความคิดของเธอได้ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอพบกับคนที่มีความสามารถเช่นนี้ เธอเคยพบคนประเภทนี้ในโลกโซไรอัสและเอลิเซียมมาก่อน และ สิ่งหนึ่งที่พวกเขามีเหมือนกันก็คือพวกเขาทั้งหมดล้วนเป็นคู่ต่อสู้ที่ยากลำบาก

“นี่ พวกเราจะพูดคุยกันอย่างสันติโดยที่เธอไม่มีความคิดที่จะฆ่าฉันไม่ได้เลยจริงเหรอ?” เอลิออน กล่าวพูดด้วยรอยยิ้ม “ฉันมาที่นี่เพื่อที่จะบอกเธอว่า ฉันจะพา ลุกซ์ เข้าไปในเอลิเซียม กับฉัน และ ฝึกฝนเขาเป็นเวลา 1 ปี เพื่อที่เขาจะมาทำการทดสอบของฐานที่มั่นวิลด์การ์ดในอนาคต และ เข้าสู่เอลิเซียมในฐานะตัวแทนฝ่ายของพวกเธอ”

“พาเขาไปยังเอลิเซียม?” เวร่า ขมวดคิ้วแน่น “นายเป็นแรงเกอร์แล้ว นายไม่สามารถเข้าสู่พื้นที่เริ่มต้นได้”

เอลิออน ผงกศีรษะอย่างเห็นด้วย “ก็จริงที่ว่าในเอลิเซียม มีกฏการแบ่งดินแดนสำหรับผู้คนที่เข้ามาสำรวจ สิ่งนี้ขึ้นอยู่กับแรงค์ของพวกเขา อย่างไรก็ตาม ฉันสามารถข้ามกฏเหล่านี้และไปที่ไหนก็ได้โดยที่ไม่มีสิ่งใดขวางกั้นได้”

“แต่เราทั้งคู่รู้ว่าเธอจะไม่ยอมให้ลุกซ์เข้าไปในเอลิเซียมจนกว่าเขาจะพิสูจน์ตัวเองว่าเขาสามารถเอาชีวิตรอดได้จริงมั้ย?”

“ถูกต้อง” เวร่า ได้ตอบกลับ

“ถ้าอย่างนั้น ในเมื่อเราทั้งคู่เห็นพ้องต้องกัน ก็ไปเที่ยวกันข้างนอกฐานที่มั่นกันเลยตอนนี้ดีไหม?” เอลิออน ได้เสนอ “ด้วยวิธีนี้ เธอจะได้เห็นด้วยตาตัวเองว่าหลานชายสุดที่รักของเธอมีคุณสมบัติที่จะเข้าไปในเอลิเซียมหรือไม่”

เวร่า ไม่ได้ตอบทันที แต่เธอมองไปที่หลานชายของเธอที่จ้องมองมาที่เธอด้วยสายตาอ้อนวอน

หลังจากการสู้รบทางความคิดในระยะเวลาอันสั้น เวร่า ก็ถอนหายใจออกมาและพยักหน้าอย่างไม่เต็มใจ

“ตกลง” เวร่า กล่าวออกมา “พวกเราจะออกเดินทางเมื่อแสงแรกมาถึง ฉันก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าหลานชายของฉันหายจากอาการป่วยแล้วจริงไหม และ ถ้าเกิดนายสามารถแสดงให้ฉันเห็นว่าเขามีวิธีที่จะอยู่รอดใน เอลิเซียม ฉันจะอนุญาติให้เขาเข้าไปที่นั่น อย่างไรก็ตาม ถ้านายกล้าโกหกล่ะก็…ฉันไม่สนว่านายจะเป็นใครมาจากไหน แต่ฉันรับรองได้เลยว่านายจะไม่ได้เจอหน้าหลานของฉันอีกเลย ฉันพูดเคลียร์มั้ย?”

เอลิออน ยิ้มและพยักหน้า คำขู่ของ เวร่า ไม่ได้มีความหมายสำหรับเขา แต่เขาก็สามารถเข้าใจได้ว่าเธอนั้นห่วงใย ลุกซ์ มากแค่ไหน

แม้ว่า แผนทั่วไปจะล้มเหลวตั้งแต่ต้น แต่เขาก็มีความสุขที่เห็นผู้สมัครที่พวกเขาเลือกได้รับความรักอย่างดจากครอบครัวอุปถัมภ์ของเขา

จบบทที่ NH-ตอนที่ 12 ฉันไม่ใช่หมอนักต้มตุ๋น

คัดลอกลิงก์แล้ว