เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

หมื่นสวรรค์สิ้นโลกา Online Ep.10 - ห้ำหั่นกับปรมาจารย์นักสู้

หมื่นสวรรค์สิ้นโลกา Online Ep.10 - ห้ำหั่นกับปรมาจารย์นักสู้

หมื่นสวรรค์สิ้นโลกา Online Ep.10 - ห้ำหั่นกับปรมาจารย์นักสู้


หมื่นสวรรค์สิ้นโลกา Online Ep.10 - ห้ำหั่นกับปรมาจารย์นักสู้

 

ทั้งห้องถูกปกคลุมไปด้วยความมืดมิด และมีเพียงโคมไฟระย้าดวงเดียวแขวนอยู่บนเพดาน แต่ก็ดูเหมือนว่ามันจะเสียมานานแล้วเนื่องจากเต็มไปด้วยฝุ่นเกาะ

 

สงหู่กวาดสายตาไปทั่วห้องอย่างรวดเร็ว

 

ไม่มีห้องนั่งเล่น หรือห้องครัว ภายในเป็นเพียงห้องโล่งๆยาวๆจนแทบจะไม่สามารถวางตู้กับเตียงพร้อมกันได้ หากไม่วางซ้อนกัน

 

ไม่มีแม้กระทั่งห้องน้ำ

 

สภาพแวดล้อมเช่นนี้ ด้อยยิ่งกว่าสลัมเสียอีก

 

ตรงข้ามกับสงหู่มีชายคนหนึ่งนั่งอยู่ริมขอบหน้าต่าง คนๆนั้นก็คือหัวหน้ากลุ่มนักฆ่าใต้ดิน

 

ไม่มีใครคนอื่นอยู่อีก เป้าหมายไม่ได้อยู่ที่นี่

 

เจ้าพวกฉลาดน้อย น่าเสียดายที่พวกมันไม่เข้าใจว่ายามเมื่อเผชิญหน้ากับตัวตนที่แข็งแกร่ง การต่อรองราคา มันก็มีแต่จะทำให้ตนเองเจ็บปวดยิ่งขึ้นเท่านั้น

 

สงหู่ตรงไปกระชากคอเสื้ออีกฝ่าย ก่อนทียกเขาจนเท้าลอยเหนือพื้นและกล่าว “เจ้าขยะ ส่งตัวเด็กคนนั้นมาซะ ไม่อย่างนั้นฉันสาบานได้เลยว่าพวกแกทุกคนต้องตาย”

 

อีกฝ่ายจ้องมองเขา แต่ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา

 

คิ้วของสงหู่ยกสูงขึ้น และเตรียมที่จะทำให้อีกฝ่ายทุกข์ทรมาน

 

ทันใดนั้นเองความรู้สึกไม่ดีบางอย่างก็วาบเข้ามาในจิตใจของเขา

 

สงหู่เหลียวหลังกลับอย่างฉับพลัน กล้ามเนื้อทั่วร่างบิดเป็นเกลียว จากนั้นทั้งร่างของเขาก็ขยายขึ้น แข็งแกร่งขึ้น

 

เกือบจะในทันทีสงหู่ได้กลายร่างเป็นยักษ์ตัวใหญ่ที่สูงกว่าสามเมตร!

 

“ฮ่า!”

 

สงหู่คำรามก้องจนเห็นฟันและเขี้ยว มือทั้งสองหวดกระแทกอย่างรุนแรงไปในอากาศ

 

พร้อมกับเสียงคำรามที่หยุดลง ร่างของสงหู่เซเล็กน้อยก่อนจะถอยไปหลายก้าว จนแผ่นหลังแนบกับผนังข้างหน้าต่าง

 

ผนังแตกร้าวจนเป็นรอยแยก

 

สงหู่ก้มหัวลง จับจ้องสิ่งที่อยู่ในมือของเขา

 

“ลูกศร? นับว่าเป็นสิ่งที่ยากจะพบเห็นจริงๆ”สงหู่ยังคงกำลูกศรไว้ขณะเดียวกันก็ขบคิด

 

ก่อนจะเงยหน้าขึ้นอย่างฉับพลัน เพราะเบื้องหน้าเขาตรงประตูได้ปรากฏร่างที่ถือธนูยาวรูปทรงแปลกตาอยู่ในมือ

 

“แกมัน … เจ้านักเรียนยาจกคนนั้น!”

 

สงหู่รู้จักผู้มาเยือนตรงหน้าดี ในใจเขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกตกตะลึง

 

เพียงแค่ลูกศรดอกนี้ สงหู่ต้องใช้กำลังทั้งหมดเข้าต้านทาน

 

ฝีมือระดับนี้ไม่ใช่นักธนูธรรมดา ทั้งหมดนี้มิใช่สิ่งที่นักเรียนม.ปลายควรจะมี

 

แต่ที่น่ากลัวยิ่งกว่านั้นก็คือ หลังจากที่สืบประวัติย้อนหลังไปกว่าสองปี เขากลับไม่พบว่าอีกฝ่ายมีความแข็งแกร่งใดๆเลย!

 

เจ้าหนูนี่ ภายใต้หน้ากากที่ดูธรรมดา กลับซ่อนความแข็งแกร่งถึงเพียงนี้เอาไว้ มันวางแผนจะทำอะไรกันแน่?

 

ท่าไม่ดีแล้ว หากยังไม่รีบประชิดตัวทันที ตอนนี้ไม่ว่าจะเราหรือเจ้าเด็กนั่นโอกาสที่จะสังหารอีกฝ่ายก็มีพอๆกัน!

 

เมื่อคิดถึงจุดนี้ สงหู่ก็ตบเท้าทั้งสอง ทะยานทั้งร่างตรงไปยังเบื้องหน้า

 

กู่ฉิงซานก็เคลื่อนไหวเช่นกัน!

 

ศรอีกดอกถูกปล่อยออกไป!

 

ศรดอกนี้มุ่งเป้าตรงไปยังหน้าอกของสงหู่ และด้วยการที่เข้าทะยานปรี่เข้ามาอย่างเร็วรี่ทำให้ไม่มีเวลาที่จะหลบเลี่ยง

 

สงหู่เหยียดมือทั้งสองออกไปอีกครั้ง และตบมันลงบนอากาศเบื้องหน้า

 

ปัง!

 

ศรที่ยิงออกมาถูกหยุดกลางอากาศ แต่ก็ส่งผลให้สงหู่ถอยหลังไปกว่าสองก้าวเนื่องจากแรงปะทะ

 

หากแต่สงหู่ดูจะไม่ใส่ใจมัน เขากลับเผยรอยยิ้มออกมา

 

“ศรดอกนี้ทรงพลังมากจริงๆ แต่กับร่างกายอันบอบบางของแก ฉันกลัวว่าแกคงจะดึงสายธนูได้อีกไม่นาน”

 

สงหู่ขยับคอจนเสียงดังแกร๊ก และเอ่ยเยาะเย้ย “เจ้าหนู แกจะโจมตีแบบนี้ได้อีกสัักกี่ครั้งกันเชียว”

 

กู่ฉิงซานชะงักไป ก่อนจะกล่าวสั้นๆ “ก็หลายครั้งอยู่นะ”

 

สายธนูถูกดึงขึง พร้อมกับมือที่ผละออกไป

 

ยิงต่อเนื่อง!

 

ระหว่างทั้งสองดูเหมือนจะปรากฏแสงสีฟ้าเป็นเส้นสายพุ่งตรงมาจากทิศทางของกู่ฉิงซาน โดยมีเป้าหมายเป็นร่างของสงหู่

 

สงหู่ฟาดแขนครั้งแล้วครั้งเล่าด้วยกำลังทั้งหมดที่มีเพื่อปัดป้องลูกศร จนถอยร่นติดกำแพง

 

แรงปะทะของศรแต่ละดอกเกือบจะเทียบเคียงได้กับหวูเต๋าระดับปรมาจารย์นักสู้ที่ทุ่มโจมตีสุดกำลัง!  หากสงหู่รามือเมื่อไหร่ เป้าหมายต่อไปของลูกศรก็คงไม่พ้นร่างกายของเขา

 

สงหู่ไม่คาดคิดจริงๆว่าตนที่เป็นถึงหวูเต๋าระดับปรมาจารย์นักสู้จะถูกกดดันโดยเด็กม.ปลายแบบนี้

 

และฉากนี้ก็กำลังถ่ายทอดสดผ่านโฮโลแกรมส่งไปทางฝั่งของนายน้อยหยุนเช่นกัน

 

“ไอ้เด็กเปรต แกฆ่าฉันไม่ได้หรอก พอลูกศรหมดเมื่อไหร่ นั่นแหละคือเวลาตายของแก”สงหู่คำรามด้วยความโกรธ

 

กู่ฉิงซานกล่าวขณะที่มือของเขาไม่หยุดนิ่ง “แกไม่สามารถอดทนรอจนถึงเวลานั้นได้หรอก .. ลาก่อน!”

 

กู่ฉิงซานดึงพลังวิญญาณจากตันเถียนออกมา ก่อนจะผสานมันลงในศรดอกต่อไป

 

ฟุบ ฟุบ ฟุบ!

 

ลูกศรพุ่งออกจากคันธนู มันเสียดทานกับอากาศอย่างรุนแรงจนระหว่างทางเกิดเสียงหวีดหวิว

 

และศรดอกนี้ก็ทะลวงสองมือของสงหู่ ก่อนจะกระแทกเข้ากับหน้าอกของเขา

 

สงหู่กระเด็นชนเข้ากับผนังจนแตกร้าว เขาไม่อาจทานทนต่อแรงปะทะได้ และสุดท้ายก็ล้มกลิ้งลงกับพื้น

 

ผนังห้องทั้งหมดพังครืนลงมา ทับถมร่างของสงหู่ที่ไม่อาจคงสภาพร่างยักษ์ไว้ได้อีกต่อไป จนภาพเบื้องหน้าปรากฏเพียงสายลมยามค่ำคืนที่พัดผ่าน

 

“บัดซบ!”

 

สงหู่ค่อยๆยืนหยัดขึ้น เขาพยายามที่จะรักษาสมดุล และต้องการที่จะกลับสู่สภาพร่างยักษ์อีกครั้ง

 

อย่างไรก็ตาม เขาก็ต้องสิ้นหวัง เนื่องจากศรอีกดอกส่งเสียงหวีดหวิวแหวกอากาศพุ่งตรงมา

 

ศรดอกนี้ลากสงหู่กระเด็นตกจากตึกชั้นที่ 22ก่อนที่จะค่อยๆโค้งลงตามแรงโน้มถ่วง ร่วงลงไปในจุดที่ห่างออกไป

 

ต่อให้เป็นยอดปรมาจารย์นักสู้ หากตกลงจากตึกที่มีความสูงถึง 22 ชั้นก็ต้องตายอย่างไม่น่าสงสัย ยิ่งสงหู่เป็นเพียงปรมาจารย์นักสู้ ยิ่งไม่ต้องกล่าวถึง

 

เว้นเสียแต่ว่าจะเป็นผู้ที่เข้าสู่ขอบเขตหวูซุน(นักสู้บรรพชน) ที่ร่างแกร่งราวกับทองคำ กระดูกแกร่งราวกับเหล็กกล้า จนไม่ต้องกลัวแรงปะทะ จึงจะสามารถรอดชีวิตจากในกรณีนี้ได้

 

กู่ฉิงซานเดินตรงไปยังจุดที่สงหู่ยืนอยู่ก่อนหน้านี้ ก่อนจะหยิบกล้องบนอุปกรณ์สื่อสารข้นมาจากพื้นดิน

 

“เนี่ยหยุน?”

 

ปลายสายส่งเสียงตะโกนจนแทบคลั่งออกมา “ระยำ แกกล้าฆ่าคนที่อุทิศตัวให้กับตระกูลของฉัน แกสร้างปัญหาใหญ่แล้วรู้เอาไว้ซะ เตรียมตัวตายได้เลย”

 

กู่ฉิงซานมองไปยังภาพบนอุปกรณ์สื่อการ และโพล่งออกไป “ทางฝั่งที่แกอยู่ดูเหมือนจะเป็นคาสิโนที่ใหญ่ที่สุดในเมืองสินะ ถ้างั้นก็ช่วยรออยู่ที่เดิม อย่ารีบหนีไปไหนซะละ”

 

เนี่ยหยุน “แกหมายความว่ายังไง”

 

“ก็หมายความว่า … โปรดรอสักครู่ กูจะรีบไปฆ่ามึงเดี๋ยวนี้แหละ!”

 

กล่าวจบ สัญญาณจากอุปกรณ์สื่อสารในชั้นที่ 22 ก็วูบดับไป

 

กู่ฉิงซานมองดูชายที่นอนขดตัวอยู่ในมุมห้อง ก่อนจะหันหลังเดินจากไป

 

ชายหัวหน้ากลุ่มนักฆ่าใต้ดินเห็นแบบนั้น เขาก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม “ฉันไม่มีประโยชน์อะไรอีกแล้ว ทำไมนายถึงไม่ฆ่าฉัน”

 

“ก็เพราะฉันขอให้นายเป็นตัวล่อ นายก็ทำ ดังนั้นนายสมควรได้รับชีวิตของตัวเองกลับคืน”

 

กู่ฉิงซานกล่าวเสร็จก็เดินจากไป และหายวับไปยังทางลงบันไดอย่างรวดเร็ว

 

สีหน้าของชายนักฆ่าดูจะฝืนทน เขาถอนหายใจออกมา ก่อนจะลุกขึ้น และรีบวิ่งออกไป

 

เขาตะโกนก้อง “หยุดก่อน นายไม่ควรจะไปที่นั่น นายกำลังพาตัวเองไปตาย ที่นั่นมียอดยุทธของตระกูลเนี่ยเหมือนกับคนที่คอยติดตามเนี่ยหยุนเฝ้าอยู่ พวกเขาอยู่ในระดับยอดปรมาจารย์นักสู้กับพวกเฉาฟ่าน(ผ่าเหล่า)!”

 

ภายในคาสิโน

 

สายตาของเนี่ยหยุนจับจ้องอยู่กับอุปกรณ์สื่อสาร และไม่ได้เอ่ยอะไรออกมาอยู่พักหนึ่ง

 

“นายน้อยเนี่ย ขออภัยที่ต้องกล่าว แต่ดูเหมือนว่าฉันจะชนะ”ชายสวมแว่นกันแดดเอ่ยปาก

 

เนี่ยหยุนผุดลุกขึ้นทันที ก่อนจะก้าวขาวิ่งออกไป

 

หลังจากนั้นไม่นาน  รถเหินเวหาที่มีลวดลายวิจิตรงดงามคันหนึ่งก็ทะยานขึ้นจากคาสิโน และหายลับเข้ากลีบเมฆไปอย่างรวดเร็ว

 

ชายสวมแว่นกันแดดมองรถเหินเวหาที่ทะยานขึ้นเหนือเมฆผ่านทางหน้าต่าง พลางกล่าวเย้ยหยัน “ดูเหมือนว่ามันจะได้รับกระทบกระเทือนจิตใจอย่างแรง โดนขู่แค่ไม่กี่คำก็วิ่งหนีไปซะแล้ว”

 

จู่ๆสีหน้าของชายสวมแว่นก็เปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม ก่อนจะหันหลังกลับไปโค้งคำนับและกล่าว “ฝ่าบาท โปรดสงบใจก่อนนะพะยะค่ะ ดูเหมือนว่าระหว่างภารกิจจะเกิดปัญหาขึ้นเล็กน้อย”

 

หญิงงามที่ก้มหลบอยู่หลังเก้าอี้เมื่อครู่ดูเปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคน เธอค่อยๆยื่นขึ้นอย่างช้าๆ ขณะเดียวกันก็ก้มลงมองเปลวเพลิงที่ลุกโชนอยู่ในมือของเธอ

 

เปลวเพลิงที่ถูกควบรวมไว้ในมือค่อยๆก่อตัวจนเปลี่ยนรูปร่างเป็นหัวกะโหลกอย่างเงียบๆ มันส่งกลิ่นอายที่เต็มไปด้วยความมืดมนออกมา

 

หญิงงามจับจ้องไปยังหัวกะโหลกในมือของเธอ และเอ่ยออกมาคำหนึ่ง “การปิดบังตัวตนช่างเป็นเรื่องที่น่ารำคาญยิ่ง”

 

เธอสะบัดฝ่ามือ ก่อนที่เปลวเพลิงจะหายวับไป

 

จบบทที่ หมื่นสวรรค์สิ้นโลกา Online Ep.10 - ห้ำหั่นกับปรมาจารย์นักสู้

คัดลอกลิงก์แล้ว