- หน้าแรก
- ข้าสอบขุนนางในสมัยโบราณ บันทึกของหนุ่มย้อนภพร้านเต้าหู้
- บทที่ 381 การปลุกระดม
บทที่ 381 การปลุกระดม
บทที่ 381 การปลุกระดม
อีกสองวันต่อมา หลินเซี่ยงอันพาหวังเหอซิ่นไปซื้อข้าวของเครื่องใช้จนครบ และจัดบ้านจนเรียบร้อย
เมื่อกลับมาที่ตรอก เขาจงใจติดยันต์กระดาษสีเหลืองที่มีอักษรประหลาดๆ ไว้ที่ประตู
เวลาเข้าออกในตอนเช้าและเย็นก็จงใจเลือกช่วงเวลาที่ดูน่าขนลุก
ไม่นานนัก ข่าวลือก็แพร่สะพัดไปทั่วละแวกนั้น มีบัณฑิตยากจนที่มีพฤติกรรมประหลาดเพิ่งย้ายเข้ามาใหม่
บางครั้งมีคนเดินผ่าน ยังได้ยินบัณฑิตผู้นั้นพึมพำคาถาอะไรบางอย่างเบาๆ
ประจวบกับตรอกนี้เต็มไปด้วยร้านโลงศพและร้านขายเครื่องเซ่นไหว้ ปกติก็เงียบเหงาวังเวงอยู่แล้ว ตอนนี้ยิ่งเพิ่มบรรยากาศน่าขนลุกเข้าไปอีก
ผู้คนต่างพากันหวาดกลัว และเลือกที่จะเดินอ้อมไปทางอื่น
ขณะที่หลินเซี่ยงอันและหวังเหอซิ่นกำลังจัดบ้าน สมาคมเจ้อเจียงก็เกิดเรื่องราวขึ้นอีกระลอกหนึ่ง
สมาคมที่เคยบรรยากาศตึงเครียด จู่ๆ วันนี้ก็คึกคักขึ้นมา
บัณฑิตหนุ่มคนหนึ่งรวบรวมผู้คนไว้ที่ลานกลาง กล่าวปราศรัยอย่างเร่าร้อน
คนผู้นี้ชื่อ เฉินฉี่ไท่ ชาวหางโจว ขึ้นชื่อเรื่องไหวพริบปฏิภาณและฝีปากกล้า เป็นที่นับหน้าถือตาในหมู่คนบ้านเดียวกัน
เขาประณามอ๋องต่างๆ ว่ามีจิตใจชั่วร้าย เป็นภัยใหญ่หลวงต่อราชบัลลังก์
และย้ำอย่างหนักแน่นว่าองค์ชายรัชทายาทคือผู้สืบทอดที่ถูกต้องตามครรลอง
เขาเรียกร้องให้บัณฑิตจวี่เหรินชาวเจ้อเจียงยึดมั่นในความถูกต้อง ร่วมลงชื่อถวายฎีกา แสดงความจงรักภักดี เรียกร้องให้ลงโทษอ๋องอย่างรุนแรง ถึงขั้นยอมปักหลักอยู่ในเมืองหลวง ร่วมเป็นร่วมตายกับราชสำนัก
บทความถวายฎีกาฉบับนั้นเขียนด้วยสำนวนโวหารอันงดงาม ปลุกเร้าอารมณ์ เมื่อเขาจรดพู่กันร่าง ก็มีคนขานรับทันที
ทันทีที่บทความนั้นถูกวางออกมา บัณฑิตหนุ่มเลือดร้อนจำนวนไม่น้อยก็เลือดเดือดพล่าน พากันแสดงความจำนงขอลงชื่อ
ใครลังเล จะถูกผู้สนับสนุนประณามทันทีว่าเป็น "คนขี้ขลาด" "คนเนรคุณ"
บรรยากาศในโรงอาหารลุกโชนอย่างรวดเร็ว เต็มไปด้วยอารมณ์โศกเศร้าและฮึกเหิม
เพื่อปกปิดร่องรอยของหลินเซี่ยงอัน ต้วนฮ่าวชูไม่ได้ไปโรงอาหาร จึงไม่เห็นเหตุการณ์นี้
เป็นจางซูไหว่ หวังเฉิง และจ้าวโหย่วกวง สามคนมาเล่าเรื่องนี้ให้เขาฟัง
พวกเขาได้ยินว่าหลินเซี่ยงอันเป็นไข้หวัด กำลังพักฟื้นอยู่ในห้อง จึงอยากมาเยี่ยม
ในเวลานี้ห้องของหลินเซี่ยงอันอบอวลไปด้วยกลิ่นยาเข้มข้น หลินหย่วนกำลังวุ่นอยู่กับการต้มยา
ในห้องยังมีเสียงไอแว่วออกมาเป็นระยะ
จางซูไหว่และพวกตั้งใจจะเข้าไปเยี่ยม แต่ถูกต้วนฮ่าวชูขวางไว้
บอกเพียงว่าอาการป่วยของหลินเซี่ยงอันอาจจะติดต่อไปยังผู้อื่นได้ เขาเองที่อยู่ในห้องมานาน บางครั้งก็ยังมีอาการไอเล็กน้อย
หลินเซี่ยงอันร่างกายแข็งแรง พักฟื้นอีกไม่กี่วันคงหายดี
แต่ถ้าพวกเขาติดไข้ไปด้วย คงไม่ดีแน่
ทั้งสามคนจึงไม่ดึงดัน ยืนคุยกันในลานเรือน หัวข้อสนทนาก็วนมาที่เรื่องการร่วมลงชื่อถวายฎีกาอย่างรวดเร็ว
"การทำเรื่องใหญ่โตเช่นนี้ ไม่ต่างอะไรกับการผลักบัณฑิตมือเปล่าไปยืนอยู่บนยอดคลื่น"
ต้วนฮ่าวชูน้ำเสียงเย็นชา นึกถึงคำเตือนของหลินเซี่ยงอัน น้ำเสียงจึงแฝงความเฉียบคม
"นอกจากจะเพิ่มความขัดแย้ง ทำให้ผู้มีอำนาจระแวง
หรือทำให้อ๋องเกลียดชังอย่างลับๆ แล้ว จริงๆ แล้วจะมีประโยชน์สักแค่ไหน?
พวกท่านต้องระวัง อย่าได้เข้าไปพัวพันโดยง่าย"
ยังมีอีกประโยคที่เขาไม่ได้พูดออกมา
หากวันใดอำนาจตกไปอยู่ในมือของอ๋อง ผู้ที่ลงชื่อในวันนี้ คงถูกเช็คบิลกันถ้วนหน้า
จักรพรรดิองค์ใหม่ยังไม่ตัดสินแน่ชัด ใครจะกล้าฟันธงว่าใครจะเป็นผู้ชนะ?
จางซูไหว่และพวกฟังจบ ก็รู้สึกว่ามีเหตุผล
แต่พอนึกถึงสีหน้าท่าทางที่เร่าร้อนของเฉินฉี่ไท่ในสมาคม ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกฮึกเหิมตามไปด้วย
จางซูไหว่แม้ปากจะบอกว่าใช่ แต่แววตากลับฉายแววลังเล
จ้าวโหย่วกวงและหวังเฉิงยิ่งตัดสินใจลำบาก ทั้งกลัวจะมีภัย แต่ก็ไม่อยากล้าหลัง
อย่างไรเสีย การร่วมลงชื่อถวายฎีกานี้ หากองค์ชายรัชทายาทได้ขึ้นครองราชย์จริงๆ ไม่แน่ว่าอาจจะเป็นเกียรติประวัติและชื่อเสียงของพวกเขา
เพียงแต่ปลาและอุ้งตีนหมี ไม่อาจได้มาพร้อมกัน
ท้ายที่สุดแล้ว ก็อยู่ที่การตัดสินใจเลือก
จางซูไหว่ลังเล
"ข้าได้ยินมาว่าเฉินฉี่ไท่ยังไปหาบัณฑิตที่สมาคมอื่นด้วย หลายคนก็ยินดีลงชื่อ
อีกอย่าง ฝ่าบาททรงมีพระประสงค์จะแต่งตั้งองค์ชายรัชทายาทมานานแล้ว นี่เป็นเรื่องที่ใครๆ ก็รู้"
ต้วนฮ่าวชูมองเขา แววตาเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ
"ท่านอ่านประวัติศาสตร์มามากมาย ยังไม่เข้าใจอันตรายที่ซ่อนอยู่อีกหรือ?
ตั้งแต่โบราณกาล ยามที่ตำแหน่งจักรพรรดิยังไม่แน่นอน มีบัณฑิตกี่คนที่ถวายฎีกาด้วยความเลือดร้อน สุดท้ายกลับกลายเป็นวิญญาณที่ตายแทน
การต่อสู้แย่งชิงอำนาจในราชสำนัก ไม่ใช่กระดานหมากรุกที่พวกเราจะควบคุมได้
ในสายตาของจักรพรรดิองค์ใหม่ พวกเราก็เป็นแค่เบี้ยที่ไม่มีอาวุธ
ยามต้องการใช้ก็ผลักไปข้างหน้า ยามทิ้งขว้างก็ไม่แม้แต่จะเอ่ยชื่อ
หากบุ่มบ่ามเข้าไปพัวพัน เกรงว่าแม้แต่ชีวิตก็อาจจะรักษาไว้ไม่ได้"
ทั้งสามคนจะไม่เข้าใจอันตรายได้อย่างไร
เว้นเสียแต่ว่าจะมีคนบอกใบ้ถึงผลประโยชน์ มิเช่นนั้นจะหวั่นไหวได้อย่างไร?
คำเตือนก็เตือนไปแล้ว จะทำอย่างไรต่อไป ก็ต้องดูที่ตัวพวกเขาเองแล้ว
"พวกท่านคิดให้ดี อย่าใจร้อน"
ทั้งสามคนไม่ได้ตอบรับอย่างชัดเจน และก็ไม่ได้ปฏิเสธ ในใจยังคงลังเล
หลังจากนั้น ต้วนฮ่าวชูก็ใช้ข้ออ้างว่าป่วย หลีกเลี่ยงกระแสการร่วมลงชื่อถวายฎีกาไปโดยสิ้นเชิง
อย่างไรก็ตาม เรื่องราวในโลกไม่เคยเกิดขึ้นโดยไร้สาเหตุ
มักจะมีคนคอยกวนน้ำให้ขุ่นในที่ลับ
บ่ายวันนั้น เด็กรับใช้หน้าใหม่คนหนึ่งในสมาคม แอบส่งเทียบเชิญที่มีถ้อยคำคลุมเครือมาให้ฉบับหนึ่ง
ในจดหมายไม่ได้ระบุชื่อผู้รับว่าเป็นหลินเซี่ยงอันหรือต้วนฮ่าวชู
"คุณชายต้วน ด้านนอกมีคนแซ่โจวท่านหนึ่ง บอกว่าเป็นสหายเก่าบ้านเดียวกับคุณชายหลิน เชิญคุณชายหลินไปสนทนาที่โรงน้ำชาฝั่งตรงข้าม"
ต้วนฮ่าวชูใจเต้นเล็กน้อย
สหายเก่าบ้านเดียวกันของหลินเซี่ยงอันในเมืองหลวงมีน้อยมาก เขาแทบไม่ออกไปไหน คนรอบข้างต้วนฮ่าวชูก็รู้จักดี แต่คนแซ่โจวท่านนี้มาจากไหน?
"ขออภัยด้วย พี่เซี่ยงอันช่วงนี้อาการไข้หวัดยังไม่หายดี กำลังพักผ่อนอยู่ในห้อง เกรงว่าจะไปพบไม่ได้"
เด็กรับใช้กลับเสริมว่า
"ในเมื่อคุณชายหลินมาไม่ได้ คุณชายโจวบอกว่าคุณชายต้วนไปแทนก็ได้ขอรับ"
ลางสังหรณ์ไม่ดีผุดขึ้นในใจต้วนฮ่าวชู
เห็นได้ชัดว่า คุณชายโจวท่านนี้ไม่ได้มาเยี่ยมเยียนตามมารยาท แต่มีจุดประสงค์อื่น
ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ลองไปดูหน่อยว่าต้องการอะไรกันแน่
ต้วนฮ่าวชูพยักหน้าอย่างไม่แสดงอารมณ์ "รบกวนด้วย ข้าจะไปเดี๋ยวนี้"
เดินออกจากประตูใหญ่สมาคม ลมหนาวพัดปะทะหน้า ทำให้สมองปลอดโปร่งขึ้น
ในห้องส่วนตัวของโรงน้ำชาฝั่งตรงข้าม ชายวัยกลางคนสวมชุดยาวผ้าไหมปักลาย สีหน้าสงบนิ่ง รอคอยอยู่นานแล้ว
"คุณชายต้วน เชิญมาอย่างเสียมารยาท หวังว่าจะให้อภัย"
คุณชายโจวยิ้มแย้ม รินชาให้ต้วนฮ่าวชูด้วยตนเอง
เชิญหลินเซี่ยงอัน แต่กลับรู้ว่าเขาคือต้วนฮ่าวชู แสดงว่ารู้สถานการณ์ในสมาคมเป็นอย่างดี
"ผู้น้อย โจวเหวินฮวั้น เป็นคนเส่าซิงเช่นกัน
ค้าขายเล็กๆ น้อยๆ เดินทางไปมาระหว่างจินและส่านซีตลอดทั้งปี
ได้ยินว่าในสมาคมมีอัจฉริยะจากบ้านเกิดพักอยู่มากมาย จึงมาขอเยี่ยมคารวะ"
"คุณชายโจวเกรงใจไปแล้ว"
ต้วนฮ่าวชูประสานมือตอบรับ ความระแวดระวังในใจยังไม่ลดลง
โจวเหวินฮวั้นผู้นี้แม้จะแต่งกายแบบพ่อค้า แต่กิริยาวาจาแฝงความเฉียบขาดและช่ำชอง ไม่ใช่พ่อค้าเดินทางธรรมดาแน่
หลังจากทักทายกันสักพัก โจวเหวินฮวั้นก็เปลี่ยนเรื่อง กดเสียงต่ำลง
"บัดนี้สถานการณ์ในเมืองหลวงแปลกประหลาด การสอบหุ้ยซื่อเลื่อนออกไป คาดว่าในใจคุณชายต้วนคงไม่สงบสุขนัก
คุณชายหลินอายุน้อยแต่มีความสามารถโดดเด่น ทั้งยังสนิทสนมกับคุณชายจวนหนิงหยวนโป๋และจวนอู่ซานโหว อนาคตสดใส
ส่วนสถานการณ์ของคุณชายต้วน เกรงว่าจะแตกต่างออกไป
ทั้งที่อายุน้อยและมีความสามารถไม่แพ้กัน กลับถูกเขากดข่มไว้ตลอด"
คนผู้นี้มาเพื่อยุยงให้แตกแยกกันสินะ