เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 775 ความยึดติดในใจของลวี่จิงจิง

บทที่ 775 ความยึดติดในใจของลวี่จิงจิง

บทที่ 775 ความยึดติดในใจของลวี่จิงจิง


บทที่ 775 ความยึดติดในใจของลวี่จิงจิง

ไน่เหอค่อยๆ ยกชายกระโปรงขึ้น วินาทีที่ก้าวออกมาจากห้องลองชุด ผู้คนที่อยู่ด้านนอกต่างก็ดวงตาเป็นประกายขึ้นมาทันที

ชุดราตรีที่ตัดเย็บอย่างประณีตโดยดีไซเนอร์ชั้นนำ แนบสนิทไปกับส่วนโค้งเว้าของเรือนร่างราวกับผิวหนังชั้นที่สอง

เนื้อผ้าสีดำขับผิวพรรณของเธอให้ดูขาวผ่องดุจหิมะ เครื่องประดับอันวิจิตรบรรจงถูกประดับตกแต่งไว้อย่างลงตัว ทำให้ชุดราตรีชุดนี้ดูเรียบง่ายแต่แฝงไว้ด้วยความหรูหราสง่างาม ปอยผมระลงมาเคลียคลอข้างลำคอระหง ช่วยเพิ่มความซุกซนและมีชีวิตชีวาให้กับเธอ

"แม่คะ สวยไหม?"

คุณแม่ลวี่รีบลุกขึ้น เดินตรงเข้ามาหาไน่เหอ แววตาเปี่ยมไปด้วยความรักและความปิติยินดี "สวยจ้ะ จิงจิงของแม่สวยจริงๆ"

พนักงานที่อยู่ข้างๆ ก็รีบกุลีกุจอเข้ามาห้อมล้อม และเอ่ยคำชมเชยออกมาอย่างไม่เสียดายน้ำลาย

เมิ่งหนานที่ยืนอยู่ข้างๆ สีหน้ายิ่งดำทะมึนลงเรื่อยๆ สายตาจับจ้องไปที่กระโปรงบนร่างของไน่เหออย่างไม่วางตา

ไฟริษยาในดวงตาลุกโชน ความเกลียดชังในใจยิ่งแผดเผาอย่างบ้าคลั่ง

ทำไมกัน!

ลวี่จิงจิงอยู่ในตระกูลลวี่ เป็นศูนย์รวมความรักใคร่ของทุกคน มีผู้หลักผู้ใหญ่คอยปกป้อง มีพี่ชายคอยตามใจ

ส่วนตัวเธอ พ่อก็ไม่สนิท แม่ก็ไม่รัก แถมยังมีน้องชายที่เป็นโรคอารมณ์รุนแรง คอยกลั่นแกล้งเธออยู่เนืองๆ

ทำไมกัน!

ลวี่จิงจิงถึงได้ใส่ชุดราตรีที่มีเพียงหนึ่งเดียวในโลก ซึ่งออกแบบโดยดีไซเนอร์ชื่อดัง

แต่เธอกลับซื้อได้แค่รุ่นปกติทั่วไป

หนำซ้ำรุ่นปกตินี้เธอยังต้องต่อสู้เพื่อให้ได้มา ไม่อย่างนั้นแม่แท้ๆ ของเธอก็ตั้งใจจะให้เธอแค่เช่าชุดใส่เท่านั้น

ยิ่งคิดเธอก็ยิ่งแค้น เมื่อเห็นลวี่จิงจิงเดินกลับเข้าไปในห้องลองชุด เธอจึงรีบก้มหน้าแสร้งทำเป็นเสียใจ เพื่อไม่ให้ใครเห็นความริษยาในแววตา

หลังจากคุณแม่ลวี่เดินกลับมาหา ก็ตบหลังมือเธอเบาๆ

"หนานหนาน ชุดนี้น้าตั้งใจสั่งตัดให้จิงจิงโดยเฉพาะ น้าคงยกให้หนูไม่ได้ ถ้าหนูชอบ น้าสั่งตัดชุดแบบอื่นที่ใกล้เคียงกันให้ใหม่ได้นะ โอเคไหม?"

เมิ่งหนานสูดหายใจเข้าลึกๆ พยายามข่มอารมณ์ เมื่อเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง บนใบหน้าก็บีบยิ้มที่ดูจางบางและขมขื่นออกมา

"หนูก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเมื่อกี้ผีห่าซาตานตนไหนเข้าสิง วินาทีที่เห็นชุดนั้น หนูก็เกิดความอยากได้ขึ้นมาจับใจ" เสียงของเธอค่อยๆ แผ่วลง เจือไปด้วยความเย้ยหยันตัวเองอย่างโดดเดี่ยว

"แต่พอใจเย็นลงแล้ว ก็รู้สึกว่าการกระทำของตัวเองเมื่อกี้มันลามปามไปหน่อย"

คุณแม่ลวี่เห็นหลานสาวมีท่าทีเช่นนี้ หัวใจก็เหมือนถูกสะกิดจนรู้สึกเจ็บแปลบๆ ขึ้นมา

แต่ยังไม่ทันที่เธอจะเอ่ยปากปลอบใจ ไน่เหอก็เดินตรงเข้ามาหาเสียก่อน

มือของเธอพาดลงบนไหล่ของเมิ่งหนานอย่างเป็นธรรมชาติ มุมปากอมยิ้มที่ดูเหมือนยิ้มแต่ก็ไม่เชิง

"พี่พูดอะไรแบบนั้นล่ะคะ เครื่องเพชรเครื่องประดับที่แม่ฉันให้พี่เมื่อก่อนมันยังน้อยไปเหรอ? ขอแค่พี่บอกว่าชอบ หรือบอกว่าแม่พี่ไม่ยอมซื้อให้ มีครั้งไหนบ้างที่แม่ฉันไม่ยกให้พี่

พี่แกล้งทำตัวน่าสงสารบีบน้ำตาเพื่อเรียกคะแนนความเห็นใจจากแม่ฉันทุกครั้ง แล้วพอได้ของสมใจ ก็มาแสร้งทำเป็นว่าตัวเองไม่ได้อยากได้ แต่ถูกแม่ฉันยัดเยียดให้รับไว้ ทำแบบนี้สนุกไหมคะ?"

เมิ่งหนานคาดไม่ถึงเลยว่าจะได้ยินคำพูดที่ทั้งตรงไปตรงมาและเสียดแทงใจดำขนาดนี้ แม้ความเกลียดชังในใจจะพุ่งสูงจนเกือบระเบิด แต่เธอก็รู้ดีว่าต่อให้โกรธแค่ไหน ก็แสดงออกมาไม่ได้

แทนที่จะไปทะเลาะกับลวี่จิงจิง สู้ใช้ความร้ายกาจของลวี่จิงจิงมาเป็นเครื่องมือเรียกคะแนนความสงสารจากคุณน้า เพื่อกอบโกยของให้ได้มากขึ้นจะดีกว่า

คิดได้ดังนั้น เธอจึงหยิกต้นขาตัวเองอย่างแรง แล้วใช้ดวงตาที่คลอไปด้วยหยาดน้ำตามองไปที่คุณแม่ลวี่ ก่อนจะเลื่อนสายตามาหยุดที่ไน่เหอ

คุณแม่ลวี่เห็นหลานสาวน้ำตานองหน้า ก็รีบยื่นมือไปดึงไน่เหอไว้ หวังจะปรามลูกสาวไม่ให้พูดจาแรงๆ แบบนั้น แต่กลับได้ยินเมิ่งหนานที่กำลังทำหน้าตาหน้าสงสาร หลุดปากพูดคำหยาบคายออกมา

"ลวี่จิงจิง! นังสารเลว ไสหัวไปตายซะ!"

สิ้นเสียงนั้น คุณแม่ลวี่ตะลึงงัน ส่วนเมิ่งหนานหน้าถอดสี

ปกติเธอจะสบถคำหยาบแค่ในใจ หรือตอนอยู่ในห้องที่ไม่มีคนอื่นเท่านั้น เธอเองก็นึกไม่ถึงว่าตัวเองจะกลั้นไม่อยู่ จนเผลอด่าออกมา

เธอเริ่มลนลาน

เพราะที่ผ่านมาเธอขอของจากคุณน้าได้ ก็เพราะอาศัยภาพลักษณ์ที่เสแสร้งแกล้งทำมาตลอด

หากธาตุแท้ถูกเปิดเผย คุณน้าจะยังเมตตาเธออยู่อีกหรือ

ถ้าไม่มีความเอ็นดูนั้นแล้ว ท่านจะยังให้ของเธออีกได้อย่างไร

ดังนั้น เธอจึงปล่อยให้น้ำตาไหลพรากออกมา ตั้งใจจะเอ่ยปากขอโทษไน่เหอ

แต่คำพูดที่หลุดออกมาจากปากกลับกลายเป็น

"แกสวยสู้ฉันไม่ได้ มารยาก็สู้ฉันไม่ได้ ตาในการเลือกผู้ชายก็สู้ฉันไม่ได้ แกไม่มีอะไรสู้ฉันได้สักอย่าง แกก็แค่อาศัยว่าเกิดมาโชคดี ลวี่จิงจิง แกไม่ต้องมาทำเป็นกร่าง สักวันฉันจะทำให้แกได้ลิ้มรสความรู้สึกของการถูกคนอื่นเหยียบย่ำศักดิ์ศรีและถูกฉีกหน้าดูบ้าง!"

แม้เธอจะรีบตะครุบปากตัวเองตั้งแต่พูดไปได้ครึ่งประโยค แต่คำพูดที่เหลือก็ยังเล็ดลอดออกมาผ่านง่ามนิ้วอย่างควบคุมไม่ได้

คุณแม่ลวี่มองเมิ่งหนานที่ตนรักและเอ็นดูมาตลอด ตอนนี้อีกฝ่ายดูเหมือนเปลี่ยนไปเป็นคนละคน

ชั่วขณะหนึ่ง เธอถึงกับรับไม่ได้

"หนานหนาน! รู้ตัวไหมว่าพูดอะไรออกมา!"

"หนูไม่รู้! หนูก็ไม่อยากพูด! หนูคุมปากตัวเองไม่ได้! น้าไม่ต้องมามองหนูด้วยสายตาแบบนั้น น้าก็แค่แสร้งทำเป็นดีกับหนู แต่วันนี้พอหนูเอ่ยปากขอชุดแค่ตัวเดียวจริงๆ น้ากลับปฏิเสธหนูโดยไม่คิดเลยสักนิด

น้าเห็นไหม สายตาของพวกคนรับใช้พวกนี้ที่มองหนู พวกมันกำลังดูถูกหนู น้าไม่เห็นหรือไง!

น้าทำตัวสมกับที่หนูเรียกว่าน้าไหม! น้าก็เหมือนนังสารเลวลวี่จิงจิงนั่นแหละ ที่ดูถูกหนูมาจากก้นบึ้งของหัวใจ"

สีหน้าของคุณแม่ลวี่เย็นชาลงอย่างสิ้นเชิง ไน่เหอเห็นดังนั้นจึงเข้าไปควงแขนคุณแม่ลวี่ที่มีสีหน้าไม่สู้ดีนัก

"แม่คะ เราไปกันเถอะ"

คุณแม่ลวี่นิ่งคิดครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้า อย่างไรเสียเมิ่งหนานก็เป็นหลานที่เธอเห็นมาแต่อ้อนแต่ออก ต่อให้รู้สึกผิดหวังแค่ไหน เธอก็คงไม่ดุด่าสั่งสอนต่อหน้าคนนอก

ขณะที่สองแม่ลูกกำลังเดินจากไป ยังแว่วเสียงเมิ่งหนานด่าทอพนักงานตามหลังมา

"มองอะไรกันยะ พวกแกใช้สายตาแบบไหนมองฉัน พวกสารเลวที่ชอบเลือกปฏิบัติ คนชั้นต่ำที่เงินเดือนแค่ไม่กี่พันอย่างพวกแก มีสิทธิ์อะไรมาดูถูกฉัน! ต่อให้ฉันเทียบกับนังสารเลวลวี่จิงจิงไม่ได้ แต่ฉันก็ยังเหนือกว่าพวกแกเยอะ..."

ไน่เหอรั้งตัวคุณแม่ลวี่ที่กำลังหน้าแดงด้วยความโกรธและทำท่าจะหันกลับไปสั่งสอนเมิ่งหนานเอาไว้

คุณแม่ลวี่โกรธมาก ไม่เข้าใจว่าเด็กที่เธอมอบความจริงใจให้ ทำไมเพียงเพราะเธอปฏิเสธที่จะยกชุดของจิงจิงให้ ถึงได้เปลี่ยนไปเป็นคนแบบนี้

หรือว่าหลานเป็นคนแบบนี้มาตลอด เพียงแต่เธอไม่เคยสังเกตเห็นเอง

ทางด้านเมิ่งหนานแทบจะบ้าตายอยู่แล้ว

เธอควบคุมปากตัวเองไม่ได้เลย สุดท้ายต้องสวมหน้ากากอนามัย ก้มหน้าก้มตาเดินจ้ำอ้าวกลับบ้านตลอดทาง

พอเข้าประตูบ้านมา ก็ได้ยินเสียงแม่ของเธอบ่นว่า "ไปทำเรื่องอะไรไม่งามมาหรือไง ถึงได้ทำตัวลับๆ ล่อๆ เหมือนขโมย ไม่มีมาดกุลสตรีเอาซะเลย!"

เธอหันหลังเตรียมจะเดินหนี แต่ปากเจ้ากรรมดันไวกว่าเท้า

"ต่อให้หนูไม่ใช่กุลสตรีก็ยังดีกว่าแม่! ถ้าไม่ใช่เพราะน้าเล็กแต่งงานดี แม่ก็คงไม่ได้อาศัยบารมีน้าเล็กปีนขึ้นเตียงพ่อ จนได้แต่งเข้าตระกูลเมิ่งมาเป็นคุณนายเมิ่งที่มีแต่ชื่อแบบนี้หรอก..."

"หุบปากนะ"

เธอหน้าบวมเป่งจากการโดนตบแต่ก็ยังพ่นคำด่าออกมาไม่หยุด "หนูพูดผิดตรงไหน? แม่มันเทียบกับน้าเล็กไม่ได้ น้าเล็กได้รับความรักจากน้าเขย ไม่เหมือนแม่ ที่ต้องนอนเฝ้าห้องว่างเปล่าจนกลายเป็นคนโรคจิต หนูคงซวยซ้ำซวยซ้อนมาแปดชาติ ถึงได้มาเกิดในท้องแม่..."

จบบทที่ บทที่ 775 ความยึดติดในใจของลวี่จิงจิง

คัดลอกลิงก์แล้ว