- หน้าแรก
- นรกส่งฉันมาทวงแค้น
- บทที่ 740 ความยึดติดในใจของเหอปิงปิง
บทที่ 740 ความยึดติดในใจของเหอปิงปิง
บทที่ 740 ความยึดติดในใจของเหอปิงปิง
บทที่ 740 ความยึดติดในใจของเหอปิงปิง
เด็กหนุ่มได้ยินคำพูดของอู๋รั่วเหยียน ก็มองเธอด้วยความตกตะลึงทันที แววตาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก
จนกระทั่งเหลือบไปเห็นเงาของอู๋รั่วเหยียนบนพื้น เขาถึงได้ตระหนักว่าตัวเองถูกหลอก จึงหันหน้าหนีด้วยความโมโห ความคิดอยากตายจางหายไปหลายส่วนเพราะความโกรธ
อู๋รั่วเหยียนก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่า คำพูดเมื่อกี้ของตัวเอง คนอื่นฟังแล้วก็คงคิดว่าเป็นเรื่องล้อเล่น แต่เธอไม่ได้อธิบายอะไร เพราะเด็กตรงหน้าคิดจะฆ่าตัวตาย ขืนพูดไปเขาก็ไม่เชื่อ แต่ถ้าเชื่อก็น่ากลัวยิ่งกว่า ถ้าทำให้เด็กคนนี้เข้าใจผิดว่าคนตายแล้วฟื้นคืนชีพได้ คงยิ่งไม่เห็นค่าของชีวิตในตอนนี้
เธอจ้องมองเข้าไปในดวงตาของเด็กชาย เอ่ยถามเสียงเบา "เธออายุเท่าไหร่แล้ว? อยู่มัธยมต้นแล้วเหรอ?"
เด็กหนุ่มเงียบไปครู่ใหญ่ก่อนจะตอบ "14 ปี ม.2 ครับ"
"อายุยังน้อยแท้ๆ มีอะไรคิดไม่ตกถึงต้องมาหาที่ตาย"
"พ่อเขาปันใจไปแต่งงานใหม่ไม่เอาเขาแล้ว ส่วนแม่ที่เลี้ยงดูเขาก็ตายไปแล้ว"
สิ้นคำพูดนี้ สวี่เชี่ยนและอู๋รั่วเหยียนก็ส่งสายตาเวทนาออกมาทันที แต่ครู่ต่อมาพวกเธอก็ได้สติว่า คนพูดไม่ใช่เด็กหนุ่มคนนั้น แต่เป็นปิงปิง
ทั้งสองมองไปที่ไน่เหอด้วยความประหลาดใจ สงสัยว่าเธอรู้เรื่องนี้ได้ยังไง
แต่คนที่ตกใจยิ่งกว่าพวกเธอคือเด็กหนุ่มคนนั้น
เขาไม่เข้าใจว่าทำไมคนแปลกหน้าคนนี้ถึงรู้เรื่องของเขา
แต่รู้แล้วจะทำอะไรได้ ก็ไม่มีใครช่วยเขาได้อยู่ดี
...
ไน่เหอเห็นอารมณ์ของเขาดำดิ่งลงในชั่วพริบตา ก็รู้สึกจนใจนิดหน่อย ทำไมที่นี่ถึงมีแต่เด็กน่าสงสารเต็มไปหมด รู้สึกเหมือนตัวเองทะลุมิติเข้ามาอยู่ในนิยายแนวชุบชูจิตใจยังไงชอบกล
แต่เนื้อแท้ของเด็กคนนี้ก็ถือว่าไม่เลว ในเมื่อเจอกันแล้ว ช่วยได้ก็ต้องช่วย
"เอาล่ะ วันนี้มาเจอพวกพี่ ถือว่าชะตายังไม่ถึงคาด เธอลงเขาไปพร้อมพวกเราเถอะ แต่ไม่ใช่กระโดดนะ เดินลงไปด้วยกัน"
อู๋รั่วเหยียนยื่นมือไปดึงเขา แต่เขากลับเบี่ยงตัวหลบอย่างดื้อดึง
สวี่เชี่ยนเห็นท่าทางดื้อรั้นหัวชนฝาของเขา ก็เริ่มร้อนใจ "ความตายมันไม่ง่ายอย่างที่เธอคิดหรอกนะ ความรู้สึกที่ต้องทนทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัสแล้วค่อยๆ ตายไปมันไม่สนุกเลย เธอกลับลงเขาไปกับพวกเราเถอะ พี่รับเธอเป็นน้องชาย ค่ากินอยู่พี่ออกให้ พี่เลี้ยงเธอเอง"
เด็กหนุ่มมองสวี่เชี่ยน นิ่งไปครู่หนึ่งแล้วก็ก้มหน้าลง ไม่ตอบรับและไม่ปฏิเสธ
"ค่าเทอมพวกพี่ช่วยออกให้ ผู้ปกครองพวกพี่ช่วยหาให้ แล้วเรื่องเพื่อนกับครูที่โรงเรียนที่รังแกเธอ พวกพี่ก็จะช่วยจัดการให้ด้วย ถ้าแก้ปัญหาไม่ได้ เธอค่อยกลับมากระโดดใหม่"
เขาเงยหน้าขวับ แม้จะไม่ได้พูดอะไร แต่ความตื่นตระหนกในแววตาก็แสดงออกถึงความคิดของเขา
ไน่เหอไม่อธิบายว่าเธอรู้เรื่องพวกนี้ได้ยังไง แค่ถามขึ้นลอยๆ ว่า "จะไปไหม?"
เด็กหนุ่มเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้า เอ่ยออกมาเบาๆ คำหนึ่ง "ไปครับ" แล้วก็เดินตามหลังพวกเธอลงเขาไปเงียบๆ
ทางเดินเล็กๆ ในหุบเขาคดเคี้ยวเลี้ยวลด ราวกับเป็นเส้นทางที่ทอดไปสู่ชีวิตใหม่
พอความคิดอยากตายหายไป ตัวเขาดูเป็นปกติขึ้นมาก
สวี่เชี่ยนถามเรื่องราวของเขา เขาก็ไม่ต่อต้านอีกต่อไป ตอบกลับมาสั้นๆ ง่ายๆ
อู๋รั่วเหยียนหยิบช็อกโกแลตออกมาจากกระเป๋า เขาก็แค่อึ้งไปเล็กน้อย กล่าวขอบคุณ แล้วรับมาใส่ปาก
เดิมทีชีวิตก็น่าสงสารอยู่แล้ว ตอนนี้ดูว่าง่ายและรู้ความ จะไม่ให้คนเอ็นดูได้ยังไง
โดยเฉพาะสวี่เชี่ยนและอู๋รั่วเหยียนที่เคยผ่านเรื่องร้ายๆ มาก่อน ย่อมอยากจะหยิบยื่นความช่วยเหลือให้เขา
...
ทั้งสี่คนเดินลงเขาไปตามทาง เมื่อถึงกลางเขา ก็ได้ยินเสียงโลหะกระทบกันดังสนั่น
มองไปตามเสียง บนลานกว้างตรงเนินเขาไม่ไกลนัก พอมองเห็นรางๆ ว่ามีคนสองคนถืออาวุธกำลังต่อสู้กันอยู่
"ฉันจะไปดูหน่อย" ไน่เหอเร่งฝีเท้า คนอื่นเห็นดังนั้นก็รีบตามไปติดๆ
เมื่อเข้าใกล้ถึงได้เห็นว่า ชายวัยกลางคนรูปร่างกำยำคนหนึ่ง ในมือถือมีดสับกระดูกแบบที่ใช้กันในตลาดขายหมู กำลังฟันใส่ผู้ชายอีกคนไม่ยั้ง
และผู้ชายคนที่ถูกไล่ฟัน ที่ถือชะแลงอยู่ในมือ ไม่ใช่ใครอื่น คืออาเล็กของสวี่เชี่ยนนั่นเอง
สวี่เชี่ยนคว้าแขนไน่เหอด้วยความตื่นตระหนก "อาเล็กของฉัน!"
เสียงเธอไม่ดังมาก แต่ก็ลอยไปเข้าหูสวี่อี้เฉิน
ทันทีที่สวี่อี้เฉินได้ยินเสียง ก็หันขวับมามอง
วินาทีที่เห็นสวี่เชี่ยน จะบอกว่าไม่ดีใจก็คงโกหก
พวกเขารู้ว่าทางขึ้นเขาถูกตำรวจปิด จึงใช้เส้นทางเล็กๆ ที่ไม่ค่อยมีคนรู้ขึ้นมาบนเขา
พอมาถึงกลางเขา ก็เจอผู้ต้องสงสัยคนนี้เข้าพอดี
สิ่งแรกที่สวี่อี้เฉินถามมันคือ เห็นเด็กสาวสามคนผ่านมาบ้างไหม
ไอ้ผู้ชายเฮงซวยนั่นกลับหัวเราะบอกว่า ฆ่าทิ้งไปหมดแล้ว!
เขาคิดว่าตัวเองมาช้าไป ไม่คิดเลยว่าเชี่ยนเชี่ยนจะปลอดภัย แต่ในชั่วขณะที่เขาเหม่อลอย ก็ได้ยินเสียงเรียก "อี้เฉิน"
จากนั้นเขาก็ถูกผลักออกไปอย่างแรง
ทันทีที่หันกลับไป ก็เห็นชายคนนั้นเงื้อมีดสับกระดูกขึ้น ฟันลงไปที่จี้เหนียน
และในวินาทีที่ชายคนนั้นเงื้อมีด ไน่เหอก็ขว้างก้อนหินในมือออกไป กระแทกเข้าที่ข้อมือของชายคนนั้นอย่างจัง มีดที่ฟันลงมาหลุดจากมือทันที แม้แรงจะถูกลดทอนไปแล้ว แต่ก็ยังบาดคนจนได้
เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นในชั่วพริบตา จี้เหนียนไม่รู้ว่าไน่เหอจะลงมือ ไน่เหอก็ไม่รู้ว่าจี้เหนียนจะเอาตัวเข้าแลกเพื่อรับมีดแทน
และสวี่อี้เฉินพอเห็นเสื้อยืดสีขาวของจี้เหนียนขาดเป็นทางยาว เลือดสดๆ ผลิบานเป็นดอกเหมยสีแดงฉานบาดตาบนผ้าขาว ก็พุ่งเข้าไปประคองร่างอีกฝ่ายไว้ทันที
จี้เหนียนพอรู้สึกเจ็บ ก้มลงมอง ก็เห็นมีดที่ตกอยู่ และร่างกายที่ได้รับบาดเจ็บ
เวลานี้ร่างของไน่เหอวูบไหว เตะเปรี้ยงเข้าที่ร่างของชายที่กำลังจะก้มลงเก็บมีด จนล้มคว่ำ จากนั้นก็เหยียบข้อมือของอีกฝ่ายไว้ ตามด้วยข้อเท้าทั้งสองข้าง การกระทำของเธอรวดเร็วและโหดเหี้ยม จนกระทั่งชายคนนั้นหมดสภาพที่จะเคลื่อนไหว เธอถึงคิดจะเข้าไปดูอาการของคนเจ็บ
เท้าที่กำลังก้าวออกไปชะงักกึก เธอมองชายที่ได้รับบาดเจ็บคนนั้น สายตาของเขาจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าของอาเล็กสวี่เชี่ยนอย่างแน่วแน่ แววตาคู่นั้นเปี่ยมล้นไปด้วยความรักอันลึกซึ้ง ความอาลัยอาวรณ์ และความเสียดายที่ไม่อาจเอ่ยคำ
สุดท้ายหมื่นล้านถ้อยคำรวมเป็นประโยคเดียว "นายไม่เป็นไรก็ดีแล้ว"
ภาพเหตุการณ์นี้ ทำให้ฝีเท้าของไน่เหอหยุดลงทันที
เธอรู้สึกว่าถ้าตัวเองผลีผลามเข้าไปตอนนี้ ดูเหมือนจะเป็นการตัดสายใยความรู้สึกที่มองไม่เห็นแต่เหนียวแน่นระหว่างสองคนนี้อย่างโหดร้าย
แต่สวี่เชี่ยนร้อนใจจะแย่
เธอรู้จักจี้เหนียน
รู้ว่าจี้เหนียนเป็นเพื่อนสนิทหลายปีของอาเล็กเธอ จี้เหนียนดีกับเธอมาก เวลาเธอไปที่ร้านจี้เว่ยทีไร จี้เหนียนก็จะทำเมนูโปรดให้เธอทานเสมอ
ตอนนี้เห็นจี้เหนียนรับมีดแทนอาเล็กของตัวเอง ในใจยิ่งซาบซึ้งใจสุดๆ
เมื่อกี้เธอโทรเรียก 120 แล้ว แต่ไม่รู้ว่ารถพยาบาลจะมาถึงเมื่อไหร่
"ไม่เป็นไร ไม่ต้องตกใจ เขาไม่ได้เจ็บหนัก ไม่ตายหรอก"
"แต่เลือดเขาออกเยอะมากเลยนะ"
ไน่เหอชี้ไปที่แผลบนตัวจี้เหนียน อธิบายความรู้พื้นฐานให้สวี่เชี่ยนฟัง
"เธอดูรอยขาดที่เสื้อเขาสิ ยาวประมาณ 30 เซนติเมตร ถ้าแผลลึก ตอนนี้เขากับอาเล็กเธอคงกลายเป็นมนุษย์เลือดไปแล้ว ดูจากปริมาณเลือดที่ออกตอนนี้ น่าจะแค่ผิวหนังชั้นนอกถูกบาดเท่านั้นแหละ"