- หน้าแรก
- นรกส่งฉันมาทวงแค้น
- บทที่ 735 ความยึดติดในใจของเหอปิงปิง
บทที่ 735 ความยึดติดในใจของเหอปิงปิง
บทที่ 735 ความยึดติดในใจของเหอปิงปิง
บทที่ 735 ความยึดติดในใจของเหอปิงปิง
เมื่อเห็นอาเล็กเดินออกจากห้องส่วนตัว หัวใจที่เต้นตุ้มๆ ต่อมๆ ของสวี่เชี่ยนจึงสงบลงได้ในที่สุด
เธอพ่นลมหายใจที่กลั้นไว้เมื่อครู่ออกมา ฝืนยิ้มให้ไน่เหอเล็กน้อย
"โชคดีที่เขาเชื่อ เธออย่าเห็นว่าอาเล็กฉันยังหนุ่ม แต่เขาเป็นคนฉลาดมาก ฉันกลัวจริงๆ ว่าจะหลอกเขาไม่ได้"
ไน่เหออยากบอกสวี่เชี่ยนว่า อาเล็กของเธอไม่เชื่อเลยสักครึ่งคำ
แต่มองดูสภาพที่ฝืนทนของสวี่เชี่ยนตอนนี้ ก็ไม่ได้พูดอะไรออกไป
ยังไงซะความดีที่อาเล็กมีต่อเธอก็ไม่ใช่ของปลอม ความปวดใจ และใจที่อยากช่วยเธอฆ่าคนก็ไม่ใช่ของปลอม
ไม่ว่าเขาจะเชื่อหรือไม่ ก็ไม่ทำร้ายพวกเธอ งั้นก็ไม่จำเป็นต้องใส่ใจมากนัก
"สวี่เชี่ยน เธอก็นอนพักสักหน่อยเถอะ พักผ่อนให้พอแล้ว จะได้มีแรงมาเรียนการต่อสู้กับฉัน รอพวกเราแก้แค้นเสร็จ ก็ไปเที่ยวผ่อนคลายทั่วประเทศกัน
ชิมของอร่อยของโลกมนุษย์ให้ทั่ว ชื่นชมทิวทัศน์ให้ครบ..."
ในขณะที่สวี่เชี่ยนเผยสีหน้าซาบซึ้งใจ มือของไน่เหอก็วางทาบลงบนหน้าผากของเธอ
ครู่ต่อมา สวี่เชี่ยนก็ค่อยๆ ปิดตาลง
ไน่เหออุ้มเธอขึ้น วางลงบนโซฟาอย่างมั่นคง
สวี่เชี่ยนและอู๋รั่วเหยียนเป็นเพื่อนของเหอปิงปิง ไม่ใช่เพื่อนของเธอ พวกเธอเพิ่งจะอยู่ด้วยกันแค่ไม่กี่ชั่วโมง
แต่เธอกลับชอบสาวน้อยสองคนนี้จริงๆ
แม้จะตกอยู่ในหุบเหวแห่งความเจ็บปวดและทนทุกข์ แต่เนื้อแท้ที่จิตใจดียังไม่ถูกความแค้นและความชิงชังกัดกินแม้แต่น้อย
เด็กดีแบบนี้ เธอจะพาพวกเธอไปแก้แค้นให้สาสม ชำระความพยาบาท แล้วใช้อายุขัยที่เหลืออยู่ในโลกนี้ พาพวกเธอไปสัมผัสความงดงามของโลกใบนี้ด้วยกัน
ส่วนครอบครัวของเจ้าของร่างเดิม ภารกิจของเจ้าของร่างเดิมไม่ได้เอ่ยถึงตั้งแต่ต้นจนจบ
ไน่เหอก็จะไม่กลับไปอีก ยังไงพ่อแม่เจ้าของร่างเดิมก็รักลูกชายที่มีอนาคตไกลของตัวเองมากกว่าอยู่แล้ว
...
ประตูห้องส่วนตัวถูกผลักเปิดออกกะทันหัน อาเล็กบ้านสวี่คนที่ตอนจากไปบอกว่าง่วงจะกลับไปนอน สวมแว่นกันแดด ก้าวขายาวๆ เดินเข้ามาในห้อง
เขาเดินมาหยุดตรงหน้าไน่เหอ ดวงตาภายใต้เลนส์แว่นจับจ้องไน่เหอเขม็ง "สวัสดี ทำความรู้จักกันใหม่นะ ผมชื่อสวี่อี้เฉิน เป็นอาเล็กของสวี่เชี่ยน"
ไน่เหอพยักหน้าให้เขา "สวัสดี ฉันชื่อเหอปิงปิง"
"อืม วิธีการของแม่หนูน้อยไม่เลวเลย ผมดันหลงกลคุณเข้าจนได้ คุณรู้ไหมว่าผมจับได้ยังไง?"
"กล้องวงจรปิด"
"ฉลาด เชี่ยนเชี่ยนไม่รู้หรอกว่า อุปกรณ์วงจรปิดของที่นี่เป็นระดับโกสต์ ทำขึ้นจากวัสดุพิเศษชนิดหนึ่ง วัสดุชนิดนี้สามารถดูดซับและกระจายคลื่นตรวจจับได้ทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นการสแกนด้วยอินฟราเรด หรือเครื่องตรวจจับแม่เหล็กไฟฟ้าก็ตรวจไม่พบ"
ไน่เหอเลิกคิ้วมองเขา "อืม แล้วไงต่อ?"
"ผมอยู่ในสภาพนี้ คุณยังจะสะกดจิตผมได้อีกไหม?"
"สำหรับฉัน ดวงตาเป็นแค่สื่อกลางเท่านั้น ต่อให้คุณควักลูกตาออกไป ฉันก็ยังสะกดจิตคุณได้เหมือนเดิม"
"ผมไม่เชื่อ!"
ทันทีที่สิ้นเสียงของเขา ภายในห้องส่วนตัวก็ราวกับถูกกดปุ่มปิดเสียง เงียบสงัดไปทั่ว
ครู่ต่อมา จู่ๆ สวี่อี้เฉินก็กระโดดขึ้นไปบนโต๊ะน้ำชา ส่งเสียงเห่า "โฮ่ง โฮ่ง โฮ่ง" ใส่ไน่เหอหลายครั้ง ท่าทางนั้นราวกับกลายเป็นลูกสุนัขที่กำลังคลุ้มคลั่ง
ส่วนสวี่อี้เฉินรู้สึกเพียงว่าสติของตนเลือนรางไปชั่วขณะ พอได้สติกลับมาอีกที ถึงได้ตระหนักว่าตัวเองกำลังนั่งยองๆ อยู่บนโต๊ะน้ำชา
เขารีบกระโดดลงมา เอ่ยปากอย่างลังเลว่า "ผมทำอะไรลงไป?"
มองรอยยิ้มที่มีความนัยลึกซึ้งของเด็กสาวตรงหน้า เขาก็รีบหันหลังเดินจ้ำอ้าวออกไปทันที
ยี่สิบกว่านาทีต่อมา ประตูห้องก็ถูกผลักเปิดออกอีกครั้ง คราวนี้สวี่อี้เฉินถอดแว่นกันแดดออกแล้ว เผยให้เห็นดวงตาจิ้งจอกที่งดงามคู่นั้น
พอเห็นไน่เหอ สีหน้าของเขาก็บอกไม่ถูกสุดๆ
เมื่อกี้เขาเห็นภาพจากกล้องวงจรปิด แทบอยากจะจิ้มตาตัวเองให้บอด เขาถึงขั้นนั่งยองๆ บนโต๊ะเลียนเสียงหมาเห่า
คนอย่างสวี่อี้เฉินเคยทำเรื่องตกต่ำขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่
โกรธมาก
แต่นี่ก็ทำให้เขามั่นใจในความสามารถของเด็กสาวตรงหน้าอีกครั้ง
แรงเยอะ แถมยังสะกดจิตเป็น!
"เหอปิงปิง เรามาคุยกันหน่อย"
สายตาของไน่เหอละจากหน้าจอมือถือ ถามขึ้นอย่างไม่ใส่ใจว่า "คุยเรื่องอะไร?"
"เราเปลี่ยนห้องคุยกันเถอะ"
"พูดมาเถอะ พวกเธอไม่ตื่นขึ้นมาง่ายๆ หรอก" ไน่เหอปรายตามองเด็กสาวที่นอนอยู่บนโซฟา
"ตอนที่พวกเธอหมดสติ ฉันจะไม่ไปไหนแม้แต่ก้าวเดียว"
สวี่อี้เฉินอยากจะบอกว่าที่นี่ปลอดภัยมาก แต่เห็นท่าทีเด็ดขาดของอีกฝ่าย จึงพูดความคิดของตัวเองออกมาตรงๆ
"ผมอยากจะขอร้องคุณ ช่วยทำให้เชี่ยนเชี่ยนลืมความทรงจำที่เจ็บปวดทรมานช่วงนั้นไปที"
"รอแก้แค้นเสร็จแล้ว ถ้าพวกเธอต้องการ ฉันจะช่วยให้พวกเธอลืม"
"ตอนนี้ไม่ได้เหรอ?"
สวี่อี้เฉินเผยสีหน้ากังวล โน้มตัวมาข้างหน้าเล็กน้อย นิ้วมือที่กดอยู่บนโต๊ะน้ำชา ข้อนิ้วซีดขาวเพราะออกแรง
"เธอยังเด็ก หนทางในชีวิตนี้ยังอีกยาวไกล ผมหวังว่าเธอจะลืมทุกอย่างในอดีต แล้วใช้ชีวิตให้ดี ผมไม่อยากให้คุณพาเธอไปที่หมู่บ้านนั่น ไม่อยากให้มือเธอเปื้อนเลือด ส่วนความแค้นของเธอ ผมจะไปชำระแทนเธอเอง ผมหวังว่าคุณจะเข้าใจในฐานะที่ผม..."
ไน่เหอส่งเสียงขัดจังหวะคำพูดพรั่งพรูของเขา
"สิ่งที่คุณพูดมาทั้งหมดคือสิ่งที่คุณหวัง ไม่ใช่สิ่งที่เธอหวัง ฉันรู้ว่าคุณหวังดีกับเธอ และสัมผัสได้ถึงความห่วงใยและความปวดใจที่คุณมีต่อเธอ
แต่เธอเป็นผู้ใหญ่แล้ว เธอมีความคิดเป็นของตัวเอง คุณไม่มีสิทธิ์ไปตัดสินใจแทนเธอว่าควรทำอะไร หรือไม่ควรทำอะไร"
"ตอนนี้เธอถูกความแค้นบังตาจนขาดสติแล้ว"
"คนที่ต้องทนทุกข์ทรมานทั้งวันทั้งคืนคือเธอ การที่เธออยากจะทวงคืนด้วยตัวเอง เป็นความต้องการที่สมเหตุสมผล ฉันให้เธอไประบาย ไปแก้แค้น ส่วนขั้นตอนสุดท้ายของการฆ่าคน ฉันจะไม่ให้เธอลงมือเอง คุณวางใจเถอะ
อีกอย่าง ฉันจะไม่แก้ไขความทรงจำของเธอโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยใช้ข้ออ้างว่าหวังดีกับเธอเด็ดขาด"
สวี่อี้เฉินได้ยินคำพูดนี้ ก็เงยหน้าขึ้นอย่างเชื่องช้า ใช้นิ้วชี้มาที่ปลายจมูกตัวเอง ถามขึ้นประโยคหนึ่งว่า "แล้วผมล่ะ?"
ไน่เหอไม่พูดจา เพียงแค่มองเขาอย่างเงียบเชียบ
เขาถามอีกประโยคอย่างไม่ยอมจำนน "ตอนที่คุณแก้ไขความทรงจำผม ก็ไม่ได้รับอนุญาตจากผมเหมือนกัน หรือว่าผมไม่มีสิทธิมนุษยชน?"
"มีสิ แต่เกี่ยวอะไรกับฉันล่ะ?"
สวี่อี้เฉินถึงกับพูดไม่ออก มุมปากของเขากระตุกสองทีอย่างควบคุมไม่ได้ จากนั้นก็หัวเราะเบาๆ สองเสียง แล้วส่ายหน้าเล็กน้อย
"คุณพูดก็ไม่ผิด เพราะก่อนหน้านี้เราไม่รู้จักกัน คุณไม่จำเป็นต้องแคร์ความคิดของผมจริงๆ" เขาผ่อนลมหายใจยาว
"ผมยอมรับว่าคุณเก่งมาก แรงคุณเยอะมาก ผมต้านทานไม่ไหว แต่คนเก่งแค่ไหนก็น้ำน้อยย่อมแพ้ไฟ อย่างที่เชี่ยนเชี่ยนบอก นั่นมันคนทั้งหมู่บ้าน คุณคิดว่าคุณจะสะกดจิตคนทั้งหมู่บ้านได้หมดเหรอ?
คุณพาเด็กสาวที่ไม่มีแรงแม้แต่จะเชือดไก่ไปสองคน คิดจะไปถล่มหมู่บ้าน คุณคิดว่ามันเป็นไปได้จริงเหรอ?"
"แน่นอน ฉันมีความสามารถที่จะปกป้องพวกเธอได้"
สวี่อี้เฉินเห็นว่าไน่เหอหัวรั้นไม่ฟังใคร จนปัญญาจึงยอมถอยหนึ่งก้าว
"งั้นผมไปกับพวกคุณด้วย ฝีมือผมไม่อ่อนหรอกนะ สถานการณ์ปกติ หนึ่งต่อสามไม่มีปัญหา ต่อให้คุณเก่งแค่ไหน ตัวคนเดียวพาเด็กสาวไปสองคน ก็ต้องมีช่วงที่ดูแลไม่ทั่วถึงหรือสุดวิสัยบ้างแหละ แต่ผมช่วยคุณได้"
"ไม่จำเป็น นี่เป็นเกมล้างแค้นของพี่น้องเรา ไม่ต้องการให้คนอื่นมายุ่ง"
สวี่อี้เฉินอ้าปาก คำพูดยังไม่ทันหลุดออกมา ดวงตาของเขาก็กลายเป็นว่างเปล่าในฉับพลัน ราวกับวิญญาณถูกกระชากออกไป สูญเสียการควบคุมร่างกายโดยสิ้นเชิง