- หน้าแรก
- นรกส่งฉันมาทวงแค้น
- บทที่ 720 ความยึดติดในใจของจ้าวลู่ลู่
บทที่ 720 ความยึดติดในใจของจ้าวลู่ลู่
บทที่ 720 ความยึดติดในใจของจ้าวลู่ลู่
บทที่ 720 ความยึดติดในใจของจ้าวลู่ลู่
ทางด้านนี้จ้าวกวางเย่ากับคนของตัวเองกัดกันเองอย่างกับหมา
อีกด้านหนึ่ง ตอนที่หลินเจียหมิงขับรถตามมาถึง สิ่งที่เห็นคือคนขับรถกำลังยืนพิงรถสูบบุหรี่อยู่
"คนที่คุณรับมาเมื่อกี้อยู่ไหน?"
คนขับรถเลิกคิ้วมองเขาแวบหนึ่ง ก็จำได้ทันทีว่าเป็นผู้ชายที่ออกมาจากเขตวิลล่าพร้อมกับผู้หญิงคนนั้น
เขารีบคว้าแขนหลินเจียหมิงไว้ทันทีราวกับคว้าฟางเส้นสุดท้าย
"ผู้หญิงคนนั้นล่ะ? ผู้หญิงที่ออกมาจากเขตวิลล่าพร้อมคุณน่ะ? คุณมีเบอร์ติดต่อเธอไหม? คุณลองถามหน่อยสิว่าตอนนี้เธออยู่ที่ไหน?"
ท่าทางร้อนรนของเขาทำเอาหลินเจียหมิงชะงักไป
"เธอนั่งรถคุณมา คุณมาถามผมว่าเธอไปไหน? ผมต่างหากที่ต้องถามคุณไม่ใช่เหรอ?"
คนขับรถโยนบุหรี่ที่เหลือครึ่งมวนลงพื้น ใช้เท้าขยี้จนดับ พูดด้วยใบหน้าหงุดหงิดงุ่นง่านว่า
"ผมจะไปรู้ได้ไงว่าเธอไปไหน พอดีเลย คุณรู้จักเธอไม่ใช่เหรอ? ตอนนี้คุณถามเธอให้หน่อย ถามเธอสิว่าเธอลงจากรถยังไง? ลงไปตอนไหน? แล้วถามด้วยว่ากล้องวงจรปิดในรถผมมันพังได้ยังไง!"
เขารู้สึกว่าถ้าหาคำตอบเรื่องพวกนี้ไม่ได้ เขาคงนอนไม่หลับแน่ๆ
หลินเจียหมิงมองคนขับรถที่หน้าตาตื่นตระหนก ฟังคำถามที่พ่นออกมา ก็ตระหนักได้ทันทีว่าเกิดเรื่องขึ้นแล้ว
ดังนั้นเขาจึงใช้น้ำเสียงเหมือนการสอบสวนถามกลับไปว่า "สรุปแล้วเกิดเรื่องอะไรขึ้น? เธอนั่งรถคุณ ทำไมคุณถึงไม่รู้ว่าเธออยู่ที่ไหน? แล้วกล้องวงจรปิดในรถเป็นอะไร? เล่ามาให้ชัดเจน"
คนขับรถที่หงุดหงิดอยู่แล้ว พอมาเจอน้ำเสียงเหมือนตำรวจสอบสวนผู้ต้องหาแบบนี้ ก็เกิดอารมณ์โมโหขึ้นมาทันที
"เธอก็หายไปน่ะสิ หายไปจากรถผมนี่แหละ หายไปได้ยังไงผมก็ไม่รู้ กล้องวงจรปิดในรถก็พัง"
คนขับรถควบคุมปากตัวเองให้ตอบคำถามจนจบไม่ได้ พอตอบเสร็จถึงค่อยแสดงความไม่พอใจออกมา "คุณใช่น้ำเสียงอะไรเนี่ย ทำตัวเหมือนตำรวจสอบสวนผู้ต้องหาเลยนะ ผมจะบอก..."
คำพูดยังไม่ทันจบ เขาก็เห็นผู้ชายตรงหน้าหยิบบัตรประจำตัวตำรวจออกมา
"เชี่ย คุณเป็นตำรวจจริงๆ ด้วย!"
"คนหายไปจากรถของคุณ ถ้าคุณไม่พูดความจริงให้ชัดเจนเดี๋ยวนี้ ก็ตามผมไปให้ปากคำที่สถานี"
"ผมไม่ไปโรงพัก ผมไม่มีอะไรต้องให้การ ผมก็บอกแล้วไงว่าผมไม่รู้ว่าเธอไปไหน
ผมมีนิสัยอยู่อย่างหนึ่ง เวลาขับรถผมจะล็อคประตูรถ เพื่อป้องกันผู้โดยสารหนี แล้วก็กันพวกปัญญาอ่อนบางคนที่ชอบเปิดประตูลงรถเองตอนติดไฟแดง ผู้หญิงคนนี้ก็บอกว่าจะลงรถ แต่ผมไม่ยอม ผมต้องไปส่งเธอที่จุดหมายที่ระบุในแอปฯ เพราะทางนั้นมีคนรออยู่
ตลอดทางผมก็คอยมองกระจกหลังดูเธอเป็นระยะ เธอก็นั่งนิ่งๆ เรียบร้อยมาตลอด แต่พอผมขับมาถึงที่หมาย บนรถกลับไม่มีคนแล้ว เรื่องมันก็เป็นแบบนี้แหละ"
"ใครรอเธออยู่?"
"ไม่รู้ ไม่รู้จัก"
"แล้วกล้องวงจรปิดล่ะ? เกิดอะไรขึ้น? ขอดูหน่อย"
"ก็บอกแล้วไงว่ากล้องมันพัง ทำไมคุณถึงไม่เชื่อเนี่ย คุณดูช่วงครึ่งหลังก็พอ ข้างหน้าดูไม่ได้"
คนขับรถพูดไปพลางหยิบมือถือออกมา เลื่อนคลิปไปช่วงครึ่งหลัง แล้วยื่นมือถือส่งให้
หลินเจียหมิงไม่รู้ว่าก่อนหน้านี้พวกเขามีบทสนทนาอะไรกัน จึงเห็นด้วยกับวิธีนี้ เพราะเขาแค่อยากดูตอนจบ ดูเยอะไปก็เสียเวลาเปล่า
ภาพในกล้องวงจรปิดเดิมทีก็ปกติดี แต่จู่ๆ ก็มีเสียงดัง "ซ่า" ภาพก็ตัดไป เหลือเพียงความมืดมิดเงียบงัน
ตอนที่กล้องพัง คนยังนั่งอยู่ที่เบาะหลัง ไม่ได้มีการเคลื่อนไหวใดๆ ที่ส่อเจตนาจะทำลายกล้องเลย
เขาเจอสายไฟกล้องในรถที่ขาด ตรวจดูรอยขาดอย่างละเอียด รอยขาดนั้นเหมือนถูกอะไรบางอย่างกัดจนขาด
เขารู้ดีว่าคุณจ้าวไม่ใช่คนธรรมดา
ผู้หญิงที่สามารถหยิบยันต์ช่วยชีวิตแบบนั้นออกมาได้ การจะทำให้คนอื่นหาตัวไม่เจอ คงไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไร
หรือว่าคุณจ้าวตั้งใจจะหลบหน้าเขา?
เขาเต็มไปด้วยความสงสัย แต่ก็ไม่คิดจะเสียเวลาอยู่ที่นี่อีก จึงพูดกับคนขับรถว่า "เอาล่ะ เรื่องนี้ผมจะไปตรวจสอบเอง ไม่ต้องยุ่งแล้ว คุณเสียหายไปเท่าไหร่ เดี๋ยวผมชดใช้ให้"
ในความคิดของเขา นั่งแท็กซี่จากเขตวิลล่ามาถึงที่นี่ อย่างมากก็ไม่เกินสี่สิบหยวน
แต่เขาคิดไม่ถึงเลยว่า คนขับรถจะอ้าปากเรียกเงินถึงห้าหมื่น
"ห้าหมื่น?"
คนขับรถหน้าตื่นทันที เขาไม่อยากบอกตำรวจ แต่เขาควบคุมปากตัวเองไม่ได้
"มีคนกำลังตามหาตัวเธอ ขอแค่ส่งเธอไปถึงหน้าคนคนนั้น คนคนนั้นก็จะให้เงินห้าหมื่น แต่เธอดันหนีไปกลางทาง ผมนอกจากจะไม่ได้เงินแล้ว ยังโดนต่อยมาหมัดหนึ่งด้วย"
หลินเจียหมิงเข้าใจแจ่มแจ้งทันที คุณจ้าวไม่ได้หนีเขา
เขาจึงรีบถามคนขับรถ "ใครเป็นคนตามหาเธอ? เอาข้อมูลคนคนนั้นมาให้ผม"
คนขับรถชี้ไปที่รถและกลุ่มคนที่อยู่ไม่ไกล "ก็พวกนั้นไง"
หลินเจียหมิงรีบเดินเข้าไป ระงับเหตุการณ์สองรุมหนึ่งทันที
"พวกคุณทำอะไรกัน" เขาหยิบบัตรตำรวจออกมาอีกครั้ง ยื่นไปตรงหน้าคนกลุ่มนั้น
"ตามผมไปโรงพักหน่อย"
จ้าวกวางเย่าอาศัยบารมีบ้านรวยรังแกนักเรียนธรรมดาในโรงเรียนมาตั้งแต่เด็ก โตมาก็กล้ารังแกแต่ชาวบ้านตาดำๆ พอเจอตำรวจ สัญชาตญาณความกลัวก็กำเริบ
ถ้าเป็นตำรวจในท้องถิ่นก็ว่าไปอย่าง ยังพอใช้เงินวิ่งเต้นได้ แต่ในต่างถิ่นแบบนี้ เขาไม่อยากมีเรื่องมีราว จึงรีบอธิบายด้วยท่าทีนอบน้อม
"คุณตำรวจครับ พวกเราต่อยมันเพราะมันต่อยผมก่อน" จ้าวกวางเย่าชี้ไปที่หน้าที่ทั้งแดงทั้งร้อนของตัวเอง
"มันต่อยผมก่อน ผมถึงให้คนขับรถช่วยกันต่อยมันคืน คุณดูสิครับ งั้นผมไม่ต้องไปโรงพักแล้วเนอะ"
พูดจบ ก็หยิบเงินปึกหนึ่งออกมาจากกระเป๋าสตางค์ ทำท่าจะยัดใส่มือหลินเจียหมิง
ในใจหลินเจียหมิงวางแผนไว้ว่าจะช่วยคุณจ้าวจัดการปัญหาเรื่องคนตามหา พอเจอกันคราวหน้า โอกาสขอซื้อยันต์จะได้มีมากขึ้น
ตอนนี้จะไปสนเศษเงินพวกนี้ได้ยังไง
เขาจึงทำหน้าขรึม สั่งให้คุมตัวทุกคนกลับสถานีตำรวจ
พอถึงสถานีตำรวจ ก็เรียกเพื่อนร่วมงานมาช่วยสอบปากคำจ้าวกวางเย่า ถามว่าทำไมถึงต้องตั้งค่าหัวตามหาคุณจ้าวด้วยราคาสูงลิ่ว
คิดไม่ถึงว่า ถามไปถามมา กลายเป็นเรื่องพี่ชายบ้านรวยตามหาน้องสาว
สุดท้ายเลยต้องปล่อยจ้าวกวางเย่าออกจากสถานีตำรวจไปด้วยรอยยิ้ม
สุดท้ายเขาไปหาหลิวอวี่ อยากให้หลิวอวี่ส่งข้อความหาคุณจ้าว ถามว่าตอนนี้เธออยู่ที่ไหน
แต่คาดไม่ถึงเลยว่า วินาทีที่ข้อความถูกส่งออกไป ข้างหน้าข้อความกลับปรากฏเครื่องหมายตกใจสีแดงขึ้นมา
หลิวอวี่ทำหน้างงเป็นไก่ตาแตก
เขาโดนบล็อกตั้งแต่เมื่อไหร่?
......
และในขณะนี้ ไน่เหอได้มาถึงห้องผู้ป่วยแผนกจิตเวช ของโรงพยาบาลประชาชนที่ 3 ประจำเมืองแล้ว
หวังฟู่เฉียงนอนรักษาตัวในแผนกจิตเวชมาหลายวัน พฤติกรรมถือว่าค่อนข้างดี อย่างน้อยในสายตาหมอ เขาก็ไม่ทำร้ายตัวเองอีกแล้ว นี่ถือเป็นสัญญาณที่ดี
จะมีก็แค่ขี้ขลาดไปหน่อย กลางคืนไม่กล้าไปเข้าห้องน้ำคนเดียว ได้แต่ขดตัวอยู่ในผ้าห่มเล่นมือถือ
แล้วก็นอนกลางวัน ส่วนอื่นๆ ก็ถือว่าปกติ
ตอนที่ไน่เหอล่องหนเข้ามาในห้องผู้ป่วย เขาปิดม่านกั้นเตียง และกำลังนอนหลับอยู่
ไน่เหอเปิดม่านเดินเข้าไป มองดูหวังฟู่เฉียงที่กำลังหลับสนิท อันดับแรกเธอแปะยันต์ห้ามพูดใส่เขา แล้วหยิบแก้วน้ำบนโต๊ะข้างเตียงสาดใส่หน้าเขาเต็มแรง
หวังฟู่เฉียงถูกน้ำสาดใส่หน้าขณะกำลังหลับฝันดี เขาอ้าปากตะโกนอยู่นานแต่ไม่มีเสียงเล็ดลอดออกมาเลยสักนิด
วินาทีถัดมา เขาก็ได้เห็นผู้หญิงคนที่ซ้อมเขามาแล้วไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง