- หน้าแรก
- นรกส่งฉันมาทวงแค้น
- บทที่ 705 ความยึดติดในใจของจ้าวลู่ลู่
บทที่ 705 ความยึดติดในใจของจ้าวลู่ลู่
บทที่ 705 ความยึดติดในใจของจ้าวลู่ลู่
บทที่ 705 ความยึดติดในใจของจ้าวลู่ลู่
หวังฟู่เฉียงต่อสู้ดิ้นรนหาเลี้ยงชีพในไซด์งานก่อสร้างมาตั้งแต่ยังหนุ่ม
เริ่มจากเป็นคนงานทั่วไป กรรมกร ช่างก่อสร้าง ต่อมาก็ฝากตัวเป็นศิษย์เรียนรู้งานช่างไฟฟ้า นายช่างใหญ่เห็นเขาหัวไวขยันขันแข็ง จึงพาเขามาทำงานตกแต่งภายใน
หวังฟู่เฉียงเองก็เป็นคนรักดี อาศัยความมุมานะและประสบการณ์ที่ค่อยๆ สั่งสม ไม่ถึงสองปี เขาก็หลุดพ้นจากการเป็นลูกน้องคนอื่น ออกมาตั้งทีมรับเหมาตกแต่งภายในเป็นของตัวเอง
ปัจจุบันเขาเปิดบริษัทรับตกแต่งภายในที่มีชื่อเสียงพอสมควรในท้องถิ่น เมื่อกิจการรุ่งเรือง เงินทองก็ไหลมาเทมา
โบราณว่าไว้ ผู้ชายพอมีเงินก็เริ่มทำตัวเหลวแหลก
หวังฟู่เฉียงจากเดิมที่คิดแค่ว่าขอแค่มีปัญญาหาเมียได้ก็พอ
ต่อมาเริ่มรู้สึกว่ายายแก่อีเพิ้งที่บ้านไม่คู่ควรกับตน มองยังไงก็ขัดหูขัดตา จึงเริ่มหาเรื่องชวนทะเลาะ หลังจากลงไม้ลงมือตบตีเมียครั้งแรกตอนเมา ก็เหมือนเปิดประตูสู่โลกใบใหม่ที่หยุดไม่ได้
เขาตบตีเมียคนแรกจนหนีเตลิดไป แล้วก็แต่งงานใหม่กับสาวสวยรุ่นลูก
เมียคนที่สองบอบบางราวกับดอกไม้ เขาจึงตัดใจลงมือไม่ลง
แต่เรื่องตบตีเมียเนี่ย มันเหมือนเสพติด ยิ่งเห็นผู้หญิงตัวสั่นร้องไห้คร่ำครวญขอชีวิตภายใต้เงื้อมมือของเขา เขากลับยิ่งรู้สึกตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก
ดังนั้นหลังจากอดทนมาได้สักพัก รอจนเมียใหม่ตั้งท้อง เขาจึงอาศัยฤทธิ์เหล้าลองลงมือครั้งแรก เพื่อทดสอบขีดจำกัดของเมียใหม่
แต่เขาคาดไม่ถึงเลยว่า เขาตบไปแค่สองที เมียเขาก็ไปทำแท้งลูกในท้องทิ้ง แล้วอาละวาดจะขอหย่า
ใครๆ ก็บอกว่าผู้หญิงพอมีลูกก็จะใจอ่อน แต่ทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงได้ใจดำนัก ยอมทิ้งลูกเพื่อจะหย่ากับเขา
ไม่ว่าเขาจะรับปากรับคำมั่นยังไงว่าจะไม่ลงไม้ลงมืออีก ผู้หญิงคนนั้นก็ไม่ยอมให้อภัย
หวังฟู่เฉียงรู้สึกน้อยใจ เขาคิดว่าตัวเองทำงานหาเงินมาอย่างยากลำบากทุกวัน เมียเขาอยู่บ้านเฉยๆ ไม่ต้องทำอะไร มีกินมีใช้ไม่ขาดมือ ทำไมถึงอดทนแค่นี้ไม่ได้?
......
หลังจากหย่าร้าง หวังฟู่เฉียงก็ขลุกอยู่ในผับทุกวี่ทุกวัน
แสงไฟในผับวูบวาบ เสียงดนตรีดังกระหึ่ม
เขาถูกรายล้อมไปด้วยสาวๆ วัยรุ่นรูปร่างเซ็กซี่หน้าตาจิ้มลิ้ม ได้รับคำเยินยอปอปั้นด้วยถ้อยคำหวานหู เอาอกเอาใจสารพัด ทำให้เขารู้สึกสบายใจอย่างที่สุด
ข้อเสียเพียงอย่างเดียวคือ ผู้หญิงพวกนี้ตบตีไม่ได้ ตบพวกหล่อนไปนอกจากจะต้องเสียเงินค่าทำขวัญแล้ว ยังต้องเข้าไปนอนในคุกอีก
คิดถึงตรงนี้ เขาก็กระดกเหล้าเข้าปากไปอึกใหญ่
เพื่อนฝูงที่มาเที่ยวด้วยกันเห็นเขาทำหน้าบึ้งตึง จึงรีบพูดปลอบใจทันที
"ลูกผู้ชายอกสามศอกจะกลัวไม่มีเมียทำไม พี่หวังเก่งขนาดนี้ หาใหม่ได้สบายอยู่แล้ว ทางที่ดีหาเมียต่างถิ่นดีกว่า เหมือนเมียผมนั่นแหละ แต่งงานไกลบ้าน ไม่มีบ้านเดิมให้กลับ ไม่ว่าจะเจอเรื่องอะไรที่บ้านผม หล่อนก็ต้องทนเอา
ไม่งั้น อยู่ที่นี่ญาติพี่น้องก็ไม่มี เพื่อนฝูงก็ไม่มี หล่อนจะไปไหนได้?"
ตอนที่ผู้ชายคนนั้นพูด ท่าทางลำพองใจราวกับพฤติกรรมของเขาเป็นเรื่องน่าภาคภูมิใจและน่าอวดอ้างเสียเต็มประดา
ไน่เหอมองดูโหงวเฮ้งของผู้ชายคนนั้น ยันต์หายนะที่กำอยู่ในมือจึงถูกเก็บกลับไป
การที่เธอลงมือทำให้ผู้ชายคนนี้โชคร้าย หรือจับใส่กระสอบซ้อมสักยก รังแต่จะทำให้เมียที่บ้านที่ยอมก้มหน้าก้มตาทำงานหนักและเอาแต่โทษตัวเอง ต้องลำบากมากขึ้นกว่าเดิม
นั่นไม่ใช่สิ่งที่ไน่เหอต้องการ
คนบางคน ต้องคิดได้ด้วยตัวเองเท่านั้น ถึงจะหลุดพ้นจากชีวิตที่เหมือนบ่อโคลนตมได้
แต่หวังฟู่เฉียงไม่เหมือนกัน ไม่ว่าจะฆ่าให้ตายหรือทำให้พิการ ก็ไม่มีผลกระทบต่อคนอื่น
......
ยังไม่ทันที่ไน่เหอจะทำอะไรหวังฟู่เฉียง ก็ได้ยินเสียงฮือฮาดังขึ้น
"ว้าว เขามาอีกแล้ว หล่อชะมัดเลย"
"ฉันจะไปลองขอช่องทางติดต่อดู"
"ไม่มีประโยชน์หรอก เมื่อวานสาวสวยระดับนางฟ้ายังจีบไม่ติดเลย"
"ไม่ลองไม่รู้"
ไน่เหอมองตามทิศทางที่หญิงสาวคนนั้นเดินไป ก็เห็นชายหนุ่มหน้าตาดีคนหนึ่ง ทันทีที่เห็นหน้าเขาชัดๆ เธอลังเลอยู่เพียงครู่เดียวก็เดินเข้าไปหา
ชายหนุ่มผู้นั้นหน้าตาหล่อเหลา ผิวขาวเนียน แววตาแฝงไปด้วยความสดใสและความมั่นใจตามประสาคนหนุ่มสาว
เสื้อฮู้ดสีดำบนตัวดูหลวมโคร่ง ผมเผ้าไม่รู้ว่าเพิ่งตื่นนอนแล้วไม่ได้หวี หรือตั้งใจเซ็ตให้ดูยุ่งๆ ทำให้เขาดูมีเสน่ห์แบบดิบๆ สบายๆ
เขานั่งอยู่ในมุมหนึ่งของผับ ในมือถือแก้วเหล้าแกว่งไปมาเป็นพักๆ แต่กลับไม่ยอมดื่ม
เพิ่งปฏิเสธผู้หญิงที่มาขอช่องทางติดต่อเสร็จ ก็มีอีกคนเดินเข้ามา
เขาคิดว่าเป็นคนที่มาจีบอีก จึงยื่นมือออกไปทำท่าปฏิเสธตามสัญชาตญาณ
ทว่าไน่เหอไม่ได้ถอยหนีเพราะการปฏิเสธของเขา กลับเร่งฝีเท้าเดินตรงเข้าไป นั่งลงตรงที่ว่างข้างๆ เขาหน้าตาเฉย
"ขอโทษครับ ไม่ว่าง ไม่คุย"
"แค่ไม่กี่ประโยคเอง" ไน่เหอหัวเราะเบาๆ
"ไม่ได้จะมาจีบสักหน่อย ไม่เสียเวลาคุณนานหรอก"
ชายหนุ่มสังเกตเห็นว่าหญิงสาวตรงหน้าไม่ได้มีแววตาหยาดเยิ้มเหมือนผู้หญิงคนอื่นๆ จึงเข้าใจว่าตัวเองเข้าใจผิดไปเอง
แม้ในใจจะรู้สึกเขินอายอยู่บ้าง แต่ก็คุมสีหน้าได้เป็นอย่างดี ยังคงใช้น้ำเสียงเย็นชาห่างเหินพูดออกไปว่า "ไม่ว่าจะคุยเรื่องอะไร ผมก็ไม่ว่างทั้งนั้น"
ไน่เหอขยับเข้าไปใกล้เขาอีกนิด กระซิบข้างหูเขาเบาๆ ว่า "แล้วถ้าฉันบอกว่า วันนี้เป็นวันตายของคุณล่ะ?"
รูม่านตาของชายหนุ่มหดเกร็งอย่างรวดเร็ว แววตาเต็มไปด้วยความตกใจและระแวดระวัง ร่างกายขยับถอยห่างจากไน่เหอตามสัญชาตญาณ ถามเสียงเย็นว่า "คุณเป็นใคร? พูดเรื่องบ้าอะไร?"
"ฉันเป็นคนที่ช่วยชีวิตคุณได้" ไน่เหอสบตากับสายตาตั้งข้อสงสัยของชายหนุ่ม แล้วพูดเสียงเบา
"ดวงชะตาคุณหม่นหมอง มีไอสังหารวนเวียน คืนนี้เกรงว่าจะมีภัยถึงชีวิต และวันนี้ทำอะไรก็ติดขัด แผนการที่วางไว้มีอุปสรรคมากมาย ไม่สมดังใจหวัง"
สีหน้าของชายหนุ่มเปลี่ยนไปมาหลายตลบ สุดท้ายก็หัวเราะในลำคอออกมาเบาๆ เหมือนเพิ่งเข้าใจอะไรบางอย่าง
ชั่วขณะแรกที่ได้ยินคำพูดนั้น เขาคิดว่าตัวเองความแตกเสียแล้ว คิดไม่ถึงว่าแม่สาวน้อยคนนี้จะเป็นพวกสิบแปดมงกุฎ
ดวงชะตาบ้าบอ ไอสังหารอะไรกัน ในสายตาเขา ล้วนเป็นเรื่องเหลวไหลทั้งเพ
ถ้าไม่ใช่เพราะมีภารกิจติดตัว เขาคงต้องจับมาอบรมสั่งสอนเรื่องอุดมการณ์สักยก
"คุณไม่เชื่อ?" ไน่เหอรับเหล้าที่บาร์เทนเดอร์ยื่นมาให้ แกว่งแก้วในมือเบาๆ แต่ไม่ได้ดื่ม
"ดวงชะตาคุณอาภัพญาติ ไม่มีพ่อแม่ ไม่มีปู่ย่าตายาย คนที่รับเลี้ยงคุณเป็นเพื่อนรุ่นพ่อ ถูกไหม?"
ชายหนุ่มกลับมาระแวดระวังตัวอีกครั้ง
"คุณสืบประวัติผม! คุณเป็นใครกันแน่! ต้องการอะไร!"
"เห็นว่าวันนี้คุณมีเคราะห์ เลยอยากช่วยสักหน่อย" ไน่เหอหยิบยันต์คุ้มภัยใส่มือเขา แล้วยื่นคิวอาร์โค้ดรับเงินในมือถือไปให้
"ห้าร้อย โอนมา!"
เห็นชายหนุ่มทำหน้างง ไน่เหอจึงเร่งรัดอีกครั้ง
"ถ้าฉันคิดจะหลอกเอาเงิน ฉันคงไม่มาหลอกคุณหรอก มันต่างอะไรกับแกว่งเท้าหาเสี้ยน อีกอย่าง เงินแค่ห้าร้อย ชีวิตของคุณมีค่าน้อยกว่าห้าร้อยหรือไง?"
ชายหนุ่มมองท่าทางของหญิงสาวตรงหน้า เขาเองก็บอกไม่ถูกว่าเพราะอะไร ถึงได้หยิบมือถือขึ้นมาสแกนจ่ายเงินห้าร้อยหยวนไปจริงๆ
อาจเป็นเพราะดวงตาคู่ใสซื่อคู่นั้น หรืออาจเป็นเพราะโดนยั่วโมโห...
เขามองดูหญิงสาวที่พอได้เงินก็เดินจากไปทันที มองดูประวัติการโอนเงินในมือถือ และยันต์สีเหลืองที่พับเป็นรูปสามเหลี่ยมในฝ่ามือ พลันเกิดความรู้สึกหงุดหงิดตัวเองขึ้นมา
นี่เขาเป็นบ้าอะไรไปเนี่ย?
อุตส่าห์ร่ำเรียนมาตั้งหลายปี ดันมาหลงเชื่อคำพูดเหลวไหลพรรค์นี้ซะได้
แต่ไหนๆ ก็ซื้อมาแล้ว จะทิ้งก็เสียดาย เลยยัดใส่กระเป๋าเสื้อไปส่งเดช