เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 690 ความยึดติดในใจของเจิงหรันหรัน

บทที่ 690 ความยึดติดในใจของเจิงหรันหรัน

บทที่ 690 ความยึดติดในใจของเจิงหรันหรัน


เมื่อพบว่าผีร้ายหายไป คุณหยูก็ไม่ได้กังวลแต่อย่างใด เพราะนั่นเป็นผีที่เขาเลี้ยงดูมา และได้ทำสัญญานายบ่าวกับเขาไว้แล้ว

ไม่ว่าผีตนนั้นจะอยู่ที่ไหน เพียงแค่เขานึกคิด มันก็จะกลับมาอยู่ข้างกายเขา หากผีตนนั้นคิดจะแว้งกัด เขาก็สามารถทำให้มันวิญญาณแตกซ่านได้ในชั่วพริบตา

เพราะเขาคือนาย ผีตนนั้นคือบ่าว

หากไม่มีเขา ผีตนนั้นก็ไม่มีทางบำเพ็ญเพียรจนมีฤทธิ์เดชกล้าแข็งอย่างทุกวันนี้

ทว่า เมื่อเขาตระหนักได้ว่าสายใยพันธะระหว่างเขากับผีร้ายตนนั้นขาดสะบั้นลง เขาถึงเริ่มเสียขวัญขึ้นมาจริงๆ

นิ้วมือของเขาขยับร่ายคาถาไม่หยุด จากนั้นก็บังคับเลือดหัวใจออกมา แต่ก็ยังสัมผัสกลิ่นอายของผีร้ายตนนั้นไม่ได้ ราวกับว่าผีตนนั้นไม่เคยมีตัวตนอยู่เลย

การทำหยกวิเศษหายก็ทำให้คุณหยูหงุดหงิดงุ่นง่านใจพออยู่แล้ว ตอนนี้กำลังรบที่แข็งแกร่งที่สุดก็มาหายไปอีก ทำให้คุณหยูที่เคยวางมาดดุจเซียนผู้ทรงศีล สติแตกในบัดดล ตะโกนใส่ความว่างเปล่าราวกับคนบ้า

"เป็นใคร? เป็นใคร? ตกลงว่าเป็นใคร?"

คุณชายจงที่นอนอยู่บนเตียง ตกใจอีกครั้ง จนเผลอร้องเพลงในใจเบาๆ "คือเขา คือเขา คือเขาแน่ วีรบุรุษตัวน้อยนาจาของเรา..."

ส่วนพี่เคก็เพิ่งเคยเห็นคุณหยูสติแตกแบบนี้เป็นครั้งแรก

เมื่อครู่เขาสัมผัสได้ว่าในห้องพักฟื้นจู่ๆ ก็มีไอเย็นยะเยือกเสียดกระดูกแผ่ออกมา หนาวเหน็บราวกับตกอยู่ในถ้ำน้ำแข็ง จึงเดาได้ว่าคุณหยูปล่อยผีรับใช้ออกมา

ขณะที่เขากำลังพิจารณาว่าจะออกไปจากห้องพักฟื้นก่อนดีไหม ไอเย็นที่น่าขนลุกนั้นก็จางหายไปในพริบตา

ขณะที่เขากำลังงุนงง จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงคำรามของคุณหยู

เขาเข้าใจได้ทันทีว่าต้องเกิดเรื่องใหญ่มากแน่ๆ ถึงทำให้คุณหยูที่ปกติไม่ว่าจะเจอเรื่องอะไรก็สงบนิ่งเยือกเย็น แสดงท่าทีแบบนี้ออกมา

แม้จะรู้ว่าเรื่องของคุณหยู ล้วนเป็นเรื่องเหนือธรรมชาติและไม่เป็นวิทยาศาสตร์ และเรื่องลี้ลับพวกนั้นก็ไม่ใช่สิ่งที่เขาจะยื่นมือเข้าไปช่วยได้ แต่ท่าทีที่ควรแสดงออกก็ไม่อาจทำแบบขอไปทีได้

จึงเอ่ยปากเตือนสติไปประโยคหนึ่ง "คุณหยูใจเย็นๆ ครับ เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือเปล่าครับ? ต้องการให้ผม..."

คำพูดของเขายังไม่ทันจบ จู่ๆ ห้องพักฟื้นก็เย็นเยือกลงอีกครั้ง ไอเย็นและไอหยินพุ่งพล่านขึ้นมาทันที

เขาตัวสั่นยะเยือกอีกครั้ง เข้าใจว่าคุณหยูคงปล่อยผีรับใช้ตนใหม่ออกมา จึงรีบหุบปากฉับ ไม่พูดอะไรอีก

ทว่าผ่านไปสิบกว่าวินาที ไอเย็นในห้องพักฟื้นก็สลายไปอีกครั้ง

ในขณะเดียวกัน สีหน้าของคุณหยูก็มืดมนลงกว่าเดิม

ครั้งนี้เขาสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่า การเชื่อมต่อกับผีรับใช้ของเขาขาดสะบั้นลงในชั่วพริบตา

เขาเดินไปที่ริมหน้าต่าง เตรียมจะปล่อยผีเด็กของตัวเองออกมาอีกครั้ง เพื่อจะสัมผัสระยะใกล้ว่าผีรับใช้หายไปได้อย่างไร

เขาคิดว่า ขอแค่หาผีรับใช้เจอ ก็จะหาหยกวิเศษของตัวเองเจอ

แต่เขายังเดินไปไม่ทันถึงหน้าต่าง ก็รู้สึกเหมือนถูกอะไรบางอย่างดึงไว้ ยังไม่ทันตั้งตัว เขาก็รู้สึกตาพร่ามัว ภาพตรงหน้าไม่ใช่ห้องพักฟื้นในโรงพยาบาลอีกต่อไป แต่ราวกับอยู่ในโลกใบใหม่

ที่นี่อากาศสดชื่นเป็นพิเศษ บ้านเรือนโอ่อ่าตระการตา ดอกไม้ใบหญ้าบานสะพรั่งท่ามกลางหมอกจางๆ งดงามวิจิตรบรรจง ล้วนเป็นสายพันธุ์ที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน

ทำให้เขาเกิดภาพลวงตาว่า ตัวเองกำลังอยู่ในแดนเซียน

เขาพึมพำออกมาว่า "ที่นี่ที่ไหน? ทำไมฉันถึงมาอยู่ที่นี่?"

"แกไม่คู่ควรที่จะรู้"

สิ้นเสียงนั้น ก็มีเด็กสาวคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นจากความว่างเปล่าตรงหน้าเขา

"เป็นแก แกยังไม่ตาย?"

เด็กสาวคนนี้เขาเคยเห็น ในคลิปวิดีโอที่พี่เคให้ดู และเป็นคนที่พี่เคบอกว่าตายไปแล้ว

สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปมา ท้ายที่สุดเหมือนจะนึกอะไรขึ้นได้ จึงโพล่งถามออกมาทันที

"หยกวิเศษของฉันกับผีรับใช้ของฉัน เป็นฝีมือแกใช่ไหม รีบเอาหยกวิเศษคืนมาให้ฉันเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าฉัน..."

คำขู่ด้านหลังยังไม่ทันได้เอ่ยออกมา ก็รู้สึกถึงแรงดึงมหาศาลที่ไม่อาจต้านทานได้ จากนั้นก็รู้สึกตัวเบาหวิว ในภวังค์นั้น เขาเห็นตัวเองล้มลงกับพื้น

เขาก้มลงมองด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ถึงได้พบว่าตัวเองกลายสภาพเป็นดวงวิญญาณไปแล้ว

ส่วนร่างกายที่เป็นของเขา กำลังนอนแน่นิ่งไร้ลมหายใจอยู่แทบเท้าเขา

"แก... ฉัน..."

เขาอ้าปากค้างพูดไม่ออก นับตั้งแต่เข้าวงการมาหลายปี นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นการลงมือดึงวิญญาณคนออกจากร่างได้ง่ายๆ เพียงแค่ยื่นมือ

แต่ไน่เหอไม่อยากจะพูดอะไรมากความกับขยะอย่างเขา จึงเก็บวิญญาณของเขาเข้าไปในหยกวิญญาณทันที รอให้กลับไปถึงนรกค่อยส่งมอบให้ตุลาการนรก ตัดสินโทษทัณฑ์ตามกรรมที่ทำไว้ตอนมีชีวิต

ส่วนร่างของชายคนนี้ เธอโยนทิ้งออกไปนอกมิติซูมีอย่างไม่ไยดี เพื่อไม่ให้มิติของเธอต้องแปดเปื้อน

……

ส่วนพี่เคที่อยู่ในห้องพักฟื้นกลับยืนงงเป็นไก่ตาแตก

เขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เห็นแค่คุณหยูเดินไปที่ริมหน้าต่าง แล้วจู่ๆ ก็หายวับไปต่อหน้าต่อตา พอโผล่มาอีกทีก็ลงไปนอนกองกับพื้น กลายเป็นศพไปเสียแล้ว

คุณหยูที่ในสายตาของเขาเคยเก่งกาจรอบด้าน ทำได้ทุกอย่าง ทั้งฉลาดล้ำลึกและมีวิชาแก่กล้า กลับตายไปดื้อๆ แบบนี้อย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย

กระทั่งเขาตายได้ยังไง ใครเป็นฆาตกร เขาก็ยังไม่รู้อะไรเลย

เขากวาดตามองห้องพักฟื้นที่แสนประหลาดนี้ ลางสังหรณ์อัปมงคลถาโถมเข้ามาในใจทันที

เขาอยากหนีไป แต่ไม่กล้าขยับตัวสุ่มสี่สุ่มห้า กลัวว่าถ้าไปแตะโดนอะไรเข้า จะหายตัวไปแล้วทิ้งชีวิตไว้เหมือนกัน

เขาโทรศัพท์สั่งการก่อน ให้เฮลิคอปเตอร์ไปรอที่ดาดฟ้าตึกไห่หลาน เขาจะไปเกาะหรรษา แล้วเรียกคนเฝ้าหน้าประตูเข้ามา คุ้มกันเขาออกไป

ไน่เหอพอได้ยินคำว่าเกาะหรรษา ก็แนบมิติติดกับตัวพี่เคทันที

ออกจากโรงพยาบาลไปพร้อมกับเขา

……

พี่เคตกอยู่ในอาการขวัญผวาตลอดเวลา จนกระทั่งได้ขึ้นเครื่องบิน จนกระทั่งเครื่องบินทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า หัวใจที่แขวนอยู่บนเส้นด้ายถึงวางลงได้

เขานั่งอยู่บนเครื่องบิน จิบไวน์แดง มองท้องฟ้านอกหน้าต่างเป็นระยะ

ไน่เหอที่อยู่ในมิติซูมี จิบชาเซียน มองดูพี่เคด้านนอกเป็นระยะเช่นกัน

เมื่อเครื่องบินลงจอดที่เกาะแห่งหนึ่ง เขาถึงก้าวลงจากเครื่อง

ไน่เหอที่ตามมาด้วย ก็ได้เห็นเกาะที่แตกต่างจากเกาะก่อนหน้านี้อย่างสิ้นเชิง

เมื่อย่างเท้าขึ้นสู่เกาะลึกลับแห่งนี้ ราวกับก้าวเข้าสู่โลกแห่งความฝัน

ทั่วทั้งเกาะเปรียบดั่งไข่มุกเม็ดงาม เปล่งประกายความหรูหราและมีเสน่ห์ไม่สิ้นสุด

พระราชวังวิจิตรตระการตา กระเบื้องเคลือบส่องประกายระยิบระยับใต้แสงอาทิตย์ ประติมากรรมช่างแกะสลักราวกับมีชีวิต ดอกไม้นานาพันธุ์แข่งกันบานสะพรั่ง ยังมีวิลล่าหรูหราตั้งเรียงรายลดหลั่นกันไปทั่วเกาะ ผนังสีขาวตัดกับกระเบื้องหลังคาหลากสี แสดงถึงความสง่างามและสูงส่ง

ในสวน น้ำพุไหลริน ละอองน้ำกระทบแสงแดดส่องประกายเจ็ดสี

แต่ทั้งหมดทั้งมวลนี้ ยังไม่ดึงดูดสายตาเท่าสาวสวยสวมบิกินี่สองแถวนั้น

ผิวพรรณต่างกัน อายุต่างกัน หน้าตาต่างกัน แต่มีรูปร่างเย้ายวนระดับปีศาจเหมือนกัน ทันทีที่เห็นพี่เค ต่างก็คุกเข่าลงกับพื้น พร้อมใจกันตะโกนว่า "ยินดีต้อนรับนายท่านกลับบ้าน"

ไน่เหอ: ……

ยินดีต้อนรับนายท่าน?

ขนาดในสังคมทาสศักดินา เธอยังไม่เคยเห็นพวกนายท่านทำรูปแบบขนาดนี้เลย

ถ้าเกาะก่อนหน้านี้ของเธอคือการหนีตาย เกาะนี้สำหรับคนบนเกาะก็คือแดนสุขาวดีชัดๆ

จบบทที่ บทที่ 690 ความยึดติดในใจของเจิงหรันหรัน

คัดลอกลิงก์แล้ว