- หน้าแรก
- นรกส่งฉันมาทวงแค้น
- บทที่ 675 ความยึดติดในใจของเจิงหรันหรัน
บทที่ 675 ความยึดติดในใจของเจิงหรันหรัน
บทที่ 675 ความยึดติดในใจของเจิงหรันหรัน
คุณชายจงยื่นมือออกไป ผู้ติดตามข้างกายก็ส่งข้อมูลของหมายเลข 98 มาตรงหน้าเขา
"เจิงหรันหรัน" คุณชายจงพึมพำชื่อนี้ในลำคอ หัวเราะเสียงต่ำ
"คนที่ทำข้อมูลของพวกนายเป็นใคร นายคิดว่าเธอเหมือนที่เขียนในข้อมูลว่าเป็นเด็กดีไม่ประสีประสาต่อโลกงั้นเหรอ? นายเคยเห็นเด็กดีบ้านไหนลงมือโหดเหี้ยมขนาดนี้บ้าง"
"เรื่องนี้จะมีคนไปตรวจสอบ ถึงเวลานั้นจะให้คำอธิบายกับบรรดาบอสทุกท่านครับ"
พวกเขาจะส่งข้อมูลของผู้ถูกคัดเลือกทั้ง 100 คนให้กับบรรดาบอส ในนั้นจะบันทึกประวัติชีวิตส่วนตัวอย่างละเอียด รวมถึงทักษะต่างๆ ที่มี นี่เป็นแหล่งข้อมูลหลักในการลงเดิมพันของเหล่าบอส
หากข้อมูลนี้ไม่ถูกต้อง จะส่งผลกระทบอย่างมากต่อการเดิมพันของเหล่าบอสและความน่าเชื่อถือของพวกเขา
เขาเองก็เห็นความโหดเหี้ยมในการลงมือของหมายเลข 98 เจิงหรันหรัน ซึ่งแตกต่างจากข้อมูลที่ระบุว่าเป็นหนอนหนังสือที่เอาแต่เรียนอย่างสิ้นเชิงจริงๆ
"คุณชายจง เงินห้าร้อยล้านของคุณจะลงที่หมายเลข 98 ทั้งหมดเลยหรือครับ?"
ผู้รับผิดชอบการรับเดิมพันถามย้ำอีกครั้ง เพราะโดยปกติแล้วเหล่าบอสมักจะกระจายความเสี่ยงลงเดิมพันในตัวคนสองคนหรือหลายคน แม้ว่าจะได้เงินชนะไม่มาก แต่โอกาสชนะก็จะมีสูงกว่า
การทุ่มเงินเดิมพันทั้งหมดไปที่เด็กสาวที่เพิ่งบรรลุนิติภาวะเพียงคนเดียว การกระทำเช่นนี้ถือว่าเสี่ยงมาก
แต่คุณชายจงกลับพูดอย่างไม่ยี่หระว่า "ลงที่เธอให้หมด"
"รับทราบครับ คุณชายจงสายตาเฉียบแหลม จะต้องประเดิมชัยชนะ กวาดเงินทองกลับไปเต็มกระเป๋าแน่นอนครับ"
ถึงแม้ตัวเขาเองจะไม่เชื่อว่าเด็กสาวคนนั้นจะมีชีวิตรอดไปจนถึงสุดท้าย แต่ในเมื่อลูกค้าเลือกแล้ว คำเยินยอก็ต้องมีตามมารยาท
พูดจบเขาก็โค้งคำนับค้างไว้ขณะตัดการเชื่อมต่อ
……
เวลานี้ไน่เหอบนเกาะมองดูผู้หญิงที่กำลังเตะต้นมะพร้าวอยู่ไม่ไกล เดินยิ้มเข้าไปหา แล้วถามเสียงเบาว่า "ให้ช่วยไหม?"
ผู้หญิงคนนั้นหันกลับมามองสำรวจ เมื่อเห็นว่ามีแค่ไน่เหอคนเดียว ก็คลายความระแวดระวังลง
จากนั้นก็พูดด้วยน้ำเสียงห่างเหินว่า "ไม่เป็นไร"
ไน่เหอก็ไม่ถือสา เดินตรงไปที่ต้นมะพร้าวอีกต้น แล้วเตะเปรี้ยงเข้าที่ลำต้น
ลูกเตะนั้นรุนแรงจนอากาศดูเหมือนจะส่งเสียงหวีดหวิว
ต้นมะพร้าวสั่นไหวอย่างรุนแรง ลูกมะพร้าวที่สุกงอมร่วงหล่นลงมาในทันที ตามมาด้วยใบมะพร้าวและลูกมะพร้าวที่ยังไม่สุก
ไน่เหอที่ถอยฉากออกไปไกลตั้งนานแล้ว รอจนกระทั่งไม่มีลูกมะพร้าวตกลงมาอีก จึงเดินไปใต้ต้นไม้ เลือกลูกมะพร้าวที่สุกงอมและตกลงมาเป็นลูกแรก ยื่นส่งให้ผู้หญิงที่กำลังยืนตะลึงงันอยู่ข้างๆ "รับไปลูกหนึ่งสิ ยังไงมันก็ตกลงมาแล้ว"
ผู้หญิงคนนั้นลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินมารับลูกมะพร้าวไป แล้วพูดเสียงเบาว่า "ขอบคุณ แรงเธอเยอะจังเลยนะ"
"ฉันแรงเยอะมาแต่เกิดน่ะ" ไน่เหอพูดจบ ก็หยิบมีดสั้นเล่มเมื่อครู่ออกมา แล้วงัดเปิดลูกมะพร้าวอย่างง่ายดาย (มีดสั้นผ่านการใช้ยันต์ชำระล้างมาแล้ว)
เมื่อเห็นผู้หญิงคนนั้นกำลังออกแรงใช้ก้อนหินทุบมะพร้าวอย่างยากลำบาก เธอจึงอาสาช่วยเฉาะเปิดปากลูกมะพร้าวให้อีกฝ่าย
"ขอบคุณนะ"
"ไม่ต้องเกรงใจ สนใจตั้งทีมไหม?" ไน่เหอยิ้มมองเธอ
"แค่เราสองคน"
ผู้หญิงคนนั้นมีท่าทีสนใจอย่างเห็นได้ชัด เมื่อครู่ก็มีคนมาชวนเธอตั้งทีม แต่สายตาโลมเลียของผู้ชายคนนั้นทำให้เธอรู้สึกขยะแขยงจนทนไม่ไหว จึงปฏิเสธไปตรงๆ
แต่ในใจเธอรู้ดีว่า ในสถานที่อันตรายเช่นนี้ ต่อให้ระวังตัวแค่ไหน คนเราก็ต้องมีช่วงเวลาที่เผลอไผลหรือง่วงงุน หากหาคนที่ค่อนข้างไว้ใจได้มาร่วมทีม ย่อมทำให้มีโอกาสรอดชีวิตสูงขึ้นอย่างแน่นอน
ทว่า สำหรับเธอแล้ว คำว่า 'ค่อนข้างไว้ใจได้' นั้น ยากยิ่งกว่าการปีนขึ้นสวรรค์
ขนาดพ่อแม่แท้ๆ ยังไว้ใจไม่ได้ แล้วจะยังมีใครที่ไว้ใจได้จริงๆ อีกหรือ
แต่เด็กสาวตรงหน้า แววตาใสซื่อและแน่วแน่ ทำให้เธอรู้สึกว่าถ้าคนที่ร่วมทีมเป็นเด็กคนนี้ ก็คงไม่เลวเหมือนกัน
ดังนั้นเธอจึงพยักหน้าตกลงทันที
"ตกลง ฉันชื่อซูหงเย่"
"เจิงหรันหรัน"
ทั้งสองคนนั่งอยู่ใต้ต้นมะพร้าว รอบกายเงียบสงบ ไม่มีใครพูดอะไร เพียงแค่ทอดสายตามองไปยังทะเลกว้างไกลเบื้องหน้า
……
ความเงียบสงบนี้อยู่ได้ไม่นานก็ถูกทำลายลง
มีคนกลุ่มหนึ่งเห็นพวกเธอ จึงตะโกนเสียงดังลั่น "หล่อนอยู่นี่"
สิ้นเสียงตะโกน คนนับสิบก็รีบกรูเข้ามา ล้อมรอบไน่เหอและซูหงเย่ไว้ตรงกลาง
ซูหงเย่ไม่เข้าใจสถานการณ์ จึงรู้สึกตื่นตระหนกเล็กน้อย
แต่ไน่เหอกลับมีรอยยิ้มที่มุมปาก ท่าทางไม่ยี่หระต่อสิ่งใด
"หัวหน้าทีมเดินตามหลังนังนี่ออกไปแล้วถูกฆ่าตาย ถึงแม้มันจะไม่ใช่ฆาตกร แต่มันต้องรู้แน่ว่าใครเป็นคนฆ่า"
คนนับสิบจ้องมองมาที่ไน่เหอเป็นตาเดียว รอให้เธอแสดงท่าที
"อื้ม ฉันฆ่าเอง" ไน่เหอกวาดตามองใบหน้าของพวกเขาทีละคน
"ทำไม? ทีมที่เพิ่งตั้งขึ้นมา ก็มีจิตวิญญาณความเป็นทีมแล้วเหรอ? พวกคุณจะฆ่าฉันเพื่อแก้แค้นให้เขาหรือไง?"
เมื่อเห็นเธอยอมรับอย่างหน้าชื่นตาบานว่าฆ่าคน ท่าทีที่ไม่เกรงกลัวสิ่งใดนี้ ทำให้บางคนเริ่มหวาดหวั่น และคิดอยากจะหนี
แต่หญิงวัยกลางคนอายุราวห้าสิบกว่าปี กลับไม่กลัวแม้แต่น้อย เธอทำตัวราวกับผู้ผดุงความยุติธรรม ชี้หน้าด่าทอไน่เหอ
"แม่หนูทำไมทำตัวแบบนี้ มาถึงวันแรก ก็แทงคนตาบอดไปหนึ่ง ฆ่าตายไปหนึ่ง เธอทำแบบนี้มันต่างอะไรกับไอ้ฆาตกรเมื่อกี้! พวกมันจะฆ่าพวกเราที่เหลืออีกเก้าสิบคน สิ่งที่พวกเราต้องทำตอนนี้คือสามัคคีกัน ร่วมกันต่อต้านการสังหารหมู่ของพวกมัน!"
ไน่เหอมองโหงวเฮ้งของป้าคนนี้ ถูกสามีและลูกหลานรังแกมาทั้งชีวิต แต่ก็ยังก้มหน้ายอมรับชะตากรรมโดยไม่บ่น เป็นประเภทคนโง่ที่ถูกเขาจับไปขายยังจะช่วยเขานับเงินให้อีก
คนแบบนี้ ไน่เหอไม่ฆ่าหรอก แต่ก็ไม่อยากฟังป้าแกเทศนาเรื่องศีลธรรม
มุมปากของเธอจึงค่อยๆ ยกขึ้น เผยรอยยิ้มที่ชวนให้ขนหัวลุก
"ฆาตกรในปากของคุณต้องการสิบคนแบ่งเงินหนึ่งร้อยล้าน แต่ฉันกะว่าจะให้เหลือสองคนแบ่งเงินหนึ่งร้อยล้าน"
น้ำเสียงของไน่เหอราวกับเสียงกระซิบของปีศาจ รอยยิ้มเปี่ยมไปด้วยความชั่วร้ายและความบ้าคลั่ง
ทุกคนในที่นั้นตัวสั่นสะท้านพร้อมกัน พอนึกถึงสภาพศพที่น่าสยดสยองของอดีตหัวหน้าทีม ก็รีบหันหลังวิ่งหนีทันที
ลืมเรื่องที่ตกลงกันไว้เสียสนิทว่า ใครแก้แค้นให้หัวหน้าทีมได้ คนนั้นจะได้เป็นหัวหน้าทีมคนใหม่
ไน่เหอมองหญิงวัยกลางคนตรงหน้า ไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่พลิกข้อมือ เผยให้เห็นมีดสั้นในมือ
หญิงคนนั้นรีบตะเกียกตะกายหันหลังวิ่งหนีไปทันที
รอจนพวกเขาวิ่งหนีไปหมดแล้ว ไน่เหอจึงหันกลับมามองซูหงเย่ "ไม่เป็นไรแล้ว ไม่ได้ทำให้ตกใจใช่ไหม?"
ซูหงเย่ที่ยืนอยู่ข้างหลังไน่เหอตลอดเวลา ไม่ทันเห็นสีหน้าอันน่าสยดสยองของไน่เหอ และไม่เห็นสภาพศพที่ถูกไน่เหอฆ่า
ดังนั้นเธอนอกจากจะไม่รู้สึกกลัวแล้ว กลับรู้สึกว่าเป็นเรื่องตลกสิ้นดีที่คนสิบกว่าคนถูกเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ พูดไม่กี่คำก็กลัวจนหัวหดวิ่งหนีไป
"ไม่กลัวหรอก ฉันรู้ว่าเธอก็แค่ขู่พวกเขา"
ซูหงเย่นั่งลงใหม่ ยื่นลูกมะพร้าวที่ดื่มน้ำหมดแล้วมาตรงหน้าไน่เหอ "รบกวนช่วยผ่าให้หน่อยสิ ฉันอยากกินเนื้อมะพร้าวข้างใน"
"ได้สิ"