- หน้าแรก
- นรกส่งฉันมาทวงแค้น
- บทที่ 654 ความยึดติดในใจของหลัวอีอี
บทที่ 654 ความยึดติดในใจของหลัวอีอี
บทที่ 654 ความยึดติดในใจของหลัวอีอี
เมื่อไน่เหอเข้ามาอยู่ภายในมิติซูมีเจี้ยจื่อ ความตื่นเต้นในใจก็ระเบิดออกมาในที่สุด
นับตั้งแต่ได้เจ้าหนูค้นสมบัติมา นางก็อยากได้มิติที่สิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ได้มาตลอด ตอนนี้ในที่สุดก็ได้มาแล้ว จะไม่ให้ดีใจได้อย่างไร
นางสำรวจขนาดของพื้นที่ จัดวางผังภายในราวกับเล่นเกม
ซูมีเจี้ยจื่อที่ผูกพันธะกับจิตวิญญาณของนาง เปรียบเสมือนของเล่นในมือ ที่นางสามารถปรับเปลี่ยนรูปร่างและควบคุมได้ดั่งใจนึก
เพียงแค่จิตของนางขยับ ก็เกิดหลุมขนาดใหญ่ขึ้นในซูมีเจี้ยจื่อ
นางนำหินดาราที่ขุดมาจากตำหนักบรรทมขององค์รัชทายาทมาปูที่ก้นหลุม แล้วเทน้ำพุเซียนที่อุดมไปด้วยปราณเซียนเข้มข้นลงไปจนเต็มหลุม
นำลูกแก้ววิญญาณโกลาหลใส่ลงไป และลงค่ายกลป้องกันเอาไว้
จากนั้นก็กวาดตามองไปรอบๆ พื้นที่ สุดท้ายก็เคลียร์พื้นที่ว่างบริเวณใกล้สระน้ำพุเซียน
ย้ายตำหนักบรรทมในสวนที่นางอาศัยอยู่เข้ามาตั้งไว้บนที่ว่างในซูมีเจี้ยจื่อ เอาหินวิญญาณและแกนอสูรระดับต่ำที่ได้จากโลกบำเพ็ญเพียรมาปูเป็นทางเดินระหว่างบ้านกับสระน้ำพุเซียนเหมือนกรวดแม่น้ำ ส่วนหินวิญญาณและแกนอสูรระดับกลางถึงสูงก็โปรยปรายไปทั่วพื้นที่ราวกับโปรยดอกไม้
สุดท้ายก็นำสมุนไพรวิญญาณที่ได้จากโลกบำเพ็ญเพียรและเก็บรักษาไว้ในกล่องหยกเพื่อคงความสด ออกมาปลูกลงในมิติทั้งหมด
ของพวกนี้เก็บไว้ในแหวนมิติของนาง ทำได้แค่คงสภาพความสด
แต่เมื่อนำมาปลูกในซูมีเจี้ยจื่อ พวกมันจะแผ่ไอวิญญาณออกมา ในขณะเดียวกันก็ดูดซับปราณเซียนในมิติเข้าไปด้วย ถือเป็นการเกื้อกูลซึ่งกันและกันอย่างลงตัว
ที่สำคัญที่สุดคือ ทำให้เจ้าหนูค้นสมบัติเวลาวิ่งเล่นในมิติ มีความรู้สึกเหมือนได้เก็บสมบัติได้ตลอดเวลา
พอนึกถึงหนูค้นสมบัติ นางก็รีบเอามันออกมาจากถุงวิญญาณอสูร
เจ้าตัวเล็กยังย่อยพลังงานในตัวไม่หมด ยังคงนอนหลับอุตุ ไน่เหอจัดแจงที่ทางให้มันเรียบร้อยแล้วจึงออกมาจากซูมีเจี้ยจื่อ
……
นางบอกกับเซียนอมตะชางเหยียนว่า ตนเองปลงตกเรื่องความรักแล้ว อยากจะลองตั้งใจบำเพ็ญเพียรดู
เซียนอมตะชางเหยียนรีบถ่ายทอดเคล็ดวิชาการเข้าใจกฎเกณฑ์ การฝึกฝนจิตใจ การควบคุมพลังเทพ การหลอมอาวุธเทพ และอื่นๆ มาให้นางครบชุด
ไน่เหอลองฝึกดูไม่กี่วัน ก็ต้องประหลาดใจอย่างยิ่งที่พบว่า นางฝึกฝนได้โดยไม่มีคอขวดเลย
แม้จะสูญเสียความทรงจำในอดีต แต่ความเข้าใจในการบำเพ็ญเพียรที่ฝังลึกอยู่ในจิตวิญญาณ ทำให้นางเลื่อนขั้นได้อย่างง่ายดาย
ดังนั้นนางจึงหยุดฝึก เตรียมจะออกไปเดินเล่นรอบๆ ก่อนจะออกจากแดนสวรรค์ อย่างไรเสียหญ้าต้นเล็กๆ ในแดนสวรรค์ ก็ยังดีกว่าสมุนไพรวิญญาณในโลกบำเพ็ญเพียรตั้งเยอะ
ในฐานะธิดาของเซียนอมตะชางเหยียน และพระชายารัชทายาทในนามของซิงเย่า ไม่ว่านางจะไปที่ไหน ผู้คนต่างก็นอบน้อมและให้เกียรติ
ไน่เหอก็ใจป้ำมอบของขวัญให้ฝ่ายตรงข้าม แล้วก็รับของขวัญตอบแทนจากฝ่ายตรงข้ามมาอย่างสบายใจ
เช่น นางมอบน้ำหอมกลิ่นดอกไม้ผลไม้ให้เทพธิดาบุปผา ขากลับเทพธิดาบุปผาก็มอบเมล็ดพันธุ์ดอกไม้เซียนร้อยชนิดให้นาง
มอบสุราเหมาไถสองขวดให้เทพเจ้าสายลม เทพเจ้าสายลมก็มอบพัดขนวิหคสายลมที่พัดลมเย็นเหมือนแอร์ได้ให้นางเป็นการตอบแทน ไน่เหอดีใจ ก่อนกลับจึงแถมสุราให้อีกสี่ขวด เทพเจ้าสายลมเห็นสุราก็มอบลูกแก้วควบคุมลมให้นางอีก
เทพเจ้าแห่งท้องทะเลรู้เรื่องนี้ ก็รีบเอาลูกแก้วกันน้ำมาขอแลกสุรากับนาง
ใครใช้ให้เซียนจวินฉุนเนี่ยงปิดประตูเงียบไม่รับแขกเล่า ปากเขาจืดชืดจนจะแย่อยู่แล้ว
สุราในมือพระชายารัชทายาทแม้จะไม่มีปราณเซียน แต่กลิ่นหอมของสุรานั้นเต็มเปี่ยม ถือเป็นของแก้ขัดชั้นดี
ยังมีเทพธิดาอีกหลายองค์ที่มาหาถึงที่ นำของวิเศษของตนมาสอบถามว่ายังมีน้ำที่ฉีดแล้วหอมฟุ้งอยู่อีกหรือไม่
ยังส่งขนมขบเคี้ยวไปให้เฟยหนิงอีกมากมาย เฟยหนิงรู้ว่านางจะออกไปท่องเที่ยวพักผ่อน ก็มอบอาวุธเทพป้องกันตัวให้นางชิ้นหนึ่ง
สุดท้ายก่อนจากไป ไน่เหอก็แอบทิ้งสุราไว้ให้เซียนอมตะชางเหยียนหลายลัง พร้อมกับกระดาษโน้ตแผ่นเล็กๆ
พอเซียนอมตะชางเหยียนพบว่าลูกสาวไม่อยู่ในจวน และอาจจะจากไปแล้ว ก็รีบสั่งให้องครักษ์เทพในจวนออกตามหาทันที
เขารู้สึกจนปัญญากับลูกสาวจอมเอาแต่ใจคนนี้จริงๆ
ในขณะที่รู้สึกโชคดีที่มอบซูมีเจี้ยจื่อให้ไปก่อนหน้านี้ ทำให้ลูกสาวมีความสามารถในการปกป้องตัวเอง แต่ก็รู้สึกเสียใจที่มอบให้เร็วเกินไป ทำให้ลูกสาวมีความสามารถในการหลบหนีการตามหา
……
ไน่เหอเดินทางออกจากแดนสวรรค์พร้อมกับทีมของเซียนอมตะหลิงชวน
ทีมที่เซียนอมตะหลิงชวนจัดตั้งขึ้น มีสมาชิกห้าคน ล้วนเป็นระดับเซียนอมตะ พลังบำเพ็ญต่ำสุดก็คือเทียนเสิน
สำหรับการพาตัวถ่วงระดับเทียนเซียนอย่างไน่เหอไปด้วย เซียนอมตะหลิงชวนทำท่าไม่ยี่หระ มีสองคนที่แสดงความยินดีต้อนรับ ส่วนอีกสองคนแม้ปากจะไม่พูดอะไร แต่ไน่เหอก็สัมผัสได้ถึงรังสีความรังเกียจที่แผ่ออกมาจากตัวพวกเขา
ที่ไน่เหอตอบตกลงไปกับพวกเขาในตอนแรก เป็นเพราะซือมิ่งพูดถึงหลายครั้ง นางไม่อยากให้ซือมิ่งน้อยเป็นห่วง จึงตกลงร่วมทางไปด้วย
สำหรับคนที่ยินดีต้อนรับนาง ไน่เหอก็ตอบรับด้วยความสุภาพ ส่วนสองคนที่ต่อหน้าทำดีลับหลังรังเกียจ นางก็เมินเฉยไม่สนใจ
นางเตรียมไว้ว่าพอเข้าสู่แดนมาร ก็จะแยกตัวจากพวกเขา
หากเจออันตรายนางก็หลบเข้าซูมีเจี้ยจื่อได้ ต่อให้กายเนื้อดับสูญ นางก็มั่นใจว่าจะรักษารักษาดวงจิตไว้ได้ และหนีกลับยมโลกได้
เพราะนางไม่เหมือนกับผู้ทำภารกิจคนก่อนๆ ร่างนี้เป็นระดับเซียน แต่ดวงจิตของนางเป็นระดับเทพ
รักษาชีวิตน้อยๆ ของตัวเองไว้ได้แน่นอน
ส่วนเรื่องช่วยผีที่ถูกขังในคุกมาร นางยึดคติว่าช่วยได้ก็ช่วย ช่วยไม่ได้ก็ไม่ฝืน
อย่างน้อยก็จะไม่เอาชีวิตตัวเองไปทิ้ง นางไม่ได้ยิ่งใหญ่ขนาดนั้น
……
แต่นางคิดไม่ถึงว่า พอใกล้ถึงแดนมารและนางเตรียมจะแยกตัว คนที่ปฏิเสธนางกลับเป็นเซียนอมตะหลิงชวน
เซียนอมตะหลิงชวนนึกถึงคำกำชับหนักแน่นของเซียนจวินซือมิ่งก่อนออกจากแดนสวรรค์ ที่ฝากฝังให้เขาดูแลเทพธิดาหลิงอีให้ดี ด้วยน้ำเสียงที่ว่าหากเขาดูแลไม่ดี เขาจะต้องเสียใจไปตลอดชีวิต
ทำให้เขาสงสัยว่า เทพธิดาหลิงอีมีอะไรให้เขาต้องเสียใจ
ก็แค่พระชายารัชทายาทที่ไม่ได้รับความโปรดปราน หากไม่ใช่เพราะวันนั้นเห็นนางด่ากราดองค์รัชทายาท เขาคงไม่พานางมาด้วยเด็ดขาด
แต่ไม่ว่าจะเป็นอะไร ในเมื่อเขาเชื่อใจเจ้าหนูซือมิ่ง เขาก็จะไม่ปล่อยให้เซียนหญิงตัวน้อยนี้จากไปตามลำพัง
เซียนอมตะอีกสององค์ก็ช่วยอธิบายเรื่องแดนมารให้ไน่เหอฟัง
ในคำบอกเล่าของพวกเขา พวกสัตว์เดรัจฉานในแดนมารมักฉวยโอกาสตอนที่รอยต่อระหว่างสองโลกอ่อนกำลังลง ฆ่าสังหารเซียนระดับต่ำอย่างโหดเหี้ยม ดักซุ่มโจมตีเซียนอมตะที่อยู่ลำพัง กลืนกินเทพวิญญาณของเซียนอมตะเพื่อเพิ่มพลังให้ตัวเอง
ไน่เหอมองดูท่าทางโกรธแค้นของพวกเขาเงียบๆ ไม่พูดอะไร
เพราะในฐานะคนนอก มองในมุมของคนดู ก็ไม่รู้สึกว่ามีอะไรผิดปกติ
ในปากของพวกเขา จอมมารฆ่าเทพชิงเทพวิญญาณ ก็เหมือนกับในโลกบำเพ็ญเพียรที่มนุษย์ฆ่าสัตว์อสูรชิงแกนอสูรนั่นแหละ หลักการเดียวกัน
อีกอย่างถ้าพูดถึงฝ่ายเทพ
พวกเขาตั้งทีมไปฆ่ามารที่แดนมาร ก็ไม่ต่างอะไรกับที่แดนมารตั้งทีมมาฆ่าเทพที่แดนสวรรค์
เกิดในโลกแบบนี้ มันก็คือปลาใหญ่กินปลาเล็ก อ่อนแอก็แพ้ไป ฝีมือไม่ถึงก็ตาย กฎของการอยู่รอดเท่านั้น
……
ยังไม่ทันที่ไน่เหอจะแสดงท่าที ก็ได้ยินเสียงหัวเราะเย็นยะเยือก
"ข้าเกลียดที่สุด ก็คือพวกเจ้าพวกมือถือสากปากถือศีล ฆ่าคนเหมือนกัน ทำไมพวกเจ้าฆ่าคนถึงเป็นการผดุงความยุติธรรม พวกข้าฆ่าคนถึงเป็นความชั่วช้าสามานย์"