- หน้าแรก
- นรกส่งฉันมาทวงแค้น
- บทที่ 650 ความยึดติดในใจของหลัวอีอี
บทที่ 650 ความยึดติดในใจของหลัวอีอี
บทที่ 650 ความยึดติดในใจของหลัวอีอี
"ท่านจะไปที่ใด?"
"แดนมาร"
"เซียน... พระชา... เทพธิดา" เซียนจวินซือมิ่งรู้สึกว่าไม่ควรเรียกเซียนอมตะอีกต่อไป เพราะนั่นไม่ต่างอะไรกับการเปิดเผยฐานะ แต่จะให้เรียกพระชายารัชทายาทก็รู้สึกตะขิดตะขวงใจ จึงเปลี่ยนมาเรียกเทพธิดาแทน
"เหตุใดเทพธิดาถึงอยากไปแดนมาร? ท่านจะไปหาชางหลานหรือ?"
สีหน้าของเขาดูลำบากใจ ราวกับอยากจะห้ามแต่ไม่รู้จะเอ่ยปากอย่างไร
"ไม่ใช่ ข้าจะไปหาของบางอย่างที่แดนมาร แต่มันก็ไม่ได้สำคัญอะไรมาก หาเจอก็ดี ไม่เจอก็ช่าง" ไน่เหอยิ้มอย่างไม่ใส่ใจ
"วางใจเถอะ ข้ารู้ขอบเขตตัวเองดี"
"เทพธิดาจะไปคนเดียวหรือ? จะไปพร้อมกับหน่วยปราบมารไหม? เซียนอมตะหลิงชวนเป็นคนตั้งขึ้น พลังบำเพ็ญของเซียนอมตะหลิงชวนต่อให้เจอชางหลาน ก็ยังพอรับมือไหว และสามารถคุ้มครองความปลอดภัยให้เทพธิดาได้"
เขาเหมือนนึกอะไรขึ้นได้ จึงพยายามโน้มน้าวอย่างเต็มที่
"เทพธิดาอาจจะไม่ทราบ เซียนอมตะหลิงชวนมีใจให้เทพธิดาอยู่ แม้ตอนที่เทพธิดายังอยู่แดนสวรรค์ เซียนอมตะหลิงชวนกับเทพธิดาจะไม่ได้ไปมาหาสู่กันเท่าไหร่
แต่หลังจากท่านเกิดเรื่อง เขาเคยชกต่อยองค์รัชทายาทโดยไม่มีสาเหตุไปครั้งหนึ่ง จนถูกเทียนโฮ่วสั่งลงโทษด้วยแส้เทพห้าสิบที
ต่อมาก็ตั้งหน่วยปราบมาร ทุกๆ ร้อยวันที่เขตแดนเทพมารอ่อนกำลังลง ก็จะนำทีมไปแดนมาร ได้ยินว่าสังหารจอมมารและราชาปีศาจไปมากมาย"
"ไม่จำเป็น เขากับองค์รัชทายาทไม่ถูกกัน ท่านคิดว่าเขาจะเต็มใจพาข้าไปด้วยหรือ? ต่อให้เขาเต็มใจ ข้าก็จะไม่ไปกับเขา เพราะข้าจะไม่กลับมาอีก เขาพาข้าไปแต่ไม่ได้พาข้ากลับมา จะไม่เป็นการสร้างปัญหาให้เขาหรือ"
เซียนจวินซือมิ่งพยักหน้า "เทพธิดาคิดได้รอบคอบกว่า แต่ว่า..."
"วางใจเถอะ ข้ารู้ขอบเขตตัวเองดี"
ตอนที่ไน่เหอออกจากหอลิขิตฟ้า นางปฏิเสธไม่ให้เซียนจวินซือมิ่งมาส่ง
เมื่อกลับมายังตำหนักเทพของรัชทายาท นางนั่งลงในศาลาพักร้อน หยิบหนูค้นสมบัติออกมา
หนูค้นสมบัติยังย่อยพลังเทพที่ดูดซับไปไม่หมด ยังคงนอนหลับปุ๋ย พุงกะทิน้อยๆ กระเพื่อมขึ้นลง ดูน่าเอ็นดูอย่างบอกไม่ถูก
นางหยิบเบียร์ออกมาหนึ่งกระป๋อง กระดกเข้าปากอึกใหญ่
ในโลกอันกว้างใหญ่ไพศาลนับหมื่นพัน นางไม่คิดเลยว่าจะบังเอิญได้กลับมายังโลกเดิมของตัวเองเช่นนี้
ทำให้ต้องถอนหายใจว่า ทุกสิ่งล้วนเป็นลิขิตสวรรค์
ในเมื่อลิขิตสวรรค์ให้นางกลับมา ให้นางรู้ว่าตัวเองเป็นใคร นางก็ควรจะต้องทำอะไรสักอย่าง
……
ซิงเย่า ชางหลาน ฉยงฮวา
สละนางหนึ่งคน รอดชีวิตสามคน
ไน่เหอนึกถึงภาพตัวเองในกระจกย้อนวิญญาณเมื่อครู่ นอกจากตอนที่ถูกฉยงฮวาลากไปแตะค่ายกลที่เหมือนกับระเบิดนั่นแล้วมีสีหน้าโกรธเคืองเล็กน้อย นอกนั้นไม่ว่าฉยงฮวาจะพูดถึงแผนการอย่างลำพองใจ หรือตอนที่ซิงเย่าและชางหลานมองนางด้วยความเจ็บปวด แล้วเลือกฉยงฮวาในท้ายที่สุด นางล้วนมีสีหน้าเรียบเฉยตลอดเวลา
ราวกับเป็นเพียงพืชต้นหนึ่งที่ไร้ซึ่งความรู้สึกยินดียินร้าย
……
นางไม่รู้ว่าทำไมตอนนั้นถึงยอมเสียสละตัวเอง อาจจะผิดหวังในตัวพวกเขาที่อยู่ด้วยกันมานับหมื่นปี หรืออาจจะอยากตอบแทนบุญคุณเทียนตี้ที่จุดประกายให้ หรืออาจจะคิดจากใจจริงว่าความเป็นความตายนั้นไร้ความหมาย...
แต่ไม่ว่าจะอย่างไร นั่นคือการเลือกของนางเอง นางยอมรับ
เพียงแต่ ในฐานะต้นเหตุของเรื่องราว ฉยงฮวาไม่ควรมีชีวิตอยู่อย่างสุขสบายเช่นนี้
แต่มหาเทพฉยงฮวาต่อให้ตำแหน่งจอมปลอมแค่ไหน ก็ยังแข็งแกร่งกว่านางที่เป็นแค่เทียนเซียนตัวเล็กๆ หากนางบุกไปแก้แค้นตรงๆ ก็ไม่ต่างอะไรกับการฆ่าตัวตาย
แต่จะให้ปล่อยคนทีทำร้ายนางไปเฉยๆ ก็ไม่ใช่นิสัยของนาง
ไน่เหอนั่งอยู่ในศาลาพักร้อนอยู่นาน ก่อนจะหายตัวกลับเข้าไปในตำหนักบรรทม
……
หลายวันต่อมา เทพธิดาไฉ่หยุนเก็บวัตถุสีขาว บางเบา คล้ายกระดาษแผ่นหนึ่งได้ บนนั้นเขียนข้อความว่า เซียนอมตะเหยาเหลียนถูกมหาเทพฉยงฮวาฆ่าตาย
นางถือของสิ่งนี้ไว้ ทำตัวไม่ถูกอยู่พักใหญ่ สุดท้ายกลัวจะเดือดร้อน จึงเผากระดาษแผ่นนั้นทิ้ง
แต่นางหารู้ไม่ว่า เซียนจวินและเซียนอมตะจำนวนมากในแดนสวรรค์ ต่างก็เก็บกระดาษแผ่นน้อยนี้ได้เช่นกัน
ข่าวลือนี้แพร่สะพัดไปทั่วแดนสวรรค์อย่างรวดเร็ว
เหล่าเทพเซียนถือกระดาษแผ่นน้อย ถกเถียงกันว่ากระดาษนี้ทำจากวัสดุใด เหตุใดจึงบอบบางและขาวสะอาดถึงเพียงนี้ และลายมือบนนั้นเป็นของผู้ใด เหตุใดจึงเหมือนกันทุกแผ่น
พร้อมกันนั้น ก็วิพากษ์วิจารณ์ว่าเนื้อหาบนกระดาษนั้นเป็นความจริงหรือไม่
ต่างคนต่างพูด ต่างความคิด ถกเถียงกันอย่างดุเดือด
……
ผู้ที่ไปหาเรื่องมหาเทพฉยงฮวาเป็นคนแรก คือเซียนอมตะหลิงชวนที่เซียนจวินซือมิ่งเคยเอ่ยถึง โดยมีองค์หญิงเฟยหนิงและเซียนจวินหลิงเยว่ติดตามไปด้วย
เซียนจวินและเซียนอมตะองค์อื่นๆ ไม่กล้าเข้าไปใกล้ ได้แต่มองดูอยู่ห่างๆ
ฉยงฮวาปิดประตูไม่รับแขก จนกระทั่งองค์รัชทายาทซิงเย่ามาถึง ฉยงฮวาถึงจำต้องปรากฏตัว
องค์รัชทายาทซิงเย่าแผ่กลิ่นอายที่ไม่อาจต้านทานได้ ในมือขยำกระดาษแผ่นน้อยที่ยับยู่ยี่ไว้แน่น น้ำเสียงเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกกดข่ม
"ฉยงฮวา สิ่งที่เขียนบนนี้ ว่าเจ้าเป็นคนเดินเข้าไปในเขตหวงห้ามเอง และเป็นคนแตะต้องค่ายกลนั้นเอง จนทำให้..." เขาจ้องตาฉยงฮวาเขม็ง พยายามมองหาพิรุธ
"ข้าต้องการได้ยินจากปากเจ้า ว่านี่เป็นเรื่องจริงหรือไม่"
ฉยงฮวาใจหายวาบ แต่ยังคงแสร้งทำเป็นใจดีสู้เสือ นางปั้นหน้าไร้เดียงสา
"นั่นเป็นเรื่องเหลวไหลทั้งเพ! ข้าจะไปแตะต้องค่ายกลของเทพอสูรบรรพกาลทำไม ข้าไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วหรือ?" น้ำเสียงของฉยงฮวาแฝงความเสียใจที่ถูกสงสัย
"คำพูดเช่นนี้พวกท่านก็เชื่อหรือ?"
องค์รัชทายาทซิงเย่าไม่พูดอะไร
เขาเองก็ไม่รู้ว่าอยากได้ยินคำตอบแบบไหน
ตอนนั้นที่เลือกฉยงฮวา แล้วทิ้งเหยาเหลียน ก็ทำให้เขาเสียใจภายหลังแทบขาดใจแล้ว
หาก... หากเรื่องนั้น เป็นอย่างที่กระดาษแผ่นนี้เขียนไว้ ว่าเป็นฉยงฮวาจงใจทำ เขาไม่อยากจะจินตนาการเลยว่าตัวเองจะทำอะไรลงไป!
ฉยงฮวาเห็นองค์รัชทายาทซิงเย่าเงียบไป ในใจก็เริ่มมีความมั่นใจขึ้นมาบ้าง แม้แต่เสียงก็ยังดังขึ้น
"ข้ารู้ว่ามีเซียนอมตะหลายท่านคิดว่าข้าไม่คู่ควรกับตำแหน่งมหาเทพ จึงอยากใส่ร้ายข้า แต่ข้าฉยงฮวาไม่ละอายแก่ใจ!"
เมื่อนางพูดจบ เทพเซียนที่มุงดูอยู่หลายองค์ก็เริ่มเชื่อคำพูดของนาง ไน่เหอรีบดึงเซียนจวินซือมิ่งที่ทำท่าจะก้าวออกไปไว้
ตัวเองก้าวออกไปก่อน เอ่ยเสียงเย็นชาว่า "ในเมื่อมหาเทพฉยงฮวาไม่ละอายแก่ใจ จะกล้าใช้กระจกย้อนวิญญาณพิสูจน์ความบริสุทธิ์ต่อหน้าธารกำนัลหรือไม่!"
ฉยงฮวาหันขวับมามอง เมื่อเห็นว่าเป็นไน่เหอ ดวงตาคู่สวยก็เต็มไปด้วยความเกลียดชัง
"ทำไม หรือว่าไม่กล้า?"
"ข้าเป็นถึงมหาเทพ ไม่จำเป็นต้องพิสูจน์อะไรกับพวกเจ้า!"
"ไม่จำเป็น หรือไม่กล้า ในใจเจ้าย่อมรู้ดี" ไน่เหอพูดจบก็หันไปมององค์รัชทายาทซิงเย่าที่ยืนอยู่ข้างๆ
"องค์รัชทายาทมาในครานี้ ต้องการค้นหาความจริง หรือแค่แสร้งทำท่าขึงขังมาเพื่อข่มขวัญกันแน่?"
เสียงของไน่เหอไม่ดังนัก แต่ราวกับเสียงจากสรวงสวรรค์ที่ก้องกังวานไปไกลนับพันลี้ เข้าหูเหล่าเทพเซียนอย่างชัดเจน
"เดิมทีหลิงอีชื่นชมองค์รัชทายาท ก็เพราะความรักมั่นคงของพระองค์ ทั่วทั้งแดนสวรรค์ต่างรู้ว่าองค์รัชทายาทมีใจให้เซียนอมตะเหยาเหลียน แต่หากองค์รัชทายาทแม้แต่ความสามารถที่จะค้นหาความจริงเกี่ยวกับการตายของคนที่รักยังไม่มี ก็ขอให้องค์รัชทายาทอย่าได้อ้างชื่อเซียนอมตะเหยาเหลียน แสร้งทำเป็นรักมั่นคงอีกเลยในภายภาคหน้า"
องค์รัชทายาทซิงเย่าหันมามองไน่เหอ คำตำหนิที่เตรียมไว้จุกอยู่ที่คอเมื่อสบเข้ากับดวงตาที่เย็นชาคู่นั้น
แววตาที่ทำให้เขารู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาด ราวกับข้ามผ่านกาลเวลามานับพันปี...
เมื่อละสายตากลับมา เขาคำรามก้อง "เซียนจวินซือมิ่งอยู่หรือไม่? นำกระจกย้อนวิญญาณมา!"