- หน้าแรก
- นรกส่งฉันมาทวงแค้น
- บทที่ 645 ความยึดติดในใจของหลัวอีอี
บทที่ 645 ความยึดติดในใจของหลัวอีอี
บทที่ 645 ความยึดติดในใจของหลัวอีอี
เฟยหนิงมาหาไน่เหอติดต่อกันยี่สิบกว่าวัน ทุกครั้งล้วนมาด้วยความคาดหวังเปี่ยมล้น และจากไปอย่างอาลัยอาวรณ์
ทุกวันที่อยู่ที่นี่กับไน่เหอ นางใช้ชีวิตได้อย่างสนุกสนานเป็นพิเศษ
นางได้กินอาหารที่ไม่เคยกินมาก่อน ได้เล่นเกมเล็กๆ น้อยๆ ที่ไม่เคยเล่น ได้ดูหนังสือภาพเล่มเล็กที่งดงามวิจิตร...
ทุกสิ่งทุกอย่าง ล้วนน่าสนใจกว่าสิ่งของที่เซียนอมตะหลิงเยว่นำขึ้นมาจากเบื้องล่างมาฝากนางมากมายนัก
สิ่งที่สำคัญที่สุดคือนิสัยใจคอของอีอี ก็ช่างเข้ากับนางได้อย่างดีเยี่ยม
ดังนั้นเมื่อได้ยินว่าพี่ชายเรียกหา นางจึงไม่อยากจะไปพบเลย
"ได้ยินว่าเจ้าไปที่นั่นทุกวัน" องค์รัชทายาทซิงเย่าถอนหายใจเบาๆ อย่างจนใจ
"อย่าให้มันเกินงามนัก ไม่ว่าจะอย่างไร ก็ต้องไว้หน้าเซียนอมตะชางเหยียนบ้าง"
เฟยหนิง: ……
นางทำอะไรเกินงาม?
นี่คิดว่านางกำลังรังแกอีอีอยู่หรือ?
เมื่อเห็นท่าทีไม่ยี่หระของพี่ชาย นางพลันอยากให้พี่ชายไปเห็นอีอีในตอนนี้เสียจริง ดูซิว่าพี่ชายจะเปลี่ยนมุมมองที่มีต่ออีอีเหมือนกับนางหรือไม่
แต่พอคิดอีกทีก็ระงับความคิดนี้ไว้ อีอีเลิกชอบพี่ชายของนางแล้ว ใจของพี่ชายเองก็ตายด้านไปแล้ว นางไปจับคู่มั่วซั่ว หากอีอีกลับไปเป็นคนน่าเบื่อหน่ายแบบเดิมอีก สู้ต่างคนต่างอยู่เหมือนตอนนี้ไม่ได้
จึงยิ้มตอบกลับไปว่า "ท่านพี่โปรดวางใจ ความสัมพันธ์ของข้ากับนางดีมาก"
"อีกสองวันจะเป็นงานเลี้ยงสังสรรค์เทพเซียนซึ่งจัดขึ้นทุกร้อยวัน ท่านพ่อน่าจะประกาศเรื่องงานมงคลของเจ้ากับเซียนอมตะหลิงเยว่ เจ้าเตรียมใจไว้ด้วย" องค์รัชทายาทซิงเย่ากล่าวจบ ก็โบกมือไล่อย่างไม่ใส่ใจ
"เอาล่ะ กลับไปเถอะ"
เฟยหนิงไม่ได้พูดอะไร ร่างกายวูบไหว คนก็ไปโผล่ที่ตำหนักของไน่เหอแล้ว
บางครั้งนางเองก็บอกไม่ถูก ว่าทำไมคนที่เคยเกลียดเข้าไส้ บัดนี้กลับกลายเป็นความชอบที่ลึกซึ้ง
ครั้งล่าสุดที่สนิทสนมกับเทพธิดาองค์หนึ่งเช่นนี้ ก็คือตอนที่พี่หญิงเหยาเหลียนยังอยู่ พอนึกถึงเหยาเหลียน สีหน้าของนางก็หม่นหมองลงชั่ววูบ
"เป็นอะไรไป? อารมณ์ไม่ดีหรือ?"
"นึกถึงพี่หญิงเหยาเหลียนน่ะ"
ไน่เหอนั่งลงฝั่งตรงข้าม น้ำเสียงเจือความสับสนและไม่เข้าใจ "เหตุใดข้าถึงไม่มีความทรงจำเรื่องของเซียนอมตะเหยาเหลียนเลย? ข้าจำได้แค่ว่านางเป็นคนรักขององค์รัชทายาท แต่จำเรื่องอื่นๆ ไม่ค่อยได้"
"เพราะท่านพี่เกลียดที่จะได้ยินคำวิพากษ์วิจารณ์ใดๆ เกี่ยวกับพี่หญิงเหยาเหลียนจากปากเทพธิดาองค์อื่น จึงลบความทรงจำเกี่ยวกับพี่หญิงเหยาเหลียนของพวกเจ้าทุกคนออกไป ท่านพี่บอกว่า พวกเจ้าจำแค่ว่าเขารักเหยาเหลียนก็พอ"
ไน่เหอพยักหน้า ไม่ได้ซักไซ้ต่อ
……
งานเลี้ยงสังสรรค์เทพเซียนก็ตามชื่อ คือการรวมตัวของเซียนและเทพ ไน่เหอแม้จะเป็นธิดาของเซียนอมตะชางเหยียน แต่ด้วยระดับพลังบำเพ็ญเพียงขั้นเทียนเซียน ตามหลักควรนั่งอยู่รอบนอก ทว่าด้วยฐานะพระชายารัชทายาท จึงได้นั่งในตำแหน่งที่ใกล้กับเทียนตี้มาก
เรื่องนี้ทำให้เทพธิดาหลีเยว่ที่มีพลังบำเพ็ญสูงกว่า แต่เพราะแย่งชิงตำแหน่งพระชายารัชทายาทมาไม่ได้ จนบัดนี้เมื่อร่วมงานเลี้ยงทำได้เพียงนั่งอยู่รอบนอกสุด เกิดความรู้สึกอิจฉาริษยาและเคียดแค้นขึ้นในใจ
เมื่อหลีเยว่เห็นไน่เหอ ก็ฉวยโอกาสตอนทำความเคารพ เข้ามาขวางทางไน่เหอไว้ทันที
"พระชายารัชทายาททำไมถึงมาคนเดียวเพคะ?" นางถามเอง แล้วก็ยกมือปิดปากหัวเราะเบาๆ
"ข้าลืมไป พระชายารัชทายาทไม่มีคนคอยปรนนิบัติ"
พูดจบก็หัวเราะ คิกคิก ออกมา
"คนที่อยู่ข้างหลังเจ้า สามารถนินทาข้าลับหลังได้ เจ้าคิดว่าวันหน้ามันจะนินทาเจ้าหรือไม่"
สิ้นเสียงของไน่เหอ เสียงหัวเราะของหลีเยว่ก็ชะงักลง แต่ไม่นานก็แสร้งหัวเราะเบาๆ อีกสองครั้ง สายตาแพรวพราวพลางกระซิบว่า "ความรู้สึกของการต้องเฝ้าห้องหออย่างโดดเดี่ยวคงไม่น่าอภิรมย์สินะ"
"พูดจบหรือยัง? สุนัขดีไม่ขวางทาง!"
"เจ้าว่าใครเป็นสุนัข" นางเบิกตากว้าง เอ่ยด้วยน้ำเสียงประชดประชัน
"ทั่วทั้งแดนสวรรค์ใครบ้างไม่รู้ว่าองค์รัชทายาทไม่ชอบเจ้า เจ้าทนฟังความจริงไม่ได้หรือไร?"
ไน่เหอมองท่าทีไม่จบไม่สิ้นของนาง แล้วกลอกตามองบน
"พูดอย่างกับว่าองค์รัชทายาทชอบเจ้าอย่างนั้นแหละ"
"เจ้า!" หลีเยว่สะอึกกับคำพูดนี้ แล้วถลึงตามองไน่เหออย่างดุร้าย
"แต่ข้าไม่เหมือนเจ้า ที่ทั้งรู้ว่าองค์รัชทายาทไม่ชอบเจ้า เจ้ายังให้เซียนอมตะชางเหยียนใช้ความสัมพันธ์ที่มีกับเทียนตี้ บีบบังคับให้องค์รัชทายาทแต่งงานกับเจ้า ยึดครองตำแหน่งพระชายารัชทายาทอย่างหน้าด้านไร้ยางอาย"
ไน่เหอมองสตรีตรงหน้าที่อิจฉาจนแทบคลั่ง แล้วแค่นหัวเราะ
"แล้วอย่างไร ข้าอาศัยอยู่ในตำหนักเทพขององค์รัชทายาท สามารถเห็นเขาได้ตลอดเวลา ไม่เหมือนเจ้า ที่แม้แต่ตำหนักชั้นในขององค์รัชทายาทหน้าตาเป็นอย่างไรยังไม่เคยเห็น! ต่อให้คะนึงหาองค์รัชทายาทจนเจ็บป่วย ก็ทำได้เพียงอาศัยงานเลี้ยงร้อยวันครั้งหนึ่ง ถึงจะได้พบหน้าสักครั้ง"
ความริษยาที่ซ่อนอยู่ก้นบึ้งหัวใจของหลีเยว่ ถูกเอามาล้อเลียนอย่างเปิดเผย ทำให้นางโกรธจนแทบคลุ้มคลั่ง คำพูดที่หลุดออกมาจึงไม่ได้ไตร่ตรอง
"ต่อให้ได้เห็นองค์รัชทายาททุกวันแล้วอย่างไร? ใครบ้างไม่รู้ว่าคนที่องค์รัชทายาทรักอย่างแท้จริงคือเซียนอมตะเหยาเหลียน..."
พอหลีเยว่หลุดปากพูดออกไป ก็ได้สติขึ้นมาทันทีว่าตนเสียกิริยาแล้ว นางเอ่ยนามของเซียนอมตะเหยาเหลียน หากองค์รัชทายาทได้ยินเข้า ย่อมต้องลงโทษนางแน่
นางมองซ้ายแลขวา เห็นว่าไม่มีใครสนใจตรงนี้ จึงวางใจลง
ไน่เหอมองนางยิ้มๆ เอ่ยด้วยน้ำเสียงหยอกเย้า "แล้วอย่างไรเล่า! ภาษิตว่าไว้ ไม่สนว่าเป็นนิรันดร์หรือไม่ สนเพียงแค่เคยได้ครอบครอง ไม่ว่าจะอย่างไร อย่างน้อยข้าก็เคยได้ครอบครอง ไม่เหมือนเจ้า ที่เต็มไปด้วยความริษยาแต่ก็ทำอะไรไม่ได้"
"เจ้า!"
"เจ้า เจ้าอะไร กัดไปทั่วเหมือนสุนัขบ้า ยังไม่รีบไสหัวไปอีก!"
หลีเยว่โกรธจนตาแดง วินาทีถัดมานางก็มองเห็นร่างขององค์รัชทายาทซิงเย่าและองค์หญิงเฟยหนิง
จึงรีบปรับสีหน้า ก้าวเข้าไปทำความเคารพอย่างนอบน้อม แล้วมองไน่เหอด้วยสีหน้าสมน้ำหน้า
แต่คิดไม่ถึงว่า ไน่เหอแม้จะสบตากับองค์รัชทายาทซิงเย่า ก็ไม่ได้มีความกระอักกระอ่วนที่ถูกจับได้ว่าพูดจาหยาบคายเลยแม้แต่น้อย องค์หญิงเฟยหนิงกลับยิ้มและเดินเข้าไปหา พร้อมเรียกนางว่า 'อีอี'
หลีเยว่ยืนตะลึงอยู่กับที่ เดิมทีนางคิดว่าองค์หญิงจะตำหนิหลิงอี แต่นึกไม่ถึงว่าองค์หญิงจะเรียกชื่อเล่นว่าอีอีอย่างสนิทสนม
ชื่อเล่นแบบนี้มีแต่คนในครอบครัวและสหายสนิทที่สุดเท่านั้นถึงจะเรียก ความสัมพันธ์ของพวกนางดีขึ้นถึงเพียงนี้ตั้งแต่เมื่อใด?
"ยังไม่หลีกไปอีก!"
เมื่อได้ยินคำตำหนิ นางจึงได้สติและถอยหลังไปสองก้าว แล้วมองดูพวกนางพูดคุยกันอย่างสนิทสนม ประคับประคองกันเดินเข้าสู่ตำหนักใหญ่ไปต่อหน้าต่อตา
……
ภายในตำหนักอบอวลไปด้วยเมฆหมอกและปราณเซียน เซียนรับใช้และนางเซียนต้อนรับเหล่าเทพเซียนที่มาร่วมงานอย่างกระตือรือร้น
ใจกลางสถานที่คือลานโล่งกว้าง รอบลานวางโต๊ะเก้าอี้สลักลายวิจิตรบรรจง บนโต๊ะเต็มไปด้วยอาหารทิพย์รสเลิศ
ที่นั่งของไน่เหอกับเฟยหนิงไม่ได้อยู่ด้วยกัน ทั้งสองจึงแยกย้ายกันตรงข้างที่นั่ง ไน่เหอเพิ่งนั่งลง องค์รัชทายาทซิงเย่าก็มานั่งลงข้างๆ
งานเลี้ยงเริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการเมื่อเทียนตี้และเทียนโฮ่วเสด็จมาถึง
เหล่านักดนตรีถือเครื่องดนตรีเทพทยอยกันเข้ามา เสียงดนตรีเซียนกังวานใสไพเราะ ราวกับลอยมาจากขอบฟ้า
กลุ่มเทพธิดารูปร่างอรชรอ้อนแอ้น สวมอาภรณ์หลากสีบางเบาดุจปีกจักจั่น ร่ายรำอย่างชดช้อยตามเสียงดนตรีเซียนที่ขับขาน ท่วงท่าการร่ายรำแผ่วพลิ้วงดงาม บางคราดุจหงส์เหินเวหา บางคราดุจมังกรเล่นน้ำ ชายแขนเสื้อและชายกระโปรงยามสะบัดพลิ้ว ดูราวกับดอกไม้ที่กำลังเบ่งบานทีละดอก
ไน่เหอกินผลไม้ทิพย์ไป ดื่มสุรารสเลิศไป พลางชื่นชมการแสดงอันเจริญตาตรงหน้า
จนกระทั่งในสมองของนางมีเสียงเย็นเยียบของบุรุษข้างกายดังขึ้น "สำรวมกิริยา ให้สมกับฐานะของเจ้าด้วย"