- หน้าแรก
- นรกส่งฉันมาทวงแค้น
- บทที่ 631 ความยึดติดในใจของกู้เจินเจิน (ฟรี)
บทที่ 631 ความยึดติดในใจของกู้เจินเจิน (ฟรี)
บทที่ 631 ความยึดติดในใจของกู้เจินเจิน (ฟรี)
เธอเคยเห็นตอนหวงหงเฟยมีเรื่องชกต่อย แต่ไม่เคยได้ยินเขาร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดแบบนี้มาก่อน เมื่อก่อนเธอยังเคยแซวเล่นว่าหวงหงเฟยคงเส้นประสาทตายด้าน ถึงไม่เคยบ่นเจ็บสักคำ
ตอนนี้พอเห็นสภาพของหวงหงเฟย เธอถึงได้รู้ตัวว่า เมื่อกี้ผู้หญิงคนนี้ออมมือให้เธอขนาดไหน
...
ไน่เหอรอจนเด็กทุกคนมายืนมุงกันครบ ถึงปล่อยมือจากหวงหงเฟย
ปล่อยให้เขานอนหมดสภาพ เหงื่อท่วมตัวอยู่บนพื้น แล้วกวาดสายตามองไปที่กลุ่มคนดู
เด็กๆ ที่เมื่อกลางวันยังเรียกเธอว่า แม่ผู้อำนวยการ อย่างสนิทสนม ตอนนี้พากันก้มหน้าหลบสายตา
ส่วนพนักงานที่เคยคิดว่าเธอใจดีมีเมตตา ต่างก็มองผู้อำนวยการคนใหม่ที่ลงไม้ลงมือกับเด็กด้วยสายตาไม่อยากเชื่อ
อากาศในห้องเหมือนถูกสูบออกไปจนหมด บรรยากาศตึงเครียดและอึดอัด
ไน่เหอสบตากับดวงตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวและทำตัวไม่ถูกเหล่านั้น ก่อนจะเอ่ยเสียงเข้ม
“ฉันจะสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีให้พวกเธอ จะจัดหาอาหารที่มีประโยชน์และอร่อยให้กิน แต่ทั้งหมดนี้ก็เพื่อให้พวกเธอตั้งใจเรียนและเติบโตอย่างมีคุณภาพ
พวกเธอไม่มีพ่อแม่ ไม่มีที่พึ่ง อนาคตจะเป็นยังไงต้องพึ่งตัวเอง
อยู่โรงเรียนไม่ตั้งใจเรียน กลับมาไม่ทำการบ้าน ต่อไปจะทำอะไรกิน? ไปแบกปูนก่อสร้างเหรอ? ไม่ได้ดูถูกนะ แต่สภาพอย่างพวกเธอตอนนี้ ยกของหนักก็ไม่ได้ แบกหามก็ไม่ไหว ไซต์งานก่อสร้างเขายังไม่อยากรับเลย
เมื่อก่อนจะเป็นยังไงฉันไม่สน แต่ตอนนี้ฉันเป็นคนดูแลสถานสงเคราะห์นี้ ในถิ่นของฉัน พวกเธอต้องทำตามกฎของฉัน”
ไน่เหอเว้นจังหวะครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดต่อ
“ข้างนอก อย่าหาเรื่องใคร แต่ก็อย่ากลัวใคร ถ้าโดนรังแกมา กลับมาบอกฉันได้ ฉันไม่ยอมให้พวกเธอต้องก้มหน้าอดทนหรอก
แต่ข้างใน ต่อให้รักใคร่กลมเกลียวกันไม่ได้ แต่อย่างน้อยก็ควรรักษามารยาทพื้นฐาน มีความจริงใจและเป็นมิตรต่อกัน เรื่องใช้ให้คนอื่นทำงานแทน แย่งข้าวคนอื่นกิน ฉันไม่อยากเห็นอีก
แน่นอน ถ้าในหมู่พวกเธอมีใครไม่อยากทำตามกฎ ก็ลองเสนอหน้าออกมาได้ ฉันไม่ถือสาหรอกนะถ้าจะต้องเชือดไก่ให้ลิงดูเพิ่มอีกสักกี่ตัว!”
สิ้นเสียงไน่เหอ ทั่วทั้งบริเวณยังคงเงียบกริบ
ในขณะที่ไน่เหอกำลังจะเดินจากไป เด็กชายตัวน้อยที่เรียกเธอว่าแม่ผู้อำนวยการคนแรกเมื่อตอนกลางวัน ก็ขยับตัวเข้ามาหา
“แม่ผู้อำนวยการครับ ถ้าผมตั้งใจเรียน ไม่รังแกคนอื่น ผมจะได้กินเนื้อทุกวันไหมครับ?”
เสียงหัวเราะเบาๆ ดังขึ้น ตามด้วยเสียงหัวเราะที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
ไน่เหอลูบหัวเด็กน้อย พูดเสียงอ่อนโยน “แน่นอน ตราบใดที่ฉันยังอยู่ที่นี่ อาหารทุกมื้อในโรงอาหารจะมีเนื้อให้กิน”
เด็กน้อยดีใจมาก คนอื่นๆ ก็ถอนหายใจโล่งอก
...
หลังจากไน่เหอจากไป มีคนเข้าไปพยุงหวงหงเฟย หวงหงเฟยกำลังจะผลักออก แต่พอนึกถึงคำพูดของผู้อำนวยการคนใหม่เมื่อกี้ มือที่ง้างจะผลักก็กำแน่นเป็นหมัด
ไม่ใช่ว่าเขาขี้ขลาด แต่ที่ผ่านมาเขาเคยเจ็บมาสารพัด โดนอิฐทุบ โดนไม้ตี โดนหมารุม แต่ความเจ็บปวดทั้งหมดรวมกัน ยังเทียบไม่ได้กับที่ผู้อำนวยการลงมือเมื่อกี้
ความเจ็บปวดเหมือนโดนเลาะเส้นเอ็น ถลกหนัง หักกระดูก ทั้งที่สติยังครบถ้วน มันทรมานเกินจะทนไหว
แม้ความเจ็บปวดตามร่างกายจะจางหายไปแล้ว แต่ความทรมานที่ได้รับเมื่อครู่ เขาไม่อยากเจออีกแล้ว ก่อนที่เขาจะออกจากสถานสงเคราะห์แห่งนี้ เขาไม่อยากไปแหยมกับเทพเจ้าแห่งความหายนะองค์นี้อีก!
...
เวลาล่วงเลยไปจนเกือบตีหนึ่ง นักเรียนมัธยมปลายสองคนถึงเพิ่งกลับมาพร้อมกัน
พวกเขามองเห็นไฟหน้าประตูสถานสงเคราะห์เปิดสว่างมาแต่ไกล รู้สึกแปลกใจมาก ปกติเวลานี้ทั้งสถานสงเคราะห์จะมืดสนิท เพราะกลัวเปลืองค่าไฟ
พอเดินเข้ามาใกล้ ก็เห็นผู้หญิงคนหนึ่งยืนรออยู่หน้าประตู
“ผู้อำนวยการ ดึกป่านนี้แล้ว ทำไมมาอยู่ตรงนี้ครับ?”
“จูอีฝาน เถียนเค่อซิน” ไน่เหอมองเด็กสองคนที่เหนื่อยล้าด้วยความเวทนา
“เหนื่อยใช่ไหม บนโต๊ะในห้องมีกระติกเก็บความร้อนใส่น้ำแกงอุ่นๆ ไว้ อย่าลืมดื่มนะ”
ทั้งสองคนชะงัก ปกติกลับมาแค่น้ำร้อนยังไม่มีให้ดื่ม นึกไม่ถึงว่าเปลี่ยนผู้อำนวยการใหม่ จะมีน้ำแกงร้อนๆ ให้กิน ถึงน้ำแกงฝีมือป้าแม่ครัวจะรสชาติเหมือนน้ำล้างหม้อ แต่มีของร้อนๆ ตกถึงท้องก็ยังดีกว่าไม่มี
ทั้งคู่พูดพร้อมกัน “ขอบคุณครับ/ค่ะ”
ไน่เหอมองเด็กผอมแห้งแรงน้อยสองคน น้ำเสียงอ่อนลง
“พรุ่งนี้ไม่ต้องไปทำงานพาร์ทไทม์แล้วนะ ขืนทำแบบนี้ต่อไปร่างกายจะรับไม่ไหว ตั้งใจเรียนอย่างเดียวก็พอ ค่าใช้จ่ายเรื่องเรียนและค่ากินอยู่ ฉันจะรับผิดชอบเอง”
“หมายความว่าไงครับ?”
เธอเห็นแววตาเคลือบแคลงสงสัยของเด็กทั้งสอง ก็ถอนหายใจเบาๆ “พวกเธอแค่เอาเวลาและแรงกายไปทุ่มกับการเรียนก็พอ ค่าเทอมค่ากินอยู่ฉันจะจ่ายให้สม่ำเสมอ อยากเรียนถึงไหน ฉันก็จะส่งให้ถึงที่สุด”
“ทำไม? คุณต้องการให้พวกเราทำอะไร?”
“ไม่ต้องหรอกค่ะ พวกเราหาเงินเลี้ยงตัวเองได้”
ไน่เหอมองเด็กสองคนที่ระวังตัวแจ ตอบคำถามเถียนเค่อซินก่อน “ฉันไม่ต้องการให้พวกเธอทำอะไร ฉันรวยจนใช้ไม่หมด อยากเอามาใช้กับเด็กๆ ในสถานสงเคราะห์ ไป๋อวี่ถงกับหวังเยี่ยนก็กำลังจะไปผ่าตัดที่โรงพยาบาล เทียบกับค่าเทอมพวกเธอแล้ว ค่าผ่าตัดพวกเขาแพงกว่าตั้งเยอะไม่ใช่เหรอ?”
พูดจบก็หันไปมองจูอีฝาน “จริงอยู่ที่พวกเธอทำได้ดี แต่เงินที่ได้มา แลกกับเวลาเรียนและสุขภาพที่เสียไป คิดว่าคุ้มเหรอ? ในสายตาฉัน ไม่คุ้มเลย หน้าที่ของนักเรียนคือเรียนหนังสือ เรื่องเงินไม่ต้องกังวล”
ไน่เหอดูปฏิกิริยาของพวกเขา “เอาล่ะ ดึกมากแล้ว รีบกลับห้องไปพักผ่อนเถอะ เชื่อฉัน ลาออกจากงานก่อน รายละเอียดเอาไว้คุยกันวันหยุดสุดสัปดาห์”
จูอีฝานแสดงท่าทีก่อน “ตกลงครับ พรุ่งนี้พวกเราจะลาออก”
แม้จะไม่รู้วัตถุประสงค์ของผู้อำนวยการคนใหม่ แต่ตั้งแต่วันก่อนที่มีขี้เมามาลวนลามเค่อซิน เขาก็ไม่อยากให้เธอไปทำงานกับเขาอีกแล้ว เขาคิดว่าจะถือโอกาสนี้ลาออก ถ้าผู้อำนวยการคนนี้เชื่อไม่ได้ ค่อยหางานใหม่ทำก็ยังทัน
“ดี รีบไปนอนซะ”
...
เถียนเค่อซินย่องเบากลับเข้าห้อง
ในห้องมีของเพิ่มขึ้นมาบ้าง และหายไปบ้าง
เพื่อนร่วมห้องเดิมย้ายเตียงออกไปแล้ว
ส่วนบนโต๊ะของเธอ มีโคมไฟใหม่เอี่ยม กล่องใส่ปากกาที่เต็มไปด้วยปากกา และสมุดโน้ตใหม่อีกตั้งหนึ่ง
อุปกรณ์การเรียนที่ปกติเธอต้องเจียดเงินซื้อเอง ตอนนี้วางอยู่บนโต๊ะให้เธอหยิบใช้ได้ตามสบาย
เธอเปิดกระติกเก็บความร้อน ทันทีที่ได้กลิ่น ก็รู้ว่าไม่ใช่น้ำแกงฝีมือป้าแม่ครัวคนเดิม
น้ำแกงหอมกรุ่นรสชาติกลมกล่อมไหลผ่านลำคอลงสู่กระเพาะ สัมผัสจุดที่อ่อนไหวที่สุดในใจอย่างจัง ความซาบซึ้งใจที่บอกไม่ถูกถาโถมเข้ามาดั่งคลื่นยักษ์
เหมือนมีก้อนอะไรมาจุกอยู่ที่คอ ความรู้สึกแสบจมูกแล่นพล่าน พยายามกลั้นไว้ แต่น้ำตาก็ไหลพรากออกมาอย่างห้ามไม่อยู่