เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 590 ความยึดติดในใจของฉินเสียวเสี่ยว

บทที่ 590 ความยึดติดในใจของฉินเสียวเสี่ยว

บทที่ 590 ความยึดติดในใจของฉินเสียวเสี่ยว


ไน่เหอคิดว่าอย่างน้อยหลูข่ายน่าจะพักฟื้นสักสิบวันครึ่งเดือนถึงจะมาทำงาน แต่นึกไม่ถึงว่าสามวันให้หลัง เขาก็ติดต่อมาหาเธอ

ได้เจอกับหลูข่ายอีกครั้ง ช่างแตกต่างจากสภาพหมดอาลัยตายอยากที่เจอในร้านกาแฟครั้งแรกอย่างสิ้นเชิง ตอนนี้เขาโกนหนวดโกนเครา ใส่สูท กลับมาเป็นหนุ่มนักธุรกิจมาดเนี๊ยบอีกครั้ง

“เรื่องทางฝั่งคุณจัดการเรียบร้อยแล้วเหรอ?”

“ยังครับ เรื่องสิทธิ์การเลี้ยงดูต้องรอกระบวนการทางกฎหมาย ส่วนเรื่องเนี่ยนเนี่ยนผมจัดการเรียบร้อยแล้ว ให้ป้าหลี่ช่วยดูแลครับ”

พูดจบเขาก็นึกได้ว่า คุณฉินไม่รู้จักว่าป้าหลี่เป็นใคร จึงอธิบายเพิ่มว่า “ป้าหลี่เป็นเพื่อนบ้านผมครับ แกทำอาชีพพี่เลี้ยงเด็กมาตลอด เนี่ยนเนี่ยนแกก็ช่วยเลี้ยงมาตั้งแต่เกิด แกเอ็นดูเนี่ยนเนี่ยนเหมือนหลานแท้ๆ ตอนเนี่ยนเนี่ยนไปอยู่กับแม่ ป้าหลี่ร้องไห้จะเป็นจะตาย ตอนนี้เนี่ยนเนี่ยนกลับมาแล้ว ติดป้าหลี่แจยิ่งกว่าผมอีก”

ตอนพูดประโยคนี้ ใบหน้าของเขาเปื้อนยิ้ม เป็นรอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความหวังต่อชีวิตในวันหน้า

พูดเรื่องตัวเองจบ เขาก็ดันแฟ้มเอกสารไปตรงหน้าไน่เหอ “คุณฉินครับ นี่เรซูเม่ของผม”

“ฉันไม่จำเป็นต้องดูไอ้นี่หรอก”

“งั้นผมขอแนะนำตัวคร่าวๆ นะครับ” หลูข่ายกระแอมเบาๆ เริ่มแนะนำตัวเอง

“บริษัทเก่าผมทำตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด หน้าที่หลักคือวิเคราะห์แนวโน้มตลาด วางกลยุทธ์การตลาดและแผนพัฒนาบริษัทระยะยาว รวมถึงบริหารจัดการทีม โปรโมทแบรนด์ และสำรวจตลาดครับ”

หลูข่ายพูดจบ ก็มองคุณฉินตรงหน้าด้วยความประหม่าเล็กน้อย กลัวว่าความสามารถของตัวเองจะไม่ถึงเกณฑ์ที่คุณฉินคาดหวัง กลัวทำให้อีกฝ่ายผิดหวัง

ส่วนไน่เหอฟังจบ ก็พยักหน้าอย่างพอใจ

“อื้ม ฉันเตรียมจะเปิดบริษัทบันเทิง แต่ไม่อยากวุ่นวายกับเรื่องจุกจิก เพราะงั้นตั้งแต่จดทะเบียนบริษัท ก่อตั้ง ไปจนถึงบริหารจัดการภายหลัง ยกให้คุณรับผิดชอบทั้งหมด”

“คุณฉินครับ ผมไม่มีประสบการณ์ในวงการบันเทิง กลัวว่าจะทำได้ไม่ดีอย่างที่คุณต้องการ”

“ฉันนัดรองประธานบริษัทบันเทิงคนหนึ่งไว้แล้ว เธออยู่ในวงการนี้มาหลายปี ถึงตอนนั้นคุณก็ทำงานร่วมกับเธอ ให้ความร่วมมือกันดีๆ ไม่เข้าใจตรงไหนก็ถามเธอ”

หลูข่ายชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะรับปากอย่างจริงใจ “ครับ ผมจะรีบศึกษาชกฎกติกาของวงการ ทำความเข้าใจความต้องการของตลาด และค้นหาโอกาสที่มีศักยภาพ จะพัฒนาตัวเองเรื่อยๆ สร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ให้บริษัท ไม่ให้คุณต้องผิดหวังครับ”

“ที่ทำงานเก่าคุณได้เงินเดือนเท่าไหร่?”

หลูข่ายลังเลครู่หนึ่งก่อนตอบ “ปีละแสนห้าครับ”

“โกหก” ไน่เหอมองหน้าหลูข่าย น้ำเสียงราบเรียบ

“ไม่ว่าคุณจะมีเหตุผลอะไร แต่ฉันไม่ชอบคนโกหก”

หลูข่ายใจหายวาบ “ขอโทษครับคุณฉิน ผม... ที่ทำงานเก่าผมได้ปีละสองแสนห้าครับ”

“ไม่ต้องขอโทษ แต่ให้แค่ครั้งนี้ครั้งเดียว ถ้าคุณโกหกฉันอีก ก็ไม่ต้องมาให้ฉันเห็นหน้าอีก”

“ไม่มีทางครับ” หลูข่ายรีบทำท่าสาบาน

“ผมรับรองว่าจะไม่มีการปิดบังคุณฉินอีกแม้แต่นิดเดียว”

“อื้ม เงินเดือนคุณเริ่มที่เดือนละสามหมื่น บวกหุ้นอีก 5% ฉันจะหาเงินทุนให้บริษัททั้งหมด คุณรับผิดชอบเรื่องก่อตั้งและดำเนินงาน

อีกอย่าง เรื่องรับพนักงานคุณจัดการได้เลย แต่ฉันมีสิทธิ์วีโต้”

“ได้ครับ คุณฉินวางใจได้...” ยังไม่ทันพูดจบ ก็มีคนพูดแทรกขึ้นมา

“หลูข่าย”

ผู้ชายคนหนึ่งลุกจากโต๊ะข้างๆ

หน้าตาคมสัน คิ้วเฉียงขึ้นเล็กน้อย ดวงตาหลังแว่นตาดูลึกและเรียวรี

แววตาฉายแววเจ้าเล่ห์เพทุบายไม่ปิดบัง ดูเหมือนจิ้งจอกที่รอตะครุบเหยื่อ ทั้งตัวแผ่รังสีของคนเห็นแก่ผลประโยชน์

แต่เจ้าตัวคงคิดว่าตัวเองเก็บอาการได้ดี เดินเข้ามาหาหลูข่าย ยื่นมือมาทักทายเหมือนเพื่อนเก่า “เมื่อกี้ได้ยินเสียงคุยกัน ถึงเห็นว่าเป็นนาย ตั้งแต่นายโดนไล่ออก เราก็ไม่ได้เจอกันเลยนะ”

หลูข่ายลุกขึ้นทักทายตามมารยาทสองสามประโยค แล้วอ้างว่ามีธุระ จะตัดบทสนทนาอันไร้สาระนี้

แต่คนคนนั้นทำเป็นดูไม่ออก ไม่ยอมไปง่ายๆ หันมาพูดกับหลูข่ายว่า “พอนายโดนไล่ออก พวกเรากะว่าจะชวนนายไปดื่มสักหน่อย แต่กลัวนายอารมณ์ไม่ดี เลยไม่กล้ารบกวน วันนี้บังเอิญเจอกันพอดี งั้นคุยกันหน่อยสิ”

เขาถือวิสาสะนั่งลง แล้วเบนสายตามาที่ไน่เหอ ส่งยิ้มที่คิดว่าหล่อบาดใจให้

“สวัสดีครับคุณผู้หญิง ผมเป็นอดีตเพื่อนร่วมงานของหลูข่าย ไม่ทราบว่าบริษัทบันเทิงของคุณชื่ออะไรครับ เผื่อมีโอกาส...”

“เชิญคุณออกไปค่ะ” ไน่เหอมองเขาด้วยสายตาเย็นชา

“การพูดแทรกคนอื่นแบบนี้ มันเสียมารยาทมาก แล้วก็ส่อให้เห็นว่าไม่มีการอบรมสั่งสอน”

ชายคนนั้นชะงักไป นึกไม่ถึงว่าจะโดนด่าซึ่งหน้าแบบนี้ รอยยิ้มจอมปลอมบนหน้าเลือนหายไปทันที กลายเป็นบึ้งตึง เปลี่ยนจากท่าทางสุภาพชนเมื่อครู่ เป็นก้าวร้าวรุนแรง

“ว่าผมไม่มีการศึกษา? คุณคิดว่าคุณเป็นใคร! แค่ได้คุยกับผู้ชายที่เมียทิ้งแถมตกงาน ก็รู้สึกเหนือกว่าคนอื่นแล้วสินะ อย่างคุณเนี่ย...”

ยังไม่ทันที่หลูข่ายจะลงมือ ผู้ชายคนนั้นก็โดนใครบางคนคว้าคอเสื้อ กระชากจนเซถลา

คำด่ายังไม่ทันหลุดจากปาก พอหันไปเห็นหน้าคนกระชาก คำหยาบทั้งหมดก็ถูกกลืนลงคอ

เขาไม่รู้จักคนคนนี้

แต่รู้จักนาฬิกาปาเต็ก ฟิลลิปบนข้อมือที่กระชากเขาอยู่ นั่นเป็นของหรูที่เขาได้แต่มองในนิตยสาร ไม่กล้าแม้แต่จะฝันถึง

คนรวยระดับนี้ เขาตอแยด้วยไม่ไหว ดังนั้นไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียว หันหลังเตรียมโกยแน่บ แต่ก็โดนกระชากกลับมาอีก

“จะหนีไปไหน? เมื่อกี้ยังปากเก่งอยู่เลยนี่หว่า! ด่าต่อสิวะ!”

ในขณะที่เขากำลังคิดหาทางขอโทษเพื่อเอาตัวรอด ก็ได้ยินเสียงผู้หญิงพูดขึ้น “พอเถอะ ปล่อยเขาไป ก็แค่ตัวตลกที่กำลังจะตกงาน”

ทันทีที่ถูกปล่อยตัว เขาก็รีบจ้ำอ้าวหนีไป

ตอนเดินหนียังคิดในใจว่า เขาเพิ่งได้เลื่อนตำแหน่ง จะตกงานได้ยังไง แต่สามวันให้หลัง เขาก็โดนไล่ออกจริงๆ เพราะวางแผนการตลาดผิดพลาดร้ายแรง จนทำให้ส่วนแบ่งการตลาดของสินค้าบริษัทตกลงฮวบฮาบ

แน่นอนว่า นั่นเป็นเรื่องในอนาคต

...

ตอนนี้ไน่เหอกำลังมองกู้เจ๋อข่ายที่ยืนอยู่ข้างโต๊ะ

“นายมีธุระกับฉันเหรอ?”

“เปล่าหรอก แค่ลงมาดื่มกาแฟ พอดีเห็นเธอคุยกับคนอยู่ แล้วมีคนมาหาเรื่อง เลยเข้ามาดูหน่อย”

กู้เจ๋อข่ายพูดเหมือนกับว่า คนที่แอบนั่งมองอยู่มุมห้องเมื่อกี้ไม่ใช่ตัวเอง

“คุยเสร็จแล้ว ไปกินข้าวด้วยกันไหม?”

“เดี๋ยวฉันมีนัดแล้ว นายไปกินเองเถอะ”

กู้เจ๋อข่ายยิ้มกว้าง ทำท่าไม่ยี่หระ “นัดใครอะ? ไปกินด้วยกันไหม?”

ยังไม่ทันที่ไน่เหอจะตอบ เขาก็เห็นไป๋จิ้งอวี่เดินตรงเข้ามา

ทั้งสองคนพูดขึ้นพร้อมกัน

“เสียวเสี่ยว คุณมาทำอะไรที่นี่?”

“เธอนัดไอ้หมอนี่เหรอ?”

จบบทที่ บทที่ 590 ความยึดติดในใจของฉินเสียวเสี่ยว

คัดลอกลิงก์แล้ว