- หน้าแรก
- นรกส่งฉันมาทวงแค้น
- บทที่ 560 ความยึดติดในใจของเสิ่นเหมิงเหมิง
บทที่ 560 ความยึดติดในใจของเสิ่นเหมิงเหมิง
บทที่ 560 ความยึดติดในใจของเสิ่นเหมิงเหมิง
“พ่อแม่ที่แท้จริงของฉัน?” หม่ารุ่ยมองไน่เหอด้วยความประหลาดใจ “หมายความว่ายังไง? เธอจะบอกว่าฉันไม่ใช่ลูกสาวของพ่อแม่ฉันเหรอ?”
ไน่เหอพยักหน้า
หม่ารุ่ยนั่งนิ่งอยู่กับที่ จากความตกใจกลายเป็นความมึนงง จากนั้นความเศร้าโศกก็ถาโถมเข้ามาเหมือนน้ำหลาก
เธอร้องไห้เสียงดังปานใจจะขาด ราวกับต้องการระบายความคับข้องใจ ความเจ็บปวดและความสิ้นหวังที่สะสมมานานหลายปีออกมาทั้งหมด
ตั้งแต่เธอจำความได้ เธอคือกระสอบทรายของบ้าน พ่อตบตีเธอหลังดื่มเหล้า แม่ก็ตบตีเธอเมื่อเล่นการพนันเสีย ส่วนน้องชายก็ด่าทอและทำร้ายเธอโดยไม่มีเหตุผล
เธอคิดมาตลอดว่าเป็นเพราะบ้านให้ความสำคัญกับลูกชายมากกว่าลูกสาว คิดว่าที่เธอถูกปฏิบัติเช่นนี้ก็เพราะเธอเป็นผู้หญิง ไม่คิดเลยว่าสาเหตุที่แท้จริงคือเธอไม่ใช่ลูกสาวแท้ ๆ ของพวกเขา
เธอร้องไห้อยู่นาน เหมือนกับว่าหมดแรงไปแล้วทั้งหมด
ไน่เหอไม่ได้พูดอะไร เพียงแต่อยู่เป็นเพื่อนเธอเงียบ ๆ จนกระทั่งมีเสียงเคลื่อนไหวที่ประตู เธอจึงลุกขึ้นเดินออกจากห้อง
พอดีกับที่เห็นเด็กหนุ่มวัยสิบห้าสิบหกเดินเข้ามาจากข้างนอก
รูปร่างไม่สูงนัก อ้วนท้วม ดวงตาสามเหลี่ยมที่เล็กเพราะเนื้อแก้มเบียด บ่งบอกถึงความเจ้าเล่ห์และอำมหิต
เมื่อเขาเห็นไน่เหอก็ตะลึงไปครู่หนึ่ง “เธอเป็นใคร? มาทำอะไรที่บ้านฉัน?”
แต่เมื่อเขานึกถึงเงินค่ารูปถ่ายที่เพิ่งได้รับ นึกถึงวิดีโอที่คนนั้นให้เขาถ่าย รวมถึงเงินมัดจำที่ให้มา เขาก็หัวเราะฮิ ๆ
เขาอยากจะถามคนนั้นว่า ถ้ามีวิดีโอของคนเพิ่มอีกคน จะจ่ายเพิ่มอีกไหม
ยังไงก็เหมือนต้อนแกะตัวเดียวกับต้อนแกะสองตัว
พอคิดว่าเงินที่เขาหาได้ในวันเดียวมากกว่าเงินเดือนของแม่เขาทั้งเดือน เขาก็รู้สึกดีใจอย่างหาที่สุดมิได้
ดังนั้นเขาก็หยิบโทรศัพท์ออกมาด้วยความยินดี หวังจะถ่ายรูปไน่เหอส่งไปถามก่อน วินาทีต่อมาเขาก็ร้องโหยหวน ร่างและโทรศัพท์ก็ลอยออกไปพร้อมกัน
ไน่เหอก้าวไปข้างหน้าเก็บโทรศัพท์ขึ้นมา
หม่ารุ่ยที่วิ่งเท้าเปล่าออกมาเพราะได้ยินเสียง เมื่อเห็นเหมาจื่อจวิ้นนอนขดตัวร้องครวญครางอยู่บนพื้น ก็โมโหจนเลือดขึ้นหน้า เธอหยิบเก้าอี้ที่อยู่ข้าง ๆ ฟาดลงไปที่ตัวเขาทันที
น่าเสียดายที่เธอแรงน้อยและไม่แม่นยำ เธอฟาดจนหมดแรงก็ยังตีโดนอีกฝ่ายไปได้ไม่กี่ครั้ง
เมื่อเธอทรุดตัวลงนั่งบนพื้นอย่างหมดแรง เหมาจื่อจวิ้นก็กุมท้องที่เจ็บและร่างกายที่ถูกเก้าอี้ตี เขาลุกขึ้นจากพื้น สบถไม่หยุด แล้วรีบวิ่งเข้าไปในครัว
ไน่เหอรีบเปิดฟังก์ชันบันทึกวิดีโอในโทรศัพท์ทันที เธอบันทึกภาพเหมาจื่อจวิ้นที่ถือมีดทำครัวและขู่ว่าจะฆ่าคน เพราะเขายังไม่บรรลุนิติภาวะ ฆ่าคนไปก็ไม่ต้องติดคุก
เหมาจื่อจวิ้นถือมีดทำครัวฟันไปที่ตัวหม่ารุ่ยที่ไม่มีทางสู้
ในจังหวะที่มีดกำลังจะสัมผัสหม่ารุ่ย ก็มีเท้าข้างหนึ่งปรากฏขึ้นในกล้อง เตะเหมาจื่อจวิ้นทั้งตัวพร้อมมีดให้กระเด็นออกไป
ไน่เหอปิดโทรศัพท์ เธอเหยียบลงบนตัวเหมาจื่อจวิ้น เธอหันไปมองหม่ารุ่ย “เธอจะตีต่อไหม? ตอนนี้เขาโต้ตอบไม่ได้”
หม่ารุ่ยมองดูน้องชายที่นอนขดอยู่ตรงมุมกำแพง เมื่อนึกถึงการที่เขาวางยานอนหลับให้เธอ แอบถ่ายรูปโป๊ของเธอแล้วส่งให้กับคนที่โกรธแค้นที่ถูกเธอปฏิเสธ เธอก็อยากจะฆ่าเขาให้ตายจริง ๆ
“ใจเย็น ฆ่าคนมันผิดกฎหมาย ไม่คุ้มค่าที่จะทำเพื่อสัตว์เดรัจฉานแบบนี้”
“อืม ฉันรู้”
เมื่อเธอรู้ว่ารูปของตัวเองถูกปล่อยบนอินเทอร์เน็ต เธอก็เหมือนอยู่ในความมืดมิดที่ไม่มีวันสิ้นสุด หาแสงสว่างที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไปไม่ได้เลย
ตอนนั้นเธอเคยคิดที่จะฆ่าเหมาจื่อจวิ้น และเคยคิดที่จะเผาบ้านนี้ทิ้ง แต่ด้วยแรงของเธอ เธอฆ่าเหมาจื่อจวิ้นไม่ได้จริง ๆ
ถ้าเธอวางเพลิง เพื่อนบ้านที่เคยห่วงใยเธอก็จะซวยไปด้วย
สุดท้ายเธอก็เลยไปอาบน้ำ สวมชุดกระโปรงที่สะอาด ตั้งใจจะจบชีวิตที่เหลืออยู่
และเธอก็ทำจริง ๆ
แต่เธอไม่คิดเลยว่าตัวเองจะกรีดลึกขนาดนั้น แต่ก็ยังถูกช่วยชีวิตไว้ได้
ตอนนี้เธอฟื้นคืนมาอีกครั้ง เธอก็ไม่อยากฆ่าคนแล้ว เธออยากจะตามหาพ่อแม่ที่แท้จริงของเธอ อยากจะสัมผัสว่าการใช้ชีวิตที่ถูกพ่อแม่รักมันเป็นอย่างไร
ไน่เหอรู้สึกว่าเจตนาฆ่าของหม่ารุ่ยลดลงแล้ว ก็พยักหน้าอย่างพอใจ
เธอสะกดจิตเหมาจื่อจวิ้นก่อน จากนั้นจึงเดินไปหาหม่ารุ่ย ย่อตัวลงมองเธอ
“ตอนนี้เธอแจ้งความกล่าวโทษเขาว่าเขาจะฆ่าเธอ” ไน่เหอยื่นโทรศัพท์มือถือของเหมาจื่อจวิ้นให้หม่ารุ่ย “ในนี้มีหลักฐานที่เขาจะฆ่าเธอ”
หม่ารุ่ยพยักหน้า
“และกล่าวโทษไอ้สารเลวที่ปล่อยรูปของเธอด้วย ให้ตำรวจพิสูจน์ให้เธอว่าเธอไม่มีรอยแผลเป็นบนร่างกาย รูปถ่ายในนั้นไม่ใช่เธอ และให้ตำรวจออกแถลงการณ์เพื่อกอบกู้ชื่อเสียงของเธอ”
หม่ารุ่ยพยักหน้าอีกครั้ง
“จากนั้นกล่าวโทษแม่บุญธรรมของเธอในข้อหาค้ามนุษย์เพื่อให้เธอได้รับโทษทางกฎหมาย สุดท้ายตรวจสอบที่สถานีตำรวจ เธอก็จะพบพ่อแม่ที่แท้จริงของเธอได้”
“พวกเขาจะยอมรับฉันไหม?”
“แน่นอน พวกเขาตามหาเธอมาหลายปีแล้ว พอเธอกลับไปอยู่กับพวกเขา เธอก็จะกลายเป็นเด็กที่มีความสุขที่มีพ่อแม่รัก และเมื่อมีพวกเขาอยู่ คนที่รังแกและทำร้ายเธอทุกคน พวกเขาจะไม่ปล่อยไปง่าย ๆ”
ไน่เหอพูดจบก็ลูบหัวเธออีกครั้ง
“ทุกอย่างจะดีขึ้น เชื่อฉัน”
หม่ารุ่ยน้ำตาคลอพยักหน้า เธอเอื้อมมือไปจับชายเสื้อของไน่เหอ “เธอช่วยฉันไว้ ฉันจะตอบแทนเธอได้อย่างไร ฉัน...”
“ไม่ต้องขอบคุณหรอก สำหรับฉันนี่คือการสะสมบุญกุศล แน่นอนว่านี่ก็เป็นเพราะเธอยังไม่ถึงที่ตายด้วย เมื่อฉันไปแล้ว เธอก็จะลืมฉันไปเอง”
ถ้าไน่เหอเสียเวลากับกู้จิ้นอีกนิด ถ้าเธอไม่เห็นข้อความทันที ถ้าคนขับรถที่พาเธอมาขับรถไม่ดี ปัจจัยใดปัจจัยหนึ่งก็อาจทำให้การช่วยเหลือไม่ทันท่วงที
พูดได้แค่ว่าทุกสิ่งล้วนถูกกำหนดไว้แล้ว
“ฉันจะไม่ลืมเธอ ไม่มีวัน”
ไน่เหอยิ้ม เธออยู่เป็นเพื่อนเธอจนกระทั่งตำรวจมาถึง
“เข้มแข็งไว้ ฉันไปก่อนนะ”
หม่ารุ่ยเห็นไน่เหอเดินออกไป ก็รีบลุกขึ้นตั้งใจจะไปส่ง แต่เมื่อเธอวิ่งไปถึงประตู ก็เห็นเพียงตำรวจที่เพิ่งเดินขึ้นมา
ไน่เหอซ่อนตัวอยู่ตรงมุมประตู เธอมองดูตำรวจเข้าไปในห้อง จากนั้นก็เดินลงบันได เธอยกเลิกยันต์ซ่อนตัวแล้วเรียกแท็กซี่กลับบ้าน
เมื่อกลับมาถึงบ้านก็เกือบเช้าแล้ว เธอเปิดประตูอย่างเบามือ พอก้าวเข้าไป ก็เห็นกู้จิ้นนั่งอยู่บนโซฟาในห้องนั่งเล่น
ไน่เหอทำเป็นไม่เห็นเขา เดินตรงไปที่ห้องของตัวเอง
กู้จิ้นลุกขึ้นทันที ขายาว ๆ ของเขาวิ่งตามไน่เหอทันในไม่กี่ก้าว เขาต้องลดเสียงลงเพื่อไม่ให้พ่อแม่ตื่น “เสิ่นเหมิงเหมิง ดึกดื่นเธอไปไหนมา?”
“เดินละเมอ”
ไน่เหอพูดจบ ก็รีบเดินกลับห้องปิดประตูใส่หน้ากู้จิ้นทันที
ดึกมากแล้ว ขี้เกียจอาบน้ำ เธอแปะยันต์ชำระล้างบนตัวแล้วขึ้นเตียงนอน
เช้าวันรุ่งขึ้น เธอกินผลไม้ทิพย์ลูกหนึ่งฟื้นฟูพลังงาน เมื่อสดชื่นแล้วออกมาทานอาหารเช้า ก็เห็นกู้จิ้นที่มีขอบตาคล้ำเหมือนหมีแพนด้า เห็นได้ชัดว่าเขานอนดึกกว่าเธอ
แม่กู้ก็เห็นรอยคล้ำใต้ตาของเขา เธอมองเขาด้วยความกังวล “เสี่ยวกู้ เมื่อคืนนอนไม่หลับเหรอ?”
กู้จิ้นทำหน้าบึ้ง มองไน่เหอแวบหนึ่ง สุดท้ายก็ไม่พูดอะไร