เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 275 ความยึดติดในใจของเจี่ยงหร่านหร่าน

บทที่ 275 ความยึดติดในใจของเจี่ยงหร่านหร่าน

บทที่ 275 ความยึดติดในใจของเจี่ยงหร่านหร่าน


“ตอนที่อวี้หรูแต่งงาน ข้าเตรียมโฉนดบ้านกับตั๋วเงินให้เป็นสินสอด และก็เตรียมของสำหรับเจ้าไว้ด้วย แต่เจ้าไม่เลือกที่จะไปกับเขา ข้าจึงเปลี่ยนโฉนดบ้านที่เตรียมไว้ให้เจ้าเป็นร้านค้าแทน”

ไน่เหอหยิบของทุกชิ้นออกมา “ร้านค้าเป็นร้านปักผ้าทางทิศใต้ ด้านหน้าเป็นหน้าร้าน ด้านหลังเป็นเรือนพักอาศัย ข้าเคยให้เจ้าไปตรวจบัญชีที่นั่น เจ้าก็น่าจะรู้สถานการณ์ดี

ร้านค้านั้นได้โอนกรรมสิทธิ์ที่กรมการปกครองเรียบร้อยแล้ว เป็นทรัพย์สินส่วนตัวของเจ้าโดยสมบูรณ์ และตั๋วเงินในนี้เป็นกำไรหลังจากโอนกรรมสิทธิ์ให้เจ้าเพื่อใช้เป็นเงินทุน”

“นี่มันล้ำค่าเกินไป ซินหลานรับไว้ไม่ได้เพคะ”

“ไม่ฟังคำพูดของข้าแล้วหรือ” ไน่เหอเห็นนางส่ายหน้าอย่างเอาเป็นเอาตายจึงพูดต่อ

“ในเมื่อเจ้าไม่อยากแต่งงานแล้ว ก็ต้องมีทรัพย์สินเป็นของตัวเอง เจ้ามีความสามารถในการปักผ้าและการตัดเย็บ แถมยังช่วยข้าดูแลบัญชีมาหลายปี ตอนนี้ความสามารถของเจ้าเพียงพอที่จะดูแลร้านค้าได้แล้ว”

ไน่เหอเงยหน้ามองนาง “เจ้ารู้ไหมว่าของแค่นี้ไม่ได้มากมายอะไรสำหรับข้า เจ้าปรนนิบัติข้ามาหลายปีด้วยความทุ่มเท ข้าก็ต้องช่วยหาทางออกที่ดีให้เจ้าในท้ายที่สุด เจ้าคือสาวใช้คนสนิทของข้า ถ้าหลังจากนี้เจ้ามีชีวิตที่ไม่ดี คนที่จะเสียหน้าก็คือข้า”

“แต่ซินหลานไม่อยากจากพระชายาไป”

“ร้องไห้อีกแล้วหรือ ให้เจ้าออกไปฝึกฝนไม่ได้แปลว่าจะไม่ให้เจ้ากลับมาสักหน่อย มีเรื่องอะไรก็กลับมาหาข้าได้ตลอดเวลา”

“พระชายา”

“พอแล้ว เรื่องนี้ตัดสินใจแล้ว”

...

ตอนกินมื้อค่ำ หลี่ซิวฉิงก็คิดว่าจะพูดอย่างไรกับท่านย่าถึงจะทำให้ท่านย่ารับความจริงที่ว่าเขาจะต้องจากไปได้

“ฉิงเอ๋อร์เป็นอะไรไป ดูใจลอยเชียว”

หลี่ซิวฉิงมองไน่เหอ อยากให้ท่านแม่ช่วยพูดให้ แต่ท่านแม่ของเขาทำเหมือนไม่เห็นและไม่สนใจเขาเลย

“ดูใจลอยอย่างนี้ มีสาวที่ถูกใจแล้วใช่ไหม เป็นลูกสาวบ้านไหน บอกย่ากับท่านแม่ของเจ้ามาดูสิ”

“ท่านย่า~” หลี่ซิวฉิงหน้าแดงก่ำในทันที “หลานยังเด็กอยู่ ยังไม่มีสาวที่ถูกใจขอรับ”

“ถ้าอย่างนั้นเป็นอะไรไป ปกติเจ้าปากกล้าเป็นที่สุด วันนี้ทำไมถึงอ้ำอึ้งเช่นนี้”

“ท่านย่า หลานอยากตามท่านแม่ทัพอู๋ไปสนามรบเพื่อต่อต้านศัตรู ปกป้องบ้านเมืองขอรับ”

เมื่อพูดจบ หลี่ซิวฉิงก็ก้มหน้าลงแล้วพูดด้วยความกังวลว่า “แล้วก็ญาติผู้พี่ของหลาน พวกเราอยากไปด้วยกันขอรับ”

“เจ้าเพิ่งสิบสามปีเองนะ”

“หลานฝึกวรยุทธตั้งแต่เด็ก เรื่องความสามารถไม่แพ้คนอายุยี่สิบสามหรอกขอรับ อีกอย่าง หลานได้พบกับท่านแม่ทัพอู๋แล้ว เขาให้คำมั่นว่าจะดูแลหลานอย่างดีขอรับ”

“ท่านแม่ของเจ้าเห็นด้วยหรือไม่”

“เห็นด้วยขอรับ”

“เอาล่ะ เจ้าจะเดินทางเมื่อใด บอกให้พ่อบ้านหลี่ช่วยเตรียมของที่จำเป็นให้”

หลี่ซิวฉิงเงยหน้าขึ้นทันที ด้วยสีหน้าไม่อยากจะเชื่อ แล้วมองท่านย่าที่เต็มไปด้วยริ้วรอย “ท่านย่าเห็นด้วยหรือขอรับ”

“ในเมื่อท่านแม่ของเจ้าเห็นด้วย ย่าก็ไม่มีข้อขัดข้อง ในจวนมีทั้งย่าและท่านแม่ของเจ้าคอยดูแล เจ้าไม่ต้องกังวล ขอแค่เจ้ากลับมาอย่างปลอดภัยก็พอ”

หลี่ซิวฉิงพยักหน้าอย่างแรง

“ท่านย่า ท่านแม่ วางใจเถิด ฉิงเอ๋อร์จะกลับมาอย่างปลอดภัยแน่นอน”

พูดจบเขาก็รีบวิ่งจากไปจนไม่เห็นเงา

...

ไน่เหอไม่คิดว่าพระชายาอ๋องผู้เฒ่าจะเห็นด้วยง่ายดายขนาดนี้ ซึ่งเกินความคาดหมายของนางจริงๆ เพราะหลายปีที่ผ่านมา พระชายาอ๋องผู้เฒ่าได้ยึดหลี่ซิวฉิงเป็นที่พึ่งทางใจ กระทั่งเป็นแรงผลักดันให้มีชีวิตอยู่ก็ว่าได้

แต่ในตอนนี้กลับเห็นด้วยอย่างง่ายดายกับการที่หลี่ซิวฉิงจะไปเสี่ยงชีวิตในสนามรบ

...

“เจ้าไม่คิดว่าข้าจะเห็นด้วยหรือ”

ไน่เหอพยักหน้าตามตรง

“ตอนที่ท่านปู่ของฉิงเอ๋อร์ไปรบแต่ละครั้ง ข้าต้องคอยกังวลในจวนทั้งวันทั้งคืน เฝ้ารอให้เขากลับมาอย่างปลอดภัย แต่ก็กลัวว่าจะไม่ได้กลับมาอีกเลย”

พระชายาอ๋องผู้เฒ่าถอนหายใจออกมา แล้วพูดต่อว่า “ดังนั้นตอนที่อวี้เอ๋อร์ยังเด็ก ข้ารู้ว่าเขาไม่ชอบท่องตำรา แต่ก็ยังยืนกรานที่จะไม่ให้เขาฝึกวรยุทธ คิดแค่ว่าเขามีบรรดาศักดิ์ติดตัวแล้ว ขอแค่ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขก็พอ

แต่เขาไม่ได้ไปสังหารศัตรูในสนามรบ กลับมีผู้หญิงเต็มเรือน... และตายด้วยการวางแผนของผู้หญิงตั้งแต่อายุยังน้อย”

“เป็นความผิดของข้า ข้าเลี้ยงดูเขาอย่างล้มเหลว” พระชายาอ๋องผู้เฒ่ามองไน่เหอ “การอบรมสั่งสอนฉิงเอ๋อร์ของเจ้าตลอดหลายปีนี้ ข้าเห็นมาโดยตลอด เจ้าทำได้ดีกว่าข้ามาก

ดังนั้นเรื่องที่เจ้าตัดสินใจแล้ว ข้าจะไม่คัดค้าน

แม้ว่าเขาจะเกิดเรื่องขึ้นจริงๆ ข้าก็จะไม่โทษเจ้า อย่างน้อยการตายในสนามรบก็ดีกว่าตายด้วยการวางแผนในเรือนหลังบ้าน

เพียงแต่เจ้าคงจะลำบาก เพื่ออวี้เอ๋อร์ถึงได้ครองตัวเป็นโสดมานานขนาดนี้ หลังจากนี้ก็ยังต้องเป็นกังวลเรื่องฉิงเอ๋อร์อีก”

คำพูดที่จริงใจของพระชายาอ๋องผู้เฒ่าทำให้ไน่เหอรู้สึกละอายใจ

นางจะลำบากได้อย่างไร ในเมื่อสิ่งที่นางต้องการคือการ ‘ตัดพ่อทิ้งแล้วเอาลูกไว้’

จะได้ไม่ต้องมีชายผู้นั้นมาขวางหูขวางตานาง

ส่วนหลี่ซิวฉิง นางยิ่งไม่ต้องกังวล เพราะเจ้าหนูนั่นอายุยืนยาวนัก เดิมทีเขาอาจจะได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย แต่ตอนนี้มีหยกอยู่กับตัวแล้ว แม้แต่บาดแผลเล็กๆ ก็จะไม่มี

...

“แล้วเรื่องที่เรือนข้างเป็นอย่างไรบ้างแล้ว”

พระชายาอ๋องผู้เฒ่าคิดถึงครั้งที่นางไปเยี่ยมเด็กคนนั้น เด็กที่เอาแต่พูดว่าเขาคือท่านอ๋องแห่งจวนอ๋อง เขาเป็นเสนาบดีคนสำคัญขององค์ชายสาม ฮ่องเต้พระองค์ใหม่ที่ได้ขึ้นครองบัลลังก์

ตอนนั้นนางตกใจจนเหงื่อออกท่วมตัว

องค์ชายสามเป็นใคร เป็นลูกของนางกำนัลที่ฮ่องเต้ทรงโปรดปราน ฮ่องเต้ไม่เคยโปรดองค์ชายสามเลย แล้วจะยกราชบัลลังก์ให้องค์ชายสามได้อย่างไร

ถ้าคำพูดเช่นนี้ถูกคนอื่นได้ยินเข้า คนในจวนอ๋องจะต้องหัวหลุดจากบ่าทั้งหมด

นางจึงรีบสั่งให้พ่อบ้านให้ยาที่ทำให้เป็นใบ้แก่เด็กคนนั้น หลังจากนั้นนางก็ไม่เคยไปดูเขาอีกเลย ตอนนี้เพิ่งนึกขึ้นได้จึงเอ่ยถาม

“พ่อบ้านหลี่บอกว่าตอนนี้เขาเดี๋ยวก็ดีเดี๋ยวก็เพี้ยนเจ้าค่ะ”

“เฮ้อ! บ้าไปก็ดี นี่มันกรรมเวรจริงๆ!” พระชายาอ๋องผู้เฒ่าเอามือกุมหน้าผากแล้วถอนหายใจยาว

ในขณะนั้นเอง คนรับใช้ก็มารายงานว่าฮูหยินจวนโหวมาเยี่ยม

“เจ้าไปเถอะ ข้าก็เหนื่อยแล้ว จะไปนอนพักสักครู่”

“เจ้าค่ะ ท่านแม่พักผ่อนให้สบายเถิด อย่ากังวลเลย”

...

นางออกไปต้อนรับได้ระยะหนึ่ง ก็เห็นสวี่ซืออินที่ใบหน้าสดใส

“ญาติผู้พี่ ข้ามาหาท่านเพื่อจะไปวัดชิงหยวนด้วยกัน”

ไน่เหอ: ...

ครั้งล่าสุดที่นางไปวัดชิงหยวน คือตอนที่ไปเป็นเพื่อนสวี่ซืออินเพื่อขอพรให้ได้ลูกสาว พระที่ทำนายทายทักบอกว่านางจะสมหวังดังปรารถนา สวี่ซืออินจึงบริจาคเงินทำบุญไปห้าร้อยตำลึง

ผลก็คือตั้งครรภ์สิบเดือนแล้วได้ลูกชาย

หลักฐานที่ว่าวัดชิงหยวนทำนายไม่แม่นนั้นชัดเจนอยู่แล้ว แล้วทำไมสวี่ซืออินยังอยากไปอีกเล่า

“ไปวัดชิงหยวนทำไม จะไปดูว่าลูกในท้องเป็นชายหรือหญิงหรือ”

“ไปขอพรให้ลูกทั้งสองคนปลอดภัยต่างหาก” สวี่ซืออินถลึงตาใส่ไน่เหอ “ลูกในท้องอะไรกัน ข้าไม่ได้ท้องสักหน่อย ข้าแค่อ้วนขึ้น”

ไน่เหอ: ...

นางมองเห็นได้อย่างชัดเจนว่าใบหน้าของสวี่ซืออินมีเค้าของคนท้องแล้ว

ดังนั้นนางจึงยื่นมือไปจับข้อมือของสวี่ซืออิน...

แล้วถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้ “เจ้าตามข้าไปก่อนเถิด ข้าจะให้หมอหลวงมาตรวจให้” หลังจากที่สาวใช้รีบวิ่งไปตามหมอหลวงแล้ว นางก็จูงสวี่ซืออินไปที่เรือนของนาง

“ข้าไม่ได้ท้องจริงๆ นะ” สวี่ซืออินยอมให้ไน่เหอจูงไปโดยไม่ขัดขืน เพียงแค่บ่นพึมพำว่า “ช่วงนี้ข้าแค่กินมากไปหน่อย ถ้าข้าอดอาหารไปสักพักก็จะผอมลงเหมือนเดิมแล้ว”

จบบทที่ บทที่ 275 ความยึดติดในใจของเจี่ยงหร่านหร่าน

คัดลอกลิงก์แล้ว