- หน้าแรก
- นรกส่งฉันมาทวงแค้น
- บทที่ 260 ความยึดติดในใจของเจี่ยงหร่านหร่าน
บทที่ 260 ความยึดติดในใจของเจี่ยงหร่านหร่าน
บทที่ 260 ความยึดติดในใจของเจี่ยงหร่านหร่าน
อันอ๋องยืนตัวแข็งไปครู่หนึ่ง แล้วมองไปยังพระชายาของเขาด้วยความไม่เชื่อ บอกให้เขาไปถามอ๋องผู้เฒ่า นี่ก็เท่ากับบอกให้เขาไปตายเลยไม่ใช่หรือ?
“สตรีใจร้าย! เจ้าอาศัยความโปรดปรานของท่านแม่ ถึงได้กล้าไม่ให้ความเคารพแก่ข้าเช่นนี้ เจ้าไม่กลัวข้าจะโบยเจ้าหรือไร!”
อันอ๋องจ้องมองนางอย่างเคียดแค้น ต้องการที่จะมองเห็นความกลัวหรือความหวาดหวั่นจากใบหน้าของนาง
แต่น่าเสียดายที่ไม่มีสิ่งใดปรากฏเลย
“หากตอนนี้ข้าไปบอกท่านแม่ว่าท่านจะพาอนุหลิวไปงานเลี้ยงฉลองร้อยวัน ท่านคิดว่าใครจะเป็นคนโดนโบยกันแน่ ระหว่างท่านกับข้า”
อันอ๋องตัวแข็งทื่อ
“ข้าไม่สนใจว่าท่านจะรักใคร แต่ถ้าท่านจะทำให้ข้าขายหน้าในที่สาธารณะและทำลายงานเลี้ยงฉลองร้อยวันที่ข้าจัดขึ้นด้วยความยากลำบาก ไม่มีทางเป็นไปได้อย่างแน่นอน”
ไน่เหอพูดจบก็หันหลังเดินจากไปโดยไม่หันไปมองใบหน้าที่น่ารังเกียจของอันอ๋องอีก
ถึงแม้ว่านางจะยุ่งอยู่กับการเตรียมงานเลี้ยงฉลองร้อยวันของซื่อจื่อ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่านางจะไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้นในจวน
บุรุษไร้ค่าผู้นี้อาจจะไม่รู้ว่า ทุกอย่างตั้งแต่เรื่องใหญ่ที่เขาหาคนมาตัดชุดให้อนุหลิวตามสัดส่วน ไปจนถึงเรื่องเล็กๆ อย่างคำพูดที่เขาพูดในแต่ละวันและปริมาณอาหารที่เขากิน ล้วนมีคนแอบมารายงานนางอยู่ตลอดเวลา
สิ่งที่เขาวางแผนที่จะทำก่อนงานเลี้ยงฉลองร้อยวันด้วยการเตรียมเสื้อผ้าให้อนุหลิวนั้นเห็นได้ชัดเจน
นี่ก็คือเหตุผลที่นางมาแต่เช้าตรู่
ไม่ว่าจะอย่างไร ก็ต้องจัดงานเลี้ยงฉลองร้อยวันให้เสร็จเรียบร้อยก่อน แล้วค่อยว่ากันอีกที
…
เมื่อไน่เหอกลับมาที่เรือนของพระชายาอ๋องผู้เฒ่า พระชายาอ๋องผู้เฒ่าก็ให้สาวใช้คนสนิทรินชาให้นางหนึ่งถ้วย แล้วถอนหายใจยาว
ไม่ได้พูดอะไรออกมา แต่ก็เหมือนได้พูดไปแล้วทุกอย่าง
…
ฟู่เสี่ยวโหวผู้เป็นหลานชายของพระชายาอ๋องผู้เฒ่า ได้ช่วยอันอ๋องรับรองแขกชาย คอยพูดคุยอยู่ในห้องโถงด้านหน้า ไน่เหอและพระชายาอ๋องผู้เฒ่าก็คอยรับรองแขกหญิง ดื่มชาและพูดคุยกัน พร้อมกับเล่นกับหลี่ซิวฉิง
เด็กชายวัยสามเดือนตัวอ้วนกลมและน่ารักน่าเอ็นดู ได้รับคำชื่นชมมากมายจากบรรดาแขกเหรื่อ
ฮ่องเต้ยังได้ส่งขันทีในวังมามอบของขวัญแสดงความยินดีด้วย ซึ่งถือเป็นเกียรติสูงสุดของจวนอันอ๋อง
หลังจากที่แขกทยอยกันกลับไปแล้ว มารดาของร่างเดิมก็ได้เรียกไน่เหอไปพูดคุยเป็นการส่วนตัว กล่าวถึงเรื่องราวซ้ำๆ ซากๆ มากมาย
ไม่มีอะไรมากไปกว่าการให้ดูแลพระชายาอ๋องผู้เฒ่าอย่างเต็มที่ ดูแลร่างกายของอันอ๋องอย่างใส่ใจ ให้การศึกษาที่ดีแก่ซื่อจื่อตัวน้อย และยึดกุมอำนาจในการดูแลจวนไว้ แม้ว่าอันอ๋องจะจากไปแล้ว นางก็ยังคงต้องมีรากฐานที่มั่นคงในจวนอ๋อง
ฮูหยินราชครูพูดมามากมายให้นางดูแลทุกคน แต่กลับไม่มีคำพูดใดที่บอกให้นางดูแลตัวเองเลย
…
หลังจากส่งมารดาของร่างเดิมกลับไปแล้ว ไน่เหอก็มองเด็กตัวน้อยที่กำลังหลับอย่างสบายในอ้อมแขนของแม่นม
“ไปเถอะ กลับกันเถอะ”
คนหลายคนเดินไปยังเรือนใหญ่ของพระชายา แต่ระหว่างทางก็พบกับอนุหลิวที่อุ้มบุตรชายมาด้วยเช่นกัน
ในตอนนี้อนุหลิวได้เปลี่ยนชุดที่หรูหรานั้นออกแล้ว เมื่อเดินมาใกล้ไน่เหอ นางก็รับถาดที่สาวใช้นำมาแล้วคุกเข่าลงต่อหน้าไน่เหอทันที พร้อมกับชูถาดขึ้นเหนือศีรษะ
“หม่อมฉันขอแสดงความยินดีกับคุณชายเนื่องในวันครบหนึ่งร้อยวันเพคะ นี่คือเสื้อผ้าที่หม่อมฉันตัดเย็บเอง เลือกใช้ผ้าชั้นดีและนำมาขยำหลายครั้งจนอ่อนนุ่ม รับรองว่าสวมใส่สบาย จะไม่ทำให้ผิวอ่อนนุ่มของคุณชายได้รับบาดเจ็บอย่างแน่นอนเพคะ”
นางคุกเข่าอยู่บนพื้นและก้มหน้าลง ขณะที่สองมือยกถาดขึ้นเหนือศีรษะ ท่าทางของนางดูจริงใจอย่างที่สุด แต่ไน่เหอถอยหลังไปหนึ่งก้าว
อนุหลิวพลันทำท่าจะร้องไห้ น้ำเสียงของนางแผ่วเบาอย่างน่าเวทนา “หม่อมฉันทราบดีว่าคุณชายไม่ขาดอะไรเลยเพคะ แต่นี่คือความปรารถนาดีของหม่อมฉัน เป็นสิ่งที่หม่อมฉันเย็บด้วยมือตัวเองทีละเข็มๆ ขอพระชายาโปรดทอดพระเนตรดูเถิดเพคะ พระองค์จะต้องพอพระทัยอย่างแน่นอน”
อวี้หรูเดินเข้ามาใกล้ไน่เหอและกระซิบเบาๆ ว่า “พระชายา พวกเราควรรับเอาไว้ก่อนแล้วค่อยเอาไปทิ้งทีหลังดีหรือไม่เจ้าคะ”
“ไม่รับ”
ไน่เหอไม่เห็นว่าเสื้อผ้าตัวนั้นมีปัญหาอะไร แต่ก็รู้สึกได้ถึงเจตนาร้ายที่อนุหลิวปล่อยออกมา รวมถึงความกระตือรือร้นของอนุหลิวหลังจากที่นางถอยหลังไปหนึ่งก้าว
“เจี่ยงหร่านหร่าน เจ้ากำลังทำอะไรอีกแล้ว”
อันอ๋องเพิ่งเข้ามาในเรือนชั้นในก็เห็นอนุหลิวคุกเข่าอยู่บนพื้นด้วยความเจ็บปวด จากที่ก่อนหน้านี้ให้บ่าวรับใช้ประคองอยู่ เขาก็รีบก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว
หลังจากประคองอนุหลิวขึ้นแล้ว เขาก็หันไปจ้องมองไน่เหอ ฟู่เสี่ยวโหวที่มาที่เรือนชั้นในพร้อมกับเขาก็ยืนอยู่ข้างๆ ด้วยความรู้สึกอึดอัดใจเล็กน้อย
“พระชายา”
ไน่เหอตอบรับพร้อมกับยิ้มตอบกลับไป เมื่อหันกลับไปมองอันอ๋องอีกครั้ง สีหน้าของนางก็เย็นชาลงอีกครั้ง
“ท่านอ๋อง หม่อมฉันไม่เป็นไรเพคะ”
อนุหลิวทำท่าทางอ่อนน้อม แล้วกำลังจะยื่นถาดในมือให้สาวใช้ที่อยู่ด้านหลัง แต่ก็มีมือคู่หนึ่งคว้าเอาเสื้อผ้าบนถาดไป
“นี่คืออะไร?” อันอ๋องหยิบเสื้อผ้าขึ้นมาดู
เมื่ออนุหลิวเห็นอันอ๋งหยิบเสื้อผ้าไป ก็ตกใจอยู่ครู่หนึ่ง แต่ก็กลับมามีท่าทางปกติได้อย่างรวดเร็ว
“ท่านอ๋อง นี่คือเสื้อผ้าที่หม่อมฉันอดหลับอดนอนตัดเย็บให้คุณชายนะเพคะ แต่พระชายา…” นางทำเป็นเสียใจแล้วยื่นมือไปหยิบเสื้อผ้า
“ไม่ใช่ความผิดของพระชายาเพคะ เป็นเพราะหม่อมฉันทำตัวไม่เหมาะสม หม่อมฉันเป็นแค่อนุภรรยา ไม่คู่ควรที่จะตัดเสื้อผ้าให้ซื่อจื่อเลย ขอท่านอ๋องโปรดคืนให้หม่อมฉันด้วยเถิดเพคะ”
“อนุหลิวให้กำเนิดบุตรชายของข้า จะเป็นแค่อนุภรรยาไปได้อย่างไร” อันอ๋องหันไปมองไน่เหอด้วยสายตาท้าทาย แล้วหันไปพูดกับบ่าวรับใช้ที่อยู่ข้างกายว่า “ไปประกาศว่าอนุหลิวจะได้รับการเลื่อนตำแหน่งเป็นชายารองตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป”
อนุหลิวมองอันอ๋องด้วยความดีใจ การได้เลื่อนตำแหน่งเป็นชายารองทำให้สิทธิพิเศษของนางเพิ่มขึ้น อาหารก็ดีขึ้น และยังมีบ่าวรับใช้เพิ่มอีกหลายคน…
อันอ๋องถือเสื้อผ้าไว้แล้วดูอย่างถี่ถ้วน “หลิวช่างมีฝีมือจริงๆ เสื้อผ้าที่ปักได้สวยงามเช่นนี้ในเมื่อพระชายาไม่ต้องการ ก็เอาไว้ให้เวินเอ๋อร์ใช้เถิด”
เขาพูดจบก็เอาเสื้อผ้าไปเทียบกับเด็กในอ้อมแขนของสาวใช้ ดูขนาดแล้วก็พยักหน้าอย่างพอใจ “เวินเอ๋อร์สวมได้พอดีเลย”
อนุหลิวที่เพิ่งได้รับการเลื่อนตำแหน่งใหม่ๆ และยังคงจมอยู่กับความสุข เมื่อรู้ว่าอันอ๋องทำอะไรลงไปแล้ว นางก็กรีดร้องออกมาทันที “อย่านะเพคะ!”
เสียงของนางดังเกินไปจนอันอ๋องสะดุ้ง เสื้อผ้าในมือก็ร่วงลงไปบนตัวเด็กทันที
อนุหลิวรีบวิ่งเข้าไปอย่างตื่นตระหนก โยนเสื้อผ้าตัวนั้นทิ้งไปข้างๆ และเมื่อแน่ใจว่าเสื้อผ้าไม่ได้แตะต้องผิวหนังของบุตรชาย นางก็รู้สึกโล่งใจ แต่ถึงอย่างไรนางก็ยังไม่วางใจ จึงได้เรียกสาวใช้และคิดที่จะรีบกลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าให้บุตรชาย
“หยุดนางไว้”
เหล่าสาวใช้และโหมวโหม่วที่อยู่ด้านหลังไน่เหอได้หยุดอนุหลิวและสาวใช้ของนางไว้ทันที
อนุหลิวปกป้องบุตรชายของตนเองอย่างระมัดระวัง และมองไน่เหออย่างระแวง “พระชายา ท่านหมายความว่าอย่างไรเพคะ”
“อยากไปงั้นหรือ? ได้!” ไน่เหอชี้ไปที่เสื้อผ้าที่ตกอยู่บนพื้น “เจ้าต้องบอกข้าก่อนว่าเจ้าทำอะไรกับเสื้อผ้าตัวนี้”
“ทำอะไรหรือ? หม่อมฉันไม่ได้ทำอะไรเลย” อนุหลิวโค้งตัวลงและหยิบเสื้อผ้าตัวนั้นขึ้นมา ทำท่าทางสงบ “ในเมื่อพระชายาไม่ชอบก็ไม่เป็นไรเพคะ ไม่จำเป็นต้องใส่ร้ายหม่อมฉันเช่นนี้”
“ใส่ร้าย?” ไน่เหอหัวเราะเยาะ “ถ้าเจ้ากล้าเอาเสื้อผ้าตัวนั้นไปให้บุตรชายของเจ้าจับดู ข้าก็จะเชื่อคำพูดของเจ้า”
อนุหลิวรีบคว้ามือของอันอ๋องและเขย่าเบาๆ “ท่านอ๋อง หม่อมฉันไม่อยากเป็นชายารองแล้วก็ได้นะเพคะ ท่านจะให้พระชายาปล่อยหม่อมฉันไปได้ไหมเพคะ”
อันอ๋องดึงเสื้อผ้ามาจากมือของนาง แล้วขมวดคิ้วถามว่า “เจ้าใส่สิ่งใดลงไปในเสื้อผ้า”
“ท่านอ๋อง หม่อมฉันไม่ได้ทำอะไรเลย” อนุหลิวกัดริมฝีปากและมองอันอ๋องด้วยความหวัง “ท่านอ๋อง ท่านเชื่อหม่อมฉันเถิดนะเพคะ ได้โปรดเถิดนะเพคะ”
ถึงแม้อันอ๋องจะอยากเชื่ออนุหลิว แต่ท่าทีของนางเมื่อครู่ทำให้เขาอดที่จะสงสัยไม่ได้