เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

EP.6 ลูกเขยที่แข็งแกร่งที่สุดของตระกูลชิโฮอิน ?

EP.6 ลูกเขยที่แข็งแกร่งที่สุดของตระกูลชิโฮอิน ?

EP.6 ลูกเขยที่แข็งแกร่งที่สุดของตระกูลชิโฮอิน ?


EP.6 ลูกเขยที่แข็งแกร่งที่สุดของตระกูลชิโฮอิน ?

ขณะที่ทั้ง 2 กอดกันแน่น แก้มของโยรุอิจิก็แดงก่ำขึ้นมาเล็กน้อย แม้จะแทบมองไม่เห็นด้วยตาตัวเองเพราะผิวสีเข้ม แต่สีหน้าของเธอก็บ่งบอกถึงความตื่นเต้นอย่างแรงกล้าของเธอ

จนกระทั่งมีเสียงแตกอันน่าฟังตามมา

กึก!

ใบหน้าของเธอแข็งขึ้น และเธอปล่อยขากรรไกรของอากิระโดยสัญชาตญาณ

ขณะที่เธอกำลังจะเคลื่อนไหวครั้งต่อไป อากิระก็สูดหายใจเข้าอย่างแรงและกัดฟันแน่นแล้วพูดว่า "อย่าขยับ! มันหัก!"

ทักษะที่ที่เจอคนที่มีทักษาะทัดเทียมกัน มันก็ทำให้โยรุอิจิเข้าสู่ภาวะตื่นเต้นจนสูญเสียการควบคุมแรงดันวิญญาณและความแข็งแกร่งของเธอไปชั่วขณะ

การระเบิดอารมณ์สั้นๆนี้ทำให้แขนของอากิระแตกละเอียดอย่างไม่ปรานี แม้ว่าเขาจะสังเกตเห็นความผิดปกติในช่วงเวลาสำคัญและปลดปล่อย แรงดันวิญญาณของเขาออกมาในทันที

ระดับของพลังวิญญาณที่แท้จริงของเขาคือลำดับที่ 17 สำหรับบริบทขั้นมาตรฐานของเจ้าหน้าที่ยมทูตคือลำดับที่ 20 รองหัวหน้าคือลำดับ 4 หรือ 5 และลำดับ 3 ขึ้นไปคือระดับหัวหน้าหน่วย

สถานะส่วนตัวปัจจุบันของอากิระแสดงให้เห็นว่าแรงดันวิญญาณของเขาตอนนี้อยู่ที่ลำดับที่ 20 ซึ่งสอดคล้องอย่างแน่นอนกับคลาสวิญญาณลำดับ 17 หากคำนวณจากค่าสูงสุดที่ 100

{หมายเหตุจากคนเขียน : คำอธิบายสั้นๆ ลองนึกภาพแรงดันวิญญาณนั้นเป็นรังสีนิวเคลียร์ที่ถูกปล่อยออกมาอย่างต่อเนื่อง เรอิชิ (อนุภาควิญญาณ) คืออนุภาคนิวเคลียร์ ยิ่งอนุภาคใดสามารถปล่อยรังสีได้มากเท่าไหร่ ระดับวิญญาณของมันก็จะยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น กล่าวโดยพื้นฐานแล้ว นี่หมายความว่ามีพลังงาน (เรเรียวคุ) มากขึ้นและทรงพลัง (เรอิทสึ) มากขึ้นในร่างเดียว (เปรียบเสมือนภาชนะของเรอิชิ) หวังว่าคุณจะเข้าใจ!}

แม้ว่าระดับนี้อาจถือได้ว่าโดดเด่นในหมู่นักเรียนสถาบันหลายๆคน แต่เมื่อเปรียบเทียบกับโยรุอิจิแล้ว ความแตกต่างนั้นก็มากโขทีเดียว

ทันทีที่เธอปลดปล่อยแรงดันวิญญาณของเธอออกมา อากิระก็ได้สัมผัสด้วยตัวเองว่าการเผชิญหน้ากับช่องว่างที่ไม่อาจผ่านได้นั้นหมายความว่ายังไง-การเผชิญหน้ากับความแตกต่างที่ไม่อาจผ่านได้อย่างแท้จริง!

ขณะที่แรงดันวิญญาณของพวกเขาปะทะกัน เขาจินตนาการถึงภูเขาสูงตระหง่านถล่มลงมา และดินโคลนถล่มที่ไหลทะลักไปข้างหน้าอย่างไม่สิ้นสุดราวกับภาพที่งดงามตระการตา ทำลายล้างการต่อต้านอันดื้อรั้นของเขาด้วยพลังอันล้นหลาม

ทางโยรุอิจิดูเหมือนจะสังเกตเห็นว่าเขาเสียสติ เธอจึงปล่อยแขนขวาของเขาซึ่งตอนนี้บิดเบี้ยวเหมือนเพรทเซล พร้อมกับมีรอยยิ้มเขินอายบนใบหน้า

แขนของเขาตอนนี้บิดเบี้ยวอย่างน่าสยดสยอง กระดูกและกล้ามเนื้อถูกทำลายด้วยพลังและความรุนแรงของแรงดันวิญญษณ จนผิวหนังกลายเป็นสีม่วงเข้มอันน่าสะพรึงกลัว

อากิระพยายามขยับมือขวาของเขา แต่มันก็ยังคงไม่มีการตอบสนอง

"เจ้าหนูน้อย อย่าได้กล้าตายต่อหน้าข้าเชียว!"

สีหน้าของเขาที่แสดงออกเกินจริง แฝงไปด้วยความเจ็บปวดอย่างแท้จริง ส่วนใหญ่เป็นเพียงการแสดง ทว่ามันกลับทำให้โยรุอิจิรู้สึกผิดมากขึ้น จนไม่อาจสบตาเขาได้

การแสดงที่เกินจริงทำให้สีหน้าของไอเซ็นแข็งทื่อ ทันใดนั้นเขาก็ตระหนักได้ว่าการเป็นเพื่อนกับผู้ชายคนนี้อาจไม่ใช่สิ่งที่น่ายกย่องนัก

มาเรชิโยะได้ปรากฏตัวต่อหน้าอากิระ เขาขมวดคิ้วพลางสำรวจแขนขวาที่บิดเบี้ยวอย่างพินิจพิเคราะห์อยู่ครู่นึง ก่อนที่เขาจะถอนหายใจด้วยความโล่งอก

"อาการไม่รุนแรงถึงขั้นต้องตัดแขนขาทิ้ง แต่แพทย์ของหน่วยวิถีมารคงไม่สามารถรักษาอาการบาดเจ็บสาหัสเช่นนี้ได้" มาเรชิโยะหันไปที่แท่นบรรยายและรีบเขียนใบรับรองออกมาพร้อมรายละเอียดเหตุการณ์ "นำสิ่งนี้ไปที่สถานีบรรเทาทุกข์เพื่อประสานงานของหน่วยที่ 4 หัวหน้าอุโนะฮานะจะรักษาเจ้าเอง ไอเซ็น โซสึเกะ เจ้าก็ไปกับเขาด้วย"

ไอเซ็นพยักหน้าอย่างไม่เต็มใจ

โยรุอิจิยกมือขึ้น ดูเหมือนจะสื่อว่าเธอก็อยากไปด้วย แต่พอเห็นสีหน้าอ้อนวอนของมาเรชิโยะ เธอก็ทำปากยื่นและล้มเลิกความคิดนั้นไปชั่วขณะ

หลังจากที่ทั้ง 2 ออกไปแล้ว เขาก็ปล่อยนักเรียนคนอื่นๆออกไปในวันนี้

ไม่นานนัก มันเหลือเพียงพวกเขา 2 คนในห้องเรียน เขาถอนหายใจยาวและมองหญิงสาวผิวคล้ำผู้ไม่สำนึกผิด

"ท่านหญิงโยรุอิจิ ท่านสัญญากับข้าแล้วว่าจะไม่ทำอะไรโดยประมาท ครั้งนี้เด็กหนุ่มคนนั้นโชคดีมากที่แค่หักแขนข้างเดียวเท่านั้น หากท่านล็อกหัวเขาไว้ ผลที่ตามมาอาจร้ายแรงเลยก็ได้"

โยรุอิจิได้แก้ตัวว่า "นี่ไม่ใช่การประมาทนะ-ข้าแค่เผลอไผลไปกับสถานการณ์เท่านั้น ตอนเริ่มการต่อสู้ ทักษะฮาคุดะของเจ้าหมอนั่นมันก็แค่ระดับธรรมดาๆ แต่พอการต่อสู้ดำเนินไป..."

เธอขมวดคิ้วทันทีเมื่อตระหนักถึงบางสิ่งที่น่าวิตกกังวล

เนื่องจากนิสัยของซันปาคุโต เธอจึงมุ่งเน้นไปที่ฮาคุดะเพียงอย่างเดียว ส่งผลให้เธอประสบความสำเร็จอย่างโดดเด่นจนแม้แต่นายทหารระดับสูงก็ยังเทียบไม่ได้ แต่ในการต่อสู้ครั้งล่าสุดนี้ ความก้าวหน้าของชายหนุ่มผู้นี้ไม่อาจบรรยายได้ว่าเป็นเพียงแค่ความรวดเร็วเท่านั้น

มันราวกับว่าเขากำลังโกงเทคนิคทุกอย่างที่เธอใช้ถูกเขาซึมซับได้อย่างรวดเร็วภายในเวลาอันสั้น และแสดงออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น

อัจฉริยะเช่นนี้สามารถเอาชนะสมาชิกตระกูลชิโฮอินได้หลายคนอย่างง่ายดาย! เขาอาจเทียบชั้นคนระดับหัวหน้าหน่วยได้เลยทีเดียว!

ขณะที่เธอกำลังคิดอยู่ในความเงียบ มาเรชิโยะก็สัมผัสได้ถึงบรรยากาศแปลกๆและพูดขึ้นอย่างระมัดระวัง

"ท่านหญิงโยรุอิจิ ?"

หญิงสาวผิวคล้ำเงยหน้าขึ้นทันที ดวงตาของเธอเป็นประกายด้วยความตื่นเต้น

“มาเรชิโยะ เจ้านั้นคิดยังไงกับการคัดเลือกผู้ชายคนนี้มาเป็นลูกเขยของตระกูลชิโฮอิน ?”

การที่โยรุอิจินั้นชอบใช้ตรรกะอย่างฉับพลันทำให้ดวงตาของเขาเบิกกว้าง เขาได้สูดหายใจเข้าแรงๆและรู้สึกเจ็บแปลบๆระหว่างฟัน ทว่าเมื่อเทียบกับอาการปวดฟันแล้ว เขากลับรู้สึกกังวลกับคำแนะนำของเธอมากกว่า

จากข่าวกรองที่ว่าอากิระนั้นมักทำการ "ไล่ผี" ให้เพื่อนร่วมชั้นหญิงอยู่บ่อยๆ ระดับความใคร่ของผู้ชายคนนี้เทียบได้กับ-หรืออาจจะแซงหน้า- หัวหน้าเคียวราคุ ชุนซุยแห่งหน่วยที่ 8 เลยก็ได้

หากท่านหญิงโยรุอิจิเลือกใช้ตัวเองเป็นเหยื่อล่อ อากิระก็คงจะเห็นด้วยอย่างไม่ต้องสงสัย!

เมื่อพิจารณาถึงสิ่งนี้ ร่างกายกำยำของมาเรชิโยะก็สั่นสะท้านราวกับว่าเขามองเห็นอนาคตที่น่ากลัว

เพราะท้ายที่สุดแล้วตระกูลโอมาเอดะก็มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับตระกูลชิโฮอิน!

...

บนเส้นทางเล็กๆที่นำไปสู่ที่ทำการของหน่วยที่ 4 มีชายหนุ่ม 2 คนในชุดเครื่องแบบสถาบันเดินเคียงข้างกัน

มันคงเป็นภาพที่งดงามมากหากไม่มีเสียงคร่ำครวญตลอดเวลาของเพื่อนที่น่าเขินอายคนนึง

"ไอเซ็น เจ้าคิดว่าเจ้าขวาตัวน้อยของข้าจะกลับคืนสู่สภาพเดิมได้ไหม ?"

"ด้วยทักษะทางการแพทย์ของหัวหน้าอูโนฮานะ มันก็ไม่น่าจะเป็นปัญหา"

"วิเศษมาก! ไรท์ตี้ตัวน้อยเป็นเพื่อนและพี่ชายที่รักของข้า ข้านั้นยอมตายดีกว่าเห็นเขาต้องเจ็บปวด!"

ไอเซ็นถอนหายใจอย่างหมดหนทางกับท่าทางดราม่าของเพื่อนคนนี้ เพราะคนปกติไม่ควรต้องร้องไห้เพราะอาการบาดเจ็บสาหัสขนาดนี้เลยเหรอ ? ทำไมหมอนี่ถึงมัวแต่กังวลว่าแขนขวาจะหายดีไหม ?

แล้วชื่อเล่นแปลกๆ "เจ้าขวาตัวน้อย" มันคืออะไร ?

เนื่องจากชื่อของเขามีตัวอักษรที่แปลว่า "ถูกต้อง" ทุกครั้งที่อากิระคร่ำครวญถึง "เจ้าตัวเล็กที่ถนัดขวา" เขาจึงรู้สึกอึดอัดแปลกๆ ราวกับว่าเขาไม่ได้กำลังคร่ำครวญถึงมือขวาของตัวเอง แต่กำลังคร่ำครวญถึงไอเซ็นเอง

{คนเขียน : Sōsuke (惣介) , Aizen (藍染) - ขวา (右) }

ภาพในจิตที่ปรากฏนี้ช่างน่ารำคาญใจมากจนกระทั่งไอเซ็นผู้ซึ่งปกติจะสงบนิ่งก็ยังอดสั่นไม่ได้ และรีบเดินไปยังที่ทำการของหน่วยที่ 4 อย่างรวดเร็ว

เนื่องจากเซย์เรเทย์มีขนาดใหญ่มาก แม้ว่าทั้ง 2 จะเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงสุด แต่ก็ยังใช้เวลาเกือบทั้งวันในการไปถึงจุดหมายปลายทาง

หลังจากนำใบรับรองที่มาเรชิโยะมอบให้แล้ว ยมทูตผู้เป็นยามก็ไม่เพียงแต่ปล่อยให้พวกเขาผ่านเข้าไป แต่ยังมอบหมายให้ใครสักคนมาคอยแนะนำพวกเขาด้วย

ในไม่ช้า กลุ่มดังกล่าวก็มาถึงห้องพักผู้ป่วยที่สะอาดเอี่ยม

ทันทีที่อากิระก้าวเข้ามา ก็มีเสียงคุ้นเคยดังขึ้นในหูของเขา

<ตรงตามเงื่อนไขการเช็คอิน!>

<สถานที่เช็คอิน...>

โปรดติดตามตอนต่อไป.

_______________

จบบทที่ EP.6 ลูกเขยที่แข็งแกร่งที่สุดของตระกูลชิโฮอิน ?

คัดลอกลิงก์แล้ว