- หน้าแรก
- ปรมาจารย์ศาสตร์ลึกลับหวนคืนเมืองหลวงหนึ่งคำทำนาย ขุนนางสะท้าน
- บทที่ 410 สุดท้ายก็ไปร่วมงานเลี้ยง
บทที่ 410 สุดท้ายก็ไปร่วมงานเลี้ยง
บทที่ 410 สุดท้ายก็ไปร่วมงานเลี้ยง
บทที่ 410 สุดท้ายก็ไปร่วมงานเลี้ยง
หลังจากเซียวอันเล่อพูดจบ ก็ทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ ท่านหญิงเฉาฮวารีบเดินผ่านประตูเข้ามาอย่างรวดเร็ว
เสี่ยวเอ้อเดินตามหลังนางมา เซียวอันเล่อโบกมือให้ เสี่ยวเอ้อจึงรีบถอยกลับไปที่ลานหน้าทันที
ท่านหญิงเฉาฮวาเห็นนางก็รีบพูดขึ้น
“พี่เซียว ข้ามาเพื่อขอโทษท่าน คนในจวนข้าพวกนั้นมีตาหามีแววไม่ วันๆ ตัดสินคนจากฐานะ เลยไม่ได้ส่งเทียบเชิญให้ท่าน
ข้าเลยตั้งใจมาเชิญท่านไปร่วมงานเลี้ยงที่จวนข้าด้วยตัวเองเลย”
เซียวอันเล่อส่ายหน้า รินชาให้ตัวเองถ้วยหนึ่ง
“ไม่เอา ข้าไม่ไป งานเลี้ยงที่จวนท่านวันนี้มีเจตนาร้ายแอบแฝง ข้าไปก็มีแต่จะเดือดร้อนเปล่าๆ”
พอท่านหญิงเฉาฮวาได้ยินนางพูดเช่นนั้น ดวงตากลมโตก็เป็นประกายขึ้นมาทันที
“พี่เซียว ท่านมองเห็นอะไรหรือ? รีบบอกข้ามาเร็วเข้า วันนี้เป็นงานหมั้นของพี่รองข้ากับแม่นางเมิ่ง
ท่านแม่ข้าก็วางแผนจะตกลงเรื่องงานแต่งงานของพี่สามกับท่านหญิงอวี้หรานให้เรียบร้อยด้วย
ข้านึกว่าท่านจะมาแน่ๆ แต่ไม่คิดเลยว่าพอมาตรวจดูรายชื่อแขกทีหลัง กลับไม่มีชื่อท่าน
ท่านแม่ข้าจัดการพ่อบ้านคนเขียนรายชื่อไปแล้ว เกิดอะไรขึ้นอีกน่ะหรือ? ปรากฏว่าคนจากจวนองค์หญิงรองเข้ามาเกี่ยวข้อง มือยาวสาวได้สาวเอา ลามปามมาถึงจวนข้า พยายามจะควบคุมแขกที่เราเชิญ
ท่านไม่รู้หรอกว่าเรื่องนี้ทำให้ท่านแม่ข้าโกรธจัดจนขว้างถ้วยชาแตกไปสองชุด แล้วสั่งให้ข้ามารับท่านด้วยตัวเอง
จริงสิ ท่านกับจวนองค์หญิงรองมีเรื่องเข้าใจผิดหรือขัดแย้งอะไรกันหรือเปล่า?
ทำไมคนของจวนองค์หญิงรองถึงติดสินบนพ่อบ้านจวนข้าให้ขีดชื่อท่านออกจากรายชื่อแขก?”
เซียวอันเล่อยักไหล่
“เรื่องนี้ท่านควรไปถามคนของจวนองค์หญิงรอง ไม่ใช่มาถามข้า ข้าจะไปรู้ได้อย่างไร?
แต่ถ้าให้ข้าลองคำนวณคร่าวๆ พวกเขาคงกลัวข้าไปทำลายแผนการของพวกเขามากกว่า นั่นแหละเหตุผลที่ข้าบอกว่างานเลี้ยงบ้านท่านครั้งนี้มีเจตนาร้ายแอบแฝง ข้าไม่อยากไป”
ทันทีที่นางพูดจบ ท่านหญิงเฉาฮวาก็ร้อนใจขึ้นมา
“พี่เซียว รีบไปกับข้าเถอะ! เกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่?
พอท่านพูดแบบนั้น หัวใจข้าแทบจะกระดอนออกมาจากอก หรือว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงเรื่องงานแต่งงานของพี่รองและพี่สามข้า?
ไม่ได้นะ ข้าชอบแม่นางเมิ่งกับพี่หญิงอวี้หรานมาก ข้าปลื้มพี่สะใภ้สองคนนี้สุดๆ”
เซียวอันเล่อก็คิดว่าพี่สะใภ้สองคนนี้ดีใช้ได้ แต่ตระกูลเดิมของทั้งคู่มีปัญหาใหญ่บ้างเล็กบ้าง
อ้อ ไม่ถูกสิ ต้องบอกว่าปัญหาไม่เล็กเลยต่างหาก
แล้วถ้าขืนนางเข้าไปยุ่งเกี่ยวเรื่อยๆ จะกลายเป็นอะไรไป?
แค่ดูจากท่าทีของจวนองค์หญิงรอง ก็ชัดเจนแล้วว่าพวกเขาไม่อยากให้นางเข้าไปยุ่ง ถ้าขืนยุ่ง ก็เท่ากับประกาศตัวเป็นศัตรูกับองค์หญิงรอง
จะว่าไป องค์หญิงรองก็ทรงตามใจลูกสาวมากเกินไป ไม่ยุติธรรมกับท่านหญิงอวี้หรานเลย!
“ไม่ใช่แค่ท่านที่ปลื้ม แต่ทั้งบ้านท่านก็ปลื้มเหมือนกัน แต่ท่านควรรู้สถานการณ์ของตระกูลเมิ่งกับจวนองค์หญิงรองด้วย
เอาอย่างนี้ดีกว่า คุณชายสองคนของจวนองค์หญิงสาม พี่รองและพี่สามของท่าน... พี่รองของท่านกำลังถูกตระกูลเมิ่งหมายตา พวกเขาอยากยกลูกสาวคนรองให้แต่งกับพี่รองของท่าน ไม่ใช่ลูกสาวคนโตที่ไม่สนิทกับพวกเขา
ส่วนทางจวนองค์หญิงรอง องค์หญิงรองโปรดปรานหลานสาวคนนั้น และอยากให้หลานสาวแต่งงานกับพี่สามของท่าน ไม่ใช่ท่านหญิงอวี้หราน
ข้าอธิบายแบบนี้ ท่านเข้าใจแล้วใช่ไหม?
ดังนั้น รีบกลับไปเถอะ วันนี้ทั้งสองตระกูลตั้งใจจะไปก่อเรื่องในงานหมั้นของพี่รองและพี่สามท่าน เพื่อบีบให้ครอบครัวท่านเปลี่ยนตัวเจ้าสาวกะทันหัน มันน่าตื่นเต้นเกินไป
ถ้าแค่ตื่นเต้นธรรมดา ข้าคงไปดูแน่ แต่นี่มันตื่นเต้นเกินเหตุ ข้าไม่ไปดูหรอก กลัวจะเดือดร้อนและโดนลูกหลงไปด้วย”
ท่านหญิงเฉาฮวากระวนกระวายใจจนนั่งไม่ติด ลุกขึ้นเดินวนไปวนมา
“ทำอย่างไรดี?
งานแต่งงานของพี่รองกับพี่สามข้าอุตส่าห์จะลงตัวอยู่แล้ว จะให้พังไม่ได้เด็ดขาด ไม่ได้การ ข้าต้องรีบกลับเดี๋ยวนี้ อ้อ พี่เซียว ช่วยข้าด้วยเถิด
อืม ข้ามีความคิดดีๆ แล้ว! เอาอย่างนี้ไหม ท่านปลอมตัว ปิดหน้าด้วยผ้าคลุม แล้วบอกว่าเป็นผู้มีวิชาแก่กล้าที่ข้าเชิญมาจากวัดสักแห่ง แบบนี้ถ้าไม่เปิดเผยตัวตนก็น่าจะได้ใช่ไหม?”
พอเซียวอันเล่อได้ยินนางพูด ก็เริ่มสนใจขึ้นมาจริงๆ ความคิดนี้เข้าท่าแฮะ
“ความคิดท่านเข้าท่า ข้าเอาด้วย!
แบบนี้ข้าก็ไม่ต้องโชว์หน้า แถมยังได้ไปกินฟรีดื่มฟรีที่จวนท่านอีก แต่ถ้าเป็นแบบนี้ กาเหอคงไปด้วยไม่ได้ ยัยหนูนี่ไม่มีวิชาป้องกันตัว เกิดบาดเจ็บขึ้นมาจะไม่ดี”
เซียวกาเหอรู้สึกว่าพี่สาวมองว่านางไร้ประโยชน์เกินไป
“ท่านพี่ ข้าฝึกวิรยุทธ์กับโม่จู๋มาหลายวันแล้วนะเจ้าคะ แถมอ๋องเทียนจินก็สอนวิทยายุทธ์ข้าด้วย! ข้าเก่งจริงๆ นะ”
โม่จู๋คิดในใจว่ามีแต่คุณหนูรองนี่แหละที่กล้าพูดแบบนี้ พอเห็นเซียวอันเล่อมองมา นางก็รีบเงยหน้ามองฟ้า
“วันนี้อากาศดีจังเลยนะเจ้าคะ!”
เห็นท่าทางแบบนี้ เซียวอันเล่อก็รู้ทันทีว่าน้องสาวนาง ‘เก่ง’ แค่ไหน
“ใช่ๆๆ พี่รู้ว่าเจ้าเก่ง น้องสาวพี่เก่งที่สุด
ก็เพราะเจ้าเก่งไง เจ้าถึงต้องช่วยพี่เฝ้าร้าน เกิดคนไม่ดีบุกมาจะทำยังไง?
เจ้าคงไม่ลืมเรื่องจวนตระกูลลู่คราวก่อนใช่ไหม ที่จ้างคนมาพังร้านเราโดยเฉพาะ เพราะงั้นตอนพี่ไม่อยู่ พี่ฝากที่นี่ไว้กับเจ้านะ!”
เซียวกาเหอได้รับมอบหมายงานสำคัญ ก็รู้สึกถึงภาระหน้าที่อันยิ่งใหญ่ทันที
สีหน้าของนางจริงจังขณะให้คำมั่นสัญญาอย่างหนักแน่น
“ท่านพี่ ไปเถอะเจ้าค่ะ ข้าจะช่วยท่านเฝ้าร้านอย่างดีแน่นอน”
เซียวอันเล่อลูบแก้มย้วยๆ ของนางอย่างมีความสุข สัมผัสเนื้อนุ่มๆ นั่นดีจริงๆ
“เด็กดี ไว้พี่กลับมาจะซื้อของอร่อยมาฝาก ช่วงนี้เจ้ากินไม่ค่อยดี แก้มยุ้ยๆ ที่อุตส่าห์ขุนขึ้นมาเริ่มแฟบลงแล้ว”
เซียวกาเหอจับแก้มตัวเอง เริ่มสงสัยในรสนิยมความงามของพี่สาว ชัดเจนว่าตอนไม่มีแก้มป่องๆ นางดูดีกว่าตั้งเยอะ
เซียวอันเล่อกับท่านหญิงเฉาฮวาเดินออกไป แวะร้านขายผ้าไหมใกล้ๆ เพื่อซื้อเสื้อผ้าและเครื่องประดับ แล้วสวมผ้าคลุมหน้า จากนั้นจึงติดตามท่านหญิงเฉาฮวาไปยังจวนองค์หญิง
เมื่อมาถึงจวนองค์หญิง เซียวอันเล่อก็ดึงผ้าคลุมหน้าออกทันที
ท่านหญิงเฉาฮวา: ...“พี่เซียว ท่านดึงผ้าคลุมออกทำไม?
ไหนตกลงกันแล้วว่าจะปิดหน้าคนอื่นจะได้ไม่เห็นหน้าท่าน และไม่มารบกวนท่านไง?”
เซียวอันเล่อถอนหายใจ ยัดผ้าคลุมหน้าเข้าแขนเสื้อ ตบไหล่นางเบาๆ แล้วส่ายหน้า
“เมื่อกี้ข้าคงสติหลุดไปหน่อย เลยคิดผิด ข้าไม่ควรคิดแบบนั้น ข้าควรคิดว่า ‘เชิญเข้ามาเลย’ มันก็แค่เพิ่มประสบการณ์และเงินทองให้ข้า
ข้ากลัวพวกมันซะที่ไหนล่ะ?”
ท่านหญิงเฉาฮวาหลุดขำออกมา
“นี่สิพี่เซียวที่ข้ารู้จัก ไม่สนใจใครหน้าไหน ลงมือทำอย่างเดียว!”
เซียวอันเล่อมมองนางด้วยสายตาแปลกๆ
“อย่าพูดเหลวไหล ข้าไม่ใช่คนแบบนั้น
ข้าเป็นคนเก็บตัวและรอบคอบมาตลอด”
ท่านหญิงเฉาฮวา: “...พี่เซียว ท่านเชื่อคำพูดตัวเองหรือเปล่า?”
เซียวอันเล่วมองนางแล้วส่ายหน้า
“ข้าจะเชื่อหรือไม่เชื่อไม่สำคัญ ขอแค่พวกมันเชื่อก็พอ และถ้าพวกมันไม่เชื่อ ก็ไม่สำคัญเหมือนกัน ไปกินข้าวก่อนเถอะ!”
ท่านหญิงเฉาฮวาดีใจมาก ใช่แล้ว นี่แหละคือพี่เซียวที่นางรู้จัก
“พี่เซียว พรุ่งนี้วันปีใหม่ เราออกไปดูโคมไฟด้วยกันนะ!”
เซียวอันเล่อพยักหน้า บนถนนมีบรรยากาศปีใหม่อยู่บ้าง แต่นางไม่รู้สึกว่ามีอะไรน่าเฉลิมฉลอง เลยขี้เกียจตกแต่งร้าน
กลับไปฉลองปีใหม่ที่ตระกูลเซียวหรือ?
กลับไปกินข้าวสักมื้อก็พอไหว อย่างไรเสีย ต่อให้ไม่เห็นแก่หน้าฮูหยินเซียว ก็ต้องเห็นแก่หน้าท่านพ่อบ้าง
แค่ไม่รู้ว่าตระกูลซูมาไถเงินฮูหยินเซียวไปหรือยัง
ความคิดเหล่านี้แล่นผ่านสมองเพียงชั่วระยะก้าวเดินไม่กี่ก้าว จากนั้นนางก็เจอกับคุณหนูรองตระกูลเมิ่ง
รายนี้ยังไม่ตายอีกรึ ช่างหนังเหนียวจริงๆ นึกว่าคุณหนูเมิ่งจะจัดการนางให้หายไปตั้งนานแล้วเสียอีก