- หน้าแรก
- ราชันย์ศิษย์อัจฉริยะ ผ่าวิกฤตตบหน้าทวยเทพ
- บทที่ 370 - โลกใบใหม่
บทที่ 370 - โลกใบใหม่
บทที่ 370 - โลกใบใหม่
บทที่ 370 - โลกใบใหม่
เพียงเวลาไม่กี่อึดใจ น้ำทมิฬไหลเชี่ยวทั้งหมดก็เข้าไปอยู่ในร่างของมัน พลังของมันพุ่งทะยานถึงขีดสุด
แรงกดดันมหาศาล สาดลงสู่โลกมนุษย์ ทำให้สรรพชีวิตหวาดกลัว แม้แต่จะหายใจยังลำบาก
อย่าว่าแต่คนตบะต่ำเลย ต่อให้เป็นเจ้าสำนักต่างๆ แม้แต่บรรพชนแห่งเต๋าหลวี่จู่ก็ยังใจหายวาบ หากเขาต้องสู้กับเงาร่างดำนั้น เกรงว่ารับมือได้ไม่กี่กระบวนท่าคงกลายเป็นผุยผง
เวลานี้
ผู้คนต่างส่งเสียงฮือฮา
"พลังอันน่ากลัวระดับนี้ หลู้ชวนจะต้านไหวไหม?!"
"เกรงว่า...จะยาก!"
"ดูท่า...ผลลัพธ์สุดท้ายก็คงไม่เปลี่ยน!"
"......"
ในเวลานี้ พวกเขาไม่มีความมั่นใจในตัวหลู้ชวนเลยจริงๆ เพราะพลังของเงาร่างดำนั้นน่ากลัวเกินไป
แม้แต่หลวี่จู่ก็ไม่คิดว่าหลู้ชวนจะสยบเงาร่างดำนั้นได้ สู้กันได้สูสีก็นับว่าเก่งแล้ว
ขณะนี้
ในแดนสวรรค์
เงาร่างดำนั้นลงมือกับหลู้ชวนอีกครั้ง นิ้วหนึ่งชี้ออกไป พลังอันยิ่งใหญ่ทั้งหมดรวมอยู่ที่นิ้วนี้ กฎแห่งวิถีมารไหลเวียน สารพัดวิชาอยู่ในนั้น
ชั่วพริบตา
ภายใต้นิ้วนี้ แดนสวรรค์ทั้งมวลดูเหมือนจะกลายเป็นความว่างเปล่า ทุกสิ่งจะไม่คงอยู่
เห็นดังนี้
สีหน้าของหลู้ชวนไม่เปลี่ยน ยังคงไม่เห็นการโจมตีนี้อยู่ในสายตา เมื่อนิ้วของเงาร่างดำใกล้จะถึง หลู้ชวนก็ใช้นิ้วตอบโต้ และเมื่อเทียบกับนิ้วของเงาร่างดำ นิ้วของหลู้ชวนไม่ได้มีอานุภาพยิ่งใหญ่อลังการ ดูเหมือนจะเป็นการป้องกันส่งๆ
และในวินาทีที่สองนิ้วสัมผัสกัน นิ้วของหลู้ชวนเปล่งแสงเทพออกมา
ชั่วพริบตา
แขนของเงาร่างดำหายไป ถูกแสงเทพที่หลู้ชวนยิงออกมากลืนกิน พลังของเงาร่างดำย่อมสลายไป
เห็นฉากนี้
ทุกคนอึ้งไปนานจนตั้งสติไม่ได้
ชนะแล้ว!?
หลู้ชวนชนะแล้ว!?
นี่...การโจมตีเบาๆ แค่นี้ก็จัดการเงาร่างดำได้ เป็นไปได้ไง?!
จิตใจของทุกคนสั่นไหว พวกเขาไม่กล้าเชื่อฉากที่เห็นนี้จริงๆ
พลังของเงาร่างดำน่ากลัวเพียงใด แต่ถึงอย่างนั้นกลับพ่ายแพ้ในกระบวนท่าเดียว
ก่อนหน้านี้พวกเขาคิดว่าประเมินความน่ากลัวของตบะหลู้ชวนต่ำไป แต่จนถึงตอนนี้พวกเขาถึงรู้ว่า ท้ายที่สุดพวกเขาก็ยังประเมินระดับตบะของหลู้ชวนต่ำไปอยู่ดี
พร้อมกันนั้น ในใจพวกเขาย่อมยินดีปรีดา ชนะแล้ว หลู้ชวนชนะแล้ว น้ำทมิฬไม่เหลือซาก พวกเขาไม่ต้องกลายเป็นซอมบี้แล้ว!
จู่ๆ ก็มีความรู้สึกเหมือนความสุขถาโถมเข้ามาจนตั้งรับไม่ทัน
ส่วน
บรรพชนแห่งเต๋าหลวี่จู่ตอนนี้อดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลาย ความแข็งแกร่งของหลู้ชวนเกินจินตนาการของเขาไปไกลเช่นกัน สมแล้วที่สามารถข้ามผ่านโลกต่างๆ ตบะระดับนี้เขาจะจินตนาการถึงได้อย่างไร
ตอนนี้ในใจของบรรพชนแห่งเต๋าหลวี่จู่รู้สึกยินดีเป็นล้นพ้น โชคดีที่ไม่ได้สู้กับหลู้ชวน ไม่อย่างนั้นเขาคงตายไปแล้ว
เฮ้อ~!
ฉลาด! ตัวเองนี่มันฉลาดจริงๆ เขาอยากจะกอดตัวเองแล้วจูบสักที
เสียหน้า!?
ไม่มีอยู่จริงแล้ว เมื่อหลู้ชวนแสดงพลังระดับนี้ออกมา เรื่องเสียหน้าไม่เสียหน้าก็ไม่ใช่ประเด็นแล้ว ทุกคนจะมีแต่ชื่นชมในความฉลาดของเขา!
ชั่วขณะหนึ่ง ร่างกายของบรรพชนแห่งเต๋าหลวี่จู่ก็ยืดตรงขึ้นอีกนิด
รอวันหน้าตัวเองบรรลุการหลุดพ้น ทุกคนจะเข้าใจเองว่า เป็นหมามันไม่ดียังไง ที่สำคัญคือเป็นหมาให้ใคร เลือกเจ้านายถูกคือเรื่องสำคัญที่สุด
ขณะนี้
ในแดนสวรรค์
เงาร่างดำนั้นสลายไป กลายเป็นกลุ่มควันดำ ล้อมรอบตัวหลู้ชวนทันที
และในตอนนี้เอง หลู้ชวนมองเห็นภาพที่แตกสลายบางอย่าง นั่นคือโลกที่เต็มไปด้วยความลึกลับ
มียอดฝีมือมากมายต่อสู้กัน
มีลิงยักษ์ที่สูงเท่าฟ้าคำราม ตะโกนจนดวงดาวร่วงหล่น ยกมือขยับเท้าฟ้าดินแตกสลาย
มีจิ้งจอกยั่วยวนพุ่งทะยานสู่เก้าสวรรค์ สั่นสะเทือนจักรวาล หางทั้งเก้าด้านหลังบดบังฟ้าดิน
มีกระบี่มาทางทิศตะวันออก ปราณม่วงเต็มท้องฟ้า เต๋าไร้เทียมทาน เจตจำนงกระบี่ทำให้หมื่นวิชาหมองหม่น
มีคุณชายชุดขาวหยัดยืนอยู่ท่ามกลางฟ้าดิน มองไม่เห็นหน้าตา เห็นเพียงเค้าโครงเลือนลาง เขาอยู่ท่ามกลางสงคราม เพียงโบกมือก็หยุดการต่อสู้
ภาพตัดไป
ฟ้าดินมืดมน ห้วงมิติแตกสลายไม่หยุด น้ำท่วมทะลัก ดวงดาวร่วงหล่น ทั่วทั้งฟ้าดินกำลังพังทลายจมดิ่ง ทุกอย่างกำลังดับสูญ พลังชีวิตไหลออกไป สรรพชีวิตนับไม่ถ้วนกำลังตาย เลือดไหลเป็นสายน้ำ กระดูกกองเป็นภูเขา และฉากนี้ดูเหมือนจะดำเนินไปนานมากแล้ว
ยังคงเป็นคุณชายชุดขาวผู้นั้นลงมือ แนวโน้มฟ้าถล่มหยุดลง แต่โลกในตอนนั้นก็แตกสลายยับเยิน มหายุคสมัยหนึ่งไม่รุ่งโรจน์เหมือนวันวานอีกแล้ว ตกต่ำกลายเป็นโลกขนาดกลาง
ภาพสุดท้าย
หลู้ชวนเห็นสุสานขนาดยักษ์ นั่นคือสุสานของทวยเทพ ตะวันตกดิน เมื่อแสงสุดท้ายของตะวันตกดินสาดส่องทั่วสุสาน ช่างเงียบเหงาอ้างว้าง
เมื่อตะวันตกดินลับขอบฟ้า สุสานพังทลาย ฟ้าถล่มปรากฏอีกครั้ง และครั้งนี้ไม่มีคุณชายชุดขาวลงมือ มหายุคอันยิ่งใหญ่ปิดฉากลงอย่างสมบูรณ์
พร้อมกันนั้น พลังของมันถูกดูดกลืนเข้าสู่หยกพก ทำให้โลกภายในขยายใหญ่ขึ้นอีกครั้ง ชดเชยความไม่สมบูรณ์ของโลกไปบ้าง
และภาพเหล่านี้ ทำให้ในใจหลู้ชวนยิ่งสงสัยและงุนงง
อะไรกันแน่ที่ทำให้มหายุคสมัยหนึ่งดับสูญ ดูจากการต่อสู้ในภาพตอนต้น ลิงยักษ์ ปีศาจจิ้งจอกพวกนั้น ตบะดูเหมือนจะอ่อนกว่าเขาหน่อย ส่วนคุณชายชุดขาวคนนั้น ตบะอยู่เหนือเขา เขาไม่สามารถประเมินตบะและพลังการต่อสู้ได้เลย แต่ต้องชนะเขาแน่
และในขณะที่หลู้ชวนจมอยู่ในภาพนิมิต เห็นหลู้ชวนยืนนิ่งอยู่กับที่ สีหน้าของทุกคนย่อมตึงเครียด พวกเขาไม่เข้าใจว่าทำไมหลู้ชวนถึงยืนนิ่ง เป็นลูกไม้หลังความตายของเงาร่างดำนั้น? หลู้ชวนจมอยู่ในโลกมายา?
อย่าเชียวนะ!
ความหวังที่พวกเขาเพิ่งจะได้มา ถ้าหลู้ชวนมาพับไปตอนนี้ พวกเขาก็ไม่ต้องคิดจะมีชีวิตอยู่แล้ว
ไอ้สวรรค์เฮงซวยนี่ ช่างทำให้คนอกสั่นขวัญแขวนจริงๆ เพิ่งจะมีความหวังก็สาดน้ำเย็นใส่กันเลยใช่ไหม!
(เต็มไปด้วยคำด่า!)
ช่างสมกับคำโบราณที่ว่า กลไกสวรรค์คาดเดายาก กดแล้วยืด ยืดแล้วกด ล้วนเป็นการปั่นหัววีรบุรุษ กลับตาลปัตรผู้กล้า
วิญญูชนเพียงน้อมรับชะตา ยามสงบคิดถึงภัย สวรรค์ก็ไร้หนทางจะใช้เล่ห์กล
ช่างเถอะ!
น้อมรับชะตาฟ้าเถอะ จะทำยังไงได้!?
เวลานี้
หลินจิ่วย่อมกังวล แม้จะมั่นใจในตัวท่านอาจารย์ แต่ถ้าท่านอาจารย์เรือล่มในหนองล่ะ?
ในขณะที่หลินจิ่วกำลังจะขึ้นไปบนแดนสวรรค์ เสียงของบรรพชนแห่งเต๋าก็ดังขึ้น "ท่านหลินจิ่ววางใจ ท่านหลู้ชวนไม่เป็นไร ดูท่าทางน่าจะได้รับวาสนาเสียมากกว่า"
ได้ยินหลวี่จู่พูดแบบนี้ หลินจิ่วก็วางใจ เขารู้อยู่แล้วว่าท่านอาจารย์ไม่มีทางเป็นอะไร แค่เงาดำเล็กๆ จะชนะท่านอาจารย์ได้ไง?
ล้อเล่นน่า!
ตัวเองดันสั่นคลอนความมั่นใจที่มีต่อท่านอาจารย์ สมควรตบปากตัวเองสักที!
ไม่นาน
หลู้ชวนค่อยๆ ลืมตาขึ้น การเติมเต็มของโลก ส่งผลดีต่อตบะของเขาอย่างมาก ก้าวหน้าขึ้นไปอีกขั้น สิ่งนี้ทำให้หลู้ชวนเซอร์ไพรส์เล็กน้อย มาถึงระดับเขาแล้ว ก้าวหน้าเพียงนิดเดียวก็ต่างกันราวฟ้ากับดิน
และเมื่อเห็นหลู้ชวนปลอดภัย ทุกคนก็ถอนหายใจโล่งอก นับว่าตกใจจนขวัญหายไปเปล่าๆ
......
ชั่วพริบตา
เวลาผ่านไปอีกสองปี
ในวันนี้
หลู้ชวนจากโลกใบนี้ไปแล้ว เวลาสองปี สำนักเจี๋ยรุ่งเรือง ตบะของหลินจิ่วบดขยี้หลวี่จู่ เขาเองก็ไม่มีความจำเป็นต้องอยู่ต่อ
ท่ามกลางความโกลาหลเวิ้งว้าง พิกัดของศิษย์คนใหม่ปรากฏขึ้น หลู้ชวนมุ่งหน้าสู่โลกใบใหม่ เมื่อหลู้ชวนก้าวเข้าสู่โลกใบใหม่ ก็อดไม่ได้ที่จะมึนงง
[จบแล้ว]