- หน้าแรก
- ราชันย์ศิษย์อัจฉริยะ ผ่าวิกฤตตบหน้าทวยเทพ
- บทที่ 300 - เซียนจวินเซิ่งอู๋!
บทที่ 300 - เซียนจวินเซิ่งอู๋!
บทที่ 300 - เซียนจวินเซิ่งอู๋!
บทที่ 300 - เซียนจวินเซิ่งอู๋!
"หากเจ้าคิดจะหาเรื่องแม่นางคนนั้น เรื่องนี้ ข้าคงต้องยุ่งเสียหน่อยแล้ว" เสียงเรียบเฉยของหลู้ชวนดังขึ้น
สิ้นเสียง
เด็กหนุ่มสีหน้ามืดครึ้ม "เจ้ารู้หรือไม่ว่าท่านปู่มีฐานะอะไร กล้ามากร่างต่อหน้าท่านปู่"
"น่ารำคาญ"
พูดจบ เพียะ หลู้ชวนตบหน้าเด็กหนุ่มกระเด็นไปทันที
ยอดฝีมือที่ซ่อนตัวอยู่ย่อมต้องลงมือ แต่คนเหล่านี้อ่อนแอเหลือเกิน เพียงแค่ปะทะกันครั้งเดียวก็ต้านไม่อยู่ สลายกลายเป็นเถ้าถ่านไปจนหมด
เช่นนี้แล้ว
เด็กหนุ่มย่อมต้องยอมจำนน บิดาของเขาคือเจ้าสำนักเซียนไท่ชิง ยักษ์ใหญ่อันดับหนึ่งในบรรดาสำนักเซียน มีฐานะเช่นนี้อยู่ เขาเชื่อว่าหลู้ชวนไม่กล้าลงมือกับเขา
แต่ทว่า... ครั้งนี้ เขาหาเรื่องผิดคนเสียแล้ว สำนักเซียนไท่ชิงหรือ ในสายตาหลู้ชวน ยังไม่เท่ามดปลวกด้วยซ้ำ
เด็กหนุ่มตายไปท่ามกลางความตกใจ สำนักเซียนไท่ชิงคือสำนักเซียนยักษ์ใหญ่แห่งยุคเชียวนะ เขากล้าดียังไง
และหลังจากเชือดเด็กหนุ่มคนนี้แล้ว หลู้ชวนปลอบใจแม่นางคนนั้นสองสามคำ จากนั้นร่างก็วูบไหว ไปปรากฏเหนือสำนักเซียนไท่ชิง แทนที่จะรอให้สำนักเซียนไท่ชิงลงมือ สู้เขาลงมือก่อนดีกว่า
เพียงแค่ไม่กี่ลมหายใจ สำนักเซียนไท่ชิงทั้งสำนักก็ถูกกวาดล้าง ไม่เหลือรอดแม้แต่คนเดียว
สำนักเซียนไท่ชิงคือสำนักเซียนอันดับหนึ่งในยุคปัจจุบัน สำหรับชาวโลก มันคือสัตว์ประหลาดยักษ์ใหญ่ แต่สำหรับหลู้ชวน สำนักเซียนเช่นนี้ช่างอ่อนแอเหลือเกิน
และในไม่ช้า
เรื่องที่สำนักเซียนไท่ชิงถูกกวาดล้างก็แพร่สะพัดไปทั่วใต้หล้า ผู้คนต่างฮือฮา
สำนักเซียนไท่ชิง สำนักเซียนอันดับหนึ่งแห่งยุค ก็... ก็ถูกกวาดล้างไปแบบนี้เลยหรือ ไม่เหลือรอดแม้แต่คนเดียว
เซียน
สำนักเซียนไท่ชิงต้องไปล่วงเกินเซียนท่านใดแน่ ไม่อย่างนั้นด้วยความแข็งแกร่งของสำนักเซียนไท่ชิง ไม่มีทางถูกฆ่าล้างตระกูลไปเงียบๆ แบบนี้
และเมื่อรู้ข่าวนี้ คนอื่นอาจคาดเดาไปต่างๆ นานา แต่หลิวอันหรานรู้ดีว่า นี่ต้องเป็นฝีมือของท่านอาจารย์แน่ๆ เจ้าพวกสำนักเซียนไท่ชิง ช่างไม่มีตาจริงๆ ไปยั่วโมโหท่านอาจารย์เข้าได้ยังไง
ก็ดี สำนักเซียนไท่ชิงล่มสลาย ช่วยลดอุปสรรคชิ้นใหญ่ในการกวาดล้างสำนักเซียนทั่วหล้าของนางไปได้เยอะ
...
พริบตาเดียว
สองปีผ่านไปอย่างรวดเร็ว
ราชวงศ์ต้าอวี๋ในตอนนี้ ผงาดขึ้นมาด้วยความเร็วที่เหลือเชื่อ ราชวงศ์เทียนโต้ว ราชวงศ์ต้าหลิน แคว้นฮวง ล้วนถูกทำลายไปนานแล้ว สำนักเซียนก็ถูกสังหารสิ้น
ราชวงศ์ต้าอวี๋ในปัจจุบัน ภายใต้การปกครองของหลิวอันหราน ประเทศชาติมั่นคงมั่งคั่ง ยิ่งไปกว่านั้นอาณาเขตของราชวงศ์ต้าอวี๋ในตอนนี้ ครอบคลุมถึงหนึ่งในสามของใต้หล้า อาจกล่าวได้ว่าในบรรดาราชวงศ์ทุกยุคทุกสมัย อาณาเขตของราชวงศ์ต้าอวี๋ถือเป็นจุดสูงสุด
ที่สำคัญกว่านั้น ภายในอาณาเขตราชวงศ์ต้าอวี๋ ไม่มีสำนักเซียนดำรงอยู่ มีเพียงนิกายเจี๋ย
เช่นนี้แล้ว
หลิวอันหรานมีความคิดอย่างไร ไม่มีใครไม่รู้ นางต้องการทำลายสำนักเซียนทั่วใต้หล้า
ดังนั้น สำนักเซียนทั่วใต้หล้าย่อมรวมตัวกัน เพื่อทำลายราชวงศ์ต้าอวี๋
ในระหว่างนี้
มีสำนักเซียนจำนวนไม่น้อยเชิญเซียนลงมายังโลกเบื้องล่าง แต่ไม่มีข้อยกเว้น ล้วนถูกหลิวอันหรานสังหารสิ้น
เรื่องนี้ทำให้ทั่วทั้งใต้หล้าตกตะลึง และยิ่งทำให้สำนักเซียนสั่นกลัว ทำให้สำนักเซียนหวาดผวา และทำให้การลอบสังหารของสำนักเซียนยิ่งบ้าคลั่งและถี่ยิบขึ้น
โลกใบนี้ ไม่ควรมีตัวตนที่สามารถสังหารเซียนในโลกมนุษย์ดำรงอยู่ เซียนบนฟ้าไม่อนุญาต สำนักเซียนในใต้หล้ายิ่งไม่อนุญาตให้มีอยู่
วันนี้
มีคนของสำนักเซียนลอบสังหารล้มเหลวอีกครั้ง ถูกจับมัดรวมกัน เตรียมจะบั่นศีรษะ
ก่อนตาย
แต่ละคนต่างตะโกนด่าทอ ไหนๆ ก็จะตายอยู่แล้ว สู้ตายอย่างมีศักดิ์ศรี เดินจากไปอย่างมีคุณธรรมเสียหน่อยดีกว่า
"ทรราช เจ้าทำเช่นนี้ ต้าอวี๋อยู่ได้ไม่นานหรอก คอยดูจุดจบของเจ้าเถอะ"
"ทรราช เจ้าฆ่าเซียน คิดว่าตัวเองจะไร้เทียมทานในใต้หล้าจริงๆ หรือ เซียนที่แท้จริง ยังไม่ได้ลงมือเลย"
"พวกข้าขอล่วงหน้าไปยมโลกก่อน จะรอเจ้าอยู่ข้างล่าง"
"ทรราช..."
"..."
ในขณะที่เสียงด่าทอด้วยความคับแค้นใจดังระงม
เสียงเรียบเฉยของหลิวอันหรานดังขึ้น "เฮอะ พวกเจ้าสำนักเซียน วางตัวสูงส่งมาตลอด มองราษฎรเป็นหมูหมา มองราชวงศ์เป็นหมาก ชีวิตในสายตาพวกเจ้า เป็นเพียงหมากที่ใช้เดินเกม ตายก็คือตาย ไม่เคยเก็บมาใส่ใจ
พวกเจ้าถือคติปลาใหญ่กินปลาเล็กมาตลอด ใช้แต่กำปั้น ไม่คุยเหตุผล
ทำไมพอถึงคราวพวกเจ้าเสียเปรียบ พวกเจ้ากลับกลายเป็นฝ่ายธรรมะไปเสียได้ กลายเป็นผู้กอบกู้ราษฎรไปแล้วหรือ
เฮอะ
ไม่คิดว่าน่าขำหรือ"
สิ้นเสียง
ขณะที่หลิวอันหรานกำลังจะเอ่ยคำว่าประหาร เหนือวังหลวงต้าอวี๋แห่งใหม่ ลมเมฆแปรปรวน บนท้องนภา ประตูสวรรค์อันยิ่งใหญ่ตระการตาปรากฏขึ้น แล้วค่อยๆ เปิดออก
วินาทีต่อมา
แรงกดดันแห่งเซียนอันน่าสะพรึงกลัวอย่างที่สุดก็ตกลงมา ภายใต้แรงกดดันนี้ แม้แต่ขอบเขตเหาะเหิน ก็ยังรู้สึกว่าตนเป็นเพียงมดปลวก ไม่อาจต้านทานแรงกดดันนี้ได้
เห็นดังนั้น
เหล่าสำนักเซียนต่างยินดีปรีดา แดนบนมีเซียนที่แข็งแกร่งกว่าลงมาอีกแล้ว คราวนี้ต้องลงมาสังหารหลิวอันหรานแน่ ในที่สุด... ในที่สุดพวกเขาก็รอจนถึงวันนี้
เซียนที่แข็งแกร่งขนาดนี้ลงมือ หลิวอันหรานต่อให้เก่งแค่ไหน ก็ต้องตายในน้ำมือเซียนอย่างแน่นอน
ในเวลาเดียวกัน
เหล่าขุนนางต้าอวี๋อดไม่ได้ที่จะหัวใจเต้นระรัว เซียนที่แข็งแกร่งกว่าลงมาอีกแล้ว ไม่รู้ว่าครั้งนี้ฝ่าบาทจะสู้ไหวหรือไม่
นาทีนี้
ภายในประตูสวรรค์ ร่างเงาหนึ่งเดินออกมา แรงกดดันอันน่ากลัวนั้นยิ่งทวีความรุนแรง สวมชุดคลุมสีดำ ปักลายมังกร ดูองอาจห้าวหาญ ใบหน้าหล่อเหลา สง่างามน่าเกรงขาม
ชั่วพริบตา
เหล่าสำนักเซียนชะงัก จากนั้นตกตะลึง แล้วตามมาด้วยความปีติยินดีอย่างบ้าคลั่ง
เซียนจวินเซิ่งอู๋
ครั้งนี้ผู้ที่ลงมา ถึงกับเป็นเซียนจวินเซิ่งอู๋ นี่คือยักษ์ใหญ่แห่งแดนบน ในบรรดาเซียน เซียนจวินเซิ่งอู๋ติดอันดับหนึ่งในห้าอย่างแน่นอน
เซียนจวินเซิ่งอู๋ลงมือ หลิวอันหรานต้องตายแน่
ในใจของขุนนางต้าอวี๋ก็ปั่นป่วนระลอกแล้วระลอกเล่า นี่มันเหนือความคาดหมายของพวกเขาจริงๆ คิดไม่ถึงว่า เซียนจวินเซิ่งอู๋จะลงมือ นี่คือยอดฝีมือระดับท็อปของแดนบน ฝ่าบาทของพวกเขาแม้จะมีความสามารถในการสังหารเซียน แต่... แต่ไม่มีทางเป็นคู่มือของเซียนจวินเซิ่งอู๋แน่ ครั้งนี้แย่แล้ว
แต่ว่า ก็ไม่ต้องตื่นตระหนกจนเกินไป เบื้องหลังฝ่าบาทใช่ว่าจะไม่มียอดฝีมือ
ท่านนั้น... เจ้าสำนักเจี๋ยที่ไม่เคยเผยโฉมหน้า
เวลานี้
ศิษย์สำนักเซียนที่กำลังจะถูกประหารต่างหัวเราะอย่างบ้าคลั่งและลำพองใจ
"หลิวอันหราน เซียนจวินเซิ่งอู๋ลงมือ คอยดูเถอะว่าเจ้าจะตายอนาถแค่ไหน"
"พวกข้าบอกแล้ว พวกข้าจะรอเจ้าอยู่ที่ยมโลก"
"ต้าอวี๋ จะล่มสลายในพริบตา"
"..."
หลิวอันหรานไม่ได้มองคนพวกนี้ด้วยซ้ำ เพียงแค่พูดเรียบๆ ว่า "หนวกหู" จากนั้นหลิวอันหรานก็โบกมือ ศิษย์สำนักเซียนเหล่านี้ก็สลายกลายเป็นความว่างเปล่าทันที
ขณะนี้
ร่างของเซียนจวินเซิ่งอู๋ยืนอยู่เหนือวังหลวงต้าอวี๋ สายตาจับจ้องไปที่หลิวอันหรานตรงๆ เสียงเย็นชาดังขึ้น "ทำลายสำนักเซียนอู๋วั่ง สังหารศิษย์ของเปิ่นเซียนจวิน หากไม่ใช่เพราะตอนนั้นข้าเก็บตัวฝึกวิชา มีหรือจะปล่อยให้เจ้ามีชีวิตรอดมาจนถึงตอนนี้ ก่อคลื่นลมในแดนล่าง เปิ่นเซียนจวินเห็นว่าเจ้ามีฝีมืออยู่บ้าง ก็นับว่าหายาก นานแล้วที่ไม่เห็นคนที่มีพรสวรรค์เช่นเจ้าในแดนล่าง เปิ่นเซียนจวิน อนุญาตให้เจ้าปลิดชีพตัวเอง จะเหลือศพไว้ให้ครบสามสิบสอง"
สิ้นเสียง
หลิวอันหรานกลับยิ้มเยาะ "หากเจ้าปลิดชีพตัวเอง เจิ้นก็จะเหลือศพเจ้าไว้ให้ครบสามสิบสองเช่นกัน หรือไม่ เจ้าก็สวามิภักดิ์ต่อเจิ้น ให้เจ้ามีชีวิตรอด ไม่ว่าเจ้าจะเลือกทางไหน ในเมื่อเจ้าลงมาแล้ว ก็ไม่ต้องคิดจะกลับไปแดนบนอีก"
[จบแล้ว]