- หน้าแรก
- ราชันย์ศิษย์อัจฉริยะ ผ่าวิกฤตตบหน้าทวยเทพ
- บทที่ 290 - สำนักเซียนอู๋วั่ง?!
บทที่ 290 - สำนักเซียนอู๋วั่ง?!
บทที่ 290 - สำนักเซียนอู๋วั่ง?!
บทที่ 290 - สำนักเซียนอู๋วั่ง?!
เมื่อได้เห็นหลิวอันหรานลงมือสังหารคณะทูตจากสามอาณาจักรอย่างเด็ดขาด โดยไม่เกรงกลัวต่อสงครามระหว่างประเทศ และไม่หวาดหวั่นต่อคำขู่ของสำนักเซียน ก็ทำให้จิตใจของเหล่าขุนนางปั่นป่วนดั่งคลื่นลมโหมกระหน่ำ เต็มไปด้วยความตื่นตระหนกตกใจอย่างถึงที่สุด
แน่นอนว่า
สิ่งที่ทำให้พวกเขาตกตะลึงยิ่งกว่าก็คือระดับพลังยุทธ์ของหลิวอันหราน การที่นางสามารถสังหารทูตของสามอาณาจักรได้อย่างง่ายดายเช่นนั้น ย่อมหมายความว่านางต้องอยู่ในขอบเขตเหาะเหินอย่างแน่นอน
จากเดิมที่เป็นเพียงคนไร้ค่า ทว่าบัดนี้กลับก้าวกระโดดกลายเป็นยอดยุทธ์ขอบเขตเหาะเหินในชั่วพริบตา นี่มัน...
ในเวลานี้
สายตาของหลิวอันหรานจับจ้องไปที่ฉินอู๋อี๋และซ่างกวนหง สองคนนี้เป็นเพียงผู้ฝึกตนในขอบเขตข้ามผ่านหายนะเท่านั้น นางเพียงแค่สะบัดมือเบาๆ ปล่อยแรงกดดันออกมาสองสาย ก็สามารถกดทับร่างของทั้งสองจนขยับเขยื้อนไม่ได้
"คุกเข่าลง!"
สิ้นเสียงอันทรงอำนาจของหลิวอันหราน
ฉินอู๋อี๋และซ่างกวนหงก็ไม่อาจควบคุมตัวเองได้ เข่าทั้งสองข้างกระแทกลงกับพื้นอย่างแรง ไม่ว่าพวกเขาจะพยายามดิ้นรนขัดขืนอย่างไรก็ไร้ผล
"ฉินอู๋อี๋ ซ่างกวนหง พวกเจ้าสองคนเคยคิดหรือไม่ว่าจะมีวันนี้? พวกเจ้าสำนึกผิดแล้วหรือยัง!"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น
ฉินอู๋อี๋ก็กัดฟันกรอดพลางกล่าวว่า "มีความผิดอันใดกัน ฮ่องเต้ไร้ความสามารถ หากมอบแผ่นดินให้กษัตริย์ที่อ่อนแอปกครอง ไม่ช้าก็เร็วชาติต้องล่มสลาย ตำแหน่งกษัตริย์ย่อมสมควรให้ผู้มีความสามารถเป็นผู้ครอบครอง!"
ซ่างกวนหงเองก็กล่าวเสริมเช่นกัน "จักรพรรดิผู้ปกครองใต้หล้า หากไร้ซึ่งพลังที่แข็งแกร่ง อย่าว่าแต่จะขยายดินแดนสร้างชาติให้ยิ่งใหญ่เลย แม้แต่จะรักษาแผ่นดินไว้ก็ยังยาก ผู้ที่อ่อนแอจะมีคุณสมบัติเป็นฮ่องเต้ได้อย่างไร!"
เมื่อสิ้นเสียงของทั้งคู่
หลิวอันหรานก็กล่าวเสียงเย็นชา "หึ! ก็แค่ข้ออ้างสำหรับความทะเยอทะยานของพวกเจ้าเท่านั้นแหละ
เราขอถามพวกเจ้า การสวรรคตของเสด็จพ่อ เกี่ยวข้องกับพวกเจ้าหรือไม่!
ด้วยระดับพลังของเสด็จพ่อ จะสิ้นพระชนม์กะทันหันได้อย่างไร ใครกันแน่ที่เป็นคนลงมืออยู่เบื้องหลัง"
ในตอนนั้น
เมื่อครั้งที่เสด็จพ่อสวรรคต หลิวอันหรานเคยไถ่ถาม แต่เสด็จพ่อไม่ได้ตรัสบอกสิ่งใด ทรงสั่งเสียเพียงให้นางพยายามประคับประคองราชวงศ์ต้าอวี๋ต่อไป หากสุดวิสัยจริงๆ ก็ให้หนีออกจากวังผ่านทางลับ ไปใช้ชีวิตอย่างสงบสุขโดยปิดบังชื่อแซ่
เสด็จพ่อทรงทราบดีว่าในตอนนั้นนางไม่อาจฝึกยุทธ์ได้ ถึงบอกไปก็ไร้ประโยชน์ มีแต่จะเพิ่มความทุกข์ใจให้นางเปล่าๆ ตลอดหลายปีมานี้ นางพยายามสืบหาความจริงเรื่องในปีนั้นมาตลอด แต่ด้วยสถานะฮ่องเต้หุ่นเชิด นางจะไปสืบหาความจริงที่ชัดแจ้งได้จากที่ไหน
ทว่าบัดนี้... นางได้รับการถ่ายทอดพลังจากท่านอาจารย์ ความแค้นของเสด็จพ่อในวันวาน ย่อมสมควรได้รับการชำระสะสางเสียที!
หลังจากหลิวอันหรานกล่าวจบ
ฉินอู๋อี๋ก็หัวเราะลั่น "อยากรู้หรือ หากข้าบอกเจ้าว่าการตายของพ่อเจ้าในวันนั้น เป็นฝีมือของสำนักเซียนอู๋วั่ง เจ้าจะทำอย่างไร!"
สำนักเซียนอู๋วั่ง!
คิ้วของหลิวอันหรานขมวดเข้าหากันเล็กน้อย สำนักเซียนอู๋วั่งคือหนึ่งในสามสำนักเซียนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในปัจจุบัน มียอดฝีมือมากมายนับไม่ถ้วน แถมยังมีเซียนตัวจริงคอยดูแล ราชวงศ์ต้าอวี๋เป็นเพียงอาณาจักรเล็กๆ จะไปเกี่ยวข้องกับสำนักเซียนอู๋วั่งได้อย่างไร และเหตุใดสำนักเซียนอู๋วั่งจึงต้องลงมือกับเสด็จพ่อ
"ทำไม หรือว่าไม่เชื่อ การตายของพ่อเจ้าเป็นฝีมือของสำนักเซียนอู๋วั่งจริงๆ ส่วนสาเหตุนั้น เจ้าก็ลองไปถามที่สำนักเซียนอู๋วั่งดูเอาเองเถิด!" ซ่างกวนหงกล่าวแทรกขึ้นมา
เขาหยุดเว้นจังหวะเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ย "แต่ว่า... เจ้ากล้าไปหรือ?"
การไปทวงถามความผิดจากสำนักเซียนอู๋วั่ง อย่าว่าแต่หลิวอันหรานจะต้องตายเลย แม้แต่ราชวงศ์ต้าอวี๋ทั้งหมดย่อมต้องมอดไหม้กลายเป็นเถ้าธุลี ล่มสลายไปตลอดกาล
ในเวลานี้
หลิวอันหรานกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "กล้าหรือไม่ ไม่ต้องให้เจ้ามาเป็นห่วง พวกเจ้าก่อกรรมทำเข็ญโทษประหาร สมควรตาย! จงออกเดินทางสู่ปรโลกเสียเถิด!"
ทันทีที่สิ้นเสียง
ฉินอู๋อี๋ก็ตวาดลั่น "เบื้องหลังของพวกข้าคือสำนักเซียนจินซานและสำนักเซียนไท่หาง หากเจ้าฆ่าพวกข้า ราชวงศ์ต้าอวี๋ก็จะต้องล่มสลาย! เจ้าเองก็ต้องตกตายเช่นกัน!"
"อย่างนั้นหรือ"
"หนวกหู!"
"ท่านอัครมหาเสนาบดี ท่านสมุหกลาโหม เชิญล่วงหน้าไปก่อนเถิด!" หลิวอันหรานกล่าวเสียงเย็น
ขณะที่เสียงของนางยังไม่ทันจางหาย ปราณกระบี่ของหลิวอันหรานก็ลอยเด่นอยู่กลางอากาศ เต็มไปด้วยจิตสังหารอันรุนแรง
"ฮ่องเต้ราชวงศ์ต้าอวี๋ ยั้งมือก่อน!"
ประจวบเหมาะในเวลานั้นเอง เสียงอันทรงพลังสายหนึ่งดังแว่วมาจากที่ไกลๆ จนเข้ามาใกล้ กึกก้องไปทั่วทั้งเมืองหลวง
ชั่วพริบตานั้น
แววตาของฉินอู๋อี๋และซ่างกวนหงต่างระเบิดความปิติยินดีออกมาอย่างถึงที่สุด
คนของสำนักเซียนมาแล้ว ชีวิตของพวกเขาย่อมปลอดภัยหายห่วง!
ทว่า
ยังไม่ทันที่พวกเขาจะได้ดีใจ ปราณกระบี่ก็ได้ฟาดฟันลงมา ทะลวงร่างของพวกเขาจนเป็นรูพรุนในทันที
จวบจนวาระสุดท้ายแห่งชีวิต ฉินอู๋อี๋และซ่างกวนหงก็ยังตั้งตัวไม่ทัน ตอนที่ศพของพวกเขาล้มฟุบลงกับพื้น แววตายังคงเปี่ยมไปด้วยความหวัง
จากนั้น
คนจากสำนักเซียนทั้งสองท่านก็มาถึงเบื้องหน้า เมื่อมองเห็นร่างไร้วิญญาณของฉินอู๋อี๋และซ่างกวนหง สีหน้าของพวกเขาก็ฉายแววโกรธเคือง ทว่าเมื่อสัมผัสได้ว่ากลิ่นอายบนร่างของหลิวอันหรานนั้นลึกล้ำสุดหยั่งคาด พวกเขาทั้งสองจึงยังไม่ลงมือบุ่มบ่าม
ฉินอู๋อี๋และซ่างกวนหงเป็นเพียงหมากของสำนักเซียน ไม่ได้สลักสำคัญอะไร ตายก็ตายไปเถอะ
ตอนนี้
คงต้องดูว่าฮ่องเต้ราชวงศ์ต้าอวี๋ที่จู่ๆ ก็ผงาดขึ้นมาผู้นี้จะรู้ความหรือไม่ หากไม่รู้ความ ค่อยลงมือจัดการก็ยังไม่สาย
"ฮ่องเต้ราชวงศ์ต้าอวี๋ ฉินอู๋อี๋และซ่างกวนหงถือเป็นคนของสำนักเซียนเรา ฮ่องเต้ทำเช่นนี้ ออกจะมองข้ามหัวสำนักเซียนของเราเกินไปหน่อยกระมัง!" คนจากสำนักเซียนจินซานกล่าวขึ้น
เมื่อได้ยินเช่นนั้น
เสียงของหลิวอันหรานก็ดังตอบกลับไปเรียบๆ "พวกกบฏคิดคดทรยศ ฆ่าก็คือฆ่า! คนอกตัญญูไร้คุณธรรมเช่นนี้ เก็บไว้ในสำนักเซียนก็เป็นภัยพิบัติเปล่าๆ เราถือว่าช่วยกำจัดภัยร้ายให้สำนักเซียนก็แล้วกัน
คนก็ตายไปแล้ว ย่อมไม่สำคัญอีกต่อไป ควรจะมาหารือเรื่องของคนที่ยังอยู่ดีกว่า
หากทั้งสองท่านมีความสนใจ เชิญเข้ามาสนทนาในตำหนัก!"
สิ้นคำกล่าว
คนจากสำนักเซียนทั้งสองหันมาสบตากัน สำหรับท่าทีของหลิวอันหราน พวกเขาย่อมไม่พอใจนักที่นางดูขาดความเคารพยำเกรง แต่ทว่า... ก็ไม่เป็นไร ในเมื่อฮ่องเต้ราชวงศ์ต้าอวี๋ผงาดขึ้นมาได้อย่างกะทันหัน ย่อมต้องมีท่วงท่าของผู้ชนะ และการที่นางเปลี่ยนจากคนไร้ค่ากลายเป็นยอดฝีมือได้ ย่อมต้องมีวิธีการที่ไม่ธรรมดาหนุนหลังอยู่แน่นอน
ลองคุยดูก่อน รอดูว่าฮ่องเต้ราชวงศ์ต้าอวี๋จะรู้ความหรือไม่ แล้วค่อยว่ากันเรื่องอื่น
จากนั้น
คนจากสำนักเซียนทั้งสองก็เดินตามหลิวอันหรานเข้าไปในตำหนักใหญ่ โดยให้เหล่าขุนนางถอยออกไป
เวลานี้
เหล่าขุนนางที่อยู่นอกตำหนักต่างพากันตัวสั่นงันงก พวกเขาคาดไม่ถึงเลยจริงๆ ว่าเรื่องราวจะจบลงรวดเร็วปานนี้ พวกเขายังไม่ทันได้เลือกข้าง ยังไม่ทันได้ฉวยโอกาสส่งถ่านกลางหิมะเลยด้วยซ้ำ!
จบกัน!
แม้จะบอกว่ากฎหมายไม่ลงโทษคนหมู่มาก แต่ก็ต้องมีการเชือดไก่ให้ลิงดูบ้าง สิ่งที่พวกเขากลัวที่สุดในตอนนี้คือ ใครกันที่จะกลายเป็นไก่ตัวนั้น
เวลาค่อยๆ ไหลผ่านไปทีละน้อย
เหล่าขุนนางต่างรู้สึกทรมานใจอย่างยิ่ง
หนึ่งก้านธูปต่อมา
คนจากสำนักเซียนจินซานและสำนักเซียนไท่หางก็เดินออกมาจากตำหนักใหญ่ พวกเขาไม่หยุดรั้งรอ ร่ายกายกลายเป็นลำแสงสองสายพุ่งทะยานจากไป เห็นได้ชัดว่าได้ตกลงเงื่อนไขกันเรียบร้อยแล้ว
ในขณะนี้
หลิวอันหรานมองดูคนจากสำนักเซียนทั้งสองที่จากไป มุมปากของนางยกยิ้มขึ้นอย่างเย็นชา
สิ่งที่นางต้องทำตอนนี้คือประวิงเวลาสำนักเซียนไว้ก่อน นางจะต้องไปเยือนสำนักเซียนอู๋วั่งสักครา ในช่วงวินาทีก่อนที่ฉินอู๋อี๋และซ่างกวนหงจะสิ้นใจ หลิวอันหรานได้ใช้วิชาค้นวิญญาณตรวจสอบแล้ว พวกเขาไม่ได้โกหก การตายของเสด็จพ่อเกี่ยวข้องกับสำนักเซียนอู๋วั่งจริงๆ ส่วนรายละเอียดตื้นลึกหนาบางนั้น แม้แต่ฉินอู๋อี๋และซ่างกวนหงก็ไม่รู้
เหตุผลที่นางยอมเล่นละครตบตาไปกับสำนักเซียนจินซานและสำนักเซียนไท่หาง ก็เพื่อยืมมือพวกเขาทำให้สำนักเซียนของสามอาณาจักรเกิดความเกรงใจ และไม่กล้าลงมือกับราชวงศ์ต้าอวี๋โดยตรง เพราะตอนนี้ภายใต้บังคับบัญชาของนางยังไม่มีผู้แข็งแกร่งมากพอที่จะรับมือกับสำนักเซียนจากสามอาณาจักรพร้อมกัน
ส่วนท่านอาจารย์ของนาง เรื่องเล็กน้อยเพียงเท่านี้ ยังไม่รบกวนให้ท่านอาจารย์ต้องลงมือหรอก
รอให้จัดการเรื่องสำนักเซียนอู๋วั่งเสร็จสิ้น ก็ได้เวลากวาดล้างสำนักเซียนภายในราชวงศ์เสียที
หลังจากนี้
นางจะประกาศให้ทั่วหล้าได้รับรู้ ว่าจะไม่มีสำนักเซียนอีกต่อไป และจะทำให้เหล่าเซียนที่อยู่สูงเสียดฟ้านั้นต้องก้มหัวลงมา!
แน่นอนว่า
ก่อนจะไปเยือนสำนักเซียนอู๋วั่ง พวกขุนนางกังฉินในราชสำนักก็สมควรถูกล้างบางเสียก่อน
เมื่อเห็นร่างของหลิวอันหรานปรากฏขึ้น เหล่าขุนนางต่างรีบคุกเข่ากราบไหว้ด้วยความยำเกรงอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน พร้อมกับพากันแก้ตัวว่าฉินอู๋อี๋และซ่างกวนหงบีบบังคับพวกเขาอย่างไรบ้าง พวกเขาจำใจต้องทำ พวกเขาจงรักภักดีต่อราชวงศ์ต้าอวี๋ ที่ทำไปทั้งหมดเพราะไม่มีทางเลือก!
เมื่อเห็นท่าทางของเหล่าขุนนาง หลิวอันหรานก็ยิ้มเยาะ "คนโบราณว่าไว้ เป็นกษัตริย์ต้องเข้าใจความลำบากของขุนนาง!"
เมื่อได้ยินดังนั้น
เหล่าขุนนางต่างถอนหายใจด้วยความโล่งอก
ทว่าวินาทีถัดมา วาจาของหลิวอันหรานก็ทำให้พวกเขาเหมือนตกลงสู่ถ้ำน้ำแข็ง "แต่ทว่า เราไม่ฟังคำคนโบราณ พวกเจ้าก่อกบฏ มีโทษ... ประหารชีวิต!"
สิ้นเสียง
เหล่าขุนนางต่างแตกตื่นตกใจ แต่พวกเขาก็ยังคิดจะดิ้นรนสู้ตายเป็นครั้งสุดท้าย!
[จบแล้ว]