- หน้าแรก
- ราชันย์ศิษย์อัจฉริยะ ผ่าวิกฤตตบหน้าทวยเทพ
- บทที่ 110 - วรรณกรรมแห่งการปล่อยจอยของจูกังเลี่ย
บทที่ 110 - วรรณกรรมแห่งการปล่อยจอยของจูกังเลี่ย
บทที่ 110 - วรรณกรรมแห่งการปล่อยจอยของจูกังเลี่ย
บทที่ 110 - วรรณกรรมแห่งการปล่อยจอยของจูกังเลี่ย
เวลาค่อยๆ ไหลผ่านไป สามวันผ่านไปไวเหมือนโกหก เสวียนตูต้าฝ่าซืองงไปเลย เจ้าหมอนี่ขี้เกียจตัวจริง สามวันไม่ขยับตัวเลย
แค่นี้!?
ถ้าเข้าสำนักสาขาเจี๋ยได้ก็ผีหลอกแล้ว!
จากนั้น
เสวียนตูต้าฝ่าซือก็ปรากฏตัวขึ้นข้างกายจูกังเลี่ย "น้องชาย ข้าเห็นเจ้าไม่ตกปลา ทำไมมานอนอยู่ตรงนี้?!"
จูกังเลี่ย "......"
เสวียนตูต้าฝ่าซือ "......?"
ไอ้หมอนี่ทำไมไม่พูด? หลับเหรอ? ก็ไม่นี่! ขี้เกียจพูด?
"น้องชาย ทำไมไม่พูดล่ะ?!" เสวียนตูต้าฝ่าซือถามต่อ
จูกังเลี่ยตอบอย่างรำคาญ "ขี้เกียจพูด เอ็งเป็นใคร ไปไกลๆ!"
เสวียนตูต้าฝ่าซือ "......"
เออ!
ไอ้หมอนี่มันขี้เกียจพูดจริงๆ!
เอาเรื่อง!
"ข้าเห็นน้องชายมีวาสนาเซียน ไม่ทราบน้องชายสนใจจะบำเพ็ญเพียรไหม?" เสวียนตูต้าฝ่าซือถาม
จูกังเลี่ยตอบเรียบๆ "ไม่สน ขี้เกียจขยับ ยุ่งยาก หลบไปเร็วๆ!"
เสวียนตูต้าฝ่าซือแทบขำกลิ้ง "คนเราควรทำอะไรบ้าง ไม่ใช่นิ่งเฉยเอาแต่เสพสุข!"
"แล้วบำเพ็ญเพียรไปเพื่ออะไร?" จูกังเลี่ยถาม
เสวียนตูต้าฝ่าซือตอบ "ย่อมเพื่อฝึกฝนอิทธิฤทธิ์ อายุยืนเทียมฟ้า!"
"แล้วหลังจากนั้นล่ะ?" จูกังเลี่ยถามต่อ
เสวียนตูต้าฝ่าซือตอบ "อายุยืนเทียมฟ้าก็จะได้เสพสุขได้ดียิ่งขึ้นไง!"
"ตอนนี้ข้าก็เสพสุขอยู่ไม่ใช่เหรอ? บำเพ็ญเพียรอะไรนั่น ยุ่งยากจะตาย!" จูกังเลี่ยตอบ
เสวียนตูต้าฝ่าซือ "......"
"ตอนนี้เจ้าเสพสุขได้แค่ช่วงสั้นๆ รอเจ้าอายุยืนเทียมฟ้า ก็จะเสพสุขได้ตลอดไป!"
จูกังเลี่ยตอบเรียบๆ "ไม่ต้อง ขี้เกียจฝึก! ตอนนี้ก็ดีอยู่แล้ว! ผลลัพธ์ก็เหมือนกัน ตอนนี้ข้าเสพสุขเลย ประหยัดเวลาอ้อมโลกไปตั้งเท่าไหร่!"
เสวียนตูต้าฝ่าซือ : ⊙﹏⊙!
ไม่เคยเจอตัวอะไรที่ไม่เอาถ่าน ไม่รู้จักก้าวหน้าขนาดนี้มาก่อน ยอมใจเลย!
"เจ้า..."
ไม่รอให้เสวียนตูต้าฝ่าซือพูดอะไร จูกังเลี่ยพูดต่อ "ขยันอาจจะไม่สำเร็จ แต่ถ้าไม่ขยันจะสบายแน่นอน!"
"ถ้างานทำไม่เสร็จ ก็เอาไว้ทำพรุ่งนี้ ถ้าพรุ่งนี้ตายก็ไม่ต้องทำแล้ว!"
เสวียนตูต้าฝ่าซือ : ???
เจ้าลองฟังสิ่งที่เจ้าพูดดูหน่อยไหม?!
เวลานี้ เสียงของจูกังเลี่ยดังขึ้นต่อ "ไม่ผิดต่อตัวเองก็พอ ที่เหลือปล่อยให้เป็นเรื่องของเวรกรรม!"
"จะทำอะไรต้องคิดหน้าคิดหลัง ทำได้อย่าทำ ทำช้าได้ไหม ให้คนอื่นทำแทนได้ไหม!"
เสวียนตูต้าฝ่าซือ : ⊙⊙?!
โลกทัศน์ของข้ากำลังถูกบิดเบือนอย่างรุนแรง!
เชี่ย!
ทำไมคำพูดพวกนี้มันกระแทกใจ ข้ากลับรู้สึกว่า... ที่เขาพูดมามันก็ดูไม่มีปัญหาอะไร
ลูกผู้ชายตัวจริงควรเป็นเช่นนี้?!
ไม่!
ไม่ถูก!
เดี๋ยวนะ! ข้ากำลังคิดบ้าอะไรอยู่ จะให้เขามาชักจูงข้าได้ยังไง?!
จูกังเลี่ยพูดต่อ "เจอเรื่องอะไรให้คิดก่อนว่าเดี๋ยวก็ตาย ถ้าไม่ไหวจริงๆ ก็คิดซะว่า ตายก็ดี!"
"พอแล้ว ชี้แนะไปหลายประโยคแล้ว อย่ามากวนข้าอีก ไปเย็นที่ไหนก็ไปไป๊!"
เสวียนตูต้าฝ่าซือ : ⊙﹏⊙!
จิตใจข้าได้รับการกระทบกระเทือนจริงๆ ดูเหมือน... ควรจะใช้ชีวิตแบบนี้จริงๆ!
ไม่รู้ตัวเลยว่า เสวียนตูต้าฝ่าซือลงไปนอนข้างๆ จูกังเลี่ยแล้ว จนถึงตอนนี้ จูกังเลี่ยถึงหันมามองเสวียนตูต้าฝ่าซือจริงๆ จังๆ สักที
"แบบนี้สิถูกต้อง พี่ชาย ไม่เลว มีแววตรัสรู้ ต่อไปก็ตามข้ามา!"
"เห็นแก่ที่ท่านมีแววตรัสรู้ จะชี้แนะอีกสักประโยค ยุทธภพนั้นอันตราย ไม่ไหวให้ถอย เจอเรื่องไม่เป็นธรรม ให้เดินอ้อมไป!"
เสวียนตูต้าฝ่าซือ : ⊙﹏⊙!
พูดมีเหตุผล!
เวลานี้
ณ ถ้ำเสวียนตู วังต้าหลัว
ไท่ซ่างเหล่าจื่อสีหน้าย่ำแย่ถึงขีดสุด ศิษย์เอกของเขาลงไปรับศิษย์ เขาจับตามองอยู่ตลอด กลัวว่าจะไปรับโดนคนของสำนักสาขาเจี๋ยเข้า
แต่ตอนนี้นี่มันสถานการณ์อะไร? ไอ้ตัวผลาญชีวิตนั่น พูดจนศิษย์เอกของเขาลงไปนอนด้วยแล้ว!
ได้!
ได้จริงๆ!
"เสวียนตู เจ้าทำอะไรอยู่!?" ไท่ซ่างเหล่าจื่อส่งกระแสจิต
วินาทีนี้
เสียงของไท่ซ่างเหล่าจื่อระเบิดข้างหูเสวียนตู ราวกับระฆังยามเช้ากลองยามค่ำ
ทำให้เสวียนตูได้สติ เสียงจูกังเลี่ยดังขึ้นกะทันหัน "มหาเทพเฟิงตูให้ข้าตายยามสาม ข้าจะเชือดคอตัวเองตายยามสอง ชะตาข้าข้าลิขิต มิใช่ฟ้าดิน!"
เสวียนตูต้าฝ่าซือ : !!!
ชะตาข้าข้าลิขิต มิใช่ฟ้าดิน! แม่เจ้าโว้ย ประโยคนี้ช่างห้าวหาญนัก!
พวกเราผู้บำเพ็ญเพียรแสวงหาความอมตะ มิใช่การฝืนลิขิตฟ้าหรอกหรือ? ชะตาข้าข้าลิขิต มิใช่ฟ้าดิน พูดได้ตรงใจเป๊ะ!
ทันใดนั้น
เสวียนตูต้าฝ่าซือที่เพิ่งจะลุกขึ้นนิดหน่อยก็ล้มตัวลงนอนกลับไปอีกครั้ง รู้สึกฮึกเหิมในใจ
ณ เวลานี้ หมาเดินผ่านยังต้องโดนตบสักสองทีแล้วค่อยไป!
ไท่ซ่างเหล่าจื่อ : ???
เวลานี้
ไท่ซ่างเหล่าจื่อไม่ได้เตือนเสวียนตูต้าฝ่าซืออีก ดูจากสภาพเขาตอนนี้ เผลอๆ จะพูดจาอกตัญญูอะไรออกมาอีก!
สักพักใหญ่
ไท่ซ่างเหล่าจื่อเตือนเสวียนตูอีกครั้ง แถมใช้วิชาสะเทือนขวัญ ให้เสวียนตูได้สติ
นึกถึงภาพเมื่อกี้ เสวียนตูต้าฝ่าซืออับอายขายขี้หน้า ลืมไปเลยว่ามาทำอะไร เกือบจะติดตามจูกังเลี่ยไปแล้ว!
แม่ง!
น่าอายชะมัด!
กระแอมไอแก้เก้อ เสวียนตูต้าฝ่าซือกล่าวว่า "ท่านกับข้ามีวาสนาต่อกันจริงๆ ข้ามีโอสถทองคำเก้าวัฏจักรเม็ดหนึ่ง เพียงท่านกินเข้าไป ก็จะอายุยืนเทียมฟ้า ละเว้นความลำบากในการบำเพ็ญเพียร!"
ได้ยินดังนั้น
จูกังเลี่ยปรือตามองเสวียนตูต้าฝ่าซือ "ไม่มีความดีความชอบไม่รับของรางวัล ถึงจะชี้แนะท่านไปสองสามประโยค แต่นี่มันแพงเกินไป!"
หยุดครู่หนึ่ง ไม่รอให้เสวียนตูต้าฝ่าซือพูดอะไร จูกังเลี่ยชิงพูดเองเออเองว่า "เข้าใจละ ท่านยังอยากเรียนรู้เพิ่มเติม นี่คือของไหว้ครูสินะ? ไอ้หยา ไม่ต้องเกรงใจขนาดนี้ก็ได้!"
เสวียนตูต้าฝ่าซือ : ห๊ะ!?
ผีบ้าอะไร!
ข้ากราบเจ้าเป็นอาจารย์?! เจ้าบ้าไปแล้ว?!
พอพูดจบ
จูกังเลี่ยก็จะยื่นมือไปหยิบ เสวียนตูต้าฝ่าซือตั้งสติได้ รีบชักมือกลับ "เดี๋ยว นี่เป็นของไหว้ครู แต่ไม่ใช่ข้ากราบเจ้า เป็นเจ้ากราบข้า!"
สิ้นเสียง
มุมปากจูกังเลี่ยยกยิ้ม แววตาฉายแววหยอกล้อ
"ให้ข้ากราบท่านเป็นอาจารย์? ท่านแน่ใจนะ?!"
ไท่ซ่างเหล่าจื่อ : ??!
ท่าทางของเขา ทำไมรู้สึกคุ้นๆ จังนะ?!
เสวียนตูต้าฝ่าซือ : "⊙﹏⊙!?"
ยิ่งกว่าคุ้น!
ท่าทางแบบนี้ มันปฏิกิริยาพื้นฐานของคนสำนักสาขาเจี๋ยชัดๆ!?
เชี่ย!
ไม่มั้ง ไม่มั้ง!
จูกังเลี่ยก็เข้าสำนักสาขาเจี๋ยด้วย? ขี้เกียจตัวเป็นขนขนาดนี้ ท่านผู้อาวุโสนั่นก็สอนเหรอ?
นี่...!
"ล้อเล่น ล้อเล่น! จู่ๆ ก็นึกขึ้นได้ ข้ายังมีธุระ ด่วนมาก ข้าไปก่อนนะ แล้วเจอกัน!" เสวียนตูต้าฝ่าซือรีบพูด
ไม่ว่าจูกังเลี่ยจะเข้าสำนักสาขาเจี๋ยแล้วหรือไม่ หนีก่อนเป็นยอดดี ความเสี่ยงนี้ไม่น่าเสี่ยง รีบชิ่งดีกว่า ดูจากสีหน้าเมื่อกี้ เหมือนคนสำนักสาขาเจี๋ยเปี๊ยบ ต้องระวังตัว
"พี่ชาย โปรดช้าก่อน!" จูกังเลี่ยรีบพูดต่อทันที
เสวียนตูต้าฝ่าซือตัวแข็งทื่อ ทำเป็นไม่ได้ยิน ห้วงมิติรอบกายสั่นไหว แวบหายไปทันที
[จบแล้ว]