- หน้าแรก
- ราชันย์ศิษย์อัจฉริยะ ผ่าวิกฤตตบหน้าทวยเทพ
- บทที่ 60 - อวิ๋นจงจื่อ:หากปรารถนาฝึกวิชาเทพ...?
บทที่ 60 - อวิ๋นจงจื่อ:หากปรารถนาฝึกวิชาเทพ...?
บทที่ 60 - อวิ๋นจงจื่อ:หากปรารถนาฝึกวิชาเทพ...?
บทที่ 60 - อวิ๋นจงจื่อ:หากปรารถนาฝึกวิชาเทพ...?
พูดจบ เหลยเจิ้นจื่อพลิกฝ่ามือ แสงวูบหนึ่ง คัมภีร์ลับก็ปรากฏขึ้นในมือ
อวิ๋นจงจื่อ: ??? มีคัมภีร์จริงๆ ด้วย?! แต่ว่า... ทำไมเขารู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีเลยแฮะ?!
"เอ้า รับไป!" เหลยเจิ้นจื่อพูดยัดคัมภีร์ทานตะวันใส่มืออวิ๋นจงจื่อ
ด้วยความมึนงง อวิ๋นจงจื่อเปิดคัมภีร์ทานตะวันออกดู เห็นหน้าแรกเขียนตัวอักษรใหญ่เป้งแปดตัวว่า:
"จะฝึกวิชาเทพ ต้องตอนตัวเองก่อน!"
พลิกไปหน้าต่อไป นอกจากแปดตัวอักษรนี้ ก็ไม่มีตัวหนังสืออื่นอีกเลย!
อวิ๋นจงจื่อ: ??!
เวลานี้ เขาได้สติแล้ว เหลยเจิ้นจื่อกำลังปั่นหัวเขาเล่น ทำให้อวิ๋นจงจื่อโกรธจนควันออกหู "ไอ้เด็กเวร! บังอาจนัก!"
ฉับพลัน อวิ๋นจงจื่อซัดฝ่ามือใส่เหลยเจิ้นจื่อด้วยโทสะ กลับมาดูที่เหลยเจิ้นจื่อ ไม่ขยับมือตอบโต้ ใช้ร่างกายรับฝ่ามือนี้เข้าไปเต็มๆ
ครู่ต่อมา เหลยเจิ้นจื่อยืนนิ่งไม่ไหวติง แต่อวิ๋นจงจื่อกลับกระเด็นออกไปนอกถ้ำ ทำให้อวิ๋นจงจื่อตกใจแทบสิ้นสติ
ไม่รอให้ตั้งตัว ร่างของเหลยเจิ้นจื่อก็มาปรากฏตรงหน้าอวิ๋นจงจื่อ
"ข้าหวังดีถ่ายทอดวิชาเทพให้ เจ้าไม่ฝึกก็ช่างเถอะ ยังจะเนรคุณอีก!" "เหอะ!" "ในเมื่อเป็นแบบนี้ วันนี้วิชาเทพนี้ เจ้าฝึกก็ต้องฝึก ไม่ฝึกก็ต้องฝึก!"
ได้ยินดังนั้น อวิ๋นจงจื่อหน้าดำคร่ำเครียด ไอ้เด็กเวรนี่มันพูดจาภาษาคนหรือเปล่า? วิชาเทพบ้าบออะไร! มีแค่หน้าปกเขียนว่าคัมภีร์ทานตะวัน กับหน้าแรกเขียนว่า "จะฝึกวิชาเทพ ต้องตอนตัวเองก่อน" แบบนี้เรียกว่าวิชาเทพเรอะ?!
"ข้าอยากจะรู้นัก เจ้ามีดีอะไร!" อวิ๋นจงจื่อตวาดลั่น
ตามหลักแล้ว เหตุการณ์เดิมทีไม่ควรเป็นแบบนี้ การกำเนิดของเหลยเจิ้นจื่อผิดปกติอย่างเห็นได้ชัด เกิดอะไรขึ้นกันแน่ อวิ๋นจงจื่อก็สุดจะรู้ แต่ในเมื่อเรื่องมาถึงขั้นนี้ ต้องสยบไอ้เด็กเวรนี่ให้ได้ก่อน แล้วบังคับให้มันเดินตามเส้นทางที่กำหนดไว้
ทันใดนั้น แสงสว่างเจิดจ้ารอบกายอวิ๋นจงจื่อ ใช้อิทธิฤทธิ์ย้ายภูเขาถมทะเลถึงขีดสุด พลังมหาศาลพุ่งเข้าบดขยี้เหลยเจิ้นจื่อ ทำให้มิติสั่นสะเทือน เมฆบนฟ้ากดต่ำลงมา
ทว่า การโจมตีที่ดูยิ่งใหญ่อลังการนี้ ในสายตาเหลยเจิ้นจื่อ ช่างอ่อนแอจนน่าสมเพช เพียงสะบัดมือ
พลังอันแข็งแกร่งของอวิ๋นจงจื่อก็เหมือนวัวดินลงทะเล สลายกลายเป็นความว่างเปล่า เมฆที่กดต่ำก็สลายไป
"แค่นี้!?" เหลยเจิ้นจื่อทำท่าประหลาดใจ น้ำเสียง สีหน้า เหมือนคาดไม่ถึงจริงๆ ว่าอวิ๋นจงจื่อจะกากขนาดนี้
อวิ๋นจงจื่อ: ⊙⊙! หยามกันชัดๆ!
"เจ้า..." อวิ๋นจงจื่อแทบจะกระอักเลือดออกมา!
ทันใดนั้น ลมเมฆปั่นป่วน กลิ่นอายร้อนระอุปกคลุมทั่วเขาเยี่ยนซาน แผ่นดินสะเทือนเลื่อนลั่น เสาอัคคีค้ำฟ้าแปดต้นผุดขึ้นจากดิน สูงกว่าสามจาง เส้นรอบวงกว่าหนึ่งจาง เรียงรายตามตำแหน่งแปดทิศ ล้อมเหลยเจิ้นจื่อไว้ภายในเสาอัคคีค้ำฟ้า
"น่าสนใจดี แต่น้อยไปหน่อย!" เหลยเจิ้นจื่อกล่าวอย่างดูแคลน
อวิ๋นจงจื่อ: ??? น่าสนใจดี? แต่น้อยไปหน่อย?! รู้สึกเหมือนโดนเหยียดหยามความเป็นคน!
"ไอ้เด็กเวร สามหาว!" อวิ๋นจงจื่อตะโกนก้อง ระเบิดพลังถึงขีดสุด กระตุ้นการทำงานของเสาอัคคีค้ำฟ้า
ชั่วพริบตา ภายในเสาอัคคีค้ำฟ้าแต่ละต้น ปล่อยมังกรไฟออกมาต้นละสี่สิบเก้าตัว ไฟเทพโอบล้อมรอบกาย พลังระเบิดออก พุ่งเข้าใส่เหลยเจิ้นจื่อหมายจะกลืนกิน
เสาอัคคีค้ำฟ้าแปดต้น มังกรไฟรวมกัน พลังรวมสามารถเผาภูเขาต้มทะเลได้สบายๆ
ต่อสิ่งนี้ เหลยเจิ้นจื่อมีเพียงพลังกฎเกณฑ์ไหลเวียนจางๆ รอบกาย มังกรไฟเหล่านั้นค่อยๆ สลายไปราวกับเม็ดทรายในสายลม เสาอัคคีค้ำฟ้าแปดต้นเกิดรอยร้าว ทำท่าจะแตกสลาย
อวิ๋นจงจื่อตกตะลึงพรึงเพริด เขา... สัมผัสได้ถึงพลังแห่งกฎเกณฑ์ เหลยเจิ้นจื่อ... คือต้าหลัวจินเซียน (เซียนทองมหาอรหันต์)!? เป็นไปได้... ยังไงกัน?!
ข่มความตกใจไว้ในอก อวิ๋นจงจื่อเรียก "กระบองทองคำ" ออกมา บินวนเวียนขึ้นลง ส่งเสียงหวีดหวิวดั่งพายุฝน รุกรับดั่งงูและมังกร พลิกตัวดั่งพยัคฆ์ส่ายหัว ขึ้นลงดั่งมังกรทะยานจากสมุทร เสียงดังสนั่นหวั่นไหว แสงสว่างวูบวาบ
เห็นเสาอัคคีค้ำฟ้ากำลังจะพังแหลกเหลว อวิ๋นจงจื่อรีบเก็บมันกลับมา เสาอัคคีนี้เขาทุ่มเทแรงกายแรงใจสร้างมาอย่างยากลำบาก มีบทบาทสำคัญในภารกิจแต่งตั้งเทพ จะให้มาพังที่นี่ไม่ได้ ไม่งั้นจะสร้างใหม่ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย
ขณะที่เก็บเสาอัคคี อวิ๋นจงจื่อก็ฟาดกระบองทองคำใส่เหลยเจิ้นจื่อ กระบองทองคำแผ่พุ่งดั่งสายรุ้ง เสียงลมกึกก้องฟ้าดิน เสียงฟ้าคำรามทั่วจักรวาล รุนแรงดั่งปีกพญาครุฑ ดุดันดั่งหมีภูเขาปีศาจ
ต้องยอมรับว่า กระบองทองคำนี้เป็นสมบัติวิเศษที่ไม่ธรรมดาจริงๆ อานุภาพร้ายกาจ ฟาดมั่วๆ ก็มีพลังผ่าภูเขาได้
วินาทีถัดมา เหลยเจิ้นจื่อยื่นมือออกไปคว้า พลังกฎเกณฑ์ทำงาน อานุภาพของกระบองทองคำสลายไปในพริบตา ถูกเหลยเจิ้นจื่อจับไว้ในมืออย่างมั่นคง
ต้าหลัวจินเซียน!
อวิ๋นจงจื่อตระหนกสุดขีด ถ้าเมื่อกี้ยังไม่แน่ใจ ตอนนี้เขามั่นใจแล้ว เหลยเจิ้นจื่อคือต้าหลัวจินเซียน ถ้าไม่ใช่ต้าหลัวจินเซียน จะใช้พลังกฎเกณฑ์ได้อย่างไร?
"อาจารย์เจ้าเป็นใคร?" อวิ๋นจงจื่อถามเสียงเข้ม
"ข้าคือศิษย์สำนักเจี๋ย!" เหลยเจิ้นจื่อยืดอกตอบอย่างภาคภูมิใจ
"สำนักเจี๋ย ปรมาจารย์ทงเทียน!" อวิ๋นจงจื่อพึมพำ คิ้วขมวดมุ่น เหลยเจิ้นจื่อไปเข้าสำนักเจี๋ยได้ยังไง?!
"ไม่ใช่ เป็นสำนักสาขาเจี๋ยต่างหาก อาจารย์ข้าไม่ใช่ปรมาจารย์ทงเทียน!" เหลยเจิ้นจื่อตอบกลับ
อวิ๋นจงจื่อชะงัก สำนักสาขา?! แม้การกำเนิดของเหลยเจิ้นจื่อจะคลาดเคลื่อน แต่ก็เวลาไม่นานเท่าไหร่ แค่สำนักสาขาเจี๋ย สามารถปั้นเหลยเจิ้นจื่อให้เป็นต้าหลัวจินเซียนได้เชียวหรือ?! นี่เขาปิดด่านนานเกินไป โลกภายนอกเปลี่ยนแปลงไปขนาดนี้เลยหรือ?
เรื่องสำนักสาขาเจี๋ย อวิ๋นจงจื่อยังไม่รู้เรื่อง เขาเอาแต่ปิดด่านบำเพ็ญเพียร ถ้าไม่ใช่เพราะทิ้งลูกไม้ไว้ที่เขาเยี่ยนซาน สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของเหลยเจิ้นจื่อ อวิ๋นจงจื่อก็คงยังไม่ออกด่าน
เวลานี้ อวิ๋นจงจื่อรู้ตัวว่าสู้เหลยเจิ้นจื่อไม่ได้แน่นอน จึงคิดจะหนี เขาต้องกลับไปถามอาจารย์ที่สำนัก ว่าสำนักสาขาเจี๋ยมันคืออะไรกันแน่
ฉับพลัน อวิ๋นจงจื่อใช้วิชาหนี ร่างหายวับไปทันที
เหลยเจิ้นจื่อเห็นดังนั้นก็สะบัดมือใหญ่ มิติถูกฉีกกระชาก ดูดอวิ๋นจงจื่อกลับมา "อยากมาก็มา จะไปก็ไม่ลา? มีมารยาทไหมเนี่ย!?"
"อีกอย่าง ข้าหวังดี ถ่ายทอดสุดยอดวิชาเทพให้ ยังไม่ได้ฝึกเลย จะรีบไปไหน!?"
สิ้นเสียง อวิ๋นจงจื่อตัวสั่นเทิ้ม "จะ... เจ้าอย่าทำบ้าๆ นะ ข้าเป็นศิษย์อริยะนะเว้ย!"
เหลยเจิ้นจื่อตอบเรียบๆ "ศิษย์อริยะแล้วไง? ศิษย์อริยะก็ไร้มารยาทได้งั้นสิ?"
"เหอะ! ข้ามีเจตนาดี ถ่ายทอดวิชาเทพให้ ไม่ขอบคุณยังไม่พอ ยังมาขู่ข้าอีก!?"
อวิ๋นจงจื่อ: ??? เจ้าหน้าด้านเกินไปแล้ว! เจตนาดีบ้านป้าเจ้าสิ นั่นมันถ่ายทอดวิชาเทพที่ไหน เจ้ากะจะตัดจู๋ข้าชัดๆ! ยังมาแถข้างๆ คูๆ น่ารังเกียจนัก!
เสียงของเหลยเจิ้นจื่อดังขึ้นต่อ "อีกอย่าง... อริยะแล้วไง?! ถ้าอริยะมา ข้าก็จะมอบวาสนาให้ ให้เขาฝึกวิชาเทพนี้เหมือนกัน! ทำไม? อริยะคงไม่เนรคุณเหมือนเจ้าหรอกมั้ง!"
อวิ๋นจงจื่อ: !?!? เจ้าได้ยินสิ่งที่ตัวเองพูดไหมเนี่ย? อริยะใช่คนที่เจ้าจะมาลบหลู่เล่นได้เหรอ? นี่มันรนหาที่ตายชัดๆ! ต่อให้เป็นปรมาจารย์ทงเทียนก็ยังไม่กล้าทำแบบนี้เลย!
ปรมาจารย์ทงเทียน: ? ใครนินทาข้า?! ข้าไม่กล้า? เหอะ! ไอ้หมาเวร ใส่ร้ายข้า? เจ้าสมควรตายจริงๆ!
[จบแล้ว]