- หน้าแรก
- ย้อนเวลารัก หวานใจวัยเยาว์
- บทที่ 14: ซูถัง เธอชอบฉันไหม?**
บทที่ 14: ซูถัง เธอชอบฉันไหม?**
บทที่ 14: ซูถัง เธอชอบฉันไหม?**
บทที่ 14: ซูถัง เธอชอบฉันไหม?**
"พรุ่งนี้เธอว่างไหม?"
มู่เฉินครุ่นคิดอย่างละเอียด
หรือว่าแม่สาวน้อยคนนี้อยากจะไปเดตกับเขา?
จุ๊ๆๆ ไม่นึกเลยว่าซูถังจะเป็นฝ่ายรุกก่อนแบบนี้
พรุ่งนี้เป็นวันแรกของปิดเทอมหน้าร้อน
ถ้าไม่มีเหตุสุดวิสัยอะไร เขาก็ว่างจริงๆ นั่นแหละ
อีกอย่าง ในสายตาพ่อแม่ พอปิดเทอมแล้ว เด็กๆ ก็ควรจะได้พักผ่อนให้เต็มที่ แน่นอนว่าต้องปล่อยให้ไปเที่ยวเล่นสักสองสามวันก่อน
"เป็นอะไรไปคุณนักเรียนซูถัง? หรือว่าอยากจะชวนฉันออกไปเที่ยว?"
มู่เฉินพูดด้วยน้ำเสียงขี้เล่น พอได้ยินแบบนั้น ซูถังก็ชะงักไป
นี่เธอแสดงออกชัดเจนขนาดนั้นเลยเหรอ? เจ้าบ้ามู่เฉินถึงเดาทางถูก
ซูถังพยักหน้ารัวๆ ราวกับลูกไก่จิกข้าวสาร ก่อนจะทำเสียงลึกลับว่า
"ใช่ ฉันจะพาไปที่ที่นึง ส่วนเป็นที่ไหน... พรุ่งนี้เดี๋ยวก็รู้เองแหละ"
โอ้โห แม่สาวน้อยคนนี้มีการเล่นตัวซะด้วย
แน่นอนว่าถ้าเธอไม่บอก มู่เฉินก็ไม่ได้คิดจะซักไซ้ต่อ
เดี๋ยวไปถึงพรุ่งนี้ก็รู้เอง
"ก็ได้ ในเมื่อเป็นคำบัญชาขององค์หญิงน้อย กระหม่อมก็จะยอมไปเป็นเพื่อนด้วยความจำใจก็แล้วกัน"
"เจ้าบ้ามู่เฉิน!"
พอได้ยินว่าตัวเองเป็น 'องค์หญิงน้อย' ของมู่เฉิน ใบหน้าเล็กๆ ของซูถังก็ค่อยๆ ขึ้นสีแดงระเรื่อ
เธอมีความสุขจนแทบจะเก็บอาการไม่อยู่
การได้ออกไปเที่ยวกับคนที่ชอบนี่มันดีจังเลยน้า~
ไม่กี่นาทีต่อมา
นักเรียนจำนวนมากทยอยขึ้นรถบัส
พวกเขาพูดคุยหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน ถกเถียงกันถึงแผนการหลังวันหยุด
นักเรียนระดับหัวกะทิบางคนก็กำลังคาดคะเนคะแนนสอบของตัวเอง
ไม่นานรถบัสก็สตาร์ตเครื่องและเริ่มเดินทางกลับ
เวลา 17:45 น.
รถเลี้ยวเข้าสู่โรงเรียนมัธยมเจิ้นหัวที่ 1
หลังจากเข้าเขตโรงเรียน รถบัสที่เคยจอแจก็ค่อยๆ เงียบเสียงลง
อารมณ์ความรู้สึกอันซับซ้อนฉายชัดบนใบหน้าของเหล่านักเรียน
นักเรียนหญิงบางคนถึงกับน้ำตาคลอเบ้า
การสิ้นสุดของการสอบเข้ามหาวิทยาลัย หมายความว่านักเรียนเหล่านี้ต้องเอ่ยคำลาต่อเจิ้นหัว ต่อโรงเรียนมัธยมที่พวกเขาใช้ชีวิตร่วมกันมาตลอดสามปี
โรงเรียนแห่งนี้มอบทั้งความสุข ความเศร้า และความประทับใจนับไม่ถ้วนให้กับพวกเขา
ทั้งวีรกรรมปีนกำแพงหนีไปเล่นเกมที่ร้านเน็ต หรือแอบเล่นเกมในหอพักตอนกลางคืน
การถูกครูเรียกพบผู้ปกครองเพราะลอกการบ้านเพื่อน
หรือการชนะการแข่งขันบางอย่าง จนทำให้ครูและเพื่อนร่วมชั้นส่งเสียงเชียร์ด้วยความตื่นเต้น
และเด็กสาวคนนั้นที่แอบชอบมาตลอดแต่ไม่กล้าบอกรัก ก็คงไม่มีโอกาสได้เจอกันอีกแล้ว
เหมือนกับเนื้อเพลงที่ว่า ตอนสมัครเรียนเราเฝ้าฝันถึงวันจบการศึกษา แต่พอจบจริงๆ กลับนอนไม่หลับเพราะต้องลาจากมิตรภาพ
รถบัสจอดเทียบข้างตึกเรียน
เวลานี้ บรรดาครูบาอาจารย์ หัวหน้าระดับชั้น และผู้อำนวยการโรงเรียนต่างมายืนรวมตัวกัน
เพื่อส่งนักเรียนชั้นมัธยมปีที่ 6 เป็นครั้งสุดท้าย
มู่เฉินหันไปมองซูถังเล็กน้อย สีหน้าของเธอเต็มไปด้วยความอาลัยอาวรณ์เช่นเดียวกับนักเรียนส่วนใหญ่
"เป็นอะไรไป?"
เขาลูบหัวเธอเบาๆ มองดูสีหน้าเศร้าสร้อยของซูถังที่ดูน่าเอ็นดูเหลือเกิน
"เค้า... เค้าใจหายนิดหน่อยน่ะ"
ซูถังมองตึกเรียนที่คุ้นเคยผ่านหน้าต่างรถ หลังจากจากไปในวันนี้ เธออาจจะไม่มีโอกาสได้กลับมาที่นี่อีกแล้ว
"ยัยบ๊อง งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา อย่าเศร้าไปเลย ถ้าวันหน้าอยากกลับมาเยี่ยมโรงเรียน ก็กลับมาได้ทุกเมื่อนั่นแหละ ไม่ต้องห่วง ฉันจะมาเป็นเพื่อนเธอเอง"
"อื้อๆ!"
พอได้ยินคำพูดของมู่เฉิน ซูถังก็รู้สึกดีขึ้นมาบ้าง
"ลงรถกันเถอะ"
"โอเค!"
ทั้งสองลุกขึ้นและเดินลงจากรถ
ในขณะเดียวกัน ผอ.พาน ก็มาร่วมส่งนักเรียนรุ่นนี้ด้วยตัวเองเป็นพิเศษ
เขายืนอยู่ไม่ไกลจากประตูโรงเรียน ตรงจุดที่เขามักจะมายืนดักจับนักเรียนที่ไม่แต่งชุดยูนิให้เรียบร้อย
"ลาก่อนครับ ผอ.พาน!"
"สวัสดีครับ ผอ.พาน!"
"ฮือๆๆ ผอ.พาน หนูต้องคิดถึงผอ.แน่เลย"
"..."
นักเรียนทุกคนต่างกล่าวลาผอ.พาน
ขณะเดียวกัน คู่รักหลายคู่ที่เปิดเผยความสัมพันธ์กันมานานแล้ว ก็จูงมือเดินผ่านหน้าผอ.พานไป
ปกติพวกเขาไม่กล้าจับมือถือแขนโชว์ความหวานต่อหน้าผอ.พาน แต่วันนี้ก่อนจาก ขอป่วนประสาทแกสักหน่อยเถอะ
"ตาเฒ่าพาน ไหนบอกว่าเจิ้นหัวของเราห้ามมีรักในวัยเรียนไง? ตอนนี้กลืนน้ำลายตัวเองแล้วสิ?"
ครูคนหนึ่งอดหัวเราะไม่ได้
"เฮอะ ไอ้พวกเด็กแสบ"
วัยนี้เป็นวัยที่ความรักกำลังผลิบาน ใครบ้างจะไม่หวั่นไหวกับเพศตรงข้าม?
ถ้าหวั่นไหวกับเพศเดียวกันสิ นั่นแหละปัญหาใหญ่
ที่โรงเรียน ต่อหน้าครูบาอาจารย์มากมาย มู่เฉินเองก็ไม่ได้เป็นฝ่ายจับมือซูถัง
หลังจากร่ำลาครูทีละคน พวกเขาก็มาถึงโรงจอดจักรยาน
ทั้งสองไขกุญแจรถ เข็นจักรยานออกมา แล้วเดินออกจากโรงเรียนมัธยมที่ผูกพันกันมาสามปี
ซูถังเข็นจักรยานสีชมพูของเธอ พลางหันกลับไปมองประตูโรงเรียนมัธยมเจิ้นหัวที่ 1
ในใจเต็มไปด้วยความรู้สึกหลากหลาย
ทว่า สิ่งที่รอเธออยู่ข้างหน้าคือชีวิตมหาวิทยาลัยที่เต็มไปด้วยสีสัน
เมื่อมองใบหน้าของซูถัง มู่เฉินก็เผยรอยยิ้มอบอุ่น
"มองให้เต็มที่นะ พรุ่งนี้ก็จะไม่ได้เห็นแล้ว"
"พี่มู่เฉิน!"
"หือ?"
จู่ๆ ก็มีเสียงผู้หญิงดังขึ้นจากด้านหลัง
เมื่อได้ยินเสียงเรียก มู่เฉินก็หันกลับไปมองตามสัญชาตญาณ
เด็กสาวในชุดเดรสสีขาว ผมยาวสลวย ส่วนสูงประมาณ 162 เซนติเมตร กำลังวิ่งตรงมาหาเขา
ทันทีที่เห็นเด็กสาวคนนี้ ชื่อหนึ่งก็ผุดขึ้นในหัวของมู่เฉิน
'จ้าวหยา ลู่'
จ้าวหยาลู่อยู่ชั้นเดียวกับเขาและเรียนสายวิทย์เหมือนกัน แต่ไม่ได้อยู่ห้องเดียวกัน
พวกเขารู้จักกันผ่านชมรม โรงเรียนมัธยมเจิ้นหัวที่ 1 ให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณธรรม ปัญญา พลานามัย และสุนทรียภาพของนักเรียน จึงมีกิจกรรมชมรมทุกบ่ายวันศุกร์
ตอนนั้นมู่เฉินเรียนกีตาร์ และนั่นทำให้เขาได้รู้จักกับจ้าวหยาลู่
หน้าตาของเธอถือว่าสวยเกินมาตรฐาน ตาโต จมูกโด่ง ปากนิดจมูกหน่อย และมีแก้มยุ้ยแบบเบบี้แฟตเล็กน้อย นิสัยดี แถมผลการเรียนก็ดีด้วย
แม้จะไม่สวยสะดุดตาเท่าซูถัง แต่เธอก็เป็นที่รู้จักพอสมควรในโรงเรียน
ในความทรงจำของมู่เฉิน ดูเหมือนจ้าวหยาลู่จะแอบมีใจให้เขาอยู่บ้าง เธอมักจะหาเรื่องมาคุยกับเขา หรือชวนคุยเรื่องอุดมการณ์ชีวิตอยู่บ่อยๆ
ถึงขั้นเคยชวนมู่เฉินไปที่ป่าหลังโรงเรียนหลายครั้ง
ทว่าในชีวิตก่อน มู่เฉินมัวแต่บ้าเกม ไม่เคยตอบรับคำชวนของจ้าวหยาลู่เลยสักครั้ง
จะไปทำไมป่าหลังโรงเรียน?
เล่นเกมสนุกกว่าตั้งเยอะไม่ใช่เหรอ?
ผู้หญิงหรือจะสู้เกม!
แต่มู่เฉินลองนึกย้อนดูดีๆ ในชีวิตก่อน จ้าวหยาลู่ไม่ได้มาหาเขาในเวลานี้นี่นา
"จ้าวหยาลู่? เธอ... มีอะไรจะพูดเหรอ?"
"เอ่อ... พี่มู่เฉินคะ ฉันสังเกตคะแนนสอบจำลองช่วงหลังๆ ของพี่ พี่ได้ประมาณ 400 คะแนน ดังนั้น ในการสอบเข้ามหาวิทยาลัยครั้งนี้ ฉันเลยตั้งใจทำคะแนนให้ต่ำลงหน่อย ฉัน... ฉันอยากไปเรียนมหาวิทยาลัยเดียวกับพี่ค่ะ"
จ้าวหยาลู่รวบรวมความกล้าพูดออกมา
ได้ยินคำพูดของจ้าวหยาลู่ มู่เฉินถึงกับอึ้ง
จงใจทำคะแนนให้ต่ำลงเพื่อจะได้เรียนที่เดียวกับเขา?
นี่มัน... ใช้เท้าคิดยังรู้เลยว่าจ้าวหยาลู่กำลังสารภาพรัก
ที่สำคัญกว่านั้นคือ ซูถังก็ยืนอยู่ข้างๆ นี่เอง
มู่เฉินเผลอเหลือบมองซูถัง และในขณะเดียวกัน จ้าวหยาลู่ก็มองตามสายตามู่เฉินไปที่ซูถัง
ทันใดนั้น สีหน้าของเธอก็เปลี่ยนไป
เธอเคยสืบเรื่องความสัมพันธ์ของมู่เฉินกับซูถังมาก่อน ทั้งคู่เป็นเพื่อนสมัยเด็กและสนิทกันมาก
แต่ไม่ได้เป็นแฟนกัน
นั่นหมายความว่าเธอยังมีโอกาสกับมู่เฉิน
"เอ่อ..."
มู่เฉินไม่รู้จะตอบยังไง
คำพูดของจ้าวหยาลู่ทำเอาเขาไปไม่เป็น
แม้จ้าวหยาลู่จะเป็นผู้หญิงที่ดี แต่เขามีซูถังอยู่แล้ว
ตำแหน่งนั้นไม่มีใครแทนที่ได้
มู่เฉินยิ้มบางๆ "ขอบคุณนะที่ทำเพื่อฉันขนาดนี้ แต่... ฉันชอบซูถัง"
จ้าวหยาลู่: "???"
ซูถัง: "หะ?"
ได้ยินคำพูดของมู่เฉิน
ดวงตาของเธอเป็นประกายขึ้นมาทันที
อย่างไรก็ตาม ในตอนนี้มู่เฉินไม่ได้มองเธอ
แต่เขากำลังคุยกับจ้าวหยาลู่
"อะ-อะไรนะ? พี่ชอบซูถัง แต่พวกพี่รู้จักกันมาตั้งสิบแปดปี ทำไมถึงยังไม่ได้คบกันล่ะคะ?"
จ้าวหยาลู่พูดด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
หัวใจของเธอปวดร้าว
ปกติมีแต่ผู้ชายมาตามจีบเธอ พอเธอเป็นฝ่ายรุกบ้าง ไม่นึกเลยว่าจะลงเอยแบบนี้
"เพราะฉันไม่อยากรบกวนการเรียนของเธอน่ะ แต่ตอนนี้สอบเสร็จแล้ว งั้นฉัน..."
มู่เฉินหันหน้ากลับมามองซูถัง
"ซูถัง เธอชอบฉันไหม?"
มู่เฉินถามออกไปตรงๆ
โดนถามแบบนี้ ซูถังถึงกับทำตัวไม่ถูก
"อ๋า... คือ คือ คือ..."
ได้ยินเขาถามแบบนั้น ใบหน้าเล็กๆ ของซูถังก็แดงก่ำไปถึงใบหูทันที
แต่ในเวลาแบบนี้ ต่อหน้าจ้าวหยาลู่ เธอจะพูดอะไรได้อีก?
แน่นอนว่าเธอชอบเขา
และนี่ก็เป็นความรู้สึกที่แท้จริงของซูถังด้วย
ผู้หญิงคนไหนบ้างจะไม่อยากได้แฟนที่ทั้งสูง หล่อ และมีความฉลาดทางอารมณ์สูงขนาดนี้?
"เค้า... ชอบนาย~"
เสียงของซูถังแผ่วเบามาก
ท่าทางปากไม่ตรงกับใจที่เคยทำเป็นประจำหายวับไปกับตา
ถูกแทนที่ด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความขวยเขิน
ตอนที่พูดคำนี้ออกมา หน้าของเธอแดงไปหมดแล้ว
"นั่นแหละ เธอได้ยินแล้วนะ"
ริมฝีปากของมู่เฉินยกขึ้นเล็กน้อย
"ฉันหวังว่าเธอจะเจอรักแท้ของเธอนะ อีกอย่าง... เธอเป็นคนดีนะ"
"??? ฉันเป็นคนดี?"
จ้าวหยาลู่อึ้งกิมกี่
ไม่นึกเลยว่าจะโดนแจก 'บัตรคนดี' แบบนี้?
ฮือๆๆ เศร้าจัง...
ส่วนมู่เฉิน
เขาหันไปมองซูถังที่ยังยืนเหม่ออยู่ ยัยหนูคนนี้คงกำลังปั่นป่วนในท้องเหมือนมีผีเสื้อบินวนอยู่แน่ๆ
"ยัยหนู ไปกันเถอะ"
"หะ? อ้อๆ!"
ซูถังได้สติกลับมา
เธอรีบขึ้นจักรยานแล้วปั่นออกไปพร้อมกับมู่เฉิน
ทิ้งให้จ้าวหยาลู่ยืนเคว้างคว้างอยู่ตรงนั้นเพียงลำพัง...