- หน้าแรก
- รีเซ็ตชีวิต ปิดคดีเดือด
- บทที่ 670 - ดวงตาหลอกกันไม่ได้
บทที่ 670 - ดวงตาหลอกกันไม่ได้
บทที่ 670 - ดวงตาหลอกกันไม่ได้
บทที่ 670 - ดวงตาหลอกกันไม่ได้
สิ้นประโยคนั้น รูม่านตาของผู้หญิงทั้งสองคนขยายกว้างทันที จ้องมองเจ้าอ้วนตรงหน้าอย่างไม่อยากเชื่อสายตา
"ผมเดาว่า คุณเป็นคนมัดให้เธอก่อน"
อวี๋ต้าจางมองไปที่ผู้หญิงคนที่อายุมากกว่า แล้วพูดต่อ:
"เพราะเงื่อนของเธอดูแน่นหนากว่า"
พูดพลาง เขาก็เอื้อมมือไปดึงเชือกที่ข้อมือของผู้หญิงคนนั้น แล้วกระตุกแรงๆ ทีหนึ่ง:
"ดูของคุณสิ ดึงนิดเดียวก็หลวมแล้ว ดูรู้เลยว่าตอนมัดไม่ได้ออกแรง"
"ไม่สิ ไม่ใช่ไม่ได้ออกแรง แต่เพราะมือทั้งสองข้างของคุณถูกมัดอยู่ เลยออกแรงไม่ถนัดต่างหาก"
เนื่องจากข้อมือของผู้หญิงถูกใส่กุญแจมือไว้แล้ว แม้เชือกจะถูกดึงหลุดออกมา เธอก็ยังไม่สามารถขยับมือได้อย่างอิสระ
ท่ามกลางสายตาหวาดกลัวของเธอ อวี๋ต้าจางชี้ไปที่เสื้อผ้าบนตัวเธออีก:
"เสื้อผ้าบนตัวพวกคุณดูปุ๊บก็รู้ว่าเพิ่งฉีกขาดเมื่อกี้ แถมชัดเจนว่าจงใจฉีกให้เป็นแบบนี้"
เขาส่ายหน้าทำท่าผิดหวัง:
"ไม่ใช้สมองเลย ต่อให้พวกคุณคิดแผนสดๆ ร้อนๆ แล้วรีบร้อนทำ ก็ต้องให้สมเหตุสมผลหน่อยสิ"
"ดูรอยยับนี่สิ ชัดเจนว่าเป็นรอยมือผู้หญิง แถมยังสมมาตรเกินไปอีก"
อวี๋ต้าจางชี้จุดต่างๆ บนตัวทั้งสองคน:
"ถ้าเสื้อผ้าขาดจากการถูกฉุดกระชาก มันต้องได้รับแรงจากด้านใดด้านหนึ่ง ทำให้ขาดข้างดีข้าง แต่นี่อะไร"
"พวกคุณเล่นฉีกขาดสองข้างเท่ากันเป๊ะ แต่เสื้อข้างในกลับไม่มีรอยขีดข่วนเลย"
"อย่าบอกนะว่าอีกฝ่ายฉีกเสื้อพวกคุณขาดแล้ว ก็หมดอารมณ์ขึ้นมาดื้อๆ"
ระหว่างที่เขาพูด ผู้หญิงคนที่อายุมากกว่าพยายามจะอ้าปากแทรกหลายครั้ง แต่ก็ไม่มีเสียงเล็ดลอดออกมา
อวี๋ต้าจางเห็นว่าเธออยากพูด จึงหยุด แล้วส่งสายตาบอกให้เธอพูดได้
ผลคือผู้หญิงคนนั้นทำท่าเหมือนจะพูดอยู่หลายครั้ง แต่สุดท้ายก็พูดไม่ออกสักคำ
"ไม่มีอะไรจะแก้ตัวแล้วเหรอ?" อวี๋ต้าจางมองเธอด้วยสายตากึ่งยิ้มกึ่งบึง
ถ้าบอกว่าก่อนหน้านี้สมองของผู้หญิงคนนี้ยังแล่นดีอยู่ ตอนนี้คงถูกอวี๋ต้าจางปั่นจนรวนไปหมดแล้ว
"คุณรู้ไหมว่าเรื่องอะไรเปลืองสมองที่สุด?"
เจอกำถามที่ไม่มีปี่มีขลุ่ยของอวี๋ต้าจางเข้าไป ผู้หญิงคนนั้นส่ายหน้าโดยสัญชาตญาณ
ไม่ใช่แค่เธอ แม้แต่พวกหัวหน้าทีมสวี่ที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็สนใจคำถามนี้เหมือนกัน
"เมื่อคำโกหกถูกเปิดโปง แล้วพยายามใช้คำโกหกอีกเรื่องมากลบเกลื่อน นั่นแหละคือตอนที่เปลืองสมองที่สุด"
อวี๋ต้าจางพูดเสียงขรึม:
"และในขณะเดียวกัน ก็เป็นช่วงที่ความกดดันทางจิตใจสูงที่สุดด้วย"
"อย่าเสียแรงเปล่าเลย ในสายตาผม พวกคุณเต็มไปด้วยพิรุธ ไม่มีความจำเป็นต้องเล่นละครต่อแล้ว"
ความเงียบที่น่ากลัวเข้าปกคลุมทันที
สีหน้าของผู้หญิงทั้งสองคนดูแย่ลงอย่างเห็นได้ชัด
ตอนนี้ต่อให้เป็นคนโง่ก็ดูออกแล้วว่าสองคนนี้มีปัญหา
เห็นพวกเธอเงียบ อวี๋ต้าจางถามด้วยน้ำเสียงล้อเลียน:
"ไง จะดิ้นรนอีกสักหน่อยไหม?"
ดูเหมือนจะรู้ตัวว่าแก้ตัวไม่ขึ้นแล้ว ผู้หญิงคนที่อายุมากกว่าถอนหายใจยาวเหยียด ร่างกายผ่อนคลายลงทันที
จากนั้นเธอก็ส่ายหน้า พูดว่า:
"ยังไงก็ไม่ไหวสินะ ต่อหน้ามืออาชีพอย่างพวกคุณ ลูกไม้ตื้นๆ พวกนี้ไม่มีความหมายเลย"
"ฉันแค่รู้สึกเจ็บใจ ถ้าไม่ลองดูสักตั้งคงคาใจ เผื่อว่าจะสำเร็จไง"
น้ำเสียงของเธอแฝงความเจ็บใจและเสียดาย:
"จริงๆ ฉันก็ไม่ได้หวังว่าจะหลอกพวกคุณได้หรอก ขอแค่พวกนั้นเข้าห้องสอบสวน ไม่นานก็คงซัดทอดมาถึงพวกเราสองคน"
"แต่มันมีช่องว่างของเวลาอยู่ ขอแค่พวกคุณไม่มองว่าเราสองคนเป็นผู้ต้องสงสัย ก่อนที่พวกนั้นจะถูกสอบสวน เราก็มีโอกาสหนีถมเถ"
พูดถึงตอนท้าย เธอหัวเราะขืนๆ:
"ฉันยังคิดเข้าข้างตัวเองเกินไป พวกคุณดันมองออกตั้งแต่แรกเห็นซะงั้น"
ลูกไม้ตื้นๆ? หัวหน้าทีมสวี่และตำรวจอีกสองนายน่าแดงก่ำ
คำพูดของเธอฟังแล้วเหมือนกำลังประชดพวกเขา
เมื่อกี้นี้ แวบแรกพวกเขาคิดว่าพวกเธอเป็นผู้หญิงที่ถูกลักพาตัวจริงๆ
หลักๆ คือสภาพแวดล้อมที่นี่มันพิเศษ บวกกับบรรยากาศ และเพศสภาพของพวกเธอ รวมถึงเสื้อผ้าที่หลุดลุ่ย ผมเผ้ายุ่งเหยิง...
ปัจจัยหลายอย่างมารวมกัน ยากที่จะไม่ให้คิดไปในทางนั้น
แต่เจ้าอ้วนคนนี้พอเห็นพวกเธอ ไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย ชักปืนออกมาเลย
ราวกับว่าถ้าพวกเธอขยับตัวผิดปกตินิดเดียว เขาจะยิงทิ้งทันที ไม่มีคำว่าใจอ่อน
หัวหน้าทีมสวี่รู้ว่าตัวเองกับอวี๋ต้าจางมีช่องว่างระหว่างกัน แต่ไม่คิดว่าช่องว่างจะห่างกันขนาดนี้
เหมือนที่ผู้หญิงคนนั้นพูด ถ้าไม่มีอวี๋ต้าจางอยู่ด้วย พวกเขามีความเป็นไปได้สูงที่จะไม่มองทั้งสองคนเป็นผู้ต้องสงสัย
ถ้ามองพวกเธอเป็นเหยื่อ ย่อมไม่มีการคุมเข้ม ผลที่ตามมาก็จินตนาการได้ไม่ยาก
พอนึกถึงผลที่ตามมา หัวหน้าทีมสวี่เหงื่อแตกพลั่ก
โดนแก๊งค้ามนุษย์หลอกซึ่งหน้า แถมยังปล่อยให้หนีไปได้ เขาที่เป็นรองหัวหน้ากองสืบสวนคงต้องพิจารณาตัวเอง และคงกลายเป็นตัวตลกในวงการตำรวจ
โชคดีที่มาเจอเขาที่ซงไห่... หัวหน้าทีมสวี่มองอวี๋ต้าจางด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป
จากนั้นผู้หญิงทั้งสองคนถูกตำรวจดึงให้ลุกขึ้น แต่ตอนกำลังจะเดินออกจากห้อง ผู้หญิงคนที่อายุมากกว่าหันกลับมาถามอวี๋ต้าจาง:
"ก่อนไป ช่วยไขข้อข้องใจให้ฉันหน่อยได้ไหม?"
อวี๋ต้าจางพยักหน้า:
"ว่ามา"
เห็นเขาตกลง ผู้หญิงคนนั้นรีบถามทันที:
"พวกคุณเจอที่นี่ได้ยังไง?"
ถามเสร็จ เธอก็รีบเสริมว่า:
"ชัดเจนว่าขั้นตอนการซื้อขายทั้งหมดไม่มีปัญหา ต่อให้พวกคุณระบุตำแหน่งจากโทรศัพท์ก็ไม่มีทางระบุมาที่นี่ได้ พวกคุณทำได้ยังไงกันแน่?"
กะจะวางยาฉันสินะ... อวี๋ต้าจางตระหนักได้ทันทีว่านี่เป็นคำถามที่ละเอียดอ่อน
การเปิดเผยข้อมูลคดีให้ผู้ต้องสงสัยรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำคดี ไม่ใช่สิ่งที่ตำรวจควรทำ
แถมเขาฟังจากเสียงก็รู้แล้วว่า เธอคือผู้หญิงที่คุยโทรศัพท์กับเซี่ยเหว่ยก่อนหน้านี้
นั่นหมายความว่า นี่คือผู้ต้องสงสัยหลัก
อวี๋ต้าจางอยากจะบอกใบ้นิดหน่อย บอกเธอว่าเซี่ยเหว่ยโดนจับแล้ว จะได้ให้เธอตัดใจ
แต่พอลองคิดดูอีกที ทำแบบนี้เท่ากับเปิดเผยตัวตนของเจ้าหน้าที่หน่วยรบพิเศษหญิงทั้งเจ็ดคน
นี่คือข้อห้ามร้ายแรง!
โดยเฉพาะภารกิจยังดำเนินอยู่ การเปิดเผยข้อมูลแบบนี้ออกไป ไม่ต่างอะไรกับการขายเพื่อนร่วมทีม
"คำถามนี้ผมตอบไม่ได้"
อวี๋ต้าจางเลือกที่จะพูดความจริง:
"ข้อมูลใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับคดี ผมไม่มีสิทธิ์เปิดเผยให้คุณรู้"
พูดจบ เขาก็โบกมือ ส่งสัญญาณให้ตำรวจคุมตัวพวกเธอออกไป
รอจนพวกเขาออกไปแล้ว อวี๋ต้าจางก็ตรวจสอบห้องเก็บของนี้อีกรอบ
เมื่อมั่นใจว่าพวกเธอไม่ได้ทิ้งสิ่งของใดๆ ไว้ เขาถึงวางใจ
ขณะที่เขากำลังจะขึ้นข้างบน หัวหน้าทีมสวี่อดถามไม่ได้:
"คุณฟันธงว่าพวกเธอมีปัญหาตั้งแต่วินาทีแรกที่เห็นเลยเหรอ?"
ทั้งเรื่องเงื่อน เรื่องเสื้อผ้า เขารู้สึกว่าเหตุผลพวกนี้มันดูแถๆ ชอบกล
และเขาคิดว่าสิ่งเหล่านี้ยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าผู้หญิงสองคนนั้นมีปัญหาแน่นอน
"เปล่าหรอก"
อวี๋ต้าจางทำหน้าจริงจัง:
"เรื่องพวกนั้นผมพูดเพื่อหาหลักฐานแวดล้อมมาบีบให้พวกเธอพูดความจริงต่างหาก"
"คุณยังจำประโยคที่ตำรวจคนแรกพูดตอนเจอพวกเธอได้ไหม?"
หัวหน้าทีมสวี่นึกย้อนกลับไป แล้วตอบว่า:
"จำได้ เขาพูดว่า: ไม่ต้องกลัว พวกเราเป็นตำรวจ พวกคุณปลอดภัยแล้ว"
เขาไม่รู้สึกว่าประโยคนี้มีปัญหาตรงไหน
ถ้ามองอีกฝ่ายเป็นเหยื่อ คำพูดแบบนี้ถือว่าเป็นมาตรฐานมาก
"ปัญหาก็อยู่ที่ประโยคนี้นั่นแหละ"
อวี๋ต้าจางอธิบาย:
"หลังจากได้ยินประโยคนี้ ในแววตาของพวกเธอไม่มีความดีใจที่รอดตายมาได้เลย แต่กลับเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและสิ้นหวัง"
"ผมเพิ่งทำคดีลักพาตัวมาหมาดๆ ดังนั้นสีหน้าของเหยื่อที่ได้รับการช่วยเหลือ ผมยังจำได้แม่น"
[จบแล้ว]