เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 670 - ดวงตาหลอกกันไม่ได้

บทที่ 670 - ดวงตาหลอกกันไม่ได้

บทที่ 670 - ดวงตาหลอกกันไม่ได้


บทที่ 670 - ดวงตาหลอกกันไม่ได้

สิ้นประโยคนั้น รูม่านตาของผู้หญิงทั้งสองคนขยายกว้างทันที จ้องมองเจ้าอ้วนตรงหน้าอย่างไม่อยากเชื่อสายตา

"ผมเดาว่า คุณเป็นคนมัดให้เธอก่อน"

อวี๋ต้าจางมองไปที่ผู้หญิงคนที่อายุมากกว่า แล้วพูดต่อ:

"เพราะเงื่อนของเธอดูแน่นหนากว่า"

พูดพลาง เขาก็เอื้อมมือไปดึงเชือกที่ข้อมือของผู้หญิงคนนั้น แล้วกระตุกแรงๆ ทีหนึ่ง:

"ดูของคุณสิ ดึงนิดเดียวก็หลวมแล้ว ดูรู้เลยว่าตอนมัดไม่ได้ออกแรง"

"ไม่สิ ไม่ใช่ไม่ได้ออกแรง แต่เพราะมือทั้งสองข้างของคุณถูกมัดอยู่ เลยออกแรงไม่ถนัดต่างหาก"

เนื่องจากข้อมือของผู้หญิงถูกใส่กุญแจมือไว้แล้ว แม้เชือกจะถูกดึงหลุดออกมา เธอก็ยังไม่สามารถขยับมือได้อย่างอิสระ

ท่ามกลางสายตาหวาดกลัวของเธอ อวี๋ต้าจางชี้ไปที่เสื้อผ้าบนตัวเธออีก:

"เสื้อผ้าบนตัวพวกคุณดูปุ๊บก็รู้ว่าเพิ่งฉีกขาดเมื่อกี้ แถมชัดเจนว่าจงใจฉีกให้เป็นแบบนี้"

เขาส่ายหน้าทำท่าผิดหวัง:

"ไม่ใช้สมองเลย ต่อให้พวกคุณคิดแผนสดๆ ร้อนๆ แล้วรีบร้อนทำ ก็ต้องให้สมเหตุสมผลหน่อยสิ"

"ดูรอยยับนี่สิ ชัดเจนว่าเป็นรอยมือผู้หญิง แถมยังสมมาตรเกินไปอีก"

อวี๋ต้าจางชี้จุดต่างๆ บนตัวทั้งสองคน:

"ถ้าเสื้อผ้าขาดจากการถูกฉุดกระชาก มันต้องได้รับแรงจากด้านใดด้านหนึ่ง ทำให้ขาดข้างดีข้าง แต่นี่อะไร"

"พวกคุณเล่นฉีกขาดสองข้างเท่ากันเป๊ะ แต่เสื้อข้างในกลับไม่มีรอยขีดข่วนเลย"

"อย่าบอกนะว่าอีกฝ่ายฉีกเสื้อพวกคุณขาดแล้ว ก็หมดอารมณ์ขึ้นมาดื้อๆ"

ระหว่างที่เขาพูด ผู้หญิงคนที่อายุมากกว่าพยายามจะอ้าปากแทรกหลายครั้ง แต่ก็ไม่มีเสียงเล็ดลอดออกมา

อวี๋ต้าจางเห็นว่าเธออยากพูด จึงหยุด แล้วส่งสายตาบอกให้เธอพูดได้

ผลคือผู้หญิงคนนั้นทำท่าเหมือนจะพูดอยู่หลายครั้ง แต่สุดท้ายก็พูดไม่ออกสักคำ

"ไม่มีอะไรจะแก้ตัวแล้วเหรอ?" อวี๋ต้าจางมองเธอด้วยสายตากึ่งยิ้มกึ่งบึง

ถ้าบอกว่าก่อนหน้านี้สมองของผู้หญิงคนนี้ยังแล่นดีอยู่ ตอนนี้คงถูกอวี๋ต้าจางปั่นจนรวนไปหมดแล้ว

"คุณรู้ไหมว่าเรื่องอะไรเปลืองสมองที่สุด?"

เจอกำถามที่ไม่มีปี่มีขลุ่ยของอวี๋ต้าจางเข้าไป ผู้หญิงคนนั้นส่ายหน้าโดยสัญชาตญาณ

ไม่ใช่แค่เธอ แม้แต่พวกหัวหน้าทีมสวี่ที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็สนใจคำถามนี้เหมือนกัน

"เมื่อคำโกหกถูกเปิดโปง แล้วพยายามใช้คำโกหกอีกเรื่องมากลบเกลื่อน นั่นแหละคือตอนที่เปลืองสมองที่สุด"

อวี๋ต้าจางพูดเสียงขรึม:

"และในขณะเดียวกัน ก็เป็นช่วงที่ความกดดันทางจิตใจสูงที่สุดด้วย"

"อย่าเสียแรงเปล่าเลย ในสายตาผม พวกคุณเต็มไปด้วยพิรุธ ไม่มีความจำเป็นต้องเล่นละครต่อแล้ว"

ความเงียบที่น่ากลัวเข้าปกคลุมทันที

สีหน้าของผู้หญิงทั้งสองคนดูแย่ลงอย่างเห็นได้ชัด

ตอนนี้ต่อให้เป็นคนโง่ก็ดูออกแล้วว่าสองคนนี้มีปัญหา

เห็นพวกเธอเงียบ อวี๋ต้าจางถามด้วยน้ำเสียงล้อเลียน:

"ไง จะดิ้นรนอีกสักหน่อยไหม?"

ดูเหมือนจะรู้ตัวว่าแก้ตัวไม่ขึ้นแล้ว ผู้หญิงคนที่อายุมากกว่าถอนหายใจยาวเหยียด ร่างกายผ่อนคลายลงทันที

จากนั้นเธอก็ส่ายหน้า พูดว่า:

"ยังไงก็ไม่ไหวสินะ ต่อหน้ามืออาชีพอย่างพวกคุณ ลูกไม้ตื้นๆ พวกนี้ไม่มีความหมายเลย"

"ฉันแค่รู้สึกเจ็บใจ ถ้าไม่ลองดูสักตั้งคงคาใจ เผื่อว่าจะสำเร็จไง"

น้ำเสียงของเธอแฝงความเจ็บใจและเสียดาย:

"จริงๆ ฉันก็ไม่ได้หวังว่าจะหลอกพวกคุณได้หรอก ขอแค่พวกนั้นเข้าห้องสอบสวน ไม่นานก็คงซัดทอดมาถึงพวกเราสองคน"

"แต่มันมีช่องว่างของเวลาอยู่ ขอแค่พวกคุณไม่มองว่าเราสองคนเป็นผู้ต้องสงสัย ก่อนที่พวกนั้นจะถูกสอบสวน เราก็มีโอกาสหนีถมเถ"

พูดถึงตอนท้าย เธอหัวเราะขืนๆ:

"ฉันยังคิดเข้าข้างตัวเองเกินไป พวกคุณดันมองออกตั้งแต่แรกเห็นซะงั้น"

ลูกไม้ตื้นๆ? หัวหน้าทีมสวี่และตำรวจอีกสองนายน่าแดงก่ำ

คำพูดของเธอฟังแล้วเหมือนกำลังประชดพวกเขา

เมื่อกี้นี้ แวบแรกพวกเขาคิดว่าพวกเธอเป็นผู้หญิงที่ถูกลักพาตัวจริงๆ

หลักๆ คือสภาพแวดล้อมที่นี่มันพิเศษ บวกกับบรรยากาศ และเพศสภาพของพวกเธอ รวมถึงเสื้อผ้าที่หลุดลุ่ย ผมเผ้ายุ่งเหยิง...

ปัจจัยหลายอย่างมารวมกัน ยากที่จะไม่ให้คิดไปในทางนั้น

แต่เจ้าอ้วนคนนี้พอเห็นพวกเธอ ไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย ชักปืนออกมาเลย

ราวกับว่าถ้าพวกเธอขยับตัวผิดปกตินิดเดียว เขาจะยิงทิ้งทันที ไม่มีคำว่าใจอ่อน

หัวหน้าทีมสวี่รู้ว่าตัวเองกับอวี๋ต้าจางมีช่องว่างระหว่างกัน แต่ไม่คิดว่าช่องว่างจะห่างกันขนาดนี้

เหมือนที่ผู้หญิงคนนั้นพูด ถ้าไม่มีอวี๋ต้าจางอยู่ด้วย พวกเขามีความเป็นไปได้สูงที่จะไม่มองทั้งสองคนเป็นผู้ต้องสงสัย

ถ้ามองพวกเธอเป็นเหยื่อ ย่อมไม่มีการคุมเข้ม ผลที่ตามมาก็จินตนาการได้ไม่ยาก

พอนึกถึงผลที่ตามมา หัวหน้าทีมสวี่เหงื่อแตกพลั่ก

โดนแก๊งค้ามนุษย์หลอกซึ่งหน้า แถมยังปล่อยให้หนีไปได้ เขาที่เป็นรองหัวหน้ากองสืบสวนคงต้องพิจารณาตัวเอง และคงกลายเป็นตัวตลกในวงการตำรวจ

โชคดีที่มาเจอเขาที่ซงไห่... หัวหน้าทีมสวี่มองอวี๋ต้าจางด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป

จากนั้นผู้หญิงทั้งสองคนถูกตำรวจดึงให้ลุกขึ้น แต่ตอนกำลังจะเดินออกจากห้อง ผู้หญิงคนที่อายุมากกว่าหันกลับมาถามอวี๋ต้าจาง:

"ก่อนไป ช่วยไขข้อข้องใจให้ฉันหน่อยได้ไหม?"

อวี๋ต้าจางพยักหน้า:

"ว่ามา"

เห็นเขาตกลง ผู้หญิงคนนั้นรีบถามทันที:

"พวกคุณเจอที่นี่ได้ยังไง?"

ถามเสร็จ เธอก็รีบเสริมว่า:

"ชัดเจนว่าขั้นตอนการซื้อขายทั้งหมดไม่มีปัญหา ต่อให้พวกคุณระบุตำแหน่งจากโทรศัพท์ก็ไม่มีทางระบุมาที่นี่ได้ พวกคุณทำได้ยังไงกันแน่?"

กะจะวางยาฉันสินะ... อวี๋ต้าจางตระหนักได้ทันทีว่านี่เป็นคำถามที่ละเอียดอ่อน

การเปิดเผยข้อมูลคดีให้ผู้ต้องสงสัยรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำคดี ไม่ใช่สิ่งที่ตำรวจควรทำ

แถมเขาฟังจากเสียงก็รู้แล้วว่า เธอคือผู้หญิงที่คุยโทรศัพท์กับเซี่ยเหว่ยก่อนหน้านี้

นั่นหมายความว่า นี่คือผู้ต้องสงสัยหลัก

อวี๋ต้าจางอยากจะบอกใบ้นิดหน่อย บอกเธอว่าเซี่ยเหว่ยโดนจับแล้ว จะได้ให้เธอตัดใจ

แต่พอลองคิดดูอีกที ทำแบบนี้เท่ากับเปิดเผยตัวตนของเจ้าหน้าที่หน่วยรบพิเศษหญิงทั้งเจ็ดคน

นี่คือข้อห้ามร้ายแรง!

โดยเฉพาะภารกิจยังดำเนินอยู่ การเปิดเผยข้อมูลแบบนี้ออกไป ไม่ต่างอะไรกับการขายเพื่อนร่วมทีม

"คำถามนี้ผมตอบไม่ได้"

อวี๋ต้าจางเลือกที่จะพูดความจริง:

"ข้อมูลใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับคดี ผมไม่มีสิทธิ์เปิดเผยให้คุณรู้"

พูดจบ เขาก็โบกมือ ส่งสัญญาณให้ตำรวจคุมตัวพวกเธอออกไป

รอจนพวกเขาออกไปแล้ว อวี๋ต้าจางก็ตรวจสอบห้องเก็บของนี้อีกรอบ

เมื่อมั่นใจว่าพวกเธอไม่ได้ทิ้งสิ่งของใดๆ ไว้ เขาถึงวางใจ

ขณะที่เขากำลังจะขึ้นข้างบน หัวหน้าทีมสวี่อดถามไม่ได้:

"คุณฟันธงว่าพวกเธอมีปัญหาตั้งแต่วินาทีแรกที่เห็นเลยเหรอ?"

ทั้งเรื่องเงื่อน เรื่องเสื้อผ้า เขารู้สึกว่าเหตุผลพวกนี้มันดูแถๆ ชอบกล

และเขาคิดว่าสิ่งเหล่านี้ยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าผู้หญิงสองคนนั้นมีปัญหาแน่นอน

"เปล่าหรอก"

อวี๋ต้าจางทำหน้าจริงจัง:

"เรื่องพวกนั้นผมพูดเพื่อหาหลักฐานแวดล้อมมาบีบให้พวกเธอพูดความจริงต่างหาก"

"คุณยังจำประโยคที่ตำรวจคนแรกพูดตอนเจอพวกเธอได้ไหม?"

หัวหน้าทีมสวี่นึกย้อนกลับไป แล้วตอบว่า:

"จำได้ เขาพูดว่า: ไม่ต้องกลัว พวกเราเป็นตำรวจ พวกคุณปลอดภัยแล้ว"

เขาไม่รู้สึกว่าประโยคนี้มีปัญหาตรงไหน

ถ้ามองอีกฝ่ายเป็นเหยื่อ คำพูดแบบนี้ถือว่าเป็นมาตรฐานมาก

"ปัญหาก็อยู่ที่ประโยคนี้นั่นแหละ"

อวี๋ต้าจางอธิบาย:

"หลังจากได้ยินประโยคนี้ ในแววตาของพวกเธอไม่มีความดีใจที่รอดตายมาได้เลย แต่กลับเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและสิ้นหวัง"

"ผมเพิ่งทำคดีลักพาตัวมาหมาดๆ ดังนั้นสีหน้าของเหยื่อที่ได้รับการช่วยเหลือ ผมยังจำได้แม่น"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 670 - ดวงตาหลอกกันไม่ได้

คัดลอกลิงก์แล้ว