- หน้าแรก
- รีเซ็ตชีวิต ปิดคดีเดือด
- บทที่ 640 - การบริจาคนี้ต้องรับไว้ให้ได้สินะ
บทที่ 640 - การบริจาคนี้ต้องรับไว้ให้ได้สินะ
บทที่ 640 - การบริจาคนี้ต้องรับไว้ให้ได้สินะ
บทที่ 640 - การบริจาคนี้ต้องรับไว้ให้ได้สินะ
มาถึงกองกำกับการ
อวี๋ต้าจางตรงดิ่งไปยังห้องทำงานหัวหน้ากองสืบสวน
เคาะประตูเข้าไป หลี่จวินก็ถลึงตาใส่เขา:
"ปิดประตู"
นี่จะคุยเรื่องลับเหรอเนี่ย... อวี๋ต้าจางไม่ค่อยเห็นหัวหน้าหลี่แสดงสีหน้าลับลมคมในแบบนี้เท่าไหร่
หลังจากปิดประตูสนิท เขาเดินมานั่งที่หน้าโต๊ะทำงาน
"รีบร้อนขนาดนี้ มีคดีเหรอครับ?"
นอกจากเรื่องนี้ เขาก็นึกไม่ออกว่าจะมีเรื่องอะไรทำให้หัวหน้าหลี่ระมัดระวังตัวขนาดนี้
"นอกจากคดีแล้ว ผมจะมีธุระอื่นกับคุณไม่ได้หรือไง"
หลี่จวินแกล้งทำหน้าขรึม:
"ไอ้หนูแกนี่ชอบหาเรื่องมาให้ฉันอยู่เรื่อย"
เกิดเรื่องแล้ว? ปฏิกิริยาแรกของอวี๋ต้าจางคือมีคนร้องเรียนเขา
แต่คิดไปคิดมา ช่วงนี้เขาทำตัว Low Profile มากๆ แทบไม่ได้ไปก่อเรื่องอะไร และไม่ได้ไปหาเรื่องใครด้วย
เขาล้วงบุหรี่ "เหอเทียนเซี่ย" ออกมาจากกระเป๋า ดึงออกมามวนหนึ่งจุดให้หลี่จวิน
"ตกลงเกิดเรื่องอะไรขึ้นครับ?" อวี๋ต้าจางถามอย่างระมัดระวัง
จะว่าไป คนที่เขาไปล่วงเกินในวงการตำรวจมีเยอะจนนับไม่ถ้วน เบื้องหลังคดีพิเศษแต่ละคดี แทบจะซ่อนพวกกังฉินที่ทุจริตต่อหน้าที่เอาไว้ทั้งนั้น
ดังนั้น ถ้าจะมีใครมาแทงข้างหลังเขา เขาไม่แปลกใจเลยสักนิด
"เมื่อวานคนตระกูลซูและตระกูลไป๋มาที่กองกำกับการ ระบุชื่อต้องการพบคุณ"
หลี่จวินสูดควันบุหรี่เข้าปอดเฮือกใหญ่ พ่นควันออกมาจนคลุ้งทั่วใบหน้า ทำให้มองสีหน้าไม่ชัด
แต่ฟังจากน้ำเสียง ไม่น่าจะเป็นเรื่องดี
สุดท้ายก็ตัดใจจากเงินยี่สิบล้านไม่ได้สินะ... อวี๋ต้าจางรู้ตัวว่าคดีลักพาตัวครั้งนี้เขาทำได้ไม่สมบูรณ์แบบ พอได้ยินว่าสองตระกูลนั้นมาหา ก็เริ่มร้อนตัว
น่าจะเป็นเพราะความดีใจที่คนในครอบครัวรอดชีวิตมันจางหายไปแล้ว พอนึกถึงเงินค่าไถ่ก็เริ่มเสียดายขึ้นมา
"แล้วทำไมเมื่อวานไม่โทรหาผมล่ะครับ?" อวี๋ต้าจางถาม
"ผมกันไว้ให้แล้ว" หลี่จวินเห็นท่าทางตื่นตระหนกของเขา จู่ๆ ก็เปลี่ยนเรื่อง ยิ้มแล้วพูดว่า:
"สองตระกูลนั้นเขาเอาธงเกียรติยศมาให้ต่างหาก ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร ผมเห็นคุณกับหลวี่จงซินออกไปทำงานข้างนอก เลยไม่ได้เรียกตัวกลับมา"
ได้ยินประโยคสุดท้าย อวี๋ต้าจางถึงถอนหายใจโล่งอก
ที่แท้หัวหน้าหลี่ก็แกล้งดึงเช็ง
"งั้นที่เรียกผมมาคือ?"
อวี๋ต้าจางรู้ดี หัวหน้าหลี่ไม่มีทางเรียกเขามาเพราะเรื่องแค่นี้
"นอกจากธงเกียรติยศแล้ว สองตระกูลนั้นยังจะบริจาคอุปกรณ์ตำรวจด้วย"
หลี่จวินยิ้มกว้าง:
"มีทั้งโดรนตำรวจ ชุดปฐมพยาบาลตำรวจ และอุปกรณ์อีกหลายอย่าง นอกจากนี้ พวกเขายังจะบริจาครถตำรวจให้กองกำกับการในนามส่วนตัวด้วย"
"ตอนแรกจะบริจาคยี่สิบคัน แต่โดนผอ.อู๋ปฏิเสธไป"
รวยจริงอะไรจริง... อวี๋ต้าจางลองคำนวณในใจ รถตำรวจทั้งกองกำกับการรวมกันยังไม่ถึงยี่สิบคันเลยมั้ง
ขืนรับบริจาคมาหมด คนไม่รู้อิโหน่อิเหน่คงนึกว่ากองกำกับการเขตหงโข่วจะขยายกองกำลังส่วนตัว
การบริจาคเป็นเรื่องดี แต่ต้องมีขอบเขต
บุคคลหรือองค์กรสามารถบริจาคอุปกรณ์และยานพาหนะให้หน่วยงานตำรวจได้
เพียงแต่บนอุปกรณ์และรถที่บริจาค ห้ามสกรีนชื่อหรือโลโก้ของผู้บริจาค
เพราะรถตำรวจเป็นรถราชการ จะไปโฆษณาให้บุคคลหรือองค์กรไม่ได้
"พวกเราดูออกว่า ที่จริงสองตระกูลนั้นต้องการบริจาคเพื่อขอบคุณคุณ"
หลี่จวินพูดต่อ:
"ผมกับผอ.อู๋เลยปรึกษากันว่า รับบริจาคได้ แต่ต้องถามความเห็นคุณก่อน อำนาจการตัดสินใจสุดท้ายอยู่ที่คุณ"
พูดมาขนาดนี้แล้ว อวี๋ต้าจางย่อมเข้าใจเจตนาของหัวหน้า
อุปกรณ์และรถตำรวจน่ะอยากได้ แต่กองกำกับการจะไปติดหนี้บุญคุณใครไม่ได้ เลยต้องให้อวี๋ต้าจางมาเป็นคนกลาง
พวกเขาบริจาคเพราะขอบคุณคุณ ความสัมพันธ์เหตุและผลตรงนี้ต้องเคลียร์ให้ชัด
วันหน้าถ้าสองตระกูลนี้มีเรื่องอะไร กองกำกับการจะไม่อำนวยความสะดวกให้เป็นพิเศษ ยังคงต้องทำตามกฎระเบียบ
"ถ้าให้ผมตัดสินใจ..."
อวี๋ต้าจางก็ไม่อยากติดหนี้บุญคุณใครเหมือนกัน ของฟรีไม่มีในโลก
แต่สายตาเตือนแกมบังคับที่หลี่จวินส่งมานั้นชัดเจนมาก
"ก็ได้ครับ" อวี๋ต้าจางเกาหัว พูดอย่างจนใจ:
"ยังไงของที่บริจาคก็เอามาใช้ในราชการ ผมในนามส่วนตัว ยอมรับการบริจาคของพวกเขาครับ"
ทีนี้กองกำกับการก็ได้ผลประโยชน์ สองตระกูลนั้นก็ได้แสดงน้ำใจ ดูเหมือนจะมีแค่เขาคนเดียวที่ต้องติดหนี้บุญคุณ
ถ้าเป็นเมื่อก่อน อวี๋ต้าจางไม่มีทางเอาตัวไปพัวพันเรื่องแบบนี้แน่ ต่อให้เป็นหน้าหลี่จวินก็ไม่สน
ครั้งนี้ที่เขายอมตกลง ล้วนเป็นเพราะรู้สึกว่าคดีลักพาตัวยังมีจุดด่างพร้อย
ทองคำล็อตนั้นยังหาไม่เจอ เขาคิดเสมอว่าเป็นเพราะตัวเองสืบสวนได้ไม่ดีพอ
มีวิธีหาทองคำพวกนั้นไหม?
มีแน่นอน
อย่างน้อยสำหรับอวี๋ต้าจาง ต้องทำได้แน่
วิธีง่ายมาก แค่ทำให้พี่น้องตระกูลถานยอมรับสารภาพเอง
สอบสวนธรรมดาไม่ได้ผลไม่เป็นไร เขาแค่บอกหลี่หมิงเจา ส่งเพื่อนร่วมงานจากหน่วยความมั่นคง (MSS) มาสักสองคนก็เรียบร้อย
เขาไม่เชื่อหรอกว่าพี่น้องตระกูลถานจะเก่งกว่าสายลับที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างโชกโชน
โรคซึมเศร้าเหรอ?
ต่อให้เป็นโรคจิตเภท ก็ต้องยอมคายความลับออกมา
แต่อวี๋ต้าจางไม่อยากทำแบบนั้น ตำรวจอาชญากรรมกับหน่วยความมั่นคงมีความแตกต่างกัน กลุ่มเป้าหมายที่ต้องรับมือก็ต่างกัน
จะเอาวิธีของหน่วยความมั่นคงมาใช้กับผู้ต้องหาคดีอาญามันไม่เหมาะสม
ยังคงคำเดิม การทำคดีต้องไม่ทำอย่างไร้ขอบเขต
"หัวหน้าหลี่" จู่ๆ อวี๋ต้าจางก็พูดขึ้นด้วยความรู้สึกปลงๆ:
"ถ้าคุณมีเงินเย็นอย่าฝากธนาคาร เชื่อผม เอาไปซื้อทองแท่งให้หมด ซื้อได้เท่าไหร่ซื้อเท่านั้น อีกสิบปีคุณจะขอบคุณผม"
เขาไม่รู้ว่าอีกสิบปีราคาทองจะขึ้นไปเท่าไหร่ แต่ที่แน่ๆ ดีกว่าฝากกินดอกเบี้ยธนาคารแน่นอน
"เงินเดือนผมนิดเดียว ไม่มีความจำเป็นต้องลงทุนหรอก"
หลี่จวินหัวเราะเยาะตัวเอง:
"ในสายตาพวกคนรวย เงินเก็บของผมยังไม่เท่าเศษเงินค่าขนมพวกเขาเลย"
ก็จริง... อวี๋ต้าจางเข้าใจความรู้สึกนี้ดี
จะหวังรวยจากเงินเดือนคงเป็นไปไม่ได้ ต่อให้มีเงินเก็บ ยอดเงินก็คงไม่สูง
"คุณมีบ้านไม่ใช่เหรอ?" อวี๋ต้าจางยุต่อ:
"เชื่อผม ขายบ้านทิ้ง แล้วเอาเงินไปซื้อทองแท่งให้หมด อีกสิบปีคุณขายทอง แล้วค่อยซื้อบ้านคืน ถึงตอนนั้นคุณจะมีเงินเหลืออีกก้อนโตเลยนะ"
เห็นเขายิ่งพูดยิ่งเลอะเทอะ หลี่จวินก็ตอบกลับอย่างไม่สบอารมณ์:
"ขายบ้านแล้วผมจะไปซุกหัวนอนที่ไหน พ่อแม่ทิ้งบ้านไว้ให้ผมแค่หลังเดียว นั่นคือรากฐานของผม ต่อให้จนตายก็ขายไม่ได้"
ดวงคนจะจน พูดไปก็ไลฟ์บอย... อวี๋ต้าจางถอดใจ
เขาว่ากันว่าคนเราไม่มีทางหาเงินได้เกินกว่าความรู้ที่มี วันนี้เขาเชื่อสนิทใจเลย
ชี้ทางสว่างให้ขนาดนี้แล้ว ยังไม่ยอมเดิน
"พอๆ เลิกไร้สาระได้แล้ว"
หลี่จวินหยิบบุหรี่ของอวี๋ต้าจางบนโต๊ะขึ้นมาจุดอีกมวน สูบไปคำหนึ่ง แล้วพูดว่า:
"กองบังคับการสืบสวนสอบสวนจะมายืมตัวคน ระบุชื่อต้องการให้คุณไปช่วย คุณว่าไง?"
ต้องเป็นเพราะคดีคนหายสองคดีนั้นไม่คืบหน้าแน่ๆ... อวี๋ต้าจางรู้ดี หัวหน้าหลี่ก็แค่ถามพอเป็นพิธี
ในเมื่อหัวหน้าถามออกมาแล้ว ก็แปลว่าไม่มีทางเลือกอื่น
"ผมฟังตามการจัดสรรของหัวหน้าครับ"
น้ำเสียงต้องหนักแน่น สายตาต้องเฉียบคม ห้ามมีความลังเลแม้แต่น้อย อวี๋ต้าจางถึงกับยืดพุงขึ้นมานิดหนึ่งด้วย
พร้อมกันนั้นเขาก็รู้สึกแปลกใจ
นับจากวันที่กองบังคับการรับช่วงคดีไป วันนี้ก็เป็นวันที่สี่แล้ว
ถ้าคดีเจอทางตัน ทางนั้นก็น่าจะคิดหาตัวช่วยตั้งนานแล้ว ทำไมเพิ่งจะมาเอาป่านนี้?
"มีอีกเรื่องต้องบอกคุณก่อน"
หลี่จวินเสริมขึ้นมาว่า:
"ทางมณฑล N และมณฑล S ต่างก็ส่งทีมสืบสวนพิเศษมา ดูเหมือนว่าคดีที่พวกเขากำลังทำอยู่ จะมีความเชื่อมโยงบางอย่างกับคดีของกองบังคับการเรา"
(จบแล้ว)