- หน้าแรก
- รีเซ็ตชีวิต ปิดคดีเดือด
- บทที่ 580 - โรคอาชีพของสองศิษย์อาจารย์
บทที่ 580 - โรคอาชีพของสองศิษย์อาจารย์
บทที่ 580 - โรคอาชีพของสองศิษย์อาจารย์
บทที่ 580 - โรคอาชีพของสองศิษย์อาจารย์
สองวันต่อมา
เมืองซงไห่
"ได้ข่าวว่าสถานกักกันล้างบางยกชุดเลย"
หลวี่จงซินลากลูกศิษย์มาเม้าท์มอยแต่เช้า:
"ทั้งผู้อำนวยการและรองโดนจับหมด สำนักงานอัยการตั้งข้อหาใช้อำนาจโดยมิชอบและละเลยการปฏิบัติหน้าที่ สอบสวนกันยกใหญ่"
"ตำรวจชั้นผู้น้อยก็โดนหิ้วไปหลายคน"
ก็เรื่องปกติไม่ใช่เหรอ... อวี๋ต้าจางรู้สึกว่าไม่เห็นน่าแปลกใจตรงไหน
ปล่อยให้นักโทษแหกคุกสามคนฆ่าตำรวจตายหนึ่งศพ แล้วเดินอาดๆ ออกจากสถานกักกันได้ แสดงว่าการบริหารจัดการมีช่องโหว่ร้ายแรง
พูดตรงๆ ก็คือเน่าเฟะตั้งแต่หัวยันหาง
และก็เพราะพฤติกรรมละเลยหน้าที่ของพวกเขานั่นแหละ ถึงทำให้เกิดเหตุแหกคุก และส่งผลให้ครอบครัวเหยาจิ้งสามชีวิตต้องถูกฆ่าล้างครัว
อย่าว่าแต่คนในสถานกักกันเลย ครั้งนี้แม้แต่ผบ.หลิวก็หนีความรับผิดชอบไม่พ้น
ถ้าไม่ใช่เพราะออกปฏิบัติการรวดเร็ว จับกุมคนร้ายกลับมาได้ภายในวันเดียว เกรงว่าผบ.หลิวคงต้องย้ายเก้าอี้ไปนั่งที่อื่นแล้ว
"แล้วคนมาแทนหามาจากไหนครับ?"
อวี๋ต้าจางทำท่าสนใจ ถามอย่างอยากรู้อยากเห็น:
"ย้ายมาจากสถานกักกันอื่นเหรอครับ?"
เขารู้อยู่เต็มอกว่าเป็นไปไม่ได้ แต่เพื่อไม่ให้อาจารย์เสียอารมณ์ เลยแกล้งถามไปงั้น
หลวี่จงซินไม่ใช่คนชอบนินทา แต่คดีแบบนี้มันหายากจริงๆ ชั่วชีวิตอาจจะเจอแค่ครั้งเดียว
"แกคิดว่าไงล่ะ?"
หลวี่จงซินค้อนลูกศิษย์วงใหญ่:
"ตอนนี้สถานกักกันทั่วเมืองซงไห่กำลังโดนจัดระเบียบใหม่ สำนักงานอัยการและหน่วยงานกำกับดูแลเรือนจำหลายหน่วยงาน ร่วมมือกันตรวจสอบสถานกักกันทุกแห่งในซงไห่"
"สถานการณ์แบบนี้ สถานกักกันในท้องที่เอาตัวเองให้รอดยังยาก จะมีคนเหลือที่ไหนให้ย้ายมา"
สถานกักกันทั่วซงไห่คงหนาวๆ ร้อนๆ กันหมดสิ... อวี๋ต้าจางแซวในใจ
นี่ก็ถือว่าวัวหายล้อมคอก
เรื่องดี
ถ้าให้ความสำคัญแบบนี้แต่แรก ก็คงไม่เกิดคดีแหกคุกขึ้น
"ส่งตรงมาจากต่างถิ่นเหรอครับ?"
อวี๋ต้าจางพบว่าคุยเรื่องซุบซิบกับอาจารย์ก็น่าสนุกดี
คนอื่นเวลาเม้าท์มอยมักจะทำท่าลับๆ ล่อๆ กลัวคนอื่นได้ยิน
แต่หลวี่จงซินแม้จะกดเสียงต่ำ แต่สีหน้ากลับจริงจังขึงขัง คนไม่รู้อาจจะนึกว่าเขากำลังถ่ายทอดวิชาสืบสวนให้ลูกศิษย์อยู่
"ถูกต้อง มาจากมณฑล N"
หลวี่จงซินพยักหน้า มองลูกศิษย์:
"เมื่อวานฉันไปเบิกตัวผู้ต้องหาที่สถานกักกัน เจอพวกเขาแล้ว ได้คุยกันนิดหน่อยด้วย"
"ทั้งผอ.และรอง ส่งตรงมาจากที่นั่นหมด แม้แต่ตำรวจที่ย้ายมาใหม่ก็มาจากมณฑล N"
พูดถึงตรงนี้ เหมือนเขาจะนึกอะไรขึ้นได้ จู่ๆ ก็เปลี่ยนเรื่อง:
"จริงสิ ฉันได้ยินพวกเขาบอกว่าที่นั่นเกิดคดีใหญ่ ถึงขั้นสะเทือนไปถึงกรมตำรวจมณฑลเลย"
ถ้าจะให้ตำรวจสืบสวนเม้าท์มอย เรื่องที่สนใจที่สุดย่อมหนีไม่พ้นคดีอาชญากรรม
อวี๋ต้าจางก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น
พอได้ยินว่ามณฑล N เกิดคดีใหญ่ เขาก็หูผึ่งทันที
"คดีใหญ่อะไรครับ?"
ตาเขาลุกวาว กระตือรือร้นขึ้นมาทันที:
"คนของกรมตำรวจมณฑลทางโน้นผมสนิทนะ ก่อนหน้านี้ผมยังเคยร่วมทำคดีกับพวกเขาเลย"
มีจุดหนึ่งที่มั่นใจได้ ถ้าถึงขั้นสะเทือนกรมตำรวจมณฑล ต้องเป็นคดีที่ส่งผลกระทบรุนแรงต่อสังคมแน่นอน
อย่างเช่นคดีตัดนิ้วที่เขาเคยไปทำที่นั่นมาก่อน
"เห็นว่าเป็นคดีลักพาตัว นักเรียนสิบกว่าคนโดนจับตัวไป"
หลวี่จงซินตอบ:
"รายละเอียดพวกเขาก็ไม่ค่อยรู้ ถึงจะเป็นคนในวงการเหมือนกัน แต่รู้มาจำกัด เพราะช่วงสืบสวนคดีห้ามเปิดเผยรายละเอียดสู่ภายนอก"
ลักพาตัวทีเดียวสิบกว่าคน? อวี๋ต้าจางไม่เคยเจอคดีแบบนี้มาก่อนจริงๆ
เพราะคดีลักพาตัวสเกลขนาดนี้ ความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้นมันน้อยมาก
หนึ่งคืออัตราความสำเร็จต่ำ
การควบคุมคนสิบกว่าคนพร้อมกัน ความยากไม่ต้องพูดถึง
สองคือขนย้ายยาก
คนเยอะขนาดนี้ ถ้าขนย้ายพร้อมกัน เป้าใหญ่เกินไป จะหลบเลี่ยงการค้นหาของตำรวจ แทบเป็นไปไม่ได้
สามคือซ่อนตัวยาก
เอาคนสิบกว่าคนไปรวมตัวกันในบ้านหลังหนึ่ง แค่การกินอยู่ขับถ่ายในแต่ละวันก็ดึงดูดความสนใจคนรอบข้างแล้ว
พวกทำแชร์ลูกโซ่ ส่วนใหญ่ก็โป๊ะแตกเพราะแบบนี้แหละ
คนสิบกว่าคนอัดอยู่ในห้องเดียว ต่อให้ประหยัดแค่ไหน การบริโภคในชีวิตประจำวันก็มากกว่าบ้านคนปกติเยอะ
นานวันเข้า เพื่อนบ้านต้องสังเกตเห็นความผิดปกติแน่
อวี๋ต้าจางค้นข้อมูลในสมอง พบว่าคดีคล้ายๆ กันก็มีแต่พวกปล้นธนาคาร
ถ้าโจรหนีไม่ทัน โดนตำรวจล้อมไว้ในธนาคาร คนที่ทำธุรกรรมอยู่ข้างในก็เท่ากับถูกโจรจับเป็นตัวประกัน
เห็นได้ชัดว่า ขอแค่เกิดสถานการณ์คล้ายกันนี้ ก็ถือเป็นคดีความรุนแรงเต็มรูปแบบ
"น่าจะเป็นเหตุการณ์จี้บังคับที่มีการวางแผนล่วงหน้า"
สีหน้าอวี๋ต้าจางเคร่งขรึม คิ้วขมวดเล็กน้อย เหมือนกำลังขบคิดสถานการณ์ที่ซับซ้อนกว่านั้น:
"และฝ่ายนั้นต้องเป็นแก๊งอาชญากร"
"อยากควบคุมคนสิบกว่าคน ลำพังสองสามคนทำไม่ได้แน่ ถ้าอยากย้ายคนให้เร็ว พวกเขาต้องทำให้สิบกว่าคนนั้นเชื่อฟังอย่างเบ็ดเสร็จ"
เขาหยุดนิดหนึ่ง แววตาฉายประกายแหลมคม:
"จะทำแบบนั้นได้ อย่างน้อยต้องมีผู้สมรู้ร่วมคิดห้าคนขึ้นไปประสานงานกันอย่างรู้ใจ ถึงจะสร้างแรงกดดันได้มากพอ"
ทันใดนั้นเขาก็เปลี่ยนน้ำเสียง แฝงความสงสัย:
"แปลกจริง พวกมันจะจับคนไปเยอะแยะทำไม? อาชญากรรมแบบไหนที่ต้องลักพาตัวคนทีเดียวสิบกว่าคน?"
ไม่รู้ตัวเลยว่า อวี๋ต้าจางเริ่มสนใจคดีนี้ และเริ่มวิเคราะห์โดยอัตโนมัติ
แม้แต่หลวี่จงซินข้างๆ ก็ฟังจนเคลิ้ม
คนเป็นตำรวจสืบสวน สนใจเรื่องการอนุมานคดีแบบนี้ที่สุด
โดยเฉพาะกระบวนการคิดของลูกศิษย์ ที่ทำให้คนอินไปกับคดีได้ง่ายๆ
"แชะ" เสียงจุดไฟดังขึ้น หลวี่จงซินจุดบุหรี่ตามความเคยชิน ในหัวก็เริ่มขบคิดคดีนี้ตามไปด้วย
สิ่งที่เขาอยากรู้ที่สุดคือแรงจูงใจในการก่อเหตุ
เห็นชัดว่าลูกศิษย์ก็ติดล็อกตรงจุดนี้เหมือนกัน
ตอนที่เขาเพิ่งสูบไปได้สองคำ เว่ยเชียนก็เดินเข้ามา
"เหล่าหลวี่ ทำอะไรน่ะ ทำไมมาสูบบุหรี่ในโซนทำงาน"
เขาเดินมาหาสองศิษย์อาจารย์ คิ้วขมวด:
"คนอื่นเห็นเข้าจะดูไม่ดีนะ"
เสียงของเว่ยเชียนขัดจังหวะความคิดของทั้งคู่
หลวี่จงซินรีบดับบุหรี่ พูดอย่างเก้อเขิน:
"เมื่อกี้คิดอะไรเพลินไปหน่อย เลยเผลอจุดน่ะ"
พูดพลางถลึงตาใส่อวี๋ต้าจาง
กำลังคุยเรื่องชาวบ้านอยู่ดีๆ ไอ้ศิษย์เวรนี่ดันไปวิเคราะห์คดีเฉย หาเหาใส่หัว
ทำเอาโรคอาชีพเขากำเริบ ต้องมานั่งวิเคราะห์ตามไปด้วย
เผลอแป๊บเดียวโดนไอ้เด็กนี่พาลงเหวซะงั้น
"มีคดีใหม่เหรอ?" เว่ยเชียนถามโดยสัญชาตญาณ
ทำให้สองศิษย์อาจารย์เหม่อได้ ต้องไม่ใช่คดีธรรมดา ตอนนี้พอเห็นอวี๋ต้าจางครุ่นคิด เขาก็รู้สึกตื่นเต้นแปลกๆ
ตั้งแต่ไอ้หนูนี่กลับมาอยู่ทีม 1 ไขคดีแต่ละที ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ
สำหรับคนอื่น คดีฆาตกรรมคือคดีใหญ่สุดแล้ว
แต่สำหรับอวี๋ต้าจาง คดีฆาตกรรมเป็นแค่จุดเริ่มต้น คดีที่เขาทำช่วงนี้ ไม่เงินของกลางเป็นร้อยล้าน ก็ปิดเมืองล่าคน
สองคดีล่าสุดนี้ ทีม 1 พลอยได้อานิสงส์ไปด้วย ได้ความดีความชอบแน่นอนแล้ว
โดยเฉพาะคดีแหกคุก เผลอๆ จะได้เหรียญเชิดชูเกียรติแบบกลุ่มชั้นหนึ่ง
"เปล่าครับเปล่า" อวี๋ต้าจางรีบแก้ตัว:
"ผมกับอาจารย์นึกถึงคดีเก่าคดีหนึ่งได้ เลยมาวิเคราะห์ด้วยกัน ผมก็ถือโอกาสเรียนรู้วิชากับอาจารย์ไปด้วย"
ทำไมฟังดูทะแม่งๆ... เว่ยเชียนมองหลวี่จงซิน แอบสงสารขึ้นมาจับใจ
"ห้องประชุมว่างพอดี อยากสูบบุหรี่ไปที่นั่นสิ"
เว่ยเชียนล้วงบุหรี่ออกมา ยื่นให้หลวี่จงซินมวนหนึ่ง:
"วิเคราะห์คดีมันก็ต้องคู่กับบุหรี่จริงๆ นั่นแหละ"
ขณะที่พวกเขากำลังเกรงใจกันไปมา มือถืออวี๋ต้าจางก็ดังขึ้น
เขามองหน้าจอ
ฉวีทัวทัวโทรมา?
กลางวันแสกๆ โทรมาทำไม... ในความทรงจำของเขา ฉวีทัวทัวไม่เคยโทรหาเขาเวลางานเลย
"ฮัลโหล?"
"ต้าจาง เกิดเรื่องแล้ว!" เสียงฉวีทัวทัวร้อนรน:
"ซูมี่โดนลักพาตัว"
"จริงดิ?" อวี๋ต้าจางลุกพรวด มุมปากกลั้นยิ้มไม่อยู่:
"โดนฆ่าปิดปากหรือยัง?!"
(จบแล้ว)