เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 530 - เป็นคนทำงานจะเชื่อตามคนอื่นไปซะหมดไม่ได้

บทที่ 530 - เป็นคนทำงานจะเชื่อตามคนอื่นไปซะหมดไม่ได้

บทที่ 530 - เป็นคนทำงานจะเชื่อตามคนอื่นไปซะหมดไม่ได้


บทที่ 530 - เป็นคนทำงานจะเชื่อตามคนอื่นไปซะหมดไม่ได้

"ตัวการใหญ่โดนรวบหมดแล้ว?"

เฉียนเฉิงเริ่มทบทวนประสิทธิภาพการทำงานของตัวเอง เขาพูดด้วยความรู้สึกผิด:

"ความจริงเมื่อวานก็ล็อกเป้าได้แล้ว แต่ฉันอยากทำให้ครอบคลุมกว่านี้ เลยเสียเวลาไปอีกวัน"

ในมือเขาถือเอกสารปึกหนึ่ง ตอนนี้ไม่รู้จะยื่นให้อวี๋ต้าจางดีไหม

"ล้อเล่นน่า" อวี๋ต้าจางยื่นมือไปหาเขา:

"ต่อให้ผู้ต้องหาสารภาพสถานที่ตั้งแพลตฟอร์ม เราก็ต้องตรวจสอบอยู่ดี รอข่าวพี่อยู่นี่แหละ"

เขาไม่ได้ปลอบใจเฉียนเฉิง แต่ต้องตรวจสอบจริงๆ

อย่างที่บอก: ฟังความข้างเดียวไม่ได้

ตอนผู้ต้องหาสารภาพ มักจะมีเล่ห์เหลี่ยมแฝงอยู่

หนึ่งคือเพื่อลดโทษให้ตัวเอง

สองคือปกปิดเส้นทางการเงิน

ในกระบวนการนี้ ผู้ต้องหาไม่จำเป็นต้องโกหก แค่ข้ามเนื้อหาสำคัญบางอย่างตอนสารภาพ ก็สามารถหลอกล่อผู้สอบสวนได้แล้ว

รับเอกสารมา อวี๋ต้าจางรีบเปิดดูทันที

และก็ตามคาด จำนวนแพลตฟอร์มเงินกู้ในเอกสารนี้ มากกว่าที่จางเยี่ยนหลงสารภาพสองแห่ง

ต่อไปคือการกวาดล้างครั้งใหญ่

พนักงานที่ทำงานในแพลตฟอร์มเงินกู้ออนไลน์เถื่อนพวกนี้จะปล่อยไปไม่ได้สักคน การใช้ความรุนแรงทางอ้อมก็ผิดกฎหมายเช่นกัน

ณ คอนโดหรูแห่งหนึ่ง ในห้องชุดขนาดใหญ่

โต๊ะทำงานที่เรียงรายเต็มไปด้วยชายหญิงที่กำลังคุยโทรศัพท์ เสียงจอแจดังระงม

เสียงเคาะประตูดังขึ้น ชายคนหนึ่งที่เฝ้าประตูมองผ่านตาแมวออกไป กลับไม่เห็นคน

เขาเปิดประตูด้วยความสงสัย กำลังจะชะโงกหน้าออกไป ปากกระบอกปืนดำมืดก็จ่อเข้าที่หัว

"ห้ามขยับ!"

จากนั้นเงาร่างหลายสายก็พุ่งเข้ามาในห้อง

"ลุกขึ้น ไปยืนชิดผนัง!"

"เอามือประสานท้ายทอย ห้ามขยับซี้ซั้ว!"

"นั่งลง นั่งลงเอามือประสานท้ายทอยให้หมด!!"

ชายเฝ้าประตูเมื่อกี้ถูกใส่กุญแจมือ นั่งยองๆ อยู่มุมกำแพงทางเข้า

ข้างกายเขามีคนอ้วนยืนอยู่ กำลังมองเขาด้วยรอยยิ้ม:

"เคาะประตูก็เปิดเลยเหรอ ไม่ระวังตัวเลยสักนิด มีคนเฝ้าก็เหมือนไม่มีนะเนี่ย"

ปฏิบัติการจับกุมดำเนินต่อเนื่องไปจนถึงสี่โมงเย็น

เนื่องจากสถานที่ทำงานของแพลตฟอร์มเงินกู้เถื่อนพวกนี้กระจายตัวกันอยู่ เวลาส่วนใหญ่เลยเสียไปกับการเดินทาง

เมื่อคุมตัวผู้ต้องหากลุ่มสุดท้ายกลับมาถึงโรงพัก เส้นประสาทที่ตึงเปรี๊ยะในหัวของอวี๋ต้าจางก็ผ่อนคลายลงในที่สุด

เมื่อวานอดนอนทั้งคืน วันนี้ยุ่งมาทั้งวัน ตอนนี้เขาทั้งเหนื่อยทั้งง่วงจริงๆ

มองดูอาจารย์และเพื่อนร่วมงานยังวุ่นวายกันอยู่ อวี๋ต้าจางกัดฟันฝืนทนไม่ให้หลับ

คนทำงานกลัวที่สุดคือการเปรียบเทียบ เทียบไปเทียบมากลายเป็นวัวเป็นควายซะงั้น

"กลับไปพักผ่อนเถอะ"

ไม่รู้หลี่จวินมายืนข้างๆ ตั้งแต่เมื่อไหร่ ตบไหล่เขาเบาๆ:

"ที่นี่มีพวกเราก็พอแล้ว เทียบกันแล้ว นายใช้พลังงานเยอะสุด แบกน้ำหนักมากกว่าพวกเราตั้งร้อยจิน (50 กก.) แถมใช้สมองเยอะสุดด้วย"

หัวหน้าพูดจาไพเราะจริงๆ หาข้ออ้างให้ผมเสร็จสรรพ... อวี๋ต้าจางพยักหน้าอย่างซาบซึ้ง:

"งั้นผมก็..."

ยังรู้สึกเกรงใจนิดหน่อย ขนาดอาจารย์หลวี่จงซินยังทำงานอยู่ ตัวเองเป็นลูกศิษย์ดันชิ่งก่อน

"อย่าดัดจริตน่า" หลี่จวินมองบนใส่:

"พักผ่อนให้พอถึงจะทำงานได้ดี อีกอย่างกองปราบปรามขาดนายไปก็ไม่ได้ล่มสลายซะหน่อย"

พูดแบบนี้ผมก็วางใจ... อวี๋ต้าจางขอบคุณหัวหน้าหลี่ แล้วเดินออกจากโรงพัก

ออกมาข้างนอก เขาสูดหายใจลึก

ปฏิเสธการทำงานหนักเกินความจำเป็น เริ่มต้นที่ตัวเรา

กลับบ้าน

เวลานี้ บรรยากาศในห้องทำงานกองบังคับการสืบสวนสอบสวนค่อนข้างตึงเครียด

หัวหน้ากองบังคับการนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงาน มองเลี่ยวฉางเหว่ยที่อยู่ตรงข้าม แล้วพูดช้าๆ:

"เหล่าเลี่ยว แค่ย้ายตำแหน่ง อย่าคิดมาก"

น้ำเสียงของเขาอ่อนโยน แต่แววตากลับฉายความเสียดาย

เพราะเขารู้อยู่แก่ใจ อนาคตที่สดใสของเลี่ยวฉางเหว่ยจะถูกฝังกลบด้วยการย้ายตำแหน่งครั้งนี้

นับจากนี้ เส้นทางราชการของเขาจะหยุดชะงัก ไม่สามารถก้าวหน้าได้อีก

ไม่เพียงแค่นั้น ต่อไปเขาจะไม่ได้รับความสำคัญ

เมื่อเวลาผ่านไป เขาอาจถูกโยกย้ายไปทำงานในพื้นที่ห่างไกล

ในระบบราชการ โดยเฉพาะตำแหน่งผู้บังคับใช้กฎหมาย เมื่อถูกแปะป้ายบางอย่างแล้ว ชั่วชีวิตนี้จะไม่มีโอกาสพลิกฟื้นได้อีก

"ทำไมครับ?!"

เลี่ยวฉางเหว่ยย่อมรู้ว่าการย้ายตำแหน่งครั้งนี้หมายถึงอะไร เขาแค่ไม่พอใจกับผลลัพธ์นี้:

"ผมทำตามคำสั่งเบื้องบน ผมผิดตรงไหน?"

เมื่อคืนเขารู้แล้วว่าจางเยี่ยนหลงถูกตำรวจกองกำกับการเขตหงโข่วจับกุม

รถตำรวจสี่คันบุกเข้าไปจับคนในเขตบ้านพักคณะกรรมการพรรคประจำเมือง เรื่องใหญ่ขนาดนี้ เขาที่เป็นรองหัวหน้ากองบังคับการย่อมรู้ข่าวเร็ว

ขณะที่ตกใจ เขาก็รู้สึกว่าเรื่องนี้มีเงื่อนงำ

ตำรวจเขตกล้าบุกไปจับคนในบ้านพักคณะกรรมการพรรค จับลูกชายคนเดียวของผู้นำ คิดยังไงก็เป็นไปไม่ได้ แต่ดันเกิดขึ้นจริง

วันนี้ ขณะที่เขากำลังคาดเดาสถานการณ์ กองบัญชาการตำรวจนครบาลก็มีคำสั่งย้ายเขาลงมา

รวดเร็วเสียจนเขาตั้งตัวไม่ทัน

"เหล่าเลี่ยวนะเหล่าเลี่ยว"

หัวหน้ากองบังคับการส่ายหน้าถอนหายใจ:

"คุณทำตามคำสั่งไม่ผิดหรอก แต่คุณต้องมีความสามารถในการแยกแยะถูกผิดขาวดำ เป็นคนทำงานจะเชื่อตามคนอื่นไปซะหมดไม่ได้ ไม่อย่างนั้นก็ไม่มีคุณสมบัติจะอยู่ในตำแหน่งผู้บังคับใช้กฎหมาย"

น้ำเสียงของเขาเริ่มเข้มงวด:

"โดยเฉพาะตำแหน่งของคุณ ต้องมีความคิดเป็นของตัวเอง จะเอาคนที่โลเลไม่แน่นอนมานั่งไม่ได้"

หัวหน้ากองบังคับการพูดเกรงใจมากแล้ว

ถ้าแปลไทยเป็นไทยก็คือ: จุดยืนคุณไม่มั่นคง ถูกชักจูงง่าย

ความจริงแล้ว เลี่ยวฉางเหว่ยเดินผิดทางไปแล้ว

เขาโชคดีที่ยังไม่ได้ทำเรื่องเลวร้ายเกินไป ไม่อย่างนั้นคงไม่ใช่แค่ย้ายตำแหน่งแน่

เห็นเขายังไม่ยอมรับ หัวหน้ากองบังคับการเสริมอีกว่า:

"เมื่อเช้า เลขาหงเข้ามอบตัวกับคณะกรรมการตรวจสอบวินัย และสารภาพความผิดของตัวเองตามความจริงหมดแล้ว..."

เลี่ยวฉางเหว่ยได้ยินแค่ประโยคแรก ประโยคหลังเขาไม่มีกะจิตกะใจฟังแล้ว

เพราะสิ่งที่เขาทำ ล้วนเป็นคำสั่งของเลขาหง

เขาเป็นตำรวจเก่า ย่อมรู้ดีว่าการมอบตัวของเลขาหงหมายถึงอะไรสำหรับตัวเขา

เวลานี้ เลี่ยวฉางเหว่ยพลันนึกถึงฉากที่เจอกับอวี๋ต้าจาง และประโยคสุดท้ายที่เจ้าอ้วนคนนั้นพูดทิ้งท้ายไว้

ดวงตาของเขาว่างเปล่าไร้แวว พึมพำกับตัวเองว่า:

"แค่ความคิดชั่ววูบจริงๆ สินะ"

คืนนั้น

อวี๋ต้าจางกลับถึงบ้าน ข้าวปลาไม่กิน ถอดเสื้อผ้าแล้วล้มตัวลงนอนเลย

การนอนไม่พอทำให้ระบบนาฬิกาชีวิตรวน ดังนั้นเวลาคนเราง่วงจัด จะระงับความหิวได้

ฉวีทัวทัวโทรหาเขา เขาไม่ได้ยินเลย

กลัวเขาจะเป็นอะไรไป ฉวีทัวทัวลงทุนมาดูที่บ้าน เห็นเขาหลับปุ๋ย ถึงได้วางใจ

การนอนครั้งนี้ เขายิงยาวตั้งแต่ห้าโมงเย็นจนถึงเจ็ดโมงเช้าวันรุ่งขึ้น นอนไปเต็มๆ สิบสี่ชั่วโมง

อวี๋ต้าจางตื่นมาล้างหน้าแปรงฟัน ความหิวก็จู่โจม

ปกติที่บ้านไม่ทำอาหารเช้า พ่อแม่ลูกสามคนทำงานกันหมด อาหารเช้าเลยหากินข้างนอกเอง

เขากำลังจะลงไปหาอะไรกินข้างล่าง เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น

เปิดประตู เห็นฉวีทัวทัวหิ้วถุงอาหารเช้าสองถุงใหญ่ยืนอยู่

"อย่ามัวยืนบื้อสิ ช่วยหน่อย"

อาหารเช้าสองถุงใหญ่ วางเต็มโต๊ะไปหมด

มีเงินนี่มันดีจริงๆ... อวี๋ต้าจางจ้องมองอาหารเช้าสุดหรูเต็มโต๊ะ อดกลืนน้ำลายไม่ได้

"ซื้อร้านไหนมาเนี่ย?"

"สั่งจากโรงแรมเพนนินซูล่า"

ถือว่าผมไม่ได้ถาม... อวี๋ต้าจางยิ่งรู้สึกว่าฐานะที่เหมาะสมกันสำคัญจริงๆ

นี่คืออาหารเช้าที่อลังการที่สุดเท่าที่เขาเคยกินมา

แม้แต่หลี่เสวี่ยเหอกับอวี๋กวงหยวนสองผัวเมียยังตกใจกับอาหารเช้ามื้อนี้

พวกเขากินล็อบสเตอร์ในมื้อเช้านี้ด้วยซ้ำ

มาถึงที่ทำงาน

อวี๋ต้าจางเห็นหน้าใหม่ๆ หลายคน

พอเจออาจารย์ เขารีบถามความคืบหน้าคดี

"นายไม่เห็นเหรอว่าตำรวจเศรษฐกิจมากันแล้ว"

หลวี่จงซินตาแดงก่ำ กดเสียงต่ำพูด:

"ยอดเงินหมุนเวียนของแพลตฟอร์มเงินกู้พวกนั้น ตอนนี้ตรวจสอบเจอถึงหลักร้อยล้านแล้ว"

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 530 - เป็นคนทำงานจะเชื่อตามคนอื่นไปซะหมดไม่ได้

คัดลอกลิงก์แล้ว