- หน้าแรก
- รีเซ็ตชีวิต ปิดคดีเดือด
- บทที่ 440 - คดีนี้ นอนอยู่บ้านก็ไขได้
บทที่ 440 - คดีนี้ นอนอยู่บ้านก็ไขได้
บทที่ 440 - คดีนี้ นอนอยู่บ้านก็ไขได้
บทที่ 440 - คดีนี้ นอนอยู่บ้านก็ไขได้
แม้ชาติก่อนคดีนี้เขาจะไม่ได้เป็นคนทำเอง แต่เขาก็รู้ผลลัพธ์สุดท้าย
เพราะตอนนั้นคดีนี้ดังมาก
ทีมสืบสวนพิเศษหลังจากสืบสวนเจาะลึกอยู่นานถึงสองเดือน ก็ยังหาหลักฐานมัดตัวคนร้ายตัวจริงไม่ได้ จนต้องยุบทีมไป
ในขณะที่ทุกคนคิดว่าคดีนี้จะกลายเป็นคดีปริศนา จุดเปลี่ยนที่คาดไม่ถึงก็ปรากฏขึ้น
ฆาตกรดันโผล่หางออกมาเอง!
ทว่า ฆาตกรรายนี้ไม่ได้ถูกจับได้เพราะการสืบสวนอันเข้มข้นของตำรวจ แต่มีคนมาแจ้งเบาะแส
คนแจ้งเบาะแส ก็คือภรรยาของฆาตกรนั่นเอง
พอได้แล้วมั้ง... อวี๋ต้าจางแอบสูดหายใจลึกๆ อีกสองที
รอจนมือหายสั่น เขาถึงลืมตาขึ้น
"ขึ้นตึก"
เว่ยเชียนและหลวี่จงซินได้ยินเสียงอันหนักแน่นของเขา ในใจก็รู้สึกมั่นใจขึ้นมาหลายส่วน
ทั้งสามคนขึ้นมาข้างบน
อวี๋ต้าจางมองเส้นปูนปั้นที่ขอบเพดานตรงหัวเตียงแวบหนึ่ง
ท่าตายของผู้ตายแบบนี้ ดูปุ๊บก็รู้ว่าผ่านการดิ้นรนต่อสู้มาอย่างรุนแรง... เขาพึมพำในใจ
จากนั้นเขาก็มองไปรอบๆ
คราบเลือดบนเตียงและพื้นเปลี่ยนเป็นสีดำแล้ว จุดเลือดบนผนังสาดกระเซ็น
แม้ศพจะไม่อยู่ที่นี่แล้ว แต่จากร่องรอยการกระจายตัวของเลือด ยังพอมองออกว่าเหตุการณ์ตอนนั้นสยดสยองแค่ไหน
อวี๋ต้าจางเบ้ปาก
ห้องนี้กลายเป็นบ้านผีสิงเต็มรูปแบบ ข่าวแพร่ออกไปเมื่อไหร่ ราคาบ้านทั้งตึกคงร่วงกราวรูด
ที่เกิดเหตุนี้เขาก็เพิ่งเคยมาครั้งแรก จริงๆ ไม่ต้องมาก็ไขคดีได้
แต่เพื่อไม่ให้คนอื่นสงสัย เขาต้องเล่นละครตบตาสักหน่อย
ถ้านอนอยู่บ้านแล้วไขคดีได้ คนในทีมสืบสวนพิเศษต้องรู้สึกทะแม่งๆ ดีไม่ดีอาจคิดว่าเขามีส่วนเกี่ยวข้องกับคดี
ดังนั้น เขาต้องมาที่เกิดเหตุ เพื่อหาเบาะแสใหม่ที่น่าเชื่อถือ
"เรียกเฉียนเฉิง แผนกเทคนิคมาหน่อยครับ" อวี๋ต้าจางหันไปสั่งหลวี่จงซิน
พอเข้าสู่โหมดทำงาน สถานะระหว่างศิษย์อาจารย์คู่นี้ก็จะเปลี่ยนไปโดยธรรมชาติ
หลวี่จงซินเองก็ชินกับการถูกลูกศิษย์สั่งแล้ว
"ได้"
เขารับคำ แล้วเดินเลี่ยงไปโทรศัพท์ทันที
ที่เรียกเฉียนเฉิงมาไม่ใช่อะไร โอกาสสร้างผลงานดีๆ แบบนี้ เขาต้องดูแลคนกันเองก่อนอยู่แล้ว
"เรียกคนของทีมสืบสวนพิเศษมาด้วยครับ"
อวี๋ต้าจางพูดเชิงปรึกษากับเว่ยเชียน
"จะเริ่มงานแล้ว ให้พวกเขาอยู่เฉยๆ ไม่ได้"
กับหัวหน้าเว่ยเขาย่อมไม่กล้าทำตัวตามสบายเกินไป ยังไงก็เป็นผู้บังคับบัญชาโดยตรง ต้องให้เกียรติกันบ้าง
"นายมั่นใจขนาดนี้เลย?" เว่ยเชียนเริ่มลังเล
เขาเห็นแค่อวี๋ต้าจางมาถึงที่เกิดเหตุ มองดูมั่วๆ ซั่วๆ แล้วก็เริ่มเรียกคน
ชัดเจนว่าเจ้าอ้วนคนนี้เจอเบาะแสใหม่แล้ว
มันจะง่ายไปมั้ย?
ลูกพี่ นายเพิ่งมาถึงนะเฮ้ย
ถ้าคดีมันไขง่ายขนาดนี้ ทีมสืบสวนพิเศษคงไม่คว้าน้ำเหลวมาครึ่งเดือนหรอก
"การไขคดีไม่ได้อาศัยความมั่นใจครับ"
อวี๋ต้าจางยิ้มอย่างมั่นใจ ชี้ไปที่หัวโตๆ ของตัวเอง
"เบาะแสที่แท้จริงต้องใช้สมองวิเคราะห์ออกมาครับ"
ยังมาขี้โม้อีก... เว่ยเชียนพูดไม่ออก แต่ก็เถียงไม่ได้ ได้แต่พยักหน้า
"ฉันจะตามคนมาให้ แต่ต้องได้เรื่องจริงๆ นะ"
เขายังไม่ค่อยวางใจ เลยเตือนไปประโยคหนึ่ง
ถ้าคนมากันครบ แล้วอวี๋ต้าจางหาเบาะแสใหม่ไม่ได้ หน้าแตกยับเยินแน่
"ผมรู้น่า รีบติดต่อเถอะครับ" อวี๋ต้าจางตอบเหมือนไม่ใส่ใจ
เห็นเว่ยเชียนไปโทรศัพท์แล้ว เขาเดินไปที่ระเบียงมองซ้ายมองขวา แล้วเดินไปทางขวา จ้องมองระเบียงห้องข้างๆ ครู่หนึ่ง
ชั้นเจ็ดนี่สูงเอาเรื่อง แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีความเป็นไปได้เลย
คนเราไม่เหมือนกัน ในสายตาของคนที่มีทักษะพิเศษบางอย่าง ความสูงแค่นี้เรื่องจิ๊บจ๊อย
ออกจากระเบียง อวี๋ต้าจางเดินไปที่ทางเดินนอกห้อง
เดินไปเดินมาหลายรอบ ดูเหมือนเดินไปคิดไป แต่จริงๆ แล้วกำลังสังเกตประตูห้องเพื่อนบ้านข้างๆ
ติดกล้องวงจรปิดจริงๆ ด้วย... คราวนี้อวี๋ต้าจางมั่นใจขึ้นเยอะ
ประมาณสิบนาทีต่อมา เฉียนเฉิงก็มาถึงที่เกิดเหตุ
พอเห็นอวี๋ต้าจาง ก็พุ่งเข้ามาต่อยเบาๆ หนึ่งหมัด
"หลายวันนี้ฉันเป็นห่วงแทบตาย นายนะนาย ไม่ทำให้คนอื่นวางใจได้เลย ช่วยคนแท้ๆ ยังไปเจอเดรัจฉานได้"
อาจเพราะนิสัยคล้ายกัน ความสัมพันธ์ของพวกเขาเลยดีมาก เจอกันทีไรต้องมีแซว
"ดวงซวยน่ะครับ" อวี๋ต้าจางตอบอย่างจนใจ
"พี่เฉียน พี่ก็รู้จักผม ผมน่ะเป็นคนใจอ่อนแต่กำเนิด ต่อให้เป็นหมาตกน้ำ ผมก็ต้องลงไปช่วย"
นายใจอ่อน? เฉียนเฉิงฟังแล้วอึ้ง
หลอกผีเถอะ?
เขาเคยเห็นสภาพที่เกิดเหตุหลังอวี๋ต้าจางปะทะกับคนร้ายมากับตา
สภาพนั้นนิติเวชเห็นยังส่ายหน้า
ถ้านายใจอ่อน แล้วคนพวกนั้นตายยังไง?
"พอๆ เลิกไร้สาระ" เฉียนเฉิงโบกมือ
"เรียกฉันมาทำไม ที่เกิดเหตุนี้ฉันรู้ แผนกเทคนิคตรวจสอบไปแล้ว"
อวี๋ต้าจางคว้าแขนเขาลากเข้าไปในห้องดื้อๆ
"ก็ต้องเจอเบาะแสใหม่สิครับ เรียกพี่มาเก็บรอยเท้า มีโอกาสทำผลงาน ผมต้องนึกถึงพี่ก่อนอยู่แล้ว"
รักพวกพ้องใช้ได้... เฉียนเฉิงได้ยินแล้วก็แอบซึ้งนิดๆ
ตอนร่วมงานกับอวี๋ต้าจางคราวก่อน เขาได้ประโยชน์จริงๆ แถมได้เหรียญเชิดชูเกียรติชั้นสามส่วนบุคคลด้วย
บวกกับผลงานกลุ่ม ทำให้ยศเขาเลื่อนขึ้นเป็นกรณีพิเศษหนึ่งขั้น
ดังนั้นเขาไม่สงสัยความสามารถของอวี๋ต้าจางเลย เพียงแต่ครั้งนี้เขารู้สึกทะแม่งๆ ชอบกล
เฉียนเฉิงโดนอวี๋ต้าจางลากมาที่ระเบียง
"รอยเท้าอยู่ตรงนั้น"
อวี๋ต้าจางชี้ไปที่แผ่นคอนกรีตที่ยื่นออกมาระหว่างสองระเบียง
"ไปเก็บสิครับ"
เฉียนเฉิงมองตามนิ้วที่ชี้ เพ่งสายตาดู
นั่นคือพื้นที่สำหรับวางคอมเพรสเซอร์แอร์ที่เว้นไว้ตอนสร้างตึก เพื่อให้ลูกบ้านวางคอยล์ร้อนแอร์ได้สะดวก
ขนาดพอดีสำหรับวางคอยล์ร้อนหนึ่งตัว
จริงๆ แล้วพื้นที่ตรงนี้ประโยชน์น้อยมาก
สมัยนี้ติดแอร์ ช่างมักจะใช้ขาแขวนเหล็กฉาก ยึดคอยล์ร้อนติดกับผนังตึกไปเลย
แบบนั้นปลอดภัยกว่า และสะดวกกว่าด้วย
ดังนั้น พื้นที่ตรงนี้เลยกลายเป็นของประดับ
พอเฉียนเฉิงเห็นชัดๆ ก็ของขึ้นทันที
"ปล่อยกู!"
เขาสะบัดแขนอย่างแรง พยายามดิ้นให้หลุดจากการจับกุมของอวี๋ต้าจาง ตะโกนลั่นว่า
"นี่ชั้นเจ็ดนะเว้ย!! นายจะให้ฉันข้ามไปยังไง กระโดดไปเหรอ ไอ้บ้าเอ๊ย!"
ระเบียงห่างจากแท่นวางแอร์นั่นไม่ไกล กะด้วยสายตาน่าจะประมาณหนึ่งเมตร ต่อให้เป็นผู้หญิงก็กระโดดถึงสบายๆ
ความยากเดียวคือมันสูงไปหน่อย
ถ้าพลาดตกลงไป โอกาสรอดน้อยมาก ถึงรอดก็น่าจะพิการ
"ใจเย็นๆ"
อวี๋ต้าจางปลอบ
"ผมไม่ได้ให้พี่กระโดดขึ้นไปสักหน่อย พามาให้ดูเฉยๆ"
ตอนนั้นเอง เว่ยเชียนกับหลวี่จงซินก็เดินเข้ามาสมทบ
พวกเขามองแผ่นคอนกรีตนั้นแวบหนึ่ง แล้วหันมามองหน้ากัน
เป็นตำรวจสืบสวนเหมือนกัน ทั้งคู่เดาเจตนาของอวี๋ต้าจางออกทันที
"นายสงสัยว่าคนร้ายกระโดดผ่านแผ่นคอนกรีตนั้นเข้ามาที่ระเบียงนี้?"
คนถามคือเว่ยเชียน เขารู้แนวทางการสืบสวนดี เลยนึกถึงประเด็นนี้เป็นคนแรก
"ถูกต้องครับ" อวี๋ต้าจางพยักหน้า
"ตอนหนี คนร้ายก็ใช้วิธีเดียวกัน"
เว่ยเชียนเห็นเขาพูดมั่นใจขนาดนี้ อดถามไม่ได้ว่า
"แต่ทีมสืบสวนพิเศษตรวจสอบผนังด้านนอกแล้ว ไม่พบร่องรอยการปีนป่าย แล้วคนร้ายขึ้นมาได้ยังไง?"
นี่แหละจุดที่น่าสนใจที่สุดของคดี... อวี๋ต้าจางชี้ไปที่ระเบียงห้องข้างๆ
"คนร้ายกระโดดมาจากห้องข้างๆ ครับ"
(จบแล้ว)