- หน้าแรก
- รีเซ็ตชีวิต ปิดคดีเดือด
- บทที่ 200 - ผู้ชายจวบจนวันตายก็ยังเป็นเด็กหนุ่ม
บทที่ 200 - ผู้ชายจวบจนวันตายก็ยังเป็นเด็กหนุ่ม
บทที่ 200 - ผู้ชายจวบจนวันตายก็ยังเป็นเด็กหนุ่ม
บทที่ 200 - ผู้ชายจวบจนวันตายก็ยังเป็นเด็กหนุ่ม
เย่จื้ออวี่จ้องหน้าหลิวซือหยวน ครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดต่อด้วยเสียงแผ่วเบา
"ร่างกายของคุณสามารถสัมผัสได้ถึงการเต้นของหัวใจ"
"หูของคุณสามารถได้ยินเสียงที่ดังมาจากภายนอก"
"คุณสามารถรับรู้ถึงจังหวะการหายใจของตัวเอง"
"ขณะหายใจ คุณค่อยๆ ผ่อนคลายลงได้ ลืมไปชั่วคราวว่าตัวเองเป็นใคร"
สิ้นเสียงของเขา หลิวซือหยวนค่อยๆ หลับตาลง ใบหน้าฉายแววผ่อนคลายสบายใจ...
"เมื่อมือของคุณค่อยๆ ยกขึ้น คุณจะยิ่งรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้นเรื่อยๆ"
มือทั้งสองข้างของหลิวซือหยวนค่อยๆ ยกขึ้น จนตั้งฉากกับลำตัว
"หงายฝ่ามือขึ้น ถ้าฝ่ามือสัมผัสได้ถึงคำสั่งที่คุ้นเคย นิ้วทั้งห้าของคุณจะรวบเข้าหากัน..."
ครึ่งชั่วโมงผ่านไป
อวี๋ต้าจางรู้สึกว่าขาไม่ใช่ของตัวเองแล้ว
ขืนเดินเร็วแบบนี้ต่อไป เขาต้องเป็นลมกลางห้องรับแขกบ้านตระกูลหลิวแน่ๆ
ตอนนี้เหงื่อท่วมหัว ไขมันบนตัวกระเพื่อมไหวตามจังหวะการเดิน
เขาอยากหยุดพักหายใจจะแย่ แต่ก็ไม่กล้าหยุด
ช่วงแรกยังพอทน ถึงขั้นแบ่งสมาธิไปสังเกตพวกเย่จื้ออวี่ได้
หลังๆ มาเลิกมองทางนั้นแล้ว จ้องแต่ปลายเท้าตัวเองเดินอย่างเดียว
หันไปมองหม่าเจี้ยนที่เดินไม่หยุดเหมือนกัน รายนั้นเหงื่อไม่ออกสักหยด แถมดูสบายๆ อีกต่างหาก
"ต้าจาง ทำไมเหงื่อออกเยอะขนาดนั้น เสื้อเปียกหมดแล้ว ไหวไหมเนี่ย?"
จังหวะเดินสวนกัน หม่าเจี้ยนถามด้วยความเป็นห่วง
"ไหว" อวี๋ต้าจางตอบเสียงอ่อย
เดินสวนกันอีกรอบ
"ต้าจาง ทำไมหน้าซีดจัง?"
อวี๋ต้าจาง: ...
ผ่านไปอีกห้านาที
"ต้าจาง ทำไมนายแลบลิ้นออกมาแล้วล่ะ?"
อวี๋ต้าจาง: ...
ในที่สุด เสียงสวรรค์ของเย่จื้ออวี่ก็ดังมาจากอีกฝั่ง
"โอเค หยุดได้แล้ว งานเสร็จแล้ว"
เสียงนี้สำหรับอวี๋ต้าจาง ไพเราะยิ่งกว่าเสียงดนตรี
เขาทรุดฮวบนั่งแปะกับพื้น หมดเรี่ยวหมดแรง รู้สึกเหมือนร่างจะแตกเป็นเสี่ยงๆ
ที่แท้การสะกดจิตมันงานใช้แรงงานชัดๆ!
หอบหายใจอยู่สองสามที เขาหันไปมองทางโซฟา เห็นหลิวซือหยวนนอนหงายพิงโซฟา นิ่งสนิท
"เขาเป็นอะไรไป?" อวี๋ต้าจางถาม
"หลับไปแล้ว" เย่จื้ออวี่ทำหน้ายังไม่จุใจ
"การหลับลึกช่วยให้สติของเขาฟื้นฟู เดี๋ยวตื่นมาก็หายเป็นปกติเอง"
ได้ยินว่าเขาคลายการสะกดจิตของหลิวซือหยวนสำเร็จแล้ว เส้นประสาทที่ตึงเครียดของอวี๋ต้าจางก็ผ่อนคลายลง
ไม่เสียแรงเปล่า
พักอีกสองนาที อวี๋ต้าจางถึงลุกขึ้น อธิบายกับพ่อบ้านที่เข้ามาถามไถ่สองสามประโยค แล้วกลับไปนั่งที่โซฟา
"ทำไมใช้เวลานานขนาดนั้น?"
น้ำเสียงของอวี๋ต้าจางแฝงการตำหนิ และสงสัยนิดๆ
เขารู้สึกว่าเขากับหม่าเจี้ยนไม่จำเป็นต้องเดินนานขนาดนั้น
เห็นชัดๆ ว่าช่วงหลังหลิวซือหยวนหลับตาไปแล้ว มองไม่เห็นพวกเขาด้วยซ้ำ
"ผมเพิ่งเคยเจอเคสซับซ้อนขนาดนี้เป็นครั้งแรก ระหว่างทางจะเกิดข้อผิดพลาดไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียว"
สีหน้าของเย่จื้ออวี่ดูเคร่งเครียดเล็กน้อย อธิบายว่า
"ถ้าผู้ถูกควบคุมตื่นขึ้นมากลางคัน ผมต้องอาศัยฉากที่พวกคุณสองคนสร้างขึ้นมาตรึงเขาไว้ เพื่อดำเนินการสะกดจิตต่อ"
สรุปพวกเราสองคนเป็นพร็อพประกอบฉากว่างั้นเถอะ... อวี๋ต้าจางแม้จะไม่พอใจบ้าง แต่ก็เข้าใจเหตุผล
"เล่ามาซิ สถานการณ์เป็นยังไง"
เขาใช้มือปาดเหงื่อที่ยังผุดซึมไม่หยุดบนหน้าผาก พลางมองเย่จื้ออวี่
"พยายามพูดภาษาคนนะ ศัพท์เทคนิคเพลาๆ หน่อย"
เย่จื้ออวี่พยักหน้า หยุดคิดครู่หนึ่ง เหมือนกำลังเรียบเรียงคำพูดในหัว
ผ่านไปพักใหญ่ เขาถึงพูดออกมาเบาๆ อย่างไม่รีบร้อน
"ระหว่างทางมา จากคำบอกเล่าของคุณ ผมนึกว่าผู้ถูกควบคุมโดนใครบางคนสะกดจิตลึกแบบระยะยาว"
"อาศัยแค่คำพูดไม่กี่คำกับการกระทำเล็กๆ น้อยๆ ก็สามารถสร้างการโน้มน้าวทางจิตใจต่อผู้ถูกควบคุมได้ ต้องทำต่อเนื่องเป็นเวลานานถึงจะทำได้"
พูดถึงตรงนี้เขาหยุดไป ดูเหมือนประโยคต่อไปจะอธิบายยาก
อวี๋ต้าจางไม่เร่ง รู้ว่าเขากำลังพยายามแปลศัพท์เทคนิคเป็นภาษาชาวบ้าน
ผ่านไปพักใหญ่ เย่จื้ออวี่ถึงพูดต่อ
"พอผมเข้าไปในจิตใต้สำนึกของเขา ถึงได้พบว่าสถานการณ์จริงซับซ้อนกว่าที่คิดไว้มาก"
"พวกคุณเคยได้ยินการสะกดจิตแบบ 'เอริกสัน' (Ericksonian Hypnosis) ไหม?"
อวี๋ต้าจางกับหม่าเจี้ยนส่ายหน้าพร้อมกัน
"บิดาแห่งการสะกดจิตสมัยใหม่พวกคุณไม่รู้จักเหรอ?" เย่จื้ออวี่เบิกตาโตถาม
ทั้งสองส่ายหน้าอีกรอบ
"ก็ได้" เย่จื้ออวี่นวดหว่างคิ้วอย่างจนใจ
"พวกคุณคิดซะว่าเป็นสำนักการสะกดจิตของเมืองนอกสำนักหนึ่งละกัน"
พูดพลางชูนิ้วขึ้นมาหนึ่งนิ้ว
"ตอนแรกคนคนนี้ถูกสะกดจิตด้วยวิธีของสำนักนี้ เป้าหมายของอีกฝ่ายคือ... แก้ไขความทรงจำ"
"เห็นได้ชัดว่านักสะกดจิตคนนั้นทำสำเร็จ และฝังชุดคำสั่งเฉพาะไว้ในจิตใต้สำนึกของผู้ถูกควบคุมเรียบร้อยแล้ว"
"ตอนที่ผมจะเข้าไปลบคำสั่งพวกนั้น กลับเจอเรื่องน่าสนใจเข้า"
พูดถึงตรงนี้ เย่จื้ออวี่ดูตื่นเต้นและดีใจมาก
เขาชูนิ้วขึ้นมาอีกหนึ่งนิ้ว
"มีวิธีการสะกดจิตแบบดั้งเดิมอีกแบบหนึ่งกำลังปกป้องความทรงจำของผู้ถูกควบคุมอยู่"
"พูดง่ายๆ คือ วิธีดั้งเดิมกำลังขัดขวางการแก้ไขความทรงจำ และก็ได้ฝังชุดคำสั่งเฉพาะไว้เหมือนกัน"
"นี่เท่ากับว่าในจิตใต้สำนึกของผู้ถูกควบคุมมีสวิตช์อยู่สองอัน"
คราวนี้อวี๋ต้าจางกับหม่าเจี้ยนฟังเข้าใจแล้ว
หลักๆ คือคำว่า "สวิตช์" นี่แหละ เห็นภาพชัดเจน
ฟังดูแล้ว การสะกดจิตแบบเมืองนอกน่าจะเป็นฝีมือเจิงลี่ซือ
ขณะเดียวกัน อวี๋ต้าจางก็ถามข้อสงสัยของตัวเอง
"ฝ่ายที่จะแก้ไขความทรงจำ ไม่รู้ตัวเลยเหรอว่ามีคนคอยขัดขวางอยู่?"
เย่จื้ออวี่ได้ยินดังนั้น ก็ยิ้มออกมา
"ถามได้ดีครับ ความเจ๋งมันอยู่ตรงนี้แหละ คนที่ใช้วิธีสะกดจิตแบบดั้งเดิมต้องเป็นระดับปรมาจารย์แน่นอน สวิตช์ที่เขาตั้งไว้ไม่มีรูปแบบตายตัว"
"หลังจากความทรงจำของผู้ถูกควบคุมถูกแก้ไข มันจะทำการซ่อมแซมความทรงจำแบบสุ่มเวลา ไม่มีกฎเกณฑ์ที่แน่นอน"
"การทำแบบนี้ป้องกันไม่ให้นักสะกดจิตอีกคนจับได้"
"เท่าที่ผมรู้ นักสะกดจิตในประเทศที่ทำได้ละเอียดอ่อนขนาดนี้ มีอยู่แค่สามคน"
อวี๋ต้าจางเห็นความคลั่งไคล้ในวิชาชีพบนใบหน้าของเย่จื้ออวี่
สีหน้าแบบนี้ เขาเคยเห็นบนหน้าเฉียนเฉิงเหมือนกัน
แต่เขาก็ฟังความหมายแฝงออกด้วย
คนที่สะกดจิตหลิวซือหยวนทั้งสองคน ล้วนเป็นยอดฝีมือในวงการจิตวิทยา แต่เทียบกับเย่จื้ออวี่แล้ว ยังห่างชั้นอยู่อย่างน้อยหนึ่งขั้น
ไม่อย่างนั้นเย่จื้ออวี่คงไม่ค้นพบคำสั่งที่พวกเขาวางไว้ แล้วปลดมันออกได้อย่างง่ายดายแบบนี้
ยอดฝีมือแฝงตัวในหมู่คนธรรมดาจริงๆ~
"ฟรอยด์พวกคุณเคยได้ยินไหม?" เย่จื้ออวี่มองอวี๋ต้าจางทั้งสองคนแล้วถาม
"คนนี้ผมรู้จัก" อวี๋ต้าจางรีบตอบ
"นักจิตวิทยาชื่อดัง ผมเคยอ่านหนังสือ 'การตีความความฝัน' (The Interpretation of Dreams) ของเขาด้วย แต่อ่านไปได้แค่ตอนต้นนิดเดียว"
"เขาเคยพูดว่า ความฝันคือการบรรลุความปรารถนา"
เย่จื้ออวี่มองเขา เหมือนอยากจะพูดอะไรแต่ก็ไม่พูด สุดท้ายเกาหัวแกรกๆ
"วันหลังคุณเพลาๆ อ่านหนังสือพวกนี้หน่อยเถอะ ประโยคนั้นแปลให้ถูกคือ... ความฝันคือการตอบสนองความปรารถนาในจิตใต้สำนึก"
"ช่างเถอะ พูดเรื่องนี้กับคุณก็เหมือนสีซอให้ควายฟัง"
เห็นอวี๋ต้าจางทำหน้าโกรธ เขารีบเปลี่ยนเรื่อง
"ที่ผมพูดถึงเขา จริงๆ แค่อยากจะยกตัวอย่าง"
"สองคนที่ทำการสะกดจิตหลิวซือหยวน ก็เหมือนกับ..."
มุมปากเย่จื้ออวี่ยกขึ้น เผยสีหน้าภาคภูมิใจแบบเด็กเบียวๆ ออกมา
"จอมเทพโจวกง ปะทะ ฟรอยด์"
(จบแล้ว)