- หน้าแรก
- รีเซ็ตชีวิต ปิดคดีเดือด
- บทที่ 160 - นาทีวิกฤต ต้องยกให้ความมั่นคงแห่งชาติ
บทที่ 160 - นาทีวิกฤต ต้องยกให้ความมั่นคงแห่งชาติ
บทที่ 160 - นาทีวิกฤต ต้องยกให้ความมั่นคงแห่งชาติ
บทที่ 160 - นาทีวิกฤต ต้องยกให้ความมั่นคงแห่งชาติ
กลิ่นคาวเลือดและกลิ่นเหม็นคละคลุ้งในอากาศ ชวนให้อาเจียน
อวี๋ต้าจางจ้องมองวัยรุ่นสี่คนนั้นด้วยสายตาเย็นชา ค่อยๆ เดินเข้าไปหา
ยังเดินไปไม่ถึง สี่คนนั้นก็ขวัญหนีดีฝ่อ ทยอยกันคุกเข่าลงกับพื้น
"อย่า... อย่าๆๆ อย่าฆ่าผม!"
วัยรุ่นคนที่ดูโตหน่อยเสียงสั่น พูดจาไม่เป็นภาษา หน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ
ร่างกายสั่นเทารุนแรงอย่างควบคุมไม่ได้เพราะความกลัวสุดขีด
อีกสามคนถึงกับเปล่งเสียงขอชีวิตไม่ออก
พวกเขานอนกองกับพื้นเหมือนโคลนเหลว หมดสภาพที่จะต่อต้านโดยสิ้นเชิง
"ต้าจาง" หม่าเจี้ยนเดินมาข้างๆ ตบไหล่เขาเบาๆ
"พอแล้ว อย่าใจร้อน"
ผมใจร้อนตรงไหน... จริงๆ อวี๋ต้าจางเดินเข้าไปแค่จะเอาไปกุญแจมือไปล็อกพวกนี้เฉยๆ
ผลคือไม่ใช่แค่คนร้ายที่เข้าใจผิด แม้แต่หม่าเจี้ยนพวกเขาก็คิดว่าเขาจะลงมือฆ่าต่อ
เพราะสภาพอวี๋ต้าจางตอนนี้มันสยองเกินไป
ทั้งหน้าทั้งตัวชุ่มโชกไปด้วยเลือดเหนียวข้น
มือ คอ เส้นผม มีของเหลวหนืดหยดติ๋งๆ ดูเหมือนผีร้ายที่ปีนขึ้นมาจากขุมนรก
สภาพนี้ให้ไปเล่นหนังผี ไม่ต้องแต่งหน้าก็เข้าฉากได้เลย
เห็นอวี๋ต้าจางหยิบกุญแจมือออกมา หม่าเจี้ยนรีบรับไป แล้วดันหลังเขา
"นายกลับไปที่รถ แจ้งศูนย์ขอกำลังเสริม ตรงนี้พวกเราจัดการเอง"
เขาไม่กล้าให้อวี๋ต้าจางเข้าใกล้สี่คนนี้อีก
ใครดูก็รู้ว่าเจ้าอ้วนคนนี้ฆ่าจนตาแดงไปแล้ว เกิดมีปฏิกิริยาตอบสนองฉับพลันขึ้นมา หม่าเจี้ยนไม่คิดว่าตัวเองจะเอาอยู่
"อืม" อวี๋ต้าจางรับคำ แต่ยังไม่เดินไปทันที
จนกระทั่งหม่าเจี้ยนล็อกกุญแจมือสี่คนนั้นครบ เขาถึงหันหลังเดินกลับไปที่รถออฟโรด
มาถึงประตูฝั่งคนขับ เขาเคาะกระจกเบาๆ ให้สัญญาณคนข้างในเปิดประตู
ฉวีทัวทัวเห็นว่าเป็นเขา ก็รีบเปิดประตูให้ทันที
พอนั่งลง อวี๋ต้าจางล้วงโทรศัพท์มือถือออกมา กดเปิดหน้าจอ แล้วลองปัดดูสองสามที
ยังดี ไม่พัง
ผ่านการต่อสู้รุนแรงขนาดเมื่อกี้ หน้าจอมือถือกลับไม่มีรอยร้าวสักเส้น
"เช็ดก่อนสิ"
ฉวีทัวทัวพูดพลางหยิบกระดาษทิชชู่ออกมา ดึงส่งให้เขาสองแผ่น
อวี๋ต้าจางรับทิชชู่มา มองหน้าเธอแวบหนึ่ง เช็ดมือไปพลางถามไปพลาง
"เมื่อกี้ตกใจแย่เลยสิ?"
"ฉันไม่ได้เปราะบางอย่างที่นายคิดหรอกนะ" ฉวีทัวทัวตอบอย่างไม่ใส่ใจ
"กลัวน่ะก็มีบ้าง แต่ไม่ถึงกับเว่อร์อย่างที่นายว่าหรอก"
พูดจบ เธอก็มองไปที่มือของอวี๋ต้าจาง
ตอนนี้อวี๋ต้าจางกำลังเช็ดหน้าจอมือถือ
เมื่อกี้เลือดที่มือเปื้อนหน้าจอ ถ้าไม่รีบเช็ด พอเลือดแห้งมันจะติดแน่น
เขากำลังสั่น... ฉวีทัวทัวเห็นชัดเจนว่ามือของอวี๋ต้าจางสั่นเทาเล็กน้อย
ไม่ใช่แค่มือ ทั้งร่างของเขากำลังสั่นระริกอย่างควบคุมไม่อยู่
จริงๆ แล้วนี่เป็นปฏิกิริยาปกติของร่างกาย
อวี๋ต้าจางไม่ใช่ฆาตกรโดยกำเนิด เขาทำใจเย็นชากับชีวิตคนไม่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์หรอก
การต่อสู้เมื่อครู่ เขาอยู่ในสภาวะตึงเครียดขีดสุด อะดรีนาลีนสูบฉีด เลือดไหลเวียนเร็วเกินพิกัด
บวกกับการกระตุ้นของโดปามีน ทำให้เขาตื่นตัวสุดขีด
พอสงบลงกะทันหัน จิตใจจะสร้างกลไกป้องกันตัวเองตามสัญชาตญาณ เพื่อรักษาสมดุลการใช้พลังงานทางจิตใจ
ดีที่เป็นเขา
ถ้าเปลี่ยนเป็นคนธรรมดา ฆ่าคนไปสิบศพรวดเดียว คงสติแตกไปนานแล้ว
เช็ดคราบเลือดบนหน้าจอเสร็จ อวี๋ต้าจางโทรหาหลี่จวิน
รอสายแค่สองตื๊ด อีกฝ่ายก็รับ
"ต้าจาง?"
เสียงหลี่จวินดูแปลกใจ เห็นได้ชัดว่าไม่คิดว่าอวี๋ต้าจางจะโทรหาเวลานี้
"ผมถูกลอบทำร้ายครับ"
อวี๋ต้าจางรีบบอกพิกัดอย่างรวดเร็ว แล้วพูดต่อ
"สถานการณ์ควบคุมได้แล้ว ผมกับหม่าเจี้ยนไม่ได้รับบาดเจ็บ ฝ่ายตรงข้ามมีเกือบยี่สิบคน ส่วนความเสียหาย..."
พูดถึงตรงนี้ เขาชะงัก
ตัวเลขผู้เสียชีวิตฝั่งตรงข้าม เขาพูดไม่ออกชั่วขณะ
หลี่จวินรู้จักเขาดีเกินไป พอได้ยินเขาอึกอัก ก็รู้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น
เจ้าอ้วนฆ่าคนอีกแล้ว!
"ฉันจะนำกำลังไปเดี๋ยวนี้ เจอกันค่อยคุย"
วางสายเสร็จ อวี๋ต้าจางคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วโทรหาหลี่หมิงเจา
ตอนแรกทางหน่วยความมั่นคงเป็นคนเตือนให้เขาระวังตัว ตอนนี้ก็โดนโจมตีจริงๆ เขาเลยคิดว่าจำเป็นต้องแจ้งให้ทางนั้นทราบ
ประเด็นสำคัญคือ สภาพที่เกิดเหตุมันสยดสยองเกินบรรยาย
แถมยังมีไทยมุงที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่เห็นเหตุการณ์เพียบ
ถ้ามีคนฉวยโอกาสถ่ายคลิปแล้วอัปโหลดลงเน็ต ผลกระทบมันจะเลวร้ายมาก
เสียงรอสายดังอยู่นาน ในที่สุดก็มีคนรับ
เสียง "วู้วๆๆ" ดังกระหึ่มอีกแล้ว แต่คราวนี้เบากว่าคราวก่อนมาก
"มีอะไร?"
เสียงหลี่หมิงเจาชัดเจนกว่าคราวที่แล้ว น้ำเสียงดูร่าเริง ฟังดูอารมณ์ดีมาก
นี่เขาอาศัยอยู่บนฟ้าหรือไง? อวี๋ต้าจางฟังออกว่าเสียงรบกวนนั่นคือเสียงใบพัดเฮลิคอปเตอร์
แต่คราวนี้น่าจะเปลี่ยนรุ่นแล้ว
"หัวหน้าครับ เมื่อกี้ผมถูกลอบฆ่า เกือบตายแน่ะ!" อวี๋ต้าจางพูดเสียงดัง
ก่อนโทรเขาคิดไว้แล้ว ต้องพูดให้ดูร้ายแรงเข้าไว้ ไม่งั้นหน่วยความมั่นคงไม่ให้ความสำคัญ
เป้าหมายหลักที่โทรมา คือยืมมือหน่วยความมั่นคงปิดข่าวลือ
มุขนี้ได้ผลจริง พอได้ยินว่าอวี๋ต้าจางเกือบตาย น้ำเสียงหลี่หมิงเจาเปลี่ยนทันที
"บาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่า อาการหนักไหม?"
ยังอุตส่าห์เป็นห่วงเรา... อวี๋ต้าจางคาดไม่ถึงจริงๆ
"โชคดีไม่บาดเจ็บครับ ดีที่ทางทีมส่งคนมาคุ้มกัน ไม่งั้นคงไม่รอด"
อวี๋ต้าจางแกล้งทำเสียงขวัญเสีย
"พวกมันมากันเกือบยี่สิบคน ทั้งลอบกัด ทั้งขับรถชน แถมมีคนพกปืนมาด้วย ผมรอดมาได้เพราะดวงแข็งล้วนๆ"
จากนั้นเขาก็เล่าเหตุการณ์คร่าวๆ ใส่สีตีไข่เพิ่มความตื่นเต้นเข้าไปอีกหลายฉาก
ฉวีทัวทัวที่กำลังเช็ดหน้าให้เขา ฟังถึงตอนหวาดเสียว มือไม้ก็สั่นไปด้วย
"ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว" หลี่หมิงเจาปลายสายถอนหายใจโล่งอก
"พวกมันหมาจนตรอกแล้ว วางใจเถอะ ฉันรับรองว่านี่จะเป็นครั้งสุดท้าย ทางนี้จะปิดจ็อบวันนี้แล้ว พรุ่งนี้ฉันจะไปซงไห่"
อย่ารอพรุ่งนี้เลย... อวี๋ต้าจางรีบพูด
"หัวหน้าครับ พวกมันลงมือกลางถนนเลย คนเห็นเยอะมาก น่าจะมีคนถ่ายคลิปไว้ด้วย ถ้าเรื่องหลุดออกไป..."
ไม่ต้องพูดให้ชัดเจน เขาเชื่อว่าหลี่หมิงเจาเข้าใจ
ตอนนี้ปี 2014 สื่อโซเชียลกำลังบูม
และในสภาพสังคมออนไลน์ปัจจุบัน
กระแสสังคมอ่อนไหวมากกับเรื่องของข้าราชการและตำรวจ
ถ้าเหตุการณ์แบบนี้ถูกแฉออกไป ต้องเกิดดราม่าใหญ่โตแน่ เผลอๆ จะส่งผลเสียร้ายแรงต่อหน่วยงานและตัวบุคคล
แต่สำหรับหน่วยความมั่นคง การปิดข่าวแค่นี้เรื่องจิ๊บจ๊อย
"นี่คือจุดประสงค์ที่แท้จริงที่โทรมาสินะ"
เสียงหลี่หมิงเจาเรียบเฉย ฟังไม่ออกว่าโกรธหรือพอใจ และไม่มีวี่แววตำหนิ
"ไอ้เด็กแสบ เลิกนิสัยเจ้าเล่ห์ได้เมื่อไหร่บอกด้วยนะ วางใจเถอะ เรื่องนี้ไม่ยาก"
แค่นี้ก็เรียบร้อย... อวี๋ต้าจางบรรลุเป้าหมาย รีบกล่าวขอบคุณ
ขณะจะวางสาย เสียงหลี่หมิงเจาดังขึ้นอีกครั้ง
"พูดความจริงมา รอบนี้แกฆ่าไปกี่คน?"
(จบแล้ว)